“วันนี้ผมออกไปเร็วนะครับพี่คีย์ไม่ต้องไปส่งก็ได้ พอดีมีนัดเก็บตกออดิชันนักแสดงบทที่ยังว่างอยู่ครับ”
“พี่ไปส่งนี่แหละ”โชคดีที่วันนี้เขาตื่นเร็วและจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่งั้นน้องคงไม่รอแน่ ๆ
‘วันประกาศผลน่าจะอีกประมาณสามเดือนนะเพราะนี่เพิ่งจบการออดิชันของจังหวัด N ไปกรรมการกำลังคัดเลือกอยู่เลย ตอนนี้รวมแล้วยังได้ไม่ถึงครึ่งกับจำนวนที่ตั้งไว้’
“โอเคครับงั้นผมลองไปเล่นละครเื่นี้ดูแล้วกัน”
‘ถ้าผ่านออดิชันยังไงก็บอกพ่อกับแม่ด้วยวันแสดงจะไปดูนะ’
“ได้ครับ”
นั่นคือบทสนทนาของเขากับพ่อเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังจากครูสอนแอคติ้งแนะนำให้ผมไปลองออดิชันดู ครูก็ติวหลาย ๆ อย่างให้อย่างพวกการตีโจทย์จากบทละครสั้น ๆ ที่มักจะทำกันทุกวันวันละครึ่งชั่วโมงเป็อย่างต่ำพอครูคลาสเต้นรู้ก็แน่นอนว่าเขาก็สอนเน้นไปในสิ่งที่ผมจะสามารถเอาไปใช้ในละครได้อย่างพวกการจัดระเบียบร่างกายท่าทางลักษณะตามอารมณ์ต่าง ๆ ซึ่งแปลกที่ผมรู้สึกสนุกและไม่เบื่อเลยสักนิด
วันนี้ผมจะไปออดิชัน แต่ยังไม่ได้บอกน้องหรอกนะกะว่าจะเซอร์ไพรส์เขาไม่รู้จะดีใจหรือเปล่า
มาส่งน้องที่หน้าโรงละครตอนแปดโมงนิด ๆเมื่อแน่ใจว่าน้องเข้าไปด้านในโรงละครแล้วจึงค่อยวนรถไปจอดแล้วเดินเข้าไปนั่งในร้านกาแฟเลือกหามุมที่ไม่เป็ที่สังเกตหน่อยเพื่อรอเวลา
ครูจอยครูที่สอนการแสดงผมนัดให้มาถึงที่นี่ประมาณเก้าโมงเธอเองก็จะมาเป็หนึ่งในกรรมการด้วยแน่นอนว่าจะไม่มีการช่วยเหลืออะไรทั้งนั้นถ้าผมจะได้บทก็จะได้จากความสามารถและบุคลิกที่ผู้กำกับ้าเท่านั้น
“ทำไมมานั่งหลบมุมอยู่ตรงนี้ล่ะคีย์ตอนแรกครูคิดว่าเราจะไม่มาซะแล้ว”
“ก็อยากมาลองดูนั่นแหละครับเก็บประสบการณ์ไว้ไม่เสียหายอะไร”ครูจอยเดินเข้ามาทักแต่ไม่ได้นั่งบนโต๊ะเดียวกับคีย์
“ถ้ายังไง วันนี้ก็สู้ ๆ นะ ทำสมาธิดี ๆเราน่ะมีความสามารถเพียงแต่ชอบคิดว่าตัวเองไม่เก่ง ทำไม่ได้รู้มั้ยสิ่งที่ต้องคิดและท่องเสมอก็คือไม่มีอะไรที่เราตั้งใจแล้วทำไม่ได้หรอกนะมันอาจจะต้องใช้เวลาแต่ถ้าเราพยายามสักวันมันก็ต้องได้เดี๋ยวครูเข้าไปเตรียมตัวก่อนนะ”หลังจากที่ครูจอยเข้าไปไม่นานคีย์ก็ลุกขึ้นเพื่อที่จะเข้าไปออดิชัน
เขาเดินเข้ามาตามป้ายบอกทางที่มีเขียนเอาไว้สำหรับผู้ที่มาออดิชันในวันนี้โดยเฉพาะโชคดีที่่เช้ามีแค่ออดิชัน ่บ่ายถึงจะเริ่มซ้อมทำให้คนยังไม่เยอะมากมีคนมารอเพื่อออดิชันในบทเดียวกันอีกประมาณห้าคน
เมื่อถึงเวลาก็มีทีมงานออกมาเรียกโดยเรียงลำดับจากเก้าอี้ด้านห้นาห้องซึ่งตัวของคีย์นั้นอยู่ในลำดับสุดท้าย
