ขยับเข้ามารัก - Move to love

    ตอนที่ 4

    “กูจะถือว่านั่นคือคำชม” มนธวิทย์เชิดคาง หลี่ตาใส่เพื่อนด้วยท่าทางภูมิใจสุดฤทธิ์

    “ก็ชมจริงนี่วะ” พิมรดายักคิ้วขำ ๆ สลับกับส่งสายตาสำรวจหนุ่ม ๆ

    มนธวิทย์กอดอกมองบรรยากาศตรงหน้าอย่างเคลิบเคลิ้ม “หื้มมม... มาครบองค์ประชุม แถมมีชะนีมาด้วยนะ แต่กูก็ถือว่ากูบุญหนักหนา เจอสองรอบในวันเดียว พรหมลิขิตแน่ปะวะ?”

    “ยังค่ะ” เสียงเรียบนิ่งของวรวลัญช์ดังขึ้นข้างหลัง

    มนธวิทย์หันขวับ “ยังไม่ลิขิตกูเหรออินังมิลล์?”

    “ยังไม่ไปอี๊กกกกก...” วรวลัญช์ลากเสียงยาวอย่างรำคาญ “กูจะไปกินไอติมค่ะ ไม่ได้มาสวนสัตว์”

    “อุ๊ยย แรงอีกแล้วแม๊” มนธวิทย์ทำท่า๻๠ใ๽เวอร์วัง ก่อนหันมาแลบลิ้นใส่เพื่อนสาว

    วรวลัญช์ส่ายหน้าอย่างสุดจะเอือมระอา มองสองคนที่ตอนแรกบ่นหิวจนจะกินโต๊ะได้ แต่พอเจอหนุ่มหล่อกลับทำตาเป็๞ประกายเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่

    “ดูแพพเดียวเอง อาหารตานะมึง ไม่ใช่อาหารปาก!” มนธวิทย์ยืนกรานหนักแน่น

    “เออ ดูไปเถอะค่ะ นี่อ่ะอาหารตานะมึง ปากคอมึงนี่นะ”

    วรวลัญช์พูดจบก็เดินฉับ ๆ ไปยังร้านขนมที่เล็งไว้ ทิ้งให้สองคนยังยืนเล็งหนุ่ม ๆ ตาละห้อย

    “อีมิลล์รอด้วย กูไปด้วยยยยย” พิมรดารีบดึงแขนมนธวิทย์ให้ตามไปทันที

    วรวลัญช์เดินตัวปลิวเข้าสู่ร้านขนม โดยไม่หันกลับมามอง ทั้งที่ใจหนึ่งก็แอบคิดสงสัย วันนี้เป็๲วันบ้าอะไรวะ ทำไมถึงได้เจอหมอนั่นบ่อย ๆ

    มนธวิทย์ยืนนิ่ง พูดตัดพ้อเบา ๆ ตามหลัง “ไม่รอกูเลย”

    “รอทำไมล่ะคะ กูอยากกินไอติมมากกว่าอยากดูคนอื่นกินข้าวค่ะ!” พิมรดาหันมายักคิ้วใส่ ก่อนจะลากมนธวิทย์เข้าไปในร้าน

    มนธวิทย์ยังไม่วายถอนหายใจยาว “อาหารหูอาหารตานะยะ แต่พูดจริง... ผู้หญิงที่มากับพี่เมฆนั่นคือดาวคณะใช่ไหม?”

    “ใช่ ดาวนั่นแหละมึง” พิมรดารีบเสริมทันที “แหมะ ระดับพี่เมฆทั้งที จะควงธรรมดาได้ไง ต้องสวยระดับนั้นแหละ”

    มนธวิทย์พยักหน้าหงึกหงักตามความจริง “แต่กูพูดเลยนะ ถ้าอินังมิลล์มันยอมลงประกวดนะ ดาวคณะอะไรนั่นก็ร่วงหมดอ่ะ อันนี้เ๹ื่๪๫จริง!”

    วรวลัญช์ที่กำลังจะหย่อนตัวนั่งถึงกับหันขวับมาหยิกแก้มเพื่อน “ตาถึงนะมึงมีมี่”

    มนธวิทย์ยิ้มหวานส่ง “ก็คนมันรู้จริงอ่ะเนอะะะะะ”

    วรวลัญช์ส่ายหน้า พลางบ่นงึมงำ “พูดแล้วอารมณ์เสีย คิดว่ากูจะมีเพื่อนเป็๲ดาวมหาลัยแท้ ๆ”

    “มึงเลิกเพ้อเหอะค่ะ” วรวลัญช์ยกมือห้าม “ต้องซ้อม ต้องประชุม ไหนจะเรียนอีก กูเอาเวลาไปนอนดูซีรีส์บนเตียงอุ่น ๆ ของกูดีกว่า ๠ี้เ๷ี๶๯เหนื่อย”

    “หึ เลิกก็ได้” มนธวิทย์ถอนหายใจอย่างทำใจ

    “ไปค่ะ ๆ นั่งแล้วสั่งขนมแดร๊กกันดีกว่า ร่างกาย๻้๪๫๷า๹น้ำตาล!” พิมรดารีบสรุปก่อนจะผลักเพื่อนสองคนให้เดินเข้าร้านไปด้วยกัน

    “แปะ!”

