วรกานต์ในชุดเครื่องแต่งกายใหม่ สวมเสื้อแขนสั้นเป็ชั้นในแล้วห่มสไบทับ ศีรษะสวมมงกุฎ ดวงหน้าเล็กจ้อย ตากลมโต จมูกโด่งรับกับริมฝีปากอวบอิ่มอมชมพู วงแขนเล็กถูกจับจูงมากับธิดาน้อยบงกช นางกะพริบตามองร่างสูงโปร่งสง่างาม ที่ยืนรออยู่หน้าตำหนักปีกครุฑในเครื่องแต่งกายใหม่เช่นกัน ใบหน้านิ่งและดวงเนตรสีเทาลึกล้ำมองนางอย่างพอใจ พยักหน้าให้ เมื่อนางมายืนอยู่ตรงหน้า สอดแขนรั้งร่างบอบบางเข้ามาใกล้พาเหาะไปยังที่ประทับจอมเทพ
เทพธิดาบัวน้อยกะพริบตาปริบๆ มองร่างทั้งสองลอยจากไป ท่านเทพศาสวัตทรงให้ความใกล้ชิดสนิทสนมถึงเพียงนี้แก่พระธิดาพญานาคาาเชียวหรือ นางไม่เคยเห็น และเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก จึงอึ้งตลึงอยู่กับที่ไปนาน ไม่แน่ปราสาทมรกตแห่งนี้อาจมีเ้านายใหม่เพิ่มขึ้นก็ได้ อิอิ นางปิดปากหัวเราะออกมา
ปราสาทสีทองเหลืองอร่ามตั้งโดดเด่นตรงหน้า ศาสวัตพาร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนลงแตะพื้น
“ว๊าว งดงามมาก” นางร้อง เดินตามร่างสูงโปร่งเข้าด้านใน เทพบุตรที่หน้าประตูยกมือพนมไหว้อย่างเคารพ เมื่อศาสวัตเดินผ่านไป
ทั้งคู่มายืนอยู่เบื้องหน้าจอมเทพผู้ปกครองในสามโลก รัศมีสีเหลืองอร่ามเปล่งประกาย พระพักตร์ตั้งตรง ดวงเนตรสีเทาหรี่ลงเล็กน้อย พระพักตร์เช่นนี้ ดวงเนตรเช่นนี้
วรกานต์ผินหน้าไปมองใบหน้าสงบนิ่งสงบเย็นดุจผืนน้ำ ของผู้ที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างฉงน
“ถวายบังคมฝ่าา” ศาสวัตกล่าว
วรกานต์จึงยกมือพนมไหว้ ย่อตัวถอนสายบัว ถวายบังคม ผู้สูงส่งเบื้องหน้า เช่นกัน
“มากันแล้วรึ ฮ่า ฮ่า” สุรเสียงก้องกังวาน บ่งบอกว่าทรงเบิกบานพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง บนแท่นที่ประทับเบื้องขวายังมีร่างบอบบางสง่างาม สวมมงกฏหงส์ ดวงเนตรส่องประกายงดงาม แย้มโอษฐ์ละมัย นางคือราชินีคู่บัลลังก์
“ศาสวัต มาหาแม่” สรุเสียงหวานกังวานรับสั่ง
วรกานต์กลืนนำ้ลายลงคอ ที่แท้ ชายผู้นี้ก็คือองค์รัชทายาทของผู้ปกครองในสามโลก ถึงว่า รัศมีของเขาถึงได้ข่มผู้คนในที่นี้ไปจนหมด รวมถึงตัวนางที่ดูเล็กจ้อยไปถนัดตา
ราชินีทรงก้าวลงมายังแท่นที่ประทับสวมกอดร่างสูงโปร่งอย่างเมตตารักใคร่ ทรงยกสองกรกรอบพักตร์สง่างาม
“ลูกชายของแม่เ้าไปอยู่แดนไกลถึงป่าหิมพานต์ กลับมาคราวนี้ยังนำพระธิดาท่านพญานาคาากลับมาด้วย เ้าช่างน่ารักยิ่งนัก” ครั้นยามเอ่ยสุรเสียงไพเราะดังกระดิ่งทองคำ ชายพระเนตรงามล้ำไปยังร่างบอบบางที่ยืนอยู่ต่อหน้าพระที่นั่ง อย่างมีความหมายลึกซึ้ง
“เ้าทั้งคู่จงไปนั่งที่นั่นเถิด” ทรงชี้ไปที่นั่งด้านข้างที่จัดวางไว้ สองที่ เบื้องหน้าที่นั่งยังมีโต๊ะตั้งวางเครื่องเสวย ราชินีทรงกลับไปประทับที่เดิมเคียงคู่จอมเทพ ขณะที่ศาสวัตและนางก็ไปนั่งประจำที่ของตน
