ปี 2023 ณ ตึกสกายเทรด ใจกลางเมืองกรุงเทพย่านสุขุมวิท เป็ตึกร่วมทุนสร้างไทยจีนและอเมริกา ด้านในมีห้างสรรพสินค้าที่เต็มไปด้วยสินค้าของอเมริกา ไทย และจีน ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อกระชับสัมพันธไมตรี วันนี้มีบุคคลสำคัญระดับประเทศมาร่วมงานกันมากมาย ทั้งนายกของไทย และ รองประธานาธิบดีของจีนนายหยางผิง และ มร.จอนห์ ฮิกกิ้นต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มาร่วมตัดริบบิ้น ในวันเปิดตึกสกายเทรด ที่ได้ชื่อว่า สูงที่สุดในโลกในตอนนี้
การจัดการด้านความปลอดภัย แน่นอนอยู่แล้วต้องมีบอดี้การ์ดจากสามประเทศคอยคุ้มกัน อยู่เต็มพื้นที่ไปหมด ทั้งที่แฝงตัวท่ามกลางฝูงชน เป็คนธรรมดาทั่วไป เป็พ่อค้า มีแม้แต่ช่างภาพ ส่วนบอดี้การ์ดทุกคน แต่งกายด้วยชุดสูทสีดำ เดินคุมหน้าคุมหลัง มีสไนเปอร์ อยู่เหนือตึก และมุมตึกทั้งสี่ด้าน อีกหลายสิบคน เพื่อป้องการคนร้ายแฝงตัวเข้ามา งานนี้แมลงสักตัวก็ยากที่จะเข้าไปทำอันตราย ผู้แทนของทั้งสามประเทศนี้ได้
ในขณะที่ตัวแทนจากทั้งสามประเทศ กำลังจะตัดริบบิ้นเพื่อเปิดงาน ก็มีขีปนาวุธขนาดเล็ก พุ่งออกมาจากตึกที่ห่างไกลไปเกือบ 10 กิโลเมตร มันพุ่งเข้ามาเลี้ยวอ้อมตึก แล้วกำลังพุ่งลงมาที่จุด ตัวแทนทั้งสามประเทศกำลังจะตัดริบบิ้นพร้อมกันอยู่พอดี แตทว่า มีเสียงไซเรนเตือนดังขึ้น บอดี้การ์ดทั้งสามประเทศ ต่างรีบพาตัวแทนของแต่ละประเทศ เข้าไปตึกสกายเทรด ทำให้ขีปนาวุธวิถีโค้งตกใส่กลางฝูงชนทันที
ตูม !!
ประชาชนต่างถูกแรงะเิจากขีปนาวุธ ร่างแหลกเหลว ตายทีเดียวหลายสิบคน และยังมีผู้าเ็อีกนับร้อยๆ คน
“ บัดซบ นี่มันใช้ขีปนาวุธ ยิงถล่มกันแบบนี้เลยหรือวะ” หัวหน้าทีมบอดี้การ์ด ของตึกสกายเทรด ถึงกัวสบถออกมาอย่างมีอารมณ์
“ พาท่านตัวแทนทั้งสาม ไปที่ห้องเซพโซนของเราก่อน เร็ว” ประธานของ บริษัทสกายเทรด รีบเอ่ยเตือน ทำให้บอดี้การ์เกือบร้อยคน ต่างเข้ามายืนคุ้มกันจากลานพิธีหน้าตึก เพื่อเข้าไปในอาคารที่ชั้นที่ 1 แต่พอเข้าไป ก็มีรปภ. ของอาคารคนหนึ่ง ยกปืนกลขึ้นมาในมือสองกระบอก แล้วสาดะุเข้าใส่ ตัวแทนทั้งสามประเทศทันที
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!