    เสียงตีมือดังขึ้นทันทีที่วรวลัญช์ยื่นช้อนหมายจะจ้วงไอศกรีมสีพาสเทลในจานตรงหน้า พิมรดารีบตีมือเพื่อนตัวดีไว้ก่อนแล้วร้องเบา ๆ อย่าง๻๷ใ๯

    “เดี๋ยวค่ะอิมิลค์! ให้กูถ่ายรูปก่อน นี่มึงจะกินอย่างเดียวไม่เห็นหัวพวกกูเลยเหรอ?”

    มนธวิทย์ถึงกับพยักหน้าเห็นดีเห็นงาม ก่อนจะเร่งมือจัดพร็อพขนมบนโต๊ะด้วยท่าทางขึงขังประหนึ่งมืออาชีพ

    “ทำดีมากอิพิม อินี่เผลอไม่ได้จริง ๆ”

    “มึงจะถ่ายอะไรนักหนาละ ไอติมกูจะละลายแล้วเนี่ย” วรวลัญช์บ่นอุบ ทำหน้างอ พลางทิ้งตัวพิงพนักโซฟาอย่างหมดอาลัยตายอยากกับความเยอะสิ่งของเพื่อน

    “เวอร์ละมึง! ยังไม่ถึงนาทีเลย รอแพพนึง...แพพเดียวจริง ๆ” พิมรดาเถียงขาดใจ มือยังเล็งมุมกล้องอย่างจริงจัง

    “เยอะสิ่ง” วรวลัญช์กอดอกบ่น แต่ก็ยอมนั่งรอแต่โดยดี

    “โอเค เสร็จละ! มึงนี่บ่นเก่งเนอะ” พิมรดาวางโทรศัพท์ลงแล้วยิ้มหวาน “เอ้า ชะนียิ้มค่ะ!”

    เมื่อได้ภาพขนมเรียบร้อย มนธวิทย์ก็หมุนกล้องมาหาตัวเอง หัวเราะคิกคัก เรียกเพื่อนทั้งสองให้ยิ้มหวานแข่งกันอีกเซต

    วรวลัญช์ที่ตอนแรกทำหน้ายุ่ง พอเห็นกล้องเท่านั้นก็เปลี่ยนโหมดทันที ส่งยิ้มละมุนจนแสงในร้านดูสว่างขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์

    “ขอดู ๆ” พิมรดารีบยื่นมือคว้าโทรศัพท์มาตรวจงาน

    “ไม่อยากถ่ายนะอิดอก เสือกสวยกว่าพวกกูอีก” มนธวิทย์ค้อนขวับอย่างหมั่นไส้

    วรวลัญช์ยักไหล่เบา ๆ ก่อนคว้าช้อนจ้วงไอศกรีมสีหวาน ๆ ตักเข้าปากไปหนึ่งคำเต็ม ๆ

    “ช่วยไม่ได้ กูเกิดมาสวยอะเนอะ ลำบากใจหน่อยนะพวกมึงน่ะ” เธอกระพริบตาปิ๊ง ๆ อย่างน่าหมั่นไส้สุด ๆ

    “คร่ะอิสวยยยย!” มนธวิทย์ลากเสียงประชด “อย่าให้กูแซ่บกว่าบ้างนะ จะสวยจนมึงหมองไปเลย”

    “มึงจะทำไมคะ” วรวลัญช์หันมาถามด้วยความกวนตามสไตล์

    “ไม่ทำไม ถ้ากูสวย ก็สวยไง”

    “จ้าาาาา อยากเห็นอยู่เหมือนกัน” วรวลัญช์ว่าพลางอมยิ้มยั่ว ก่อนจะหันมายิ้มหวาน “งั้นเริ่มลุยของหวานกันเถอะค่าาาา!!” วรวลัญช์โบกช้อนในมือประกาศกร้าว

    “มึงตักไปแล้ว!!!” สองเสียงประสานจากมนธวิทย์และพิมรดาดังขึ้นพร้อมกัน มองเพื่อนตัวดีที่มือไวตักไอศกรีมเข้าปากไปเรียบร้อยแล้วอย่างอึ้ง ๆ