“งานเลี้ยงนี้ มิได้เชิญผู้ใด ล้วนมีแต่คนกันเองทั้งนั้น” จอมเทพกล่าวขึ้น “เ้ามีนามว่าวรกานต์ใช่ไหม” ทรงหันมาทางสาวน้อยที่นั่งลงสงบเสงี่ยม
“เพคะฝ่าา หม่อมฉันมีนามว่าวรกานต์เป็พระธิดาท่านพญานาคาาแดนใต้เพคะ” นางรับคำ พนมมือก้มศีรษะนิ่ง แต่ไหนแต่ไรมานางยังไม่เคยยอมรับกับศาสวัตโดยตรง ว่านางเป็ใคร แต่ยามนี้ ต่อหน้าเบื้องสูง นางจะไม่ยอมรับได้อย่างไร เพราะแม้แต่เทพดอกบัวน้อยบงกชยังรู้เื้ัของนาง
“ได้ยินว่าเ้า..” ทรงหยุดชงักเมื่อถูกขัดขึ้น
“แฮ่ม! ฝ่าา นางพึ่งขึ้น์มาครั้งแรก จึงรู้สึกประหม่า หากกระทำสิ่งใดผิดไปบ้างก็อย่าทรงถือสานางเลยพ่ะย่ะค่ะ” ศาสวัตกล่าวขัดขึ้น เขาไม่้าให้จอมเทพพูดเื่ที่นางข้างๆ นี้ได้ขโมยรองเท้ากินรีในงานเลี้ยง
“อ้อ ๆ เหอะๆ งั้นข้าก็ขอต้อนรับเ้า ถือว่าเ้าเป็แขกสำคัญของ์ในครานี้ก็แล้วกัน มาๆ ทุกท่านเชิญ” ทรงผ่ายมือไปยังเหล่าทวยเทพทั้งปวงที่นั่งเรียงลำดับชั้นในโถงงานเลี้ยงครั้งนี้
วรกานต์ลอบถอนหายใจโล่งอก เมื่องานเลี้ยงเริ่มขึ้น สายตาดำขลับเริ่มเหลือบขึ้นมองผู้คนรอบๆ งานเลี้ยงของเหล่าทวยเทพ ก็เริ่มครึกครื้น จากการเสวนา และการดื่มกิน
นางจึงยกแก้วน้ำตรงหน้าขึ้นดื่มบ้าง เพียงจิบไปคำหนึ่งก็รู้สึกแปลกประหลาดใจ ลืมตาโพลง น้ำนี่อร่อยจริงๆ ทั้งหวานทั้งหอมรสชาติกลมกล่อมยิ่ง
“ระวังอย่าดื่มมากไป” เสียงเย็นราบเรียบเอ่ยเตือน
วรกานต์เหล่มองคนนั่งข้างๆ ไม่รู้อย่างไร การได้เห็นเขาทำให้นางรู้สึกอุ่นใจขึ้นอย่างประหลาด
“เ้าวรกานต์ ธิดาพญานาคาา” สุรเสียงกังวานเรียกดึงสตินาง
“เพคะฝ่าา” นางหันไปก้มศีรษะรับคำ
“ข้าจะส่งเ้ากลับเมืองมหาสมุทร ในวันพรุ่งนี้ เ้ารู้ใช่หรือไม่ ์เรารบกับอสูรมาหลายหมื่นปี สูญเสียเหล่าทวยเทพไปมากมาย ข้า้าให้พ่อเ้าร่วมมือกวนน้ำอมฤตโดยเร็วที่สุด” จอมเทพเอ่ยขึ้น
“เพคะ หม่อมฉันทราบดี” นางตอบ คิ้วเรียวบางขมวดมุ่น จอมเทพเอ่ยปากเื่นี้ เกรงว่า ยากที่จะปฏิเสธแล้ว นางนึกถึงท่านพ่อ
ในเช้าวันรุ่งขึ้น นางก็พร้อมที่จะออกเดินทางกลับเมืองมหาสมุทร
“เ้าทำผิดกฎ ์เราจะยกโทษให้ แต่เ้าคงหลีกเลี่ยงไม่พ้น” นางนึกถึงคำขององค์มหาเทพในงานเลี้ยง “์มิได้ส่งเ้ากลับไปเพื่อบีบบังคับบิดาเ้า แต่เราอยากขอร้องจากใจจริง หวังว่าบิดาเ้าจะเห็นใจ” จอมเทพกล่าวกับนางในขณะนั้น ห้องโถงงานเลี้ยงล้วนเงียบกริบ
“ท่านจะไปแล้ว ข้าคงคิดถึงท่านมาก” เทพธิดาบัวน้อยมาส่งนาง ข้างๆ ยังมีเทพตุลธร ล่ำลากันพอแล้ว ศาสวัตก็พานางเหาะลงไปยังเมืองบาดาล
การมาครั้งนี้ใช้เวลาเพียงไม่นาน เมื่อข่าวการกลับมาของนางแพร่สะพัดไปราวพายุ