บอดี้การ์ดที่ยืนด้านหน้า 10 คน ล้วนถูกะุตัดร่างจนขาดเป็สองท่อน บอดี้การ์ดที่เหลือ รีบกระชากร่างของ ตัวแทนประเทศทั้งสามล้มตัวนอนไปกับพื้นได้อย่างหวุดหวิด แล้วยิงตอบโต้กลับไป แต่ทันใดนั้นเอง ชั้นสองก็มีคนโรยตัวลงมาอีกนับสิบคน แต่ละคนล้วนมีปืนกลหนัก ยิงใส่กลุ่มของตัวแทนทั้งสาม อีกหลายร้อยนัด ะุฉีกร่างของ บอดี้การ์ดจนขาดวิ่น เืเนื้อกระจัดกระจาย คราวนี้ ประธานบริษัทสกายเทรด ถึงกับถูกยิงเข้าที่หัว ะเิตาย ไปในะุชุดแรก
บอดี้การ์ที่มีอยู่นับร้อย ถูกยิงตายไปกันเกือบหมด เหลือไม่ถึงสิบคน ที่คอยกันตัวเองเอาไว้ ก่อนที่ฝ่ายคนร้ายสิบกว่าคนจะยิงะุชุดสุดท้ายเข้าใส่ ก็มีตำรวจหน่วยสวาทนับร้อยคน วิ่งกรูกันเข้ามายิงตอบโต้ จนคนร้ายถูกยิงตายไปหลายคน ทำให้ไม่อาจยิงใส่ตัวแทนทั้งสามประเทศได้
แต่ว่าทันใดนั้นเอง ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งแต่งกายชุดรปภ. ของตึกสกายเทรด ที่ยืนมองดูจากชั้นลอยบนชั้นสอง ควักโลหะขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ ออกมาจากอกเสื้อ แล้วเหวี่ยงลงไปที่ทีมตำรวจหน่วยสวาท หลายสิบชิ้น โลหะทรงกลม พุ่งเข้าไปติดที่อาวุธปืนของตำรวจหน่วยสวาท แล้ว ะเิขึ้นมาพร้อมๆ กัน
ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!
ร่างของหน่วยสวาท แยกออกเป็ชิ้นๆ ตายไปพร้อมๆ กันอย่างอนาถ
ชายหนุ่มชุดรปภใ ะโตัวลอยลงมาจากชั้นสอง ใช้ปืนสั้น ะุปืน.22 รีวอลเวอร์แบบออโต้ ยิงใส่บอดี้การ์ด ที่เหลือสิบกว่าคน ะุทุกนัด ล้วนเจาะเข้าหน้าผากของแต่ละคนจน ตายคาที่
เหลือแค่ ตัวแทนแต่ละประเทศทั้งสาม ที่ยืนกอดกันตัวสั่น
ชายหนุ่มนักฆ่า คล้ายกับเป็หัวหน้าหน่วยครั้งนี้ เก็บปืนพกของตน แล้ว ดึงมีดสั้นออกมาจากเอวของเขา แล้วพุ่งตัวออกไป ปาดเข้าที่คอของ ตัวแทนประเทศทั้งสามด้วยความรวดเร็ว คอของทั้งสามคนค่อยๆ หลุดออกจากร่าง ตกไปกับพื้น
“ หัวหน้าเก้า”
นักฆ่าสิบกว่าคนที่เหลือ วิ่งกรูกันเข้ามาหาชายหนุ่ม แล้วทำความเคารพด้วยความนอบน้อมรอคำสั่ง
“ ภารกิจเรียบร้อย ไปกันเถอะ”
“ ครับ”
หัวหน้าเก้า เดินลงไปที่ชั้นใต้ดิน แล้วเดินผ่านอุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อหลบหนี เพราะทางออก้า ล้วนมีตำรวจ และทหารเต็มไปหมด จนกระทั่งทั้งหมดเข้ามาจะถึงปากอุโมงค์ทางออก หัวหน้าเก้า กลับหยุดนิ่งไม่เดินต่อ
ลูกน้องสิบกว่าคนต่างสงสัย กำลังจะอ้าปากเอ่ย หัวหน้าเก้า ก็เอ่ยออกมาว่า
“ ออกมาเถอะ ทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่ทำไมแบบนั้น ”
มีชายหนุ่มสี่คน เดินออกมา พร้อมกับลูกน้องอีก สามสิบกว่าคนพร้อมอาวุธครบมือ ออกมาจากปากอุโมค์ทางออก
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า หัวหน้าเก้า มีประสาทััไวอยู่เหมือนเดิมนะ”
“ หัวหน้าทั้งสี่ พาคนมาปิดทางออกแบบนี้ หมายความว่าอย่างไร” หัวหน้า 9 เอ่ยด้วยความสงสัย แต่ตอนนี้ เขานำะเิจานบินมาถือเอาไว้ถึง สี่ลูกเตรียมพร้อม
“ พวกเราได้รับคำสั่งให้มาหาเก็บกวาดเื่ทุกอย่างในวันนี้ หัวหน้าเก้า ตายไปแล้ว ก็อย่าได้โกรธแค้น อาฆาตพวกเราอีกเลย” หัวหน้าห้า เอ่ยจบ ก็ถอยหลังออกไป ะเิที่ซุกซ่อนอยู่ทั้งสองฝั่งอุโมงค์ทางออก ก็ะเิออกทันที
ตูม ! ตูม ! ตูม !!!
หัวหน้าเก้า ถูกแรงะเิกระเด็น โดยที่ะเิจานบินในมือ ก็เหวี่ยงออกไปที่ด้านหน้า แต่เขาไม่สามารถรู้ผลงานของะเิของเขา ว่าเกิดอะไรขึ้นได้อีก เพราะว่า ร่างของเขากระเด็นปลิวออกไป ขาของเขาขาดเป็สองส่วน สติของเขายังไม่หายไป แม้จะเ็ปทั่วร่าง และแล้วเขาก็เห็นชายคนหนึ่งยืนทมึนอยู่หน้าของเขา
“ หัวหน้าใหญ่”
สายตาของเขายังคงจดจำชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาได้อย่างแม่นยำ เพราะเขาคือ คนที่เลี้ยงดูเขามาั้แ่เด็ก และ เป็หัวหน้าใหญ่สุดของนักฆ่าทั้งหมด แต่ทว่า ใบหน้าที่เรียบเฉยของเขา ในมือถือปืนสั้น กำลังจ่อมาที่หัวของเขา
เปรี้ยง !!
ะุปืนเจาะเข้ากลางหน้าผากของเขา ทำให้สติของเขาในดับวูบลงไปทันที
ณ บ้านตระกูลเมิ่ง เมืองเจียง อาณาจักรปัจจิม ในกระท่อมไม้เก่าๆ หลังหนึ่ง
มีหญิงวัยสามสิบกว่าปี กำลังยืนคุยกับ หมอชราคนหนึ่งด้วยเสียงร่ำไห้ สะอึกสะอึ้น
“ ท่านหมอฮัว ได้โปรดช่วยเขาด้วย จะให้ข้าทำอะไร ข้าก็ยอมทั้งนั้น ไม่ว่าจะต้องใช้เงินทองเท่าไร ข้าก็พร้อมจะหามาให้ท่าน”
หมอชราส่ายหัวหมดปัญญา แต่ก็เอ่ยขึ้นมาว่า
“ ชีพจรของเขาขาดสะบั้น ลมหายใจขาดห้วงไปแล้ว ข้าใช้ยาปลุกชีพของบรรพบุรุษของข้า ช่วยพลิกฟื้นชีวิตให้เขาได้อีกแค่วันเดียว ฮูหยินหยาง ท่านทำใจเสียเถอะ ยกเว้นเสียแต่ว่า บิดาของท่านจะยินยอมมอบ กลีบบัวสุริยันมาให้เขากิน 1 กลีบ ก็อาจจะพอยืดอายุของเขาได้อีก สัก 1 ปี เพียงพอให้ท่านหาภรรยาให้เขาเพื่อที่จะหาทายาทสืบสกุลต่อไป”
“ กลีบบัวสุริยัน ใช้ได้จริงๆ นะท่านหมอฮัว”
“ ในตำราของเทพโอสถฮัวโต๋ ได้บอกเอาไว้ แค่เอามาต้มน้ำให้เขาดื่มกิน ชีพจรชีวิต ที่ขาดของเขาจะกลับมาต่อกันได้เป็ปกติอย่างแน่นอน”
“ ขอบคุณท่านหมอ ข้าจะไปขอกับบิดา เดี๋ยวนี้”
หมอฮัว เห็นฮูหยินหยาง รีบวิ่งกลับไปที่เรือนหลังใหญ่ ก็ส่ายหัว เพราะเห็นว่า ฮูหยินหยางเป็ลูกสาวที่ออกเรือนออกมาแล้ว มีหรือที่เมิ่งเทียน ผู้นำตระกูลจะยินยอมยกของวิเศษ สำคัญเช่นนี้ออกมาให้ง่ายๆ เขาเป็หมอประจำตระกูลเมิ่งมานานย่อมรู้จิตใจของคนอย่างเมิ่งเทียนดีที่สุด
“ ท่านพ่อ ได้โปรดช่วย เฟยหลงด้วย” ฮูหยินหยาง เข้ามา ก็รีบเอ่ยขอความช่วยเหลือทันที
“ รั่วหลาน ใจเย็นๆ ก่อน แค่าเ็เท่านั้น หมอฮัว ก็น่าจะช่วยรักษาเฟยหลงได้ แล้วทำไมต้องให้ท่านพ่อช่วยด้วยเล่า”
เมิ่งซู ลูกชายคนโตของตระกูลเมิ่ง เอ่ยออกมาทันที คล้ายกับว่า เื่เล็กน้อยแค่นี้ไม่ควรนำมาให้ ท่านผู้นำตระกูลต้องปวดหัว
“ ท่านหมอฮัวบอกว่า ชีพจรชีวิตของเขาขาดสะบั้น ต้องใช้ กลีบบัวสุริยัน 1 กลีบเพื่อช่วยรักษาชีวิตของเขา”
หมอฮัว ที่เดินช้า แต่ในที่สุดก็ก้าวเดินเข้ามาทัน ยืนอยู่ด้านข้างของฮูหยินหยาง
ทุกคนมองมาทางเขา จึงได้แต่พยักหน้า ว่าเป็ความจริง
“ ท่านพ่อ กลีบบัวสุริยัน ของตระกูลเราเหลือแค่ สามกลีบเท่านั้น หากให้เฟยหลงไป อีกสามวัน ท่านพ่อต้องเข้าประลองกับ นักพรตชิงเต่า หากท่านเกิดาเ็แล้วจะทำอย่างไรกันเล่า และอีกอย่าง น้องเล็กก็แต่งออก หาใช่คนในตระกูลเมิ่งของเราไม่ แค่ให้ที่พักอาศัย ก็ถือว่ามากพอแล้ว” เมิ่งเอ่อคุน บุตรคนรองเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้าของ รั่วหลานเลยแม้แต่น้อย
“ พี่รอง เฟยหลงเป็หลานชายของท่านนะ”
“ ลูกหลานของตระกูลเมิ่งก็มีไม่น้อย พวกเขายังต้องเจริญเติบโต หากท่านพ่อาเ็ไม่สบาย จะเอาอะไรมารักษา ลูกหลานสายตรงของตระกูลเมิ่งก็มีอยู่มากมาย เ้าจะให้พวกเขาคิดอย่างไร”
เมิ่งเอ่อคุนเอ่ยอย่างไม่แยแสความรู้สึกของน้องสาวตนเองเท่าไร ทำให้ฮูหยินหยางถึงกับคุกเข่ากับพื้น ขอร้องบิดาด้วยตัวเอง
“ท่านพ่อเฟยหลงก็เป็หลานชายของท่านด้วยนะ ได้โปรดเถิดท่านพ่อ ช่วยเขาด้วย”
เมิ่งเทียน นิ่งอยู่นาน แต่แล้วก็เอ่ยออกมาว่า
“ รั่วหลาน เ้าต้องเข้าใจข้า ความมั่นคงของตระกูลของเราสำคัญที่สุด แต่ว่าหากเ้ารับปากแต่งเข้าจวนแม่ทัพซุน ข้าจะมอบกลีบบัวสุริยันให้กับเ้า”
“ แต่ว่า ข้าสาบานว่าจะไม่แต่งงานกับใครอีกแล้ว ขอให้ท่านพ่อเห็นใจด้วย”
“ เฮอะ ตอนนี้ตระกูลหยางสิ้นแล้ว เหลือแค่เ้าสองคนแม่ลูก คิดแก้แค้นให้กับพวกเขา มีวิธีนี้วิธีเดียว และจะทำให้ ตระกูลของเราเข้มแข็งขึ้นอีก”
ฮูหยินหยาง ถึงกับกำหมัดแน่นจิกเนื้อของตนจนเืไหล ไม่คิดว่า ณ ตอนนี้หลายชายแท้ๆ ใกล้จะตายอยู่แล้ว ยังจะบีบบังคับตนให้แต่งกับแม่ทัพที่หื่นกาม มีเมียอยู่แล้ว ตั้ง 11 คน แต่ว่า ชีวิตของ หยางเฟยหลงสำคัญที่สุดสำหรับรั่วหลาน ทำให้ นางต้องกล้ำกลืนฝืนทน ยอมทำตามที่บิดาของนางสั่งเอาไว้
“ ข้าตกลง” พอฮูหยินหยางเอ่ยจบ ทุกๆ คนต่างมีสีหน้ายินดี แต่ทว่า เด็กรับใช้เสี่ยวถิง รีบวิ่งหน้าตาตื่นบอกว่า
“ ฮูหยิน คุณชาย คุณชายฟื้นแล้วเ้าค่ะ”
“ อะไรนะ เป็ไปไม่ได้ เขาไม่น่าฟื้นขึ้นมาได้ ชีพจรชีวิตของเขาขาดสะบั้นไปจนหมดแล้วนี่” หมอฮัวถึงกับใกว่าใครเพื่อน เพราะไม่คิดว่าคนใกล้ตายแบบนั้นจะฟื้นขึ้นมาได้
“ คุณชายลุกขึ้นนั่ง บอกแค่ปวดหัว และ ปวดาแเท่านั้นเ้าค่ะ”
ฮูหยินหยางไม่สนใจฟัง รีบลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปที่บ้านพักของตนทันที ไม่สนคนที่ยืนมองอยู่ว่าจะรู้สึกอย่างไร.......