นั่วหลานที่ตายไปไม่เคยคาดคิดว่าคนที่นางรักจะตกตายอย่างอัปยศมากกว่านางเสียอีก หลังจากนางตายไป อู๋อ๋องซื่อจื่อก็เข้าพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่กับบุตรสาวเสนาบดี หลังจากแต่งงานแล้ว เขากับพ่อตาก็ร่วมมือกันก่อกรรมทำชั่วทุกอย่างเพื่อรวบรวมเงินสำหรับก่อการฏ
ราชสำนักพยายามสืบหาสาเหตุที่ครอบครัวพ่อค้าหลายครอบครัวถูกสังหารและทรัพย์สินหายไปอย่างไร้ร่องรอย เวลาเพียงสามเดือนแคว้นฉินเริ่มเกิดความระส่ำระสาย ด้วยเพราะมีคนมาร้องเรียนมากมายเื่การถูกกดขี่ข่มเหงให้ขายร้านค้าราคาต่ำ รวมถึงการบังคับซื้อสินค้าในราคาต่ำก็เกิดด้วยเช่นกัน พวกเขาเป็เพียงพ่อค้าจึงไม่สามารถต้านทานผู้มีอำนาจได้ จึงได้แต่พากันรวมตัวเข้าเมืองหลวงเพื่อตีกลองร้องทุกข์ที่หน้าพระราชวัง
เมื่อฮ่องเต้ทรงทราบเื่ เขาก็รีบสั่งการให้คุ้มครองเหล่าพ่อค้าที่มาร้องเรียน ด้วยกังวลว่าพวกเขาจะถูกฆ่าปิดปากเสียก่อน เขาเพิ่งได้ข่าวจากผู้ตรวจการว่าพบหลักฐานการซ่องสุมกำลังที่เมืองเอี้ยน แต่หลักฐานนั้นกำลังเดินทางไปยังเมืองหลวงด้วยคนที่ไว้ใจได้ เป็เพราะผู้ตรวจการรีบส่งพิราบสื่อสารแจ้งข่าวก่อนเพื่อให้ฝ่าาวางใจ ฮ่องเต้จึงได้แต่ป้องกันผู้บริสุทธิ์เอาไว้ก่อน หาไม่แล้วหากจบเื่นี้ไป เหล่าพ่อค้าคงไม่มีใจที่จะค้าขายในแคว้นฉินอีกเป็แน่
หนึ่งเดือนต่อมา หลักฐานการก่อฏของวังอู๋อ๋องถูกนำส่งถึงฮ่องเต้ เมื่อพระองค์ทรงอ่านรายงานรวมถึงตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ อย่างละเอียด พระองค์ทรงออกราชโองการให้องครักษ์หลวงพร้อมด้วยทหารรักษาการในเมืองหลวงล้อมจับผู้คนในวังอ๋องและจวนเสนาบดี
ด้วยความหลงระเริงว่าพวกตนสั่งสมกำลังเกือบจะพร้อมแล้วและไม่มีข่าวเกี่ยวกับผู้ตรวจการ พวกเขาคิดว่าผู้ตรวจการถูกสังหารไปนานแล้ว ใครจะรู้ว่าในวันนี้พวกเขาจะถูกตลบหลังภายในเวลาเพียงสี่เดือนหลังจากรวมตัวกัน ทั้งทหารองครักษ์และทหารรักษาการต่างประกาศราชโองการให้ประชาชนในเมืองหลวงรับทราบความผิดของพวกเขา ไม่มีใครนึกเอะใจมาก่อนว่าเื่ที่พวกเขาทำนั้นมีคนรู้
ในวันที่อู๋อ๋องซื่อจื่อถูกลากตัวออกจากวัง เขานึกถึงวันที่นั่วหลานมาหาเขา เขาถามนางแล้วว่าภารกิจเป็อย่างไรแต่นางไม่ได้ตอบเขา วันนี้เขารู้แล้วว่าเหตุใดนางจึงไม่ตอบ เป็เพราะนางทำภารกิจผิดพลาดไม่สามารถสังหารคนที่เขา้าให้ตายได้ แต่มารู้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว
หลังจับกุมผู้คนทั้งหมดรวมถึงพวกพ้องที่ให้ความร่วมมือกับกลุ่มคนทั้งสอง ฮ่องเต้ออกราชโองการปะาเก้าชั่วโคตรเพื่อไม่ให้เป็เยี่ยงอย่าง โดยอู๋อ๋องและอู๋อ๋องซื่อจื่อถูกห้าม้าแยกร่างกลางเมืองหลวง หลังตายแล้วยังแขวนหัวประจานที่ประตูเมืองหลวง 7 วัน ศพของพวกเขาทั้งหมดถูกนำไปทิ้งในป่าเพื่อเป็อาหารสัตว์ หากใครกล้านำศพคนเหล่านี้ไปทำพิธีจะมีความผิดตามไปด้วย
เมื่อเื่นี้จบลงไป ไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจของฝ่าาอีกจนกระทั่งพระองค์สละราชสมบัติให้บุตรชายซึ่งเป็รัชทายาท ส่วนผู้สำเร็จราชการได้รับความดีความชอบใหญ่หลวง ตระกูลของเขาได้รับพระราชทานยศให้เป็โหวโดยสามารถสืบทอดให้แก่บุตรหลานได้ แต่ด้วยกงซุนจิ่วไม่ยอมแต่งงานจนสิ้นอายุขัย เขาส่งต่อตำแหน่งให้หลานชายที่เขาฝึกฝนมาแทน