ยามเหม่าของการประชุมของเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ยังคงวุ่นวายอย่างเช่นทุกวัน ท้องพระโรงที่มีประมุขใหญ่ที่ทรงฉลองพระองค์ด้วยอาภรณ์สีเหลืองทองปักลายัห้าเล็บด้วยเส้นไหมทองคำทั้งตัว นั่งคิ้วขมวดชนกันบนบัลลังก์ัฟังเหล่าขุนนางถกเถียงกันเื่การจัดเก็บภาษีที่มองไม่เห็นข้อสรุป
ฮ่องเต้จ้าวจิ้นเหวิน ทรงขึ้นครองราชสมบัติมาจวบจนหกสิบห้าชันษา หันมององค์รัชทายาทก็นั่งจิบชาสบายใจ หันมองอ๋องสามก็ทำมิต่างกัน โอรสทั้งสองพระองค์ที่เกิดจากฮองเฮาคู่พระทัยเหตุใดถึงกินแรงพระองค์นัก ทอดพระเนตรออกไปยาวอีกนิดพระโอรสในสี่พระชายาก็ทำมิต่างกัน สงสัยชาของวังจะดีเกินไปพระองค์จะไม่ทนนั่งให้ปวดหลังอีกแล้วพอกันที
“พอๆเจิ้นเหนื่อยแล้ว พวกเ้าก็ส่งเื่ภาษีทั้งหมดให้ไท่จือจัดการก็แล้วกัน” ไท่จือสำลักน้ำชาเพียงนิดก่อนที่จะรักษากิริยาให้กลับมาสง่างามดังเดิม
“ส่วนเื่คัดเลือกทหารก็ให้อ๋องสามจัดการไปจะได้ไม่ว่างมากจนเกินไป” อ๋องสามหลุบพระเนตรต่ำคิ้วขมวดไม่ต่างจากผู้เป็บิดาที่นั่งกินลมอยู่บนบัลลังก์ัที่ขยันหางานให้พระองค์ได้มั่วมาก
“ราชครูมู่เื่ที่เ้าขอ เจิ้นจัดการให้แล้วมารับไปสิ” มู่ซูเค่อเดินไปหน้าที่ประทับคุกเข่ายกสองมือขึ้นเหนือหัวรับราชโองการสีเหลืองทองจากมีกงกงคนสนิท
“ขอบพระทัยฝ่าาขอให้พระองค์อายุยืนหมื่นปีหมื่นๆปี” “พอๆหมื่นปีเ้าอยู่ไปคนเดียวเถอะเจิ้นอยู่นานปานนั้นนึกสภาพตัวเองไม่ออกเลย อีกอย่างเื่ที่เ้าขอก็หาได้มากมายสิ่งใด เห็นแก่บุตรสาวเพียงคนเดียวของเ้าที่ร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรง เจิ้นเห็นใจ อีกอย่างราชครูมู่ก็ถือว่าเป็อาจารย์ของพระโอรสธิดาของเจิ้นเื่เพียงเท่านี้เหตุใดจะให้ไม่ได้” อ๋องสามให้อยากรู้ขึ้นมาว่าราชครูมู่มาขอสิ่งใดกับฝ่าาแล้วเกี่ยวอะไรกับอิงอิง
“ฝ่าาประทานสิ่งใดท่านราชครูถึงแลดูมีความสุขยิ่งนัก” หลงเสวี่ยวเอ่ยคำถามไปที่ผู้เป็บิดาอย่างที่ไม่้าให้ตนต้องสงสัยใคร่รู้สิ่งใดนานนัก
“อ๋องสามท่านราชครูเพียงขอราชโองการให้บุตรสาวได้มีโอกาสเลือกคู่ครอง ด้วยตัวเอง คงกลัวเจิ้นรังแกกระมัง”
“หามิได้พะยะคะฝ่าาทรงล้อกระหม่อมแล้ว”
“เอาละเลิกประชุมเจิ้นเหนื่อยจะไปเยี่ยมฮองเฮาที่วังหลังซะหน่อย” ทุกคนต่างแยกย้ายเมื่อฉลองพระองค์ของฮ่องเต้พ้นประตูใหญ่ท้องพระโรง โดยมีราชครูและอ๋องสามรั้งท้าย
“ท่านราชครูวันก่อนเปิ่นหวางยังมีโอกาสได้เห็นคุณหนูมู่ไปตั้งโรงทานช่วยผู้ยากไร้แถวโรงเตี๊ยมแปดทิศอยู่เลย ไป๋เทียนบอกว่านางเป็น้องสาว”
“พะยะคะนางยากทำบุญเนื่องในวันที่นางฟื้นจากการหลับใหลมานานนับสิบปี แต่กลับไปเป็ลมล้มป่วย ในยามนี้ยังนอนมิได้สติกระหม่อมกังวลยิ่งนัก อิงเอ๋อร์นาง สามวันดี สี่วันไข้เช่นนี้ กระหม่อมจึงกลัว พวกที่หวังใช้นางเป็หมาก การเมืองรังแกนาง กระหม่อมคงกินไม่ได้นอนไม่หลับ นางอ่อนแอเพียงนี้จะไปสู้รบตบมือกับผู้ใดเขาได้”
“เป็เช่นนั้นเอาไว้เปิ่นหวางจะให้คนนำสมุนไพรไปเยี่ยมไข้” ทั้งสองพูดคุยกันจนมาถึง รถม้าของวังอ๋อง ที่มารอรับท่านอ๋องสาม โดยมีราชครูมู่ส่งเสด็จ ก่อนที่จะขึ้นรถม้าของตนกลับไปดูอาการของบุตรสาวด้วยความเป็ห่วง
แต่ผู้ที่เป็หัวข้อการสนทนาของอ๋องสามและมู่ซูเค่อนั้น ได้มุดรูทางลับของพวกบ่าวหนีเที่ยวเป็ที่เรียบร้อย อิงอิงทั้งลากทั้งจูงมือสาวใช้คนสนิทที่เอาแต่มองนางน้ำตาคลอเบ้า ตั้งท่าจะร้องไห้อย่างเดียว วิ่งเข้าตลาดที่หลายวันก่อนนางมาตั้งโรงทานแต่ไม่มีโอกาสได้เดินสำรวจว่าโลกใหม่ของนางมีสิ่งใดน่าสนใจ
“ชูชูจ้าคนดีของข้า ไม่เอาน่าข้าจะรีบกลับไม่ให้ท่านพ่อท่านแม่รู้เื่แน่ แต่ถ้าเ้ามัวแต่ร้องข้าอาจใช้เวลาทั้งวันก็ได้นะ”
“แต่คุณหนูพึ่งฟื้นไข้ ถ้านายท่านกลับมาต้องไปหาคุณหนูก่อนเป็อันดับแรก นายท่านต้องรู้แน่ว่าคุณหนูหนีออกมาเที่ยวบ่าวตายแน่ กฎของจวนราชครูบ่าวอย่างชูชูต้องถูกโบยถึงสิบไม้ฮื่อๆคุณหนูนะคุณหนูทำไมถึงดื้ออย่างนี้” ชูชูที่เอาแต่ร้องไห้พอลืมตาขึ้นอีกทีก็มองเห็นเพียงชายชุดขาว ที่เริ่มห่างนางไปเรื่อยๆบ่าวตัวน้อยรีบดึงกระโปรงวิ่งตามจนลืมทำเนียมปฏิบัติ เพื่อให้ทันคุณหนูของตน
“คุณหนูรอบ่าวด้วย อย่าวิ่งเ้าคะเดี๋ยวล้ม” อิงอิงเดินเข้าร้านอาภรณ์ นางกำลังตื่นตาตื่นใจกับผ้าหลากสีมากมาย มือเรียวงามของนางกำลังคว้าหยิบชุดสีขาวไข่มุก เมื่อนิ้วเรียวััความเรียบเนียนก็ถูกใจนางยิ่งนักจึงคิดที่จะซื้อกลับไปด้วยแต่ก่อนที่จะคว้ามาถือไปให้เ้าของร้านคิดเงินก็มีมือขาวๆของใครบางคนกระชากหลุดจากมือนางไปต่อหน้าต่อตา
“จิวลี่ข้าจะเอาชุดนี้” คุณหนูผู้มาทีหลังส่งชุดของผู้อื่นให้บ่าวรับใช้ของตนทันทีต่อหน้าต่อตา
“นั้นมันชุดของข้าเอาคืนมานะ” อิงอิงที่จะเข้าไปขอชุดคืนถูกคุณหนูที่มาใหม่ผลักจนร่างบางเซจนเกือบล้มดีที่มีใครบางคนช่วยรับร่างหนาไว้ได้
“คุณหนูโจวท่านรังแกผู้อื่นเป็นิสัยหรือไงข้าก็เห็นว่าคุณหนูโจวแย่งของผู้อื่น ข้าว่าคืนให้แม่นางท่านนี้ดีกว่าท่านไม่อายหรือ เห็นหรือไม่ ผู้คนต่างพากันมองตั้งมากมาย หากมีผู้เอาไปพูดในทำนองเสียหายข้าเกรงว่ารัชทายาทคงมิพอใจกระมัง” เจียวมี่ที่แอบชอบรัชทายาทหวังได้เป็พระชายารอง รีบคว้าชุดจากมือสาวใช้โยนใส่หน้าเ้าของ ก่อนที่จะสะบัดหน้าเดินออกจากร้านไป สวนทางกับชูชูที่พึ่งวิ่งตามคุณหนูของนางมาทัน
“คุณหนูเกิดอะไรขึ้นกับท่านเ้าคะ” ชูชูเริ่มบีบน้ำตาขึ้นมาอีกรอบ ยังดีที่พอมีสติรีบเข้าไปประคองเ้านายของตนแทนผู้หวังดีที่ช่วยเหลือ
“ข้ามู่อิงอิงขอบคุณแม่นางที่ช่วยเหลือเ้าคะ หากแม่นางไม่ยื่นมือช่วยเหลือข้าคงไม่มีแรงตบตีกับแม่นางนกแก้วผู้นั้น”
“ข้าฉินเหม่ยฮวาบุตรสาวใต้เท้าฉินอายุยี่สิบเ้าละน่าจะอายุน้อยกว่าข้าดูจากใบหน้าอ่อนวัยของเ้าข้าเดาถูกใช่หรือไม่” มู่อิงอิงยิ้มอย่างเขินอายที่มีผู้อื่นชมว่าใบหน้าของนางอ่อนวัย
“ข้าบุตรสาวราชครูมู่ซูเค่อ ปีนี้ยี่สิบแล้วเ้าคะ”
“ข้าได้ฟังแล้วรู้สึกแย่จังเหตุใดใบหน้าเ้าเหมือนสาวน้อยพึ่งปักปิ่น์ช่างรังแกข้ายิ่งนัก”
ชูชูที่ไปจัดการเื่ชุดเดินกลับมาหวังที่จะชวนคุณหนูของตนกลับจวนแต่พอได้ยินสิ่งที่ทั้งสองพูดคุยกัน นางแทบเป็ลมตาย กลับจวนไปนางคงถูกโบยตายเป็แน่แท้
“ข้าเรียกเ้าว่าอิงอิงส่วนเ้าเรียกข้าเหม่ยฮวาเราเป็เพื่อนกันนะ” เหม่ยฮวาคว้ามือของอิงอิงไปเขย่าเร่งเอาคำตอบั์ตาใสแจ๋ว อิงอิงมองเหม่ยฮวาอย่างหลงใหลเหตุใดเหม่ยฮวาถึงน่ารักเพียงนี้อิงอิงจึงพยักหน้าอย่างไม่รู้ตัว จนกระทั้งเหม่ยฮวาจูงมือนางเดินออกจากร้านอาภรณ์มากระทบแสงแดดด้านนอก
“อิงอิงไปกันเถอะวันนี้ให้ข้าเลี้ยงฉลองให้กับเ้า เนื่องในโอกาสที่เราได้เป็สหายกัน ข้าให้เ้าไปหาข้าได้ที่จวนตลอดเลยนะ แต่เ้าต้องให้ข้าไปหาเ้าได้ตลอดเช่นกัน”
“ได้สิทำไมจะไม่ได้ว่าแต่เราจะไปฉลองกันที่ใดละ”
“ข้าแอบหนีออกมาป่านนี้เสี่ยวจูนางคงวิ่งตามหาข้าจนทั่วจวนแต่เรายังมีเวลาปล่อยนางวิ่งเล่นสักวันคงไม่เป็ไร ข้าจะพาเ้าไปทานของอร่อยๆที่โรงเตี๊ยมแปดทิศเร็วเข้าใกล้ถึงแล้ว” ทั้งสองจูงมือกันเดินอย่างสนุกสนานต่างจากชูชูที่มองเห็นความวุ่นวายของสหายใหม่คู่นี้นิสัยไม่ต่างกันเลยต่างคนต่างหนีเที่ยว
โรงเตี๊ยมแปดทิศบนชั้นบนสุดริมระเบียงที่เก่าเ้าเดิม อ๋องสามกำลังมองสตรีสามนางที่เดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมแต่แม่นางชุดขาวคือจุดหมายของพระองค์ นางมีใบหน้าที่งดงามนางเป็บุตรสาวบ้านใดกันนะ คุ้นตายิ่งนัก