บทที่ 1 ในที่สุดพ่อก็จะตายแล้ว!
“ท่านแม่ ท่านพ่อตายมาสามวันแล้ว ทำไมยังไม่เอาท่านพ่อไปฝังอีก? ขืนปล่อยไว้เช่นนี้ต่อไปศพจะส่งกลิ่นเหม็นเน่าแน่”
จ้าวผิงกำลังนอนฝันหวานอยู่บนเตียง จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยพูดขึ้น เขาพยายามลืมตา และเมื่อดวงตาเปิดปรือ เขาก็ต้องใกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ภาพตรงหน้าเป็หลังคามุงหญ้าฟาง เมื่อกวาดตามองก็เห็นว่านี่คือบ้านดิน
กำแพงด้านข้างมีรูอยู่สองรูที่น่าจะเป็หน้าต่าง แม้จะมีแสงส่องผ่านรูเข้ามา แต่ก็ไม่ได้ช่วยทำให้ห้องสว่างนัก ห้องยังคงมืดมากราวกับอยู่ชั้นใต้ดิน
ภายในห้องมีโต๊ะสี่เหลี่ยมเก่า ๆ ที่ขาโต๊ะหายไปข้างหนึ่งตั้งอยู่ พร้อมด้วยตอไม้สองตอที่ใช้ต่างเก้าอี้ และบนเก้าอี้นั่นก็มีแม่กับลูกสาวในชุดโบราณนั่งอยู่คนละตัว
ทั้งสองคนดูซูบผอมอย่างมาก ร่างกายมีเพียงหนังหุ้มกระดูก
ส่วนเสียงเด็กที่จ้าวผิงได้ยินเมื่อครู่ คงเป็คำพูดของเด็กสาว
คนเป็แม่เมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาวก็พลันขมวดคิ้วมุ่น ริมฝีปากเหยียดยิ้มด้วยความขมขื่น
“เสียวเสี่ยว บ้านเราจนถึงขนาดข้าวยังไม่มีจะกิน จะเอาเงินใดมาซื้อโลงศพเล่า”
“อีกอย่างตัวของพ่อเ้าก็ยังอุ่นดี ยังไม่ตายเสียหน่อย”
“รอเขาตายเสียก่อน ข้าจะทำเสื่อฟางมาม้วน แล้วหาคนมาแบก เอาไปทิ้งก็ได้แล้ว”
“ดีจริง ในที่สุดท่านพ่อก็จะตายแล้ว!” เด็กสาวรู้สึกโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด
เฮ้ย!
ชายคนนี้ต้องประสบความล้มเหลวในชีวิตขนาดไหนกัน! คนเป็ภรรยาถึงได้รอว่าสามีจะตายเมื่อไหร่ จะได้ใช้เสื่อฟางมาม้วนแล้วเอาไปโยนทิ้ง ส่วนลูกสาวก็ยิ่งแล้วใหญ่ นางแทบอยากจะฝังเขาทั้งเป็แล้ว แค่จ้าวผิงคิดว่าถ้าตัวเขาเกิดมาในครอบครัวแบบนี้...
แปล๊บ!
