สองพี่น้องได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในตรอกร้างมืดนี้ แต่ชุดที่เฟยเจินใส่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็อีกชุด เพราะเธอได้แอบเปลี่ยนในมิติ เนื่องจากกลัวมันจะมีกลิ่นแปลกๆ ติดเสื้อ และเธอได้นำตะกร้าที่ใส่เห็ดทรัฟเฟิลดำออกมาด้วย ซึ่งตะกร้านี้เธอให้พี่ใหญ่นำไม้ไผ่มาสาน และออกแบบให้มีฝาปิดอีกด้วย
“เราไปขายเห็ดที่ภัตตาคารกันเถอะเ้าค่ะพี่ใหญ่ แต่ข้าไม่รู้ว่าควรจะไปที่ไหนดี เราคงจะต้องสอบถามคนอื่นก่อน” ว่าจบสองพี่น้องก็เดินออกจากตรอกร้างในทันที และมองหาคนที่พอช่วยตอบคำถามได้
“ท่านลุงเ้าคะ ข้าถามอันใดหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ” เฟยเจินเห็นชายร่างใหญ่ผิวคล้ำคล้ายชาวบ้านที่ดูท่าทางใจดี เดินออกมาจากภัตตาคารขนาดเล็กด้วยหน้าตาแจ่มใส เธอเลยเดินเข้าไปหาพร้อมสอบถาม ดูท่าชายคนนี้คงจะมาขายผักแน่ๆ
“มีอันใดหรือนังหนู” ชายร่างใหญ่ฉีกยิ้มให้เด็กหญิงพลางคิดในใจว่าแม่หนูคนนี้ช่างหน้าตาน่ารักน่าชังยิ่งนัก
“ท่านลุงพอจะทราบหรือไม่เ้าคะ ว่าภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้คือที่ใด”
“โอ้ เ้าถามถูกคนแล้วล่ะ ภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ก็คือ ภัตตาคารไห่หง รองลงมาก็คือ ภัตตาคารหนานเปียน”
“ภัตตาคารไห่หงอยู่ที่ใดกันหรือเ้าคะ” เฟยเจินทำตาโต กระพริบตาถามอย่างน่ารัก น่าเอ็นดู ตอนนี้เธออายุ 12 ปีแล้ว แต่เพราะขาดสารอาหารเลยทำให้ดูตัวเล็กคล้ายอายุ 9 ปี
“อยู่ทางเหนือของเมืองน่ะ เ้าลองเดินขึ้นเหนือไป จะเจอภัตตาคารที่คนเข้าออกกันเยอะๆ”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านลุง รบกวนท่านแล้ว” เฟยเจินฉีกยิ้มหวานให้ชายร่างใหญ่
“ไม่เป็ไรๆ ข้ายินดี หากอยากรู้อะไรอีกก็มาถามข้าได้ ข้าจะนำผักมาส่งให้ภัตตาคารหลายๆ แห่งน่ะ หากเ้าเข้าเมืองมาบ่อย คงได้เจอกันอีก ข้าไปก่อนล่ะ” ชายร่างใหญ่โบกมือ ก่อนจะเดินไปอีกทาง
“พวกเราไปภัตตาคารไห่หงกันเถอะเ้าค่ะพี่ใหญ่” เฟยเจินเดินนำพี่ใหญ่ไป เพราะพี่ใหญ่บอกว่าจะคอยดูหลังให้เธอเอง แต่ในความเป็จริง เฟยเทียนคิดว่าหากตนไม่จับตาดูน้องสาวไว้ คงจะเป็กังวลมากแน่ๆ
สองพี่น้องเดินมาหยุดอยู่หน้าภัตตาคารขนาดใหญ่ที่มีผู้คนเดินเข้าออกมากมาย ภัตตาคารนี้มีสามชั้นและตกแต่งสวยงามอลังการอย่างมาก เสี่ยวเอ้อร์ก็วิ่งวุ่นรับแขกเข้าออกอย่างไม่ขาดสาย ดูกิจการรุ่งเรืองจริงๆ สักพักเมื่อเฟยเจินเห็นว่าคนเริ่มเบาบางและเสี่ยวเอ้อร์ยืนนิ่งๆ รอต้อนรับอยู่หน้าทางเข้าแล้ว เธอและพี่ใหญ่เลยเดินเข้าไปหา
