พลิกฟ้า ย่ำปฐพี

    บทที่ 13 ก็ท่านบอกให้ข้าเข้ามา

    เหตุการณ์ในภัตตาคารอาหารผ่านไปด้วยดี คนของภัตตาคารออกมาขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องตกใจ เพื่อเป็นการขอโทษทางภัตตาคารจะมอบของหวานเลืองชื่อให้ทุกคนได้ทานโดยไม่ต้องจ่ายเงินทุกคนเฮลั่น แน่นอนว่ารวมถึงเว่ยเมิ่งด้วยของหวานเลื่องชื่อถูกนำมาวางตรงหน้าชายหนุ่ม เว่ยเมิ่งหรี่ตามอง ของหวานเลื่องชื่ออย่างพินิจพิเคราะห์‘อืมๆ ดูมุมไหนก็เป็นน้ำแข็งใสชัดๆ’ชายหนุ่มยักไหล่ ของหวานชนิดนี้พี่สาวของมันเคยทำให้กินเมื่อนานมาแล้ว และเจ้าสิ่งนี้กับเว่ยเมิ่งก็มีประสบการณ์ร่วมกันที่ไม่ค่อยจะดีนัก ด้วยฝีมือทำอาหารขนาดนรกยังส่ายหน้าของพี่สาวของตน ขนาดเว่ยเมิ่งที่นำยาพิษที่ร้ายแรงที่สุดในหมู่บ้านมากรอกปากแทนน้ำได้ แต่กับน้ำแข็งใสที่สี่สาวทำให้กิน ดันทำให้ชายหนุ่มท้องเสียติดต่อกันสามวันมาแล้ว.......‘วันนี้ ข้า ตงฟางเว่ยเมิ่ง ผู้พิชิตเซียนแห่งหุบเขาไม่หวนคืน จะพิชิตเจ้าให้ได้!!!!’ อย่างรวดเร็ว มือของชายหนุ่มหยิบช้อนไม้ ดวงตาของเว่ยเมิ่งวาวโรจน์ ช้อนไม้แทงลึกเข้าในเกล็ดน้ำแข็งพร้อมตักเข้าปากอย่างรวดเร็วตุบ ตุบ ตุบ ตุบในหูของเว่ยเมิ่งเหมือนได้ยินเสียงหัวใจของตน ทันใดนั้นเกล็ดน้ำแข็งก็เริ่มละลายในปากพร้อมความหวานที่กระจายไปทั่วลิ้น‘นะ นี่มัน’เท่านั้นยังไม่พอทันทีที่ฟันเคี้ยวไปเรื่อยๆรสชาติความเค็มและเปรี้ยวของบ๊วยก็ค่อยๆแผ่ซ่านออกมา ชายหนุ่มเงยหน้าของมองเพดานของภัตตาคารอย่างเหม่อลอย ‘พี่สาว ท่าน..........อย่าเข้าครัวอีกเลย’ ชายหนุ่มคิดในใจ“พี่เสี่ยวเอ้อของน้ำแข็งใสบ๊วยอีกสามถ้วย” ตอนนี้ชายหนุ่มหลงใหลในโลกแห่งน้ำแข็งไปเสียแล้ว.........