“เชิญคนสุดท้ายเข้ามาได้เลยครับ”
ในที่สุดก็ถึงตาของเขา
“สวัสดีครับ ผมคีย์อายุ 26 ครับ” เมื่อเข้ามาด้านในห้องเขาก็กวาดสายตาไปรอบ ๆ ตรงกลางมีโต๊ะหลายตัวต่อกันมีคนนั่งอยู่ห้าคนหนึ่งในนั้นมีครูจอยนั่งรวมอยู่ด้วยส่วนเยื้องไปด้านหลังฝั่งขวามีอีกโต๊ะหนึ่งตั้งอยู่เนย์นั่งอยู่ตรงนั้นกำลังเขียนอะไรบางอย่างอยู่และเมื่อเขาแนะนำตัวก็เงยหน้าขึ้นมามองทันที
ผมกำลังนั่งจดคอมเม้นของคณะกรรมการต่อผู้ที่เข้ามาออดิชันคนที่สี่อยู่ก็ได้ยินเสียงเดินของคนสุดท้ายที่มาออดิชันเดินเข้ามาและที่ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองก็เพราะน้ำเสียงที่คุ้นเคยและชื่อของผู้สมัคร!
พี่คีย์!เขาไม่รู้ว่าตัวเองแสดงสีหน้าเป็ยังไงเมื่อเห็นพี่คีย์ยืนอยู่แต่เหมือนว่ามันจะตลกมากๆ แน่ ๆ เพราะเขาเห็นพี่คีย์แอบยิ้มด้วย
“สวัสดีครับจากประวัติของคุณคือไม่เคยมีประสบการณ์การแสดงละครเวทีหรือละครเพลงมาก่อนอะไรทำให้คุณมาออดิชันเื่ของผมได้ครับ”ผู้กำกับยิงคำถามทันที ผู้กำกับคนนี้เป็คนที่เข้มงวดกับนักแสดงและทีมงานมาก ๆเพราะเขา้าให้ละครนั้นออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดไม่แปลกที่จะยิงคำถามนี้เลย
“เพราะผมอยากลองครับแม้ผมจะไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการแสดงมาก่อนแต่เื่การร้องเพลงผมมั่นใจว่าจะทำให้ผู้ชมประทับใจได้ไม่ยาก”บทที่กำลังออดิชันอยู่นี้เป็บทสำคัญของเื่แม้ว่าจะไม่ใช่ตัวพระเอกแต่ก็เป็ตัวที่ทำให้อารมณ์และเส้นเื่สมบูรณ์มากแน่นอนว่ามีฉากสำคัญหลายฉากด้วย
“งั้นลองแสดงให้ผมดูหน่อย”ผู้กำกับยื่นกระดาษให้พี่คีย์ก่อนจะให้เวลาอ่านบท เนื่องจากเป็การออดิชันทุกคนจะสามารถถือบทได้ ความยากก็อยู่ตรงนี้ใครจะถือบทและแสดงอารมณ์ออกมาได้ตรงใจผู้กำกับเพราะการแสดงละครเพลงนั้นต้องใช้ท่วงท่าและร่างกายแทบทุกส่วนในการที่จะแสดงอารมณ์ออกมากยิ่งเล่นใหญ่ยิ่งทำให้ตัวละครนั้นดึงใจผู้ชมได้มาก
คีย์อ่านบทอยู่ไม่นานก่อนจะหลับตาลงเข้าสู่สมาธิ
“พร้อมครับ”เมื่อผู้กำกับพยักหน้าเขาก็เริ่มแสดงทันที
บทที่พี่คีย์ได้ถือเป็ซีนอารมณ์ที่ยากมาก ๆเมื่อตัวละครกำลังจะต้องตัดใจจากนางเอกเพื่อเปิดทางให้กับพระเอกของเื่โดยที่นางเอกนั้นไม่รู้เลยว่านี่จะเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่ตัวละครตัวนี้จะตายจากไป
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบตลอดเวลาห้านาทีที่คีย์ทำการแสดงไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยจนกระทั่งเ้าตัวเดินไปนั่งพิงกำแพงห้องก่อนจะค่อย ๆ หมดแรงและสลบไป