“พี่ชาย ข้ามาขายเห็ดน่ะเ้าค่ะ ไม่ทราบว่าทางภัตตาคารสนใจหรือไม่” เด็กหญิงส่งยิ้มให้เสี่ยวเอ้อร์ที่มีรูปร่างเล็ก
“อ้อ ตอนนี้พวกเรามีเห็ดเพียงพอแล้วน่ะแม่หนูน้อย หากเ้ามาขายเร็วกว่านี้ คงจะพอรับซื้อไว้ได้อยู่” เสี่ยวเอ้อร์พูดพลางเกาหัว
“พี่ชายลองดูเห็ดนี้ก่อนเถิดเ้าค่ะ หากไม่รับซื้อจริงๆ ก็มิเป็ไรเ้าค่ะ” เฟยเจินเปิดตะกร้าเล็กน้อยให้เสี่ยวเอ้อร์ได้ดู
“หืม นี่คือเห็ดอันใดกัน ภัตตาคารเราไม่รับของแปลกนะแม่หนู” เสี่ยวเอ้อร์ส่ายหัวไปมา เห็ดสีดำนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก เขามิเคยเห็นมาก่อน เด็กพวกนี้คงจะมาหลอกขายเอาเงินแน่ๆ
“ท่านไม่รู้จัก เห็ดซ่งหลู่ หรือเ้าคะ” เฟยเจินไม่ได้แปลกใจนัก หากคนในโลกนี้จะไม่รู้จักเห็ดทรัฟเฟิล
“ข้ามิรู้จักหรอก ไปๆ พวกเ้ากำลังขวางทางเข้าภัตตาคารอยู่” เสี่ยวเอ้อร์พูดเสียงดัง โบกมือไล่ด้วยความรำคาญ เพราะเขาคิดว่าเด็กพวกนี้มาหลอกขายเห็ดแปลกๆ จริงๆ
“อาไหล เ้าพูดเสียงดังใส่แขกได้อย่างไร” ชายแก่ท่าทางภูมิฐานเดินออกมา ใช้ไม้เท้าเคาะหัวเสี่ยวเอ้อร์เสียงดัง ก่อนจะหันมาสนใจพวกเฟยเจิน
“เ้ามาขายผักป่าหรือแม่หนูน้อย” ชายแก่ถามขึ้นมา
“ข้ามาขายเห็ดซ่งหลู่เ้าค่ะท่านผู้เฒ่า” เฟยเจินโค้งคำนับให้ชายแก่เล็กน้อย เป็มารยาทต่อผู้สูงอายุ
“ไอหยา เ้าพูดว่าอันใดนะ สงสัยข้าจะได้ยินมิชัด เริ่มจะเลอะเลือนแล้วจริงๆ” ชายแก่หรี่ตามองเด็กหญิง เขาชอบแม่หนูคนนี้ที่ดูมีมารยาท ไม่เหมือนเด็กผู้หญิงในเมืองที่มีมารยาทแต่ดูปลอมเ่าั้
“ข้ามาขาย ‘เห็ดซ่งหลู่’ เ้าค่ะท่านผู้เฒ่า” เฟยเจินพูดอีกครั้งและเน้นย้ำเพื่อให้ชายแก่ฟังชัดๆ
“ไอหยา เป็เห็ดซ่งหลู่ จริงๆ รึ!” ชายแก่พูดเสียงดังด้วยความใ ก่อนจะรีบเอามือปิดปาก มองซ้ายขวาว่ามีผู้ใดได้ยินหรือไม่
“ตามข้ามา” ชายแก่พูดกระซิบเสียงเบาให้เฟยเจินได้ยิน และเดินนำเข้าไปในภัตตาคารอย่างเร่งรีบ เฟยเจินหันไปขยิบตาส่งสัญญาณให้พี่ใหญ่เดินตามตนมา สองพี่น้องเดินเข้ามาตามหลังชายแก่ พวกเขาพยายามเร่งฝีเท้าอีกเล็กน้อย เพราะชายแก่เดินได้ว่องไวจริงๆ
ภายในภัตตาคารขนาดใหญ่ ตกแต่งอย่างอลังการสวยงาม ชั้นแรกส่วนมากจะสำหรับคนธรรมดาที่พอมีเงินมากิน ชั้นสองจะสำหรับแขกที่มีฐานะดี และชั้นสามสำหรับบุคคลชั้นสูง เช่น คนที่มียศสูงอย่างเ้าเมือง ผู้พิพากษา หรือ คนในราชวงศ์เป็ต้น
เฟยเจินชอบการตกแต่งที่มีเอกลักษณ์เช่นนี้ เธอเดินตามชายแก่ และมองรอบๆ ภัตตาคารไปด้วย จนเดินมาถึงหน้าห้องหนึ่งที่อยู่สุดทางบนชั้นสาม
“ตามข้าเข้ามา” ชายแก่ว่าแล้วก็บอกให้เสี่ยวเอ้อร์ที่เฝ้าประตูอยู่เปิดประตู และเดินนำเข้าไป ทุกห้องบนชั้นสามนี้จะมีเสี่ยวเอ้อร์คอยเฝ้าประตูไว้ทุกห้อง เพื่อรอต้อนรับแขกที่จะเข้ามา
“เอามาให้ข้าได้ดูหน่อยเถิด” หลังจากที่ชายแก่ผายมือให้พวกเฟยเจินนั่งลงฝั่งตรงข้าม ก็พูดขึ้นมา โดยโต๊ะในห้องนี้จะเป็ทรงกลมขนาดใหญ่
“เ้าค่ะ” เฟยเจินเดินถือตะกร้าไปวางไว้ด้านหน้าชายแก่ และเปิดฝาออกเพื่อให้ได้มองเห็นชัดๆ
“วะ… วิเศษยิ่งนัก” ชายแก่พูดตะกุกตะกักและเอื้อมมือไปหยิบเห็ดทรัฟเฟิลดำขึ้นมา สองพี่น้องก็มิได้พูดอันใด เพียงมองชายแก่ที่กำลังจับๆ ลูบๆ คลำๆ เห็ดเหมือนเป็สิ่งล้ำค่าก็มิปาน
“ท่านผู้เฒ่ารู้จักเห็ดชนิดนี้ใช่หรือไม่เ้าคะ” เฟยเจินอดพูดอะไรสักอย่างมิได้ เมื่อเวลาผ่านมาแล้ว 1 เค่อ แต่ชายแก่ก็ยังเอาแต่ลูบๆ คลำๆ ไม่เสร็จเสียที
“ใจร้อนไปไยนังหนู ข้ากำลังดูอยู่เลย อืม… ข้ารู้จักก็มิแปลก แต่นังหนูก็รู้จักงั้นรึ” ชายแก่วางเห็ดในมือลงบนจาน และหันมาจ้องเด็กหญิงแทน เขากำลังพินิจพิเคราะห์แม่หนูคนนี้ว่านางรู้จักจริงๆ งั้นหรือ ดูจากการแต่งกายแล้วก็คล้ายชาวบ้านธรรมดาที่ส่วนมากไม่มีโอกาสเข้าถึงในการศึกษา
“ข้ารู้จักเ้าค่ะ เพราะข้าเป็คนขุดเห็ดพวกนี้ด้วยตนเอง” เฟยเจินไม่ได้คิดอะไรมาก และตอบออกไปตามจริง
“ถ้าอย่างนั้นเ้าคิดจะขายเห็ดพวกนี้อย่างไรล่ะนังหนู” ชายแก่แกล้งถามออกไป เพราะอยากจะรู้ว่าแม่หนูคนนี้รู้ราคาเห็ดพวกนี้หรือไม่
“ข้าคิดจะขายดอกละ 500 อีแปะเ้าค่ะ” เฟยเจินตอบออกไปพร้อมจ้องมองท่าทางของชายแก่ตรงหน้า
“อืม ไม่เลว แต่ก็ยังไม่คู่ควรกับราคาของเห็ดซ่งหลู่” ชายแก่หัวเราะเบาๆ ในตอนแรกเขาคิดว่า แม่หนูคงจะไม่รู้ราคามากนัก และตั้งราคาขายเป็ชั่งตามเห็ดทั่วไป เพราะเขารู้ว่าสำหรับชาวบ้านธรรมดาทั่วไป 500 อีแปะนั้นก็ถือว่าเยอะมากแล้ว แค่มีเงิน 1-2 ตำลึงเงินก็สามารถอยู่ได้ทั้งปีเลยทีเดียว
“ท่านผู้เฒ่าคิดเห็นอย่างไรบ้างเ้าคะ” เฟยเจินเม้มปากเบาๆ เธอไม่รู้ราคาซื้อขายในโลกนี้จริงๆ หากขายขาดทุนจะทำอย่างไรดีล่ะ