    ณ ชั้นสองของภัตตาคารสามความสุข คุณชายใหญ่แห่งตระกูลตงฟางกำลังสนทนากับคุณชายหกตระกูลหาน พร้อมกลุ่มคนอีกเจ็ดแปดคน“น้องหานชั่งใจดีกับพวกมันยิ่งนัก” ตงฟางจวินอิ๋งหรือคุณชายใหญ่แห่งตระกูลตงฟางกล่าวยิ้มๆน้องหานหรือหานเหวินหลางหรือคุณชายหกแห่งตระกูลหานโบกไปมา “ฮาๆ พี่ตงฟาง นี่ไม่ได้มากอะไรข้าเพียงแต่หวังว่าพวกมันจะกลับตัวเป็นคนดีเท่านั้น” หานเหวินหลางแม้พูดว่าไม่ได้มากมายอะไรแต่ก็ไม่สามารถปกปิดความลำพองในสายตาได้หานเหวินหลางเดิมทีมันไม่ได้เป็นคนของโลกนี้ ในโลกก่อนมันเป็นแค่คนธรรมดาคนที่ชอบอ่านนิยายออนไลน์เท่านั้น และแล้วมันก็ประสบอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดมันกินชาไข่มุกติดคอจนตาย มันได้สติอีกทีในร่างของหานเหวินหลาง ผู้เป็นสวะแห่งตระกูล ตอนที่มันนอนพักอยู่ในห้อง มันบังเอิญค้นพบคัมภีร์ลับโดยบังเอิญในกลไกในห้องของเจ้าของคนก่อน‘หากสวรรค์มอบโอกาศนี่เพื่อให้คนเป็นคนใหม่ข้าก็ขอน้อมรับไว้’ หานเหวินหลางคิดในใจ มันศึกษาคัมภีร์ลับจนแตกฉาน มันก็ไม่รู้เหมือนว่ากันว่าทำไมถึงเรียนรู้ได้เร็วขนาดนี้ ระดับพลังของมันทะลวงจากศูนย์มาถึงขอบเขตยอดฝีมือระดับห้าได้ในเวลาไม่กี่ปี และตอนนี้มันกำลังวางแผนที่จะพยายามทะลวงขั้นไปสู่ขอบเขตปรมาจารย์เลยด้วยซ้ำ“พี่เหวินหลางมักจะใจดีเช่นนี้อยู่เสมอแหละเจ้าคะ” เด็กสาวอายุสิบหกสิบเจ็ดปีหน้าตาน่ารักอิงแอบร่างของหานเหวินหลาง หานเหวินหลางลูบหัวของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน ชื่อนางคือเสี่ยวฮวา มันช่วยนางจากโจรภูเขา นางเลยเสนอตัวเป็นสาวใช้ของมัน ซึ่งแน่นอนว่าหานหวินหลางรับไว้ด้วยความยินดี“แล้วพี่ตงฟางเรียกข้ามาที่นี่ทำไมหรือ?” มันถามด้วยความสังสัย หากไม่ใช่เพราะคนตรงหน้าเป็นบุตรชายของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นชิงละก็มันคงปฏิเสธและเอาเวลาไปเล่นจ้ำจี้กับเสี่ยวฮวาไปแล้วตงฟางจวินอิ๋งยิ้มเบาๆ “วันนี้ข้ามีสหายคนหนึ่ง มาแนะนำให้เจ้ารู้จัก” คุณชายอันดับหนึ่งในแคว้นชิงหันไปพยักหน้ากับคนรับใช้ให้ไปเชิญแขกเข้ามา“ทักทายพี่ตงฟาง และ คุณชายหาน” ผู้เข้ามาใหม่เป็นบุรุษอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขา “น้องหานนี่คือฟงเหวินเกอ นายน้อยแห่งสำนักผู้กล้าไร้พ่าย พี่ฟงเหวินเกอนี่คือ คุณชายหานเหวินหลางอัจฉริยะ” ตงฟางจวินอิ๋งแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน ทั้งสานประสานมือให้กันเงียบๆ“ที่ข้ามาวันก็เพราะมีเรื่องจะขอร้อง