พอคิดมาถึงตรงนี้ หัวของจ้าวผิงพลันเ็ปราวกับโดนเข็มทิ่ม ภาพความทรงจำมากมายปรากฏขึ้นในสมอง ผ่านไปสักพัก จ้าวผิงจึงเข้าใจเื่ราว เหมือนว่าตัวเขาจะเดินทางมายังโลกคู่ขนานซะแล้ว
เขาเข้ามาอยู่ในยุคราชวงศ์ต้าเว่ยที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์มาก่อน แต่มีลักษณะของยุคจีนโบราณ
เ้าของร่างเดิมชื่อจ้าวผิง เป็หนุ่มเสเพลมาแห่งหมู่บ้านซีผิง อายุราวยี่สิบกว่าปี ทำอะไรไม่เป็ชิ้นเป็อันสักอย่าง วัน ๆ ไม่ทำการทำงาน ติดการพนันงอมแงม ทั้งยังติดเหล้าด้วย
พ่อแม่ของจ้าวผิงเสียชีวิตไปนานแล้ว เดิมทีครอบครัวเขาถือว่ามีฐานะ แต่ก็โดนเขาล้างผลาญหมด เพียงไม่กี่ปีก็ไม่เหลือทรัพย์สินอะไรเลย หนำซ้ำ่ไม่นานมานี้จ้าวผิงยังคิดจะผลักภาระให้ลูกเมีย ขู่จะเอาพวกนางไปขายแลกเงิน
เมื่อสามวันก่อนเขาเข้าไปในเมือง ดื่มเหล้าไปมากนัก และระหว่างทางกลับบ้าน เขาก็พลัดตกลงไปในคูน้ำ เป็เหตุให้จมน้ำตาย
จากนั้น ‘จ้าวผิง’ ที่ไม่ใช่จ้าวผิงก็มาอยู่ในร่างนี้แทน
ด้วยความที่เป็ตัวแทนวัยรุ่นจากศตวรรษที่ 21 เขาอ่านนิยายดูละครมาไม่น้อย เลยยอมรับเื่ประหลาดอย่างการเดินทางมายังโลกคู่ขนานได้ไม่ยาก
เพียงแค่พูดอะไรไม่ออกก็เท่านั้น
คนอื่นทะลุมิติมาล้วนได้เป็จักรพรรดิ เป็ลูกหลานท่านอ๋อง ไม่ต้องทำอะไรก็มีทั้งเสื้อผ้าข้าวปลาอาหารให้ครบ แต่ดูตัวเขาสิ เขากลายมาเป็ยาจก อยู่ในบ้านที่มีเพียงกำแพงสี่ด้าน ทั้งยังมาอยู่ในร่างของชายที่เป็สามีและพ่อที่ชั่วช้าอีก
ที่สำคัญคือ… เ้าของร่างนี้ช่างไร้มนุษยธรรม!
ไม่ว่าจะเป็เมียที่ซื้อมา หรือลูกสาวที่รับมาเลี้ยงดู ชายคนนี้ก็ล้วนทำเพื่อปกปิดความจริง
เพราะ้าปกปิดความจริง เ้าของร่างเดิมจึงเข้มงวดกับสองแม่ลูกมากนัก ให้กินไม่อิ่ม ให้เสื้อผ้าไม่พอใส่ ซ้ำยังดุด่าทุบตี แสดงความเป็ชายชั่วถึงขีดสุด
เดี๋ยวก่อน! ไร้มนุษยธรรม?
จ้าวผิงพลันะโลงจากเตียง แล้วเปิดกางเกงออกดู ค่อยยังชั่ว ยังยาวเจ็ดชุ่น*[1] ไม่เปลี่ยน
จ้าวผิงโล่งใจเป็อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม การที่เขาผุดลุกขึ้นมาเช่นนี้ ก็ทำให้ภรรยาของเขาอย่างหลิ่วเมิ่งหรูใจนคุกเข่าลงกับพื้น นางพลันพูดเสียงสั่น “สามี อย่าทุบตีข้าเลย ที่บ้านไม่มีเงินพอจะพาหมอมารักษาท่าน...”
จ้าวเสียวเสี่ยวผู้เป็ลูกสาวก็คุกเข่าอ้อนวอนอยู่ข้าง ๆ มารดา “ท่านพ่อ อย่าตีท่านแม่เลย ถ้าจะตีก็ตีเสียวเสี่ยวเถิด เสียวเสี่ยวยังเด็ก โดนตีก็ไม่เป็กระไร”
เมื่อได้ยินคำพูดของสองแม่ลูก จ้าวผิงก็ก่นด่าเ้าของร่างเดิมอยู่ในใจ
ปล่อยปละละเลยภรรยาและลูกที่แสนดี แล้วยังทรมานพวกเขาจนเป็แบบนี้อีก ช่างเป็คนที่แย่มากเสียจริง ๆ
จ้าวผิงรีบดึงภรรยาและลูกสาวขึ้นพลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เมิ่งหรู เสียวเสี่ยว ข้าไม่ตีพวกเ้าหรอก”
“อีกอย่างจากนี้พวกเ้าวางใจได้ ข้าจะไม่ทุบตีพวกเ้าอีกแล้ว”
นี่โจรกลับใจหรือ?
หลิ่วเมิ่งหรูตาเบิกกว้าง จ้องจ้าวผิงตาเขม็ง เหมือนกับไม่เคยรู้จักเขามาก่อน จ้าวผิงเองก็จ้องมองนาง
หลังหลิ่วเมิ่งหรูยืนขึ้น จ้าวผิงถึงเพิ่งสังเกตรูปร่างนาง หลิ่วเมิ่งหรูสูงราวหกสิบหกชุ่น คาดเดาจากสายตา น้ำหนักไม่น่าเกินกว่าเก้าสิบจิน*[2] ทว่าส่วนที่ควรมีก็ยังคงมี แม้จะผอม แต่ก็ยังมีเนื้อมีหนัง
เพียงแต่ด้วยทำงานบ่อย ผิวพรรณเลยโดนแดดเผาจนเปลี่ยนเป็สีเหลืองคล้ำ แลดูหยาบกร้านเล็กน้อย หากดูแลให้ดีสักระยะหนึ่ง ย่อมสามารถสู้กับพวกคนดังในโซเชียลได้แน่นอน
ส่วนลูกสาว จ้าวเสียวเสี่ยว ถึงแม้ใบหน้าจะเกรอะกรังไปด้วยฝุ่น แต่แววตากลับสดใส ดวงตากลมโตคู่ใหญ่ฉายแววเปล่งประกาย เต็มไปด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์ อีกทั้งเมื่อครู่เด็กสาวยังออกตัวปกป้องหลิ่วเมิ่งหรู ดูออกได้ทันทีว่าเป็เด็กดี รู้ความ และเฉลียวฉลาดนัก
นับได้ว่า ตอนนี้เขามีของดีอยู่กับตัวแล้ว
หากเป็ในศตวรรษที่ 21 เพียงมีภรรยาแสนสวย มีลูกสาวตัวน้อยแสนฉลาด นั่นก็นับว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ทว่าเขายังไม่ทันจะดีใจได้เต็มที่ ท้องก็ร้องจ๊อก ๆ เสียงดังขึ้นมา
“สามี ท่านเพิ่งตื่น พักสักเดี๋ยวเถอะ ข้าจะไปเตรียมอาหารมาให้”
หลิ่วเมิ่งหรูกลัวว่าจ้าวผิงจะเปลี่ยนใจทำร้ายนาง เลยหาข้ออ้างหลีกหนีสถานการณ์ตรงหน้า ซ้ำก่อนจะออกไปก็ไม่ลืมเรียกลูกสาวตัวน้อยออกไปด้วย
“เสียวเสี่ยว เ้ามาช่วยแม่ก่อไฟเร็วเข้า”
มองตามแผ่นหลังของทั้งสองไป ดูคล้ายกำลังหนีบางอย่าง จ้าวผิงอดไม่ได้ที่จะแค่นยิ้มและส่ายหัวอย่างอดสู คิดจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเองในสายตาของลูกเมีย นี่น่าจะเป็เื่หนักหนา หนทางยังอีกยาวไกลนัก
ไม่นานอาหารก็ถูกยกมาตั้งโต๊ะ ครั้นมองดูโจ๊กใส ๆ ในชาม จ้าวผิงก็หมดความอยากอาหารแล้ว หากเรียกนี่ว่าโจ๊กใสก็ยังดูดีไปเสียด้วยซ้ำ
จริง ๆ ในชามมีเพียงเศษผักป่าไม่กี่ชิ้นกับเปลือกข้าวสาลีไม่กี่เม็ดเท่านั้น และหากจะเรียกนี่ว่าซุป ก็เป็ซุปที่สามารถเอามาส่องหน้าต่างกระจกได้เลย
“ไม่มีข้าวสารหรือ?” จ้าวผิงถาม
ตุบ!
หลิ่วเมิ่งหรูทิ้งตัวคุกเข่ากับพื้นอีกครั้ง ร่างกายสั่นเทา ไม่มีแม้แต่เสียงเล็ดลอดออกมา
“ท่านพ่อ เื่นี้โทษท่านแม่ไม่ได้นะ” เด็กสาวคุกเข่าลงข้าง ๆ ผู้เป็มารดา
นางพูดด้วยความโมโหจนแก้มพองขึ้นมาว่า “ท่านพ่อเอาเงินของครอบครัวเราไปเล่นพนันหมด ทั้งยังแพ้จนสิ้นเนื้อประดาตัว เช่นนี้แล้วจะเอาเงินใดมาซื้อข้าวกัน”
“ผักป่านี่ข้ากับท่านแม่ก็ตรากตรำไปขุดมาจากบนเขา...”
“เสียวเสี่ยว เ้าหยุดพูดเสีย” หลิ่วเมิ่งหรูใกลัว รีบปิดปากจ้าวเสียวเสี่ยวไว้
จากนั้นนางก็รีบพูดขอร้องจ้าวผิง “สามี ท่านอดทนอีกสักสองวันเถิด รอจนถึง่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง ข้าจะไปช่วยครอบครัวใหญ่ทำงาน ได้เงินมาสักหน่อย จะนำไปซื้อข้าวกลับมาให้ท่าน”
“ทว่า…ท่านห้ามขายเสียวเสี่ยวเป็อันขาด นางเป็ลูกสาวของพวกเรา…”
“ข้าไม่ขายหรอก” จ้าวผิงดึงทั้งสองคนให้ลุกขึ้นมา
เขารู้สึกเสียใจที่ถามไปอย่างนั้น จึงรับชามโจ๊กใสมา กระดกใส่ปาก เพียงไม่กี่คำก็หมดเกลี้ยง
จากนั้นคืนชามให้หลิ่วเมิ่งหรู แล้วค่อยพูดต่อ “ข้าไม่มีทางขายพวกเ้า แล้วยังจะทำให้พวกเ้าที่อยู่กับข้าได้กินข้าวชามโตทุกวันด้วย”
ในฐานะที่เขาเป็นักศึกษาแพทย์จากศตวรรษที่ 21 ที่หาตัวจับได้ยาก เรียนคณะแพทย์ศาสตร์ปริญญาตรีและปริญญาโทต่อเนื่อง จ้าวผิงเชื่อว่าในสังคมศักดินาแบบนี้ การทำให้ครอบครัวได้กินข้าวทุกมื้อไม่ใช่ปัญหาอะไร
“จริงหรือ?” จ้าวเสียวเสี่ยวซู้ดน้ำลายที่ไหลออกมา นางกะพริบตามองปริบ ๆ
ส่วนหลิ่วเมิ่งหรูกลอกตา ทว่านางก็ไม่ได้พูดอะไร
ยังไม่ทันที่จ้าวผิงจะตอบอะไร ก็มีคนเปิดประตูบ้านเขาเข้ามา ผู้มาเยือนเป็ชายสามคน คนที่เดินนำอยู่ตัวใหญ่อ้วนท้วม สวมเสื้อผ้าสีสันสดใส
จ้าวผิงจำได้…
เขาชื่อ ‘หวังชื่อเหริน’ เ้าของผู้อยู่เื้ับ่อนพนันในเมือง ได้ยินมาว่ามีคนหนุนหลังเขาอยู่ด้วย หวังชื่อเหรินคนนี้มีพฤติกรรมน่ารังเกียจนัก เขาชอบทำร้ายร่างกาย ฉุดคร่าผู้หญิง จนทั่วเมืองรู้ดีถึงชื่อเสียงความโเี้ของคนผู้นี้
ข้างหลังหวังชื่อเหรินมีลูกน้องตามมาอีกสองคน แต่ละคนรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแกร่ง เห็นได้ชัดว่าเป็นักเลง
พวกเขามาทำอะไร?... จ้าวผิงสงสัย
หวังชื่อเหรินชิงพูดขึ้น “จ้าวผิง ข้ามารับเมียข้ากลับบ้าน นางเก็บของเสร็จหรือยัง?”
“เมียเ้า?” จ้าวผิงยิ่งคิดยิ่งงงเข้าไปใหญ่ คิดในใจ ‘เมียเ้าจะมาอยู่บ้านข้าได้อย่างไร?’
หวังชื่อเหรินเห็นท่าทางเขาประหลาดใจ เลยชักสีหน้าขึ้นมาทันที
“จ้าวผิง เ้าคิดจะเบี้ยวหนี้รึ?”
พรึ่บ!
หวังชื่อเหรินหยิบใบหลักฐานออกมา พูดด้วยน้ำเสียงโมโห “เขียนอยู่บนกระดาษชัดเจน เ้ายืมเงินจากบ่อนไปห้าสิบตำลึง ถ้าไม่คืนก็จะขายลูกเมียของเ้าให้ข้า”
“ตอนนี้ข้ามาเก็บหนี้ เ้ามีเงินจ่ายรึไม่?”
“ถ้าไม่มี ไม่คืน ก็เอาลูกเมียเ้ามาให้ข้าเสีย”
“เ้าวางใจได้ ข้าจะดูแลลูกเมียเ้าอย่างดี ให้พวกนางได้กินดีอยู่ดี รับประกันว่าพวกนางจะสุขสบายกว่าอยู่กับเ้าร้อยเท่า” พูดจบ หวังชื่อเหรินก็หัวเราะลั่น สีหน้าท่าทางดูหื่นกาม เขามั่นใจว่าจ้าวผิงไม่มีเงินคืนแน่นอน
นี่มันเนื้อเข้าปากเสือชัด ๆ
“ฮือ ๆ ๆ”
จ้าวเสียวเสี่ยวใจนร้องไห้ นางทรุดตัวนั่งลงกับพื้น กอดขาจ้าวผิงไว้แล้วร้องอ้อนวอน
“ท่านพ่อ ขอร้องล่ะ อย่าขายเสียวเสี่ยวเลยเ้าค่ะ”
“ต่อไปนี้เสียวเสี่ยวจะขยันมากขึ้น ช่วยท่านแม่ทำงาน หาเงินมาให้ท่านพ่อ”
“ข้าไม่ต่อปากต่อคำกับท่านพ่ออีกแล้ว...”
หลิ่วเมิ่งหรูสีหน้าไม่สู้ดี นางก้มหน้าลงพลางแอบเช็ดน้ำตา จ้าวผิงเห็นภาพนี้ก็รู้สึกเหมือนว่าใบหน้าโดนตบจนเจ็บร้าว
นี่มันเื่ชั่วที่เ้าของร่างเดิมก่อเอาไว้ทั้งหมด!
ทว่าตอนนี้ตัวเขาต้องรับผิดชอบ จ้าวผิงดึงลูกสาวให้ลุกขึ้น ปัดฝุ่นบนตัวนางออก ลูบศีรษะเด็กสาวอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าวว่า “เสียวเสี่ยว วางใจเถอะ ต่อให้พ่อจะต้องขายตัวเองไป พ่อก็จะไม่มีวันขายเ้า”
“หมายความว่าอย่างไร?” หวังชื่อเหรินถามหน้าเครียด “จ้าวผิง หรือว่าเ้าคิดจะเบี้ยวหนี้ข้างั้นรึ?”
“เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะหักขาเ้า แล้วจะโยนเ้าเข้าคุกซะ”
เมื่อได้ยินคำพูดลูกพี่ นักเลงข้างหลังสองคนก็รีบก้าวมาข้างหน้า พับแขนเสื้อขึ้น เตรียมจะลงมือ…
[1] ชุ่น เป็หน่วยความยาวของจีน โดย 1 ชุ่นเท่ากับ 1 นิ้ว
[2] จิน เป็หน่วยน้ำหนักของจีน โดย 1 จินเท่ากับ 500 กรัม