ครั้นจะจากไป หลินหลินก็เกิดความกังวลใจในการหาเลี้ยงปากท้องครั้งหน้า จะให้มาอาศัยกินข้าวบ้านเพื่อนบ้านทุกวันคงเป็ไปไม่ได้
หลินหลินใช้ภาษากายในการสื่อสาร ทำท่าทางน่าสงสาร กึ่งขอร้องกึ่งลากหญิงสูงวัยไปที่เตาไฟ แล้วชี้พยายามอธิบายความ้า
“$@!#$^&*% (*” หญิงแก่บ่นสองสามคำแล้วพยักหน้าเข้าใจ
นางนั่งยองๆ แล้วหยิบไม้ชักรอก 2 ชิ้นซึ่งเป็อุปกรณ์จุดไฟมาเสียดสีกันอย่างชำนาญ เพียงไม่นานก็เห็นกลุ่มควันไฟเล็กๆ ลอยออกมา แล้วจึงนำไปจุดต่อกับไม้สนที่ติดไฟง่าย รอจนไฟติดดวงใหญ่แล้วก็เพิ่มฟืนเข้าไปจนสามารถใช้งานได้
หลินหลินนั่งมองวิธีการแล้วจดจำไว้ เพื่อที่จะได้นำไปฝึกฝนให้คล่องแคล่ว วันหน้าจะได้จุดไฟก่อฟืนได้ด้วยตนเอง
หลินหลินโค้งขอบคุณหญิงสูงวัย อีกฝ่ายพูดล้งเล้งช้งเช้งในแบบที่นางฟังไม่เข้าใจเช่นเคย แล้วก็เดินจากไป
ว่าแล้วหลินหลินก็กลับบ้านของตนแล้วไปทดลองหัดใช้อุปกรณ์จุดไฟทันที
ถึงแม้ว่าเริ่มต้นทุกอย่างจะไม่ง่าย แต่พอทดลองทำมากๆ เข้า ในที่สุดหลินหลินก็สามารถจุดไฟด้วยตนเองได้เสียที
หลินหลินะโด้วยความดีใจ แม้ว่ามือจะแดงและเจ็บจนเป็ตุ่มไต หลังปวดร้าวลามถึงเอว แต่นางขอบคุณตนเองที่พยายามฝึกฝนอย่างหนัก
ไม่คิดเลยว่าทะลุมิติมาวันแรกก็ลำบากมากถึงขนาดนี้
กระทั่งฟ้าเริ่มมืด แม้แคร่ไม้ไผ่จะทั้งแข็งและนอนไม่สบายเท่าใด แต่นางก็นอนหลับสนิทเพราะความเหนื่อยล้าเต็มแก่
-------------------------------------------------------------------------------------
หลินหลินไม่มีนาฬิกา ไม่มีโทรศัพท์คอยปลุกจึงตื่นขึ้นมาใน่ที่ดวงอาทิตย์อยู่สูงกลางหัวแล้ว เพียงแค่รู้สึกตัวท้องก็เริ่มร้องโครกครากประท้วง
นางลุกขึ้นและจัดการจุดไฟหุงข้าวตามที่ฝึกฝนมาเมื่อวาน กวาดตามองหาวัตถุดิบในห้อง แต่นอกจากถังข้าวสารดิบ เนื้อหมูตากแห้งก้อนเล็กๆ ก้อนหนึ่ง และเกลือถุงเล็กๆ แล้วก็ไม่มีอย่างอื่นเลย
หลินหลินถอนหายใจอีกครั้ง
การทำอาหารในยุคโบราณไม่ใช่เื่ง่าย จะหุงข้าวให้สุกพอดี จะควบคุมไฟให้แรงพอดี เื่ง่ายๆ แค่นี้ยังเป็เื่ยากสำหรับนางเลย ผลสุดท้ายมื้อนี้นางจึงกินข้าวต้มเกลือกึ่งสุกกึ่งดิบแฉะๆ ผสมเศษิญญาหมูด้วยความกล้ำกลืน
ชีวิตก่อนว่ายากลำบากแล้ว ชีวิตนี้เรียกว่าขั้นกว่า!
อย่าท้อ! หลินหลินปลอบใจตนเอง นางต้องฮึดสู้ ต้องใช้ชีวิตนี้ให้ดีที่สุด!
ใครจะรู้ว่าหากตายอีกที เกิดใหม่ชาติหน้าอาจจะลำบากกว่านี้ เป็ร้อยพันเท่าก็เป็ได้ ดังนั้นห้ามตายเด็ดขาด!
คนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมต้องใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ถ้าตายรอบสามไม่รู้คราวหน้าจะเกิดเป็ตัวอะไร
หลังกินข้าวเสร็จ หลินหลินจึงเริ่มตั้งเป้าหมายในการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ให้ได้ ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงเป้าหมายระยะยาว เอาแค่ระยะสั้นให้รอดตายไปวันๆ ก็เป็เื่หืดขึ้นคอแล้ว
อีกไม่กี่วันข้าวสารในไหก็จะหมด การหาอาหารเป็ทักษะที่สำคัญอันดับหนึ่งในการเอาชีวิตรอด หลินหลินจึงเริ่มออกจากบ้านสำรวจที่ทางในทันที
บ้านของนางจัดว่าอยู่ห่างไกลจากชุมชน ตำบลเล็กๆ ห่างไกลความเจริญเช่นนี้มีชาวบ้านอาศัยอยู่ไม่มาก ไม่มีโรงเตี๊ยมสำหรับนักเดินทาง นานๆ ครั้งจึงจะมีคนต่างถิ่นผ่านมาสักคน
ตอนกลางวัน ชาวบ้านในหมู่บ้านก็ไปทำไร่ไถนากันหมด แม้กระทั่งผู้หญิงก็ไม่เว้น มีเพียงสตรีมีครรภ์ คนแก่หรือคนป่วยเท่านั้นที่จะอยู่กับบ้าน
ตอนกลางวันดูเหมือนเมืองร้าง ข้อดีคือเงียบสงบ ข้อเสียคือเงียบสงบเกินไป
โชคดีที่เ้าของร่างนี้ไม่สนิทสนมกับใครเป็พิเศษ ไม่ได้สุงสิงกับใคร ไม่ได้ไปทำไร่แบบผู้อื่น อาจเพราะรูปโฉมของนางที่อัปลักษณ์ ทำให้มีปัญหากับการเข้าสังคม จึงชอบเก็บตัว อยู่กับตนเองไปเสียมาก
หลินหลินเดินสำรวจไปทั่ว จนพอรู้จักที่ทางทั้งหมดแล้วจึงกลับบ้าน ในบ้านนางมีคันเบ็ดไม้ไผ่อันหนึ่งวางอยู่ เห็นดังนั้นดวงตาก็สว่างวาบด้วยความยินดี
ตกปลาก็ได้ มีปลากินมื้อหน้าแล้ว!
หลินหลินหันซ้ายแลขวาแล้ว ก็พบว่ามีเพียงหมูตากแห้งเท่านั้น ที่พอจะแบ่งออกมาทำเหยื่อตกปลาได้
หลินหลินรู้สึกปวดใจ มื้อก่อนนางยังกล้าใส่เนื้อตากแห้งลงไปในข้าวต้ม พอให้ได้กลิ่นได้รสเล็กน้อย ตอนนี้ต้องแบ่งมันออกเป็เหยื่อตกปลาก็ต้องตัดใจอยู่นานกว่าจะยอม ไม่คิดเลยว่าเนื้อแห้งเล็กๆ นี้จะทำให้นางเศร้าได้
เอาเถอะ! เ้าปลาพวกปลาทั้งหลาย หวังจะกินอาหารข้า เช่นนั้นก็จงถวายตัวมาเป็อาหารตอบแทนข้าเถิด!
หลินหลินถือถังและคันเบ็ดเดินไปบริเวณทะเลสาบเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากบริเวณบ้านของนางนัก
มองหาบริเวณที่เห็นปลาว่ายผ่าน เลือกที่นั่งร่มๆ จัดของให้เรียบร้อย แล้วเตรียมเหยื่อใส่ตะขอขว้างเบ็ดออกไป
หลังจากดึงสายเบ็ดขึ้นมาเป็ครั้งที่สาม เหยื่อก็หายไปแต่กลับตกปลาไม่ได้สักตัว ไม่คิดเลยว่ากระทั่งการตกปลาก็ยังเป็สกิลพิเศษที่ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้
ที่แท้นางมองโลกในแง่ดีเกินไป นางเกิดและเติบโตเป็คนกรุงขนานแท้ แล้วจะมีที่ไหนให้ฝึกตกปลา
กิจกรรมยามว่างของคนเมืองสมัยใหม่ ตามฉบับของคนที่ไม่มีเงินไปสโลว์ไลฟ์เที่ยวแบบคนอื่นคือ การนอนโง่ๆ อยู่ห้อง ดูหนัง ฟังเพลงไปวันๆ ไม่ใช่ตกปลา
จะให้ไปตกปลาในอควาเรียมในห้างเหรอ?
การฝึกฝนแบบมโนจากรายการชีวิตสัตว์ไม่ได้ช่วยอะไรเลย! ครั้นจะล้มเลิกก็เสียดายเนื้อแห้งที่ยอมสละเป็อาหารปลา จึงอดทนตกปลาต่อไป อย่างไรเสียนอกจากตกปลา นางก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว
กระทั่งเหยื่อหมด ต่อให้ตอนนี้ไม่อยากยอมรับความจริง ก็ต้องทำใจว่า ขโมยไก่ไม่ได้ยังเสียข้าวสารอีก
ขาดทุนป่นปี้แล้วจ้า!