พี่ตงฟางและน้องหาน” ฟงเหวินเกอเอ่ยปากพูดก่อน “พวกท่านคงรู้เรื่องข่าวลือเกี่ยวกับความขัดแย้งของข้ากับต้วนจูแห่งพรรคคนตัดฟืนแล้ว” ตงฟางจวินอิ๋งและหานเหวินเกอพยักหน้า ทั้งสองต่างกันที่คนแรกรู้รายละเอียดทั้งหมดในขณะที่คนที่สองไม่รู้อะไรเลยฟงเหวินเกอสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บแค้น “พวกท่านอย่าได้ถูกข่าวลือหลอกล่วง เป็นความจริงที่ข้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสตรีชาวบ้านนาง แต่ที่ข้าทำไปก็เพราะเห็นว่าตอนนั้นนางกำลังจะถูกข่มเหงโดยหนึ่งในคนของพรรคคนตัดฟืน ข้าไม่อาจหักใจมองดูความอยุติธรรมเกิดขึ้นได้เลยเข้าช่วยเหลือ”“ทว่าความจริงแล้วนี่เป็นแผนของต้วนจูมาตั้งแต่ต้นมันจ้างหญิงชาวบ้านนั้นมาแกล้งรับบทเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายและเมื่อข้าเข้าไปช่วยนางต้วนจูก็โผล่ออกมาแล้วกล่าวหาข้าว่าเป็นคนไปข่มเหงนางและยิ่งรวมกับคำให้ร้ายสตรีของชาวบ้านนั้นยิ่งทำให้ข้ากลายเป็นตัวบัดซบของเรื่องราวนี้” ในที่สุดฟงเหวินเกอก็ระบายความใจเสร็จหานเหวินหลางอ้าปากค้างไม่รู้จะตอบอะไรไปดี ได้แต่พยักหน้าเห็นกับชายตรงหน้า “ต้วนจูทำเกินไปแล้ว!! มันว่าชื่อเสียงสำนักผู้กล้าไร้พ่ายเป็นอะไร!” หานเหวินหลางพยายามเอาใจฟงเหวินเกอ “พี่ตงฟาง น้องหานได้โปรดฟังคำขอร้องข้าด้วย!”“พี่ฟงพูดว่าเถอะ” หานเหวินหลางออกตัวตอบ“อีกสามวันหลังจากนี้ต้วนจูจะเดินทางไปสำนักแพทย์ของไป๋จางเพื่อรับยารักษาโรคให้กับพรรคพวกของมัน ข้าอยากจะขอร้องพี่น้องทั้งสองให้ช่วยเหลือข้าช่วงชิงยาทั้งสองที”“นะ นี่” หานเหวินหลางลังเล“น้องหาน พรรคอธรรมเหล่านี้แต่ละคนล้วนชั่วร้าย หากไม่ตายในวันนี้วันหน้ามันจะต้องสร้างความชั่วร้ายต่อไปแน่นอน พวกเราจำเป็นต้องจัดการพวกมันให้เร็วที่สุด”“แต่พี่ฟง ยอดฝีมือพรรคคนตัดฟืนล้วนไม่ธรรมดา หากมีแค่พวกเราข้าเกรงว่า....”“ฮาๆๆๆ หากเรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงไปข้าได้เชิญยอดฝีมือระดับเจ็ดในสำนักมาสองคนและยอดฝีมือระดับหกอีกหลายสิบคน ด้วยจำนวนคนขนาดนี้มากพอที่จะจัดการทุกอย่างได้อย่างอยู่หมัด”“ในเมื่อพี่ฟงมั่นใจเช่นนี้ ก็นับข้าเข้าได้เลย ฮาๆๆๆ”“แล้วพี่ตงฟางเหล่า?”“ในเมื่อพี่น้องทั้งสองต่างเห็นพร้องต้องกันขนาดนี้ แล้วข้าจะเห็นก็ตัวอยู่เฉยได้อย่างไร?” ตงฟางจวินอิ๋งยิ้ม“ฮาๆๆๆ มาๆ มือนี้ขอข้าเป็นฝ่ายเลี้ยงเอง” ฟงเหวินเกอหัวเราะลั่นฟงเหวินเกอหัวเราะรำสุรากับหานเหวินหลาง ทั้งสองไมได้สังเกตรอยยิ้มเย็นเยียบของตงฟางจวินอิ๋งเลยแม้แต่นิดเดียว
    หลังเว่ยเมิ่งทานอาหารและของหวานเสร็จ ก็ออกมาเดินเล่นไปตามซอกซอยของแคว้นชิง พลางดูกระดาษในมือด้วยสีหน้าปั่นยาก“อืม ผ้าไหมของมารดาเอาไว้ซื้อขากลับ” “เนื้อวากิวกับไข่ปลาคาเวียร์ อืมม ชาตินี้ทั้งชาติ ข้าคงหาไม่ได้หรอกทั้งเนื้อทั้งไข่ปลาทั้งภรรยาด้วย” “ก็เหลือแต่ของท่านปู่.............”ฝากของให้บิดา..........อืม เว่ยเมิ่งยิ้มแห้งๆ ตั้งแต่เกิดเขาก็ไม่เคยเจอบิดาเลยไม่แต่ครั้งเดียว และเขากับพี่สาวก็ไม่เคยเอ่ยถามถึงบิดาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เว่ยเมิ่งเริ่มเหงื่อตก ทันใดเขาก็เหมือนคิดอะไรออก ชายหนุ่มล่วงมือเข้าไปหยิบของในเสื้อ มันเป็นขวดไม้ที่มีกลิ่นหอมอย่างประหลาด ข้างในบรรจุเม็ดโอสถต่อชีวิตที่มีสรรพคุณต่ออายุไขเม็ดละหนึ่งปี เว่ยเมิ่งเขย่าขวดไปมา ‘น่าจะมีซักสิบเม็ดได้มั้ง?’ ก่อนออกจากหมู่บ้าน ปู่รองเดินมาหาและยัดสิ่งนี้เข้าในมือมัน “ฝากให้ฮ่องเต้ด้วย” ปู่รองพูดอย่างง่ายๆ และเดินจากไป“งั้นเอาของฝากไปให้ฮ่องเต้ก่อนละกัน” ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ นี่ชัดเจนแล้วว่าในใจของเว่ยเมิ่ง การไปเจอฮ่องเต้นั้นสบายใจกว่าไปเจอบิดาของตน
    “เฮ้อ” ร่างในชุดคลุมสีเขียวผ่อนลมหายใจเบาๆ ชิงหลงเทียนฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นชิง ในวัยอายุสีสิบปี แววตาคมกริบ หนวดเคราถูกเล็มตัดแต่งอย่างดี ตอนนี้มันกำลังพักผ่อนอยู่ในห้องอักษร โดยที่มีพระสนมคนโปรดค่อยชงชาให้อยู่ ตอนนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ชิงหลงเทียนขวมดคิ้ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย “เข้ามา” แทนที่จะเปิดประตูเข้ามา เสียงเคาะกลับชะงักไปเล็กและเริ่มเคาะใหม่อีกครั้ง “จะต้องให้เราเดินไปเปิดประตูให้เจ้าหรือไง!! ไสหัวเข้ามาให้เราเดียวนี้!!” ฮ่องเต้แคว้นชิงคำราม ด้วยพลังระดับแปดของตนทำให้ห้องอักษรสั่นสะเทือน“................”เสียงเคาะเงียบหายไปแทนทีด้วยเสียงของชายหนุ่ม“ขอเสียมารยาทแล้ว”ทางลับที่ไม่ได้ใช่มาหลายปีถูกเปิดออก แต่ไม่ได้ถูกเปิดออกด้วยวิธีปกติ ประตูถูก‘ระเบิด’ออก เสียงดังสนั่นยิ่งกว่าเสียงคำรามของฮ่องเต้ดังขึ้นตูม!!ฮ่องเต้กับพระสนมอ้าปากค้าง ควันค่อยๆจางลงเผยให้เห็นชายหนุ่มที่กำลังทำสีหน้าเขินๆ“ข้าเปิดประตูลับไม่เป็น...ข้าก็เลยเคาะประตู......แต่เพราะท่านบอกให้ข้าเข้ามาเลย.....ข้าก็เลย......” เว่ยเมิ่งทำสีหน้าแบบ ก็ท่านบอกให้ข้าเข้ามาเองนี่