เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 21: หนทางสว่างจากทวยเทพ (Light Way form The God)

    “ยังพอมีหนทางที่จะสามารถช่วยเจ้าหญิงโอริฮิเมะอยู่นะ เจ้าหญิงฮิเมรากิ” สักพักก็มีเสียงสวรรค์ดังขึ้นในโสตประสาท ร่างนิมิตของเทพทั้งสององค์ปรากฎตัวขึ้นจากทางด้านหลังของยูกินะองค์แรกคือเทพีที่เต็มไปด้วยความงามสง่าผ่าเผยและความเกรงขามในเวลาเดียวกัน เพียงแค่มองเห็นจากระยะไกลก็สัมผัสได้ถึงออร่าประกายแสงอันเจิดจ้าราวกับแสงตะวันที่กำลังส่องสว่างไปทั่วหล้าเทพีองค์นี้คือเทพีอามาเทระสึ มหาสุริยาเทวีผู้เป็นประมุขสูงสุดในแดนสวรรค์ ส่วนเทพองค์ที่สองนั้นก็คือเทพซุซาโนะโอ น้องชายของเทพีอามาเทระสึที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเทพแห่งวายุที่เปี่ยมไปด้วยความเกรงขามและความดุดัน จนใครๆ ต่างก็ต้องยอมศิโรราบให้กับเขา“สร้อยมากะทามะที่อินาริเสกให้กับเจ้าหญิงโอริฮิเมะไปนั้น มันเป็นแค่เครื่องรางที่ทำได้แค่สะกดคำสาปของนางเทวีอสูรฯ เท่านั้น สิ่งที่จะช่วยเจ้าหญิงโอริฮิเมะได้จริงๆ ก็คือดาบพระแสงฟ้าฟื้นคุซานางิ ซึ่งดาบเล่มนั้นจะสามารถทำลายคำสาปของนาง ในร่างของเจ้าหญิงโอริฮิเมะได้อย่างราบคาบ” เทพีอามาเทระสึเริ่มพูดเป็นองค์แรก“แต่น่าเสียดายยิ่งนัก ที่คมดาบพระแสงในตอนนี้ก็ได้แตกสลายลงซะก่อน จากการที่เจ้าเคยใช้มันในการพันธนาการร่างของนางเทวีอสูรฯ ร่วมกับพลังเวทย์ของเจ้าเมื่อหลายร้อยกว่าปีก่อน จนกลายมาเป็นดาบพลังแสงที่เจ้าได้รับมานี่แหละ”เทพซุซาโนะโอพูดต่อจากเทพีอามาเทระสึ “เจ้าจะต้องเดินทางย้อนเวลาไปยังยุคเซ็นโกคุเพื่อรวบรวมชิ้นส่วนจากอายาคาชิทั้ง 100 ชิ้น เพื่อที่จะนำไปใช้ในการบูรณะดาบพระแสงฟ้าฟื้นคุซานางิขึ้นมา”ร่างนิมิตของเทพทั้งสององค์ชี้แนะทางสว่างให้กับยูกินะที่ตกอยู่ในสภาพมืดแปดด้าน“เจ้าหญิงฮิเมรากิ นางเทวีอสูรฯ ในตอนนี้เป็นอิสระแล้ว ถ้าหากนางเทวีอสูรฯ ทำพิธีกรรมสาปเจ้าหญิงโอริฮิเมะในคืนวันเพ็ญเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ เจ้าหญิงโอริฮิเมะก็จะตายจากร่างมนุษย์สู่ร่างจิ้งจอก 9 หาง เจ้าหญิงโอริฮิเมะก็จะกลายร่างเป็นจิ้งจอก 9 หางร่างแทนของนางโดยสมบูรณ์ นางจะสามารถบงการเจ้าหญิงฮิเมรากิให้ทำตามทุกอย่างที่นางต้องการ โดยที่เจ้าหญิงโอริฮิเมะนั้นจะไม่สามารถขัดขืนมันได้”หลังจากที่เทพีอามาเทระสึพูดจบ เทพซุซาโนะโอก็พูดต่อทันทีว่า“ผลที่ตามมาก็คือช่องว่างแห่งมิติปรโลกทุกหนแห่งในโลกมนุษย์จะถูกเปิดออก เหล่าโยไคทั้งหมดก็จะออกอาละวาดไปทั่วโลก และนางเทวีอสูรฯ ก็จะบงการให้เจ้าหญิงโอริฮิเมะกลายร่างเป็นจิ้งจอก 9 หาง และทำลายล้างโลกใบนี้อย่างบ้าคลั่ง จนเกิดเป็นสงครามระหว่างทวยเทพกับเหล่าโยไคขึ้นบนโลกมนุษย์ เหล่ามวลมนุษยชาติก็จะล้มตายลงเป็นจำนวนมาก และโลกก็เกิดการล่มสลายลงดั่งที่เจ้าได้เห็นไปทั้งหมดนี้”ยูกินะกวาดสายตามองไปรอบๆ จนได้เห็นเหล่าทวยเทพและกองทัพแห่งสวรรค์ต่างก็เข้าต่อกรกับเหล่าโยไคชนิดต่างๆ ที่ออกมาเพ่นพ่านไปทั่วสารทิศอย่างสุดกำลัง ทั้งบนพื้นดินและกลางอากาศ ไปจนถึงน่านฟ้า แต่ยิ่งจัดการไปสักเท่าไหร่ พวกมันก็มีแต่จะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เหล่าทวยเทพและนักรบสวรรค์ต่างก็รู้สึกอ่อนแรงลงเรื่อยๆ จนแทบจะไม่สามารถต้านทานเอาไว้ได้ จนท้ายที่สุดก็ถูกพวกมันฆ่าตายไปจำนวนมาก และก็ดับสลายหายไป“เรื่องที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดนี้ มันเป็นเพราะฝีมือของเจ้านางปีศาจนั่นหน่ะเหรอ”“ใช่แล้วหล่ะ” เทพีอามาเทระสึกับเทพซุซาโนะโอยืนยันในคำตอบ ก่อนที่ทั้งสองจะร่วมกันสร้างน้ำอมฤตให้ยูกินะดื่มเป็นการรื้อฟื้นพลังเวทย์ทั้งหมดของเจ้าหญิงฮิเมรากิให้กลับมาอีกครั้ง ยูกินะยื่นมือเรียวงามออกมาหยิบขวดแก้วขนาดเล็กที่บรรจุน้ำอมฤติอยู่ข้างในที่ลอยอยู่กลางอากาศก่อนที่จะทำการเปิดฝาขวดและดื่มมันเข้าไปหลังจากที่ดื่มเข้าไปจนหมดขวด มือเรียวงามของยูกินะก็เริ่มเกิดอาการสั่นจนเผลอทำให้ขวดแก้วหลุดจากมือและตกแตกเป็นเสี่ยงๆ ยูกินะเริ่มมีอาการร้อนๆ หนาวๆ ไปทั่วเรือนร่างราวกับเป็นไข้ ก่อนที่ร่างงามของเธอจะทรุดตัวลงนอนกับพื้นด้วยความทรมานจากความรู้สึกร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วเรือนร่าง จนมีเหงื่อชุ่มไปตามใบหน้างาม ลำคอขาวผ่อง และทั่วร่างงาม พลังเวทย์ทั้งหมดของเจ้าหญิงฮิเมรากิก็ถูกรื้อฟื้นและกลับคืนสู่ยูกินะผู้เป็นอดีตเจ้าของอีกครั้ง“พวกเราขอฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเจ้า เจ้าหญิงฮิเมรากิ การบูรณะดาบพระแสงฟ้าฟื้นในครั้งนี้ มันไม่ใช่แค่เพื่อจะทำลายคำสาปของนางเป็นการช่วยเจ้าหญิงโอริฮิเมะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยปกป้องโลกและเหล่ามวลมนุษยชาติ ให้รอดพ้นไปจากหายนะครั้งใหญ่ที่จะนำไปสู่สงครามระหว่างเทพเจ้ากับเหล่าโยไคที่จะทำให้โลกเข้าสู่ยุคแห่งการล่มสลาย จากการทำพิธีกรรมสาปในคืนวันเพ็ญ ซึ่งก็คือการกำจัดนางเทวีอสูรฯ ให้ราบคาบ”ร่างนิมิตของเทพีอามาเทระสึกับเทพซุซาโนะโอทิ้งท้ายด้วยการฝากความหวังให้กับยูกินะก่อนที่จะเลือนหายจากไป ร่างงามของยูกินะก็นอนสลบลงกับพื้น หลังจากที่ได้รับพลังเวทย์ของเจ้าหญิงฮิเมรากิในอดีตกลับคืนมาทั้งหมด“แฮ่ก แฮ่ก” ยูกินะสะดุ้งตื่นขึ้น และนั่งหอบเหนื่อยอยู่บนฟูกนอน มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าสะสวยและลำคอขาวผ่อง เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำกับเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์คอปกแขนยาวสีน้ำเงินเข้มถูกถอดออกมาและแขวนไว้ที่เสาแขวนเสื้อนี่เราฝันไปเหรอเนี่ย“เจ้าไม่ได้ฝันไปหรอก เจ้าหญิงฮิเมรากิ...” น้ำเสียงของเทพซุซาโนะโอดังขึ้นในโสตประสาทของยูกินะ“หากไม่เชื่อ เจ้าก็ลองดูที่หลังมือของเจ้าดูสิ”ยูกินะรีบสำรวจมือเรียวงามทั้งสองข้างจนได้พบตราสัญลักษณ์รูปดาวห้าแฉกที่ปรากฎขึ้นที่กลางหลังมือข้างขวา“นั่นหล่ะคือสิ่งที่บ่งบอกได้ว่า พลังเวทย์ทั้งหมดในอดีตนั้นได้กลับคืนสู่ตัวเจ้าอีกครั้งแล้ว”น้ำเสียงที่ดังขึ้นในโสตประสาทนั้นเลือนหายไป เมื่อมองสำรวจไปรอบๆ ก็พบว่าตนนั้นได้มาอยู่ที่ห้องนอนในบ้านพักแบบสไตล์ญี่ปุ่นดั่งเดิมภายในศาลเจ้าอินาริในท่ามกลางแสงจากโคมไฟบนเพดานที่ส่องสว่างไปทั่วห้อง รับรู้ได้ทันทีเลยว่า เวลาในตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเวลากลางคืน ยูกินะหันไปเห็นสึบากินอนหลับอยู่ข้างๆ ทางซ้ายมือบนฟูกเดียวกัน โดยที่เสื้อแจ็คเก็ตยีนส์คอปกนั้นถูกถอดออกมานี่เรามานอนอยู่ที่บ้านใครหล่ะเนี่ยหลังจากที่นึกสงสัยมาได้สักพัก โทโมเอะที่เป็นเจ้าของบ้านก็เปิดประตูเข้ามานั่งที่ริมฟูกนอนภายในห้อง พร้อมกับคิทสึเนะ ภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบในร่างมนุษย์ผู้เป็นเสมือนน้องสาวที่เดินติดตามมาด้วย โทโมเอะคือมิโกะสาวคนเดียวกับที่เคยทักสึบากิไว้ ในตอนที่ยูกินะเคยพาทั้งครอบครัวไปเที่ยวสักการะที่ศาลเจ้าอินาริในเกียวโตในช่วงปