ทันทีที่หมาป่าเพลิงม่วงถูกจิ้งจอกเงาจันทร์แทงเข้าจุดอ่อนซ้ำอีกครั้ง—ร่างของมันก็ทรุดลงกับพื้น กลิ้งกระแทกไปหลายจังหวะก่อนจะหมดสภาพ เงาของจิ้งจอกยังไม่จางหายดี มันก็หันมาประจันหน้ากับราชสีห์อัคคีทันที
“โฮกกก!!!”
เสียงคำรามของราชสีห์อัคคีกึกก้อง สนามสั่นะเื เปลวไฟพวยพุ่งจากแผงคอของมัน ร่างสูงใหญ่ของมันพุ่งทะยานพร้อม กรงเล็บเพลิงทลายหิน กวาดลงใส่จิ้งจอกเงาจันทร์จาก้า
แต่—จิ้งจอกเงาจันทร์เพียงเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเงินอมฟ้าของมันสะท้อนแสงเพลิง ก่อนร่างมันจะ หายวับไป และโผล่ขึ้นจากเงาของราชสีห์แทน!
“ฉัวะ!!”
กรงเล็บเงาเฉือนเข้าบริเวณขาอย่างแม่นยำ ทำให้ราชสีห์เสียจังหวะ เซลงพื้น!
มันยังไม่ทันได้ตั้งตัวดี—เงาทะลวงขึ้นจากพื้นเบื้องหน้าอีกสาย พุ่งเข้าหาใบหน้าราชสีห์พร้อมกระบวนท่า “แสงจันทร์ตัดเงา!”
ปัง!!!
เสียงะเิแ่เบาแต่หนักแน่น ร่างั์ของราชสีห์อัคคีถูกผลักกระเด็นล้มลงกับพื้น กลิ้งไปหลายตลบ ก่อนจะหมดสภาพตามหมาป่าเพลิงม่วงไป!
ทั้งสนามเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจหนักของหลี่ชิงจื่อที่มองดูสัตว์อสูรของตนแน่นิ่ง
ในขณะที่จิ้งจอกเงาจันทร์ค่อยๆ ยืนสง่างามท่ามกลางเงา เงยหน้ามองฟ้าอย่างเงียบงัน—ไร้รอยขีดข่วนแม้แต่น้อย
ผู้ชมรอบสนามต่างลุกพรวด
“สัตว์อสูรทั้งสองของหลี่ชิงจื่อ… พ่ายหมดสิ้นแล้ว!”
“มันยังแทบไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดด้วยซ้ำ…”
เสียงเงียบงันหลังชัยชนะของจิ้งจอกเงาจันทร์ แผ่ซ่านไปทั่วสนามประลองอย่างชัดเจน
แล้วทันใดนั้น…เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นราวกับคลื่นทะเลที่กำลังซัดเข้าฝั่ง
“หลี่หยาง… นั่นมันใช่หลี่หยางจริงๆ เหรอ?”
“เด็กที่เคยถูกหัวเราะเยาะว่าไร้พร์… กลับโค่นหลี่ชิงจื่อลงได้?”
“สัตว์อสูรของเขา…มันระดับนักรบขั้นหกแท้ๆ ยังดูเหมือนจะไม่ใช้พลังทั้งหมดด้วยซ้ำ…”
ผู้ชมบางส่วนลุกขึ้นยืน ใบหน้าเปลี่ยนจากความตกตะลึงเป็ความชื่นชมอย่างไม่อาจซ่อน
แต่ในอีกมุมหนึ่ง—บางสายตากลับแข็งกร้าว มุมปากเหยียดเล็กน้อย
“ขยะก็ยังเป็ขยะ…แค่ได้สัตว์อสูรดีๆ มาช่วยเท่านั้นแหละ”
“อย่าคิดว่าแค่เข้ารอบแปดคนแล้วจะเปลี่ยนโชคชะตาได้!”
“สิ้นสุดการประลองคู่ที่สี่!”
เสียงาุโผู้ควบคุมเวทีเปล่งออกมาอย่างชัดเจน เสียงของเขาดังกระหึ่มไปทั่วลานประลอง
“ผู้ชนะ — หลี่หยาง!”
เสียงประกาศนั้น เสมือนสายฟ้าที่ผ่ากลางอกของใครหลายคน บางคนกำหมัดแน่น บ้างเบิกตากว้าง บ้างก็ส่งเสียงโห่ร้องอย่างลืมตัวว่าครั้งนึงเคยดูถูกนายน้อยคนนี้ไว้อย่างไรบ้าง
หลี่หยางยืนสงบนิ่งอยู่กลางลานประลอง ใบหน้าเรียบเฉย ไร้อารมณ์สะท้อนออกมา จิ้งจอกเงาจันทร์ยืนอยู่ข้างกาย แผ่แรงกดดันเย็นเยียบจางๆ ก่อนจะค่อยๆ หายกลับเข้าสู่วงเวทอัญเชิญ
แววตาหลายคู่ยังจับจ้องที่เขา ทั้งชื่นชม ทั้งริษยา ทั้งเคลือบแคลง
ขณะที่เขาเดินลงจากเวทีด้วยฝีเท้าสงบ มั่นคง — บรรยากาศรอบข้างกลับราวกับปั่นป่วนไปทั่วทั้งลาน
เด็กหนุ่มที่เคยไร้ค่า… กลับเป็ผู้ชนะอย่างไร้ข้อกังขาในรอบที่ 4
หลี่หยาง ได้พิสูจน์ให้ตระกูลทั้งตระกูลเห็นแล้วว่า เขาคือคู่แข่งที่ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป
หลังจากการประลองอันดุเดือดของหลี่หยางจบลง สนามประลองยังคงเต็มไปด้วยความคุกรุ่น บรรยากาศไม่ทันคลาย ก็เริ่มต้นการประลองคู่ต่อไปอย่างต่อเนื่อง
คู่ที่ 5 — หลี่เซียน ปะทะ หลี่ไป๋หลง
การประลองระหว่างสองยอดฝีมือระดับใกล้เคียงกันเปิดฉากขึ้นอย่างรวดเร็ว หลี่เซียนเน้นการจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ อาศัยความเร็วและการควบคุมอสูรอย่างเฉียบคมบีบให้หลี่ไป๋หลงตั้งรับแทบไม่ทัน แม้หลี่ไป๋หลงจะพยายามพลิกสถานการณ์ด้วยสกิลสายควบคุม แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถต้านแรงกดดันจากหลี่เซียนได้
ผลการประลอง: หลี่เซียน ชนะ
คู่ที่ 6 — หลี่หรงจิน ปะทะ หลี่หลานเยว่
การปะทะของสองสไตล์ที่ต่างกัน หลี่หรงจินใช้พลังอสูรสายปะทะหนักหน่วง บุกตะลุยตรงเข้าชน ขณะที่หลี่หลานเยว่กลับเน้นการวางกลยุทธ์ และใช้สัตว์อสูรสายวารี ละน้ำแข็ง ทำให้หลี่หรงจินต้องตกหลุมพรางหลายครั้ง
ท้ายที่สุด เมื่อถูกควบคุมจังหวะเกมจนหมดทางโต้กลับ หลี่หรงจินจึงพ่ายแพ้
ผลการประลอง: หลี่หลานเยว่ ชนะ
คู่ที่ 7 — หลี่เหวินเฉียง ปะทะ หลี่ซูเฟย
หลี่เหวินเฉียงเปิดฉากอย่างดุดัน ใช้พลังอสูรสายโลหะผสานกับแรงกายมหาศาลหวังบดขยี้หลี่ซูเฟยอย่างรวดเร็ว ทว่าหลี่ซูเฟยกลับรับมือด้วยสติสงบนิ่ง ใช้สัตว์อสูรสายสายลมควบคุมระยะ หักล้างพลังรุนแรงของคู่ต่อสู้อย่างเฉียบขาด ก่อนจะโต้กลับด้วยความแม่นยำ
ผลการประลอง: หลี่ซูเฟย ชนะ
คู่ที่ 8 — หลี่ซินหลาง ปะทะ หลี่เสวียนจือ
คู่สุดท้ายของรอบ 16 คน เป็การประลองที่แม้จะไม่ดุดันเท่าคู่ก่อนหน้า แต่กลับเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดทางกลยุทธ์ ทั้งสองต่างชิงจังหวะกันตลอดเกม แต่หลี่เสวียนจือกลับคุมเกมได้เหนือกว่าเล็กน้อย และพลิกชนะในจังหวะสุดท้ายด้วยการประสานพลังกับอสูรอย่างสมบูรณ์แบบ
ผลการประลอง: หลี่เสวียนจือ ชนะ
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วลานประลองขนาดใหญ่ ผู้ชมต่างลุกขึ้นยืนแสดงความชื่นชมต่อเหล่าผู้เข้าแข่งขันทั้ง 16 คนที่ต่างโชว์ฝีมือกันอย่างสุดความสามารถในการต่อสู้รอบแรกและรอบที่สอง บ้างพ่ายแพ้แต่สง่างาม บ้างชนะด้วยพลังอันน่าเกรงขาม — ทุกการต่อสู้ล้วนตราตรึงใจ
เหล่าผู้าุโที่นั่งอยู่บนแท่นสูงก็ลุกขึ้นยืนแสดงความเคารพ ก่อนที่หนึ่งในนั้น — ผู้าุโหลี่อี้เทียน ผู้รับหน้าที่ควบคุมการประลองครั้งนี้ — จะก้าวขึ้นมาด้านหน้า พลางยกมือขึ้นขอความเงียบ เสียงในสนามค่อย ๆ สงบลงในทันที
“การประลองรอบที่สอง… สิ้นสุดลงแล้ว!” เสียงของหลี่อี้เทียนดังหนักแน่น “พลังฝีมือและเจตจำนงแห่งผู้ฝึกตนของเหล่าหนุ่มสาวในวันนี้ น่าชื่นชมยิ่ง!”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนประกาศเสียงดังลั่นอีกครั้ง
“ผู้ที่ผ่านเข้าสู่รอบ แปดคนสุดท้าย ได้แก่…”
เสียงเงียบงันชั่วขณะ ราวกับทุกลมหายใจถูกกลั้นไว้
“หลี่เฉินเฟิง!
หลี่ซูเหยา!
หลี่คุนเย่ว์!
หลี่หยาง!
หลี่เซียน!
หลี่หลานเยว่!
หลี่ซูเฟย!
หลี่เสวียนจือ!”
ผู้าุโหลี่อี้เทียนกล่าวปิดท้าย
“ขอให้ทุกท่านพักผ่อนให้เต็มที่ — พรุ่งนี้เช้า การจับสลากรอบแปดคนสุดท้ายจะเริ่มขึ้น!”
บรรยากาศในสนามเริ่มผ่อนคลายลง ขณะที่สายตาทุกคู่ยังจับจ้องไปที่เหล่าผู้เข้าประลองอย่างไม่อาจละสายตา…
หลี่หยางเดินกลับที่พักท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่ยังคงจับจ้องมาที่เขา ราวกับดวงดาวที่เพิ่งเจิดจรัสกลางเวทีการประลอง แต่เ้าตัวกลับไม่สนใจสายตาเ่าั้นัก ในหัวมีเพียงความรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นภายในทะเลจิตของตนเอง