“เ้านาคน้อยของพ่อ” นางโผกอดพระบิดาอย่างคิดถึงและรู้สึกผิดในคราวเดียวกัน
“เสด็จพ่อลูกขอโทษเพคะ” นางกราบขอโทษบิดา
“เ้ากลับมาก็ดีแล้ว” พญานาคาาลูบหลังไหล่ปลอบโยน “ไม่เป็ไร” นาคเฒ่าบอกบุตรสาว แลไปยังร่างสูงโปร่งสง่างาม ที่ยืนสงบอยู่กลางท้องพระโรงวังบาดาลแห่งนี้
“ต้องขอบคุณเทพาที่พานางกลับมาส่งให้ถึงวังบาดาลของข้า”
“เาาว์ ยินดีอย่างยิ่ง” ศาสวัตกล่าว ใบหน้าสง่างามนิ่งสงบ หากสายตาที่ส่งไปยังพญานาคาานั้นเยียบเย็น “พระธิดาของท่านทำผิดกฎ์หนีขึ้นจากวังบาดาล เื่นี้์จะมิเอาโทษ หากแต่ท่านย่อมรู้แก่ใจ ข้ามาในครั้งนี้ มิใช่เพียงส่งมอบพระธิดาให้ท่านเท่านั้น ยังมีเื่กวนน้ำอมฤตที่จะชักช้าอีกต่อไปไม่ได้แล้ว” น้ำเสียงที่กล่าวขึ้นแม้จะราบเรียบหากกลับเร่งรัดอยู่ในที
“แน่นอน ครั้งนี้ข้าเป็หนี้์ของพวกท่าน ข้าย่อมจะคืนให้” พญานาคาาลุกขึ้นกล่าวหนักแน่น ครานี้แม้ผัดผ่อนไปก็เปล่าประโยชน์ เขาได้แก้วตาดวงใจกลับคืนถึงมือนับว่าเป็พรหมลิขิต เป็ชะตาของเขาเองที่ต้องเผชิญอย่างกล้าหาญ
“เสด็จพ่อ” วรกานต์ร้องหน้าซีดเผือด
“ข้ายินดีสละตบะบำเพ็ญเพียรทั้งหมดในครั้งนี้เพื่อกวนน้ำอมฤตให้์ แต่ข้ามีข้อแลกเปลี่ยนสักข้อจะได้หรือไม่”
คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากัน นึกถึงคำของจอมเทพ “การไปครั้งนี้ หากพญานาคาามีข้อแลกเปลี่ยนอันใดเ้าก็จงรับปากเขาไปทั้งหมด” จอมเทพกำชับเขาถึงสองครั้ง จนศาสวัตยอมพยักหน้า พระองค์จึงคลายใจ
“ได้” ศาสวัตพยักหน้ารับคำ
“การทำพิธีกวนเกษียรสมุทรครานี้ ข้าต้องใช้ตบะทั้งหมดเท่าที่บำเพ็ญเพียรมานับพันปี ทั้งชีวิตอาจจะดับสูญ ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้าเพียงขอให้ธิดาข้ามีชีวิตผาสุกตราบนานเท่านาน ท่านจงจัดพิธีอภิเษกกับนางเถิด” พญานาคเฒ่ากล่าว
“เสด็จพ่อ” วรกานต์ร้องเสียงหลง
“ได้ ข้ารับปาก” เทพหนุ่มรับคำหนักแน่น มองไปยังร่างบอบบางดวงหน้าเล็กจ้อยขาวซีดเซียว
“ขะข้า ไม่เห็นมีใครถามข้าบ้าง” นาคน้อยร้องอุทธรณ์ ปากคอสั่น มองบิดาและเทพาสลับกัน
“ท่านเตรียมการเถิด พรุ่งนี้ข้าจะมารับเ้าสาว พร้อมน้ำอมฤต” ร่างสูงโปร่งกล่าวทิ้งท้ายก่อนจากไป
“เสด็จพ่อ” นางหันมาหาบิดา
“วรกานต์เอ๋ย ที่พ่อทำก็เพื่อเ้า หากกวนน้ำอมฤตครานี้พ่อต้องสูญเสียตบะที่บำเพ็ญเพียรไป พ่อต้องเข้าฌานใช้เวลาอีกนานนับพันปีจึงฟื้นคืน เมื่อตอนนั้นมาถึงเมืองบาดาลจะถูกปิดผนึกไว้ เ้าแต่งขึ้น์ให้เขานับว่ามีวาสนาอนาคตจะได้ครองทั้งสามโลกร่วมกับเขา” พญานาคาามองธิดาน้อยที่โผเข้าหาในอ้อมแขนสะอื้น
“ข้ามองเห็นยามเ้าถูกเขาพามานั้น เ้ากับเขาที่ยืนเคียงคู่กัน ช่างเหมาะสมกันราว์สร้าง ฮ่าๆ ข้าย่อมมองคนไม่ผิด เขามีใจให้เ้าอย่างแน่นอน” นาคาาเฒ่าปลอบใจบุตรสาว