“ถือว่าข้านั้นเป็ชายแก่ที่ซื่อสัตย์ก็แล้วกัน ข้าจะบอกแม่หนูให้ก็ได้ ว่าเห็ดนี้มีมูลค่าสูงถึง ดอกละ 5 ตำลึงเงิน มันได้รับขนานนามว่า ‘ราชินีเห็ด’ เชียว” ชายแก่พูดจบ ก็มองปฏิกิริยาของสองพี่น้อง เด็กชายคนโตนั้นดูจะใและพูดอะไรมิออก แต่เด็กหญิงกลับมีท่าทีสงบนิ่งเหมือนฟังเื่เล่าธรรมดาๆ ทั่วไป แต่จริงๆ แล้วในใจเฟยเจินตอนนี้นั้น เธอได้ใว่าเห็ดพวกนี้ราคางามยิ่ง เธอจะรวยแล้ว เพียงแต่ภายนอกเธอมิได้แสดงออกก็เท่านั้น
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ แล้วท่านผู้เฒ่าจะรับซื้อในราคาเท่าใดหรือเ้าคะ” เฟยเจินได้วกกลับมาที่เื่เงินอีกครั้ง ในสมองเธอตอนนี้เห็นเห็ดพวกนี้กลายเป็เงินไปหมดแล้ว
“แม่หนูบอกว่าจะขายให้ข้าดอกละ 500 อีแปะมิใช่หรือ” ชายแก่ยิ้มสนุกที่ได้แกล้งแม่หนูน้อยคนนี้
“ได้เ้าค่ะ ข้าพูดคำไหนคำนั้น” เฟยเจินเม้มปากเบาๆ และทำหน้าเศร้าเล็กน้อย
“ฮ่า ฮ่า ไยต้องเศร้าเพียงนั้นกันนังหนู ข้ามิเอาเปรียบเ้าหรอก ข้าจะรับซื้อในราคาดอกละ 4 ตำลึงเงินแล้วกัน” ชายแก่ชูขึ้นมา 4 นิ้วและจ้องมองเด็กหญิงด้วยรอยยิ้มเบาบาง
เฟยเจินผู้ที่ไม่คิดอะไรมากนั้น ก็ยินดีอย่างมาก ถึงเธอจะได้รับแค่ 1 ตำลึงเงินเธอก็ยอม เพราะหากชายแก่คนนี้ไม่บอกความจริง เธอก็คงขายให้ในราคาดอกละ 500 อีแปะอยู่ดี นี่มันได้มามากกว่าที่คิด 8 เท่าเชียว เธอคิด
“ขอบพระคุณมากเ้าค่ะท่านผู้เฒ่า” เฟยเจินฉีกยิ้มหวาน
“ไม่ต้องเป็ทางการมากก็ได้นังหนู พวกเ้าเรียกข้าว่า ปู่เซียวเถอะ”
เฟยเจินหันไปมองหน้าพี่ใหญ่
“ท่านปู่เซียว” หลังจากนั้นสองพี่น้องก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน
“อืม… ว่าแต่เ้าทำอาหารเป็หรือไม่นังหนู ข้าเริ่มชักจะหิวซะแล้วสิ” ยามนี้ก็ใกล้จะถึงกลางยามอู่ (11.00-12.59น.) แล้ว เขาแกล้งถามเด็กหญิงอีกครั้ง เผื่อจะได้ลองชิมฝีมือของนาง
“ข้าสามารถเอาเห็ดพวกนี้ไปทำได้เ้าค่ะท่านปู่เซียว” เฟยเจินตอบรับด้วยรอยยิ้ม
“โอ้ จริงหรือ ข้าอยากจะลองชิมจริงๆ ไม่รู้ตาแก่คนนี้จะมีโอกาสได้กินหรือไม่” ชายแก่รู้สึกประหลาดใจ ไม่เพียงแต่เด็กหญิงจะรู้จักเห็ดชนิดนี้ แต่ยังสามารถทำอาหารด้วยเห็ดนี้ได้อีกงั้นรึ ปกติเห็ดพวกนี้เป็เห็ดบรรณาการที่แคว้นเล็กๆ นำมาถวายให้ฮ่องเต้ และส่วนมากจะนำมากินดิบๆ กันเท่านั้นเพื่อให้ได้รับสารอาหารสูงสุด เขายังไม่เคยลิ้มลองแบบแปรรูปเลย เขายิ่งรู้สึกชอบและสนใจในตัวนางยิ่งนัก
เฟยเจินยังไม่ทันตอบ ชายแก่ก็เรียกเสี่ยวเอ้อร์ที่เฝ้าอยู่หน้าห้องให้เข้ามานำเด็กหญิงลงไปห้องครัวเพื่อทำอาหารทันที เฟยเจินรู้สึกอึ้งเล็กน้อยกับความว่องไวนี้ เธอหยิบตะกร้าใส่เห็ดและหันไปขยิบตาให้พี่ใหญ่ ก่อนจะเดินตามเสี่ยวเอ้อร์คนนั้นไป