“ถึงจะยังไม่เพอเฟคแต่นี่แหละ ‘อารัม’เขาเหมือนหลุดออกมาจากหนังสือเลย” ผู้กำกับหัวเราะเสียงดัง
เนย์เองก็ได้แต่อึ้งเพราะการแสดงของคีย์นั้นเรียกได้ว่าลอกมาจากนิสัยจริงๆ ของเ้าตัวแม้ว่าจะเสียใจแม้ว่าจะต้องเ็ปแต่เมื่อต้องปล่อยมือก็ปล่อยอย่างเข้มแข็งและเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง
“นายบอกว่าร้องเพลงได้ด้วยใช่มั้ยงั้นลองร้องเพลงเศร้าให้ฟังหน่อย”
เนย์ยิ้ม เขาไม่รู้ว่าพี่คีย์จะแสดงได้แต่เื่การร้องน่ะ เขามั่นใจว่าไม่มีใครที่มาออดิชันวันนี้จะเสียงดีเท่าพี่คีย์แล้ว
น้ำเสียงทุ้มหวานค่อย ๆ ดังขึ้นในห้องเนื้อเสียงนั้นนุ่มไพเราะ และ เศร้าเอามาก ๆ มันออกมาจากใจของพี่คีย์เหมือนว่ากำลังร้องระบายความในใจที่ถูกคนรักทิ้งไป เนย์รู้สึกแย่มากยิ่งเขาที่ได้เห็นพี่คีย์ตอนกำลังแย่ทำให้เขาโกรธแฟนเก่าของพี่คีย์มากแม้จะไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าก็ตาม
“เยี่ยม! ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะ”ผู้กำกับลุกขึ้นยืนทันทีที่เพลงจบ ก่อนจะเดินเข้าไปจับมือกับพี่คีย์
“มาได้ยังไงครับ” เนย์เดินตามออกมาจากห้อง
“เซอร์ไพรส์ไงล่ะครูจอยเป็ครูสอนแอคติ้งพี่เอง เธอแนะนำให้มาลองน่ะ”
“แบบนี้นี่เอง แต่พี่คีย์แสดงดีมากๆ เลยครับ”
“ขอบใจนะ ยังไงก็ฝากตัวด้วยล่ะ”เขายกมือขึ้นลูบหัวน้องด้วยความเคยชิน
“อ๊ะวันหลังถ้ามีคนอื่นอยู่ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับพี่คีย์ไม่งั้นเดี๋ยวคนอื่นจะมองพี่ไม่ดี” เนย์พยายามอธิบายเพราะตำแหน่งของเขาคือ StageManager แม้จะอายุยังน้อยแต่ก็ยังต้องให้เกียรติ
“รู้แล้วล่ะแล้วนี่พี่ต้องอยู่ซ้อมตอนบ่ายด้วยเลยมั้ย”
“ครับต้องอยู่เลยแต่ถ้าพี่คีย์มีธุระก็ไปได้ครับ เพราะมันค่อนข้างกะทันหันโปรของเราเริ่มเฟิร์สรีดไปแล้ว (First Reading) แต่่นี้ก็ยังอยู่ใน่อ่านบทกันอยู่ครับเดี๋ยวผมพาพี่ไปรู้จักกับทีมงาน ทางนี้ครับ”เนย์พาคีย์เข้ามาอีกห้องที่อยู่ติดกันห้องนี้เป็ห้องขนาดใหญ่และมีโต๊ะเก้าอี้ล้อมกันเป็สี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ด้านหน้าโต๊ะจะมีชื่อตัวละครเขียนติดเอาไว้
“ทุกคนครับ นี่พี่คีย์จะมารับบทอารัมนะครับ”เมื่อเนย์พูดทีมงานหลายคนที่นั่งกระจายกันอยู่ในห้องก็หันมาก่อนจะเดินเข้ามาแนะนำตัว
ทีมงานสำคัญแนะนำชื่อจนครบก่อนที่จะชวนทั้งคีย์และเนย์ไปทานอาหารกลางวันก่อนจะกลับเข้ามาอ่านบทกันตอนบ่าย
“ทุกคนตามสบายเลยครับผมเพิ่งกดสั่งข้าวไปแล้ว”เนย์บอกกับทุกคน ส่วนคีย์ก็เอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพ
“พี่คีย์จะไปทานที่ไหนครับ ให้ผมสั่งให้มั้ย”จริง ๆ เขายังไม่ได้สั่งข้าวหรอกแต่เพราะรู้ว่าคนตรงหน้าคงไม่ไปทานกับทีมแน่ ๆ
“สั่งให้พี่ด้วย”
ทั้งคู่สั่งข้าวมากินในห้องโดยนั่งกันคนละมุมแต่ก็ยังคุยกันตลอด
หลังจากทานเสร็จก็มีนักแสดงคนอื่น ๆทยอยกันเข้ามาซึ่งต่างก็เข้ามาทำความรู้จักกับคีย์อย่างเป็กันเองยิ่งเมื่อรู้ว่าคีย์เป็มือใหม่ก็ยิ่งพากันชวนคุยเพื่อไม่ให้คีย์เครียดหรือรู้สึกว่าแปลกแยก
คีย์ไม่รู้ตัวหรอกว่าการตัดสินใจมาเล่นละครในครั้งนี้จะทำให้เขากล้าที่จะเปิดตัวเองและรู้จักที่จะแสดงออกต่อคนอื่นและเมื่อเขาเข้าไปเป็เด็กฝึกก็จะเป็เด็กฝึกที่โดดเด่นจนหลาย ๆคนจดจำได้ภายในครั้งแรกที่เห็น เรียกว่ามีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนมาก
“เพิ่งรู้เลยนะว่าตำแหน่งเราใหญ่ขนาดนี้”คีย์ขับรถออกจากโรงละคร
“ก็ไม่หรอกครับ ต่างคนต่างทำหน้าที่กันมากกว่า”คีย์ยิ้ม เขาไม่เคยเห็นน้องทำงานแบบใกล้ ๆ มาก่อน นี่เป็ครั้งแรกเลยน้องมืออาชีพมาก ๆไม่ว่าการซ้อมจะติดขัดอะไรเนย์ก็จะเป็คนแรกที่เข้าไปและแก้ไขปัญหาได้ก่อนดูเหมือนงานน้องจะง่ายแต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย
คีย์อยู่ตลอดการพักดังนั้นเขาจึงรู้ว่าก่อนที่นักแสดงจะเข้ามาซ้อมน้องก็ได้คุยและประสานงานกับฝ่ายAR (Artist Relation) ที่คอยดูนักแสดงแล้วว่าการซ้อมวันนี้จะขาดใครบ้างและต้องเข้าไปอ่านบทไหนแทนใคร ซึ่งเ้าตัวก็จะแบ่งบทที่ไม่ยากให้กับคนอื่น ๆ ในทีมแต่บทไหนที่จะต้องคอยรับส่งอารมณ์กัน น้องจะเป็คนอ่านแทนเองซึ่งมี่หนึ่งที่เขาต้องอ่านบทรับส่งกับน้อง
นั่นทำให้เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมน้องถึงก้าวมาที่จุดนี้ได้เร็วกว่าคนอื่นแม้จะเป็แค่การอ่านบทแต่อารมณ์ของน้องที่ส่งอารมณ์มา ทำให้เขาเข้าใจบทและสถานการณ์ของตัวละครมากยิ่งขึ้นเรียกได้ว่าวันนี้เป็วันเปิดโลกอีกใบของเขาเลย
“ถ้าพี่คีย์มีอะไรให้เนย์ช่วยก็บอกได้เลยนะครับ”คีย์มองน้องก่อนจะยิ้มให้
“ได้เลย ถ้าพี่มีอะไรต้องปรับปรุงเราก็ต้องรีบบอกพี่เหมือนกันนะ คุณสเตจเมเนเจอร์”
เนย์ไม่เคยรู้สึกเขินกับชื่อตำแหน่งของตัวเองมาก่อนจนกระทั่งวันนี้วันที่พี่คีย์เป็คนพูดมันออกมา เขารีบเปิดประตูรถแล้วเดินหนีเข้าไปที่อาคารทันทีแต่ก็ยังทันได้ยินเสียงหัวเราะของเ้าตัวไล่หลังมาเบา ๆ
‘พอรู้ใจตัวเองก็ขยันทำคะแนนเหลือเกินนะพี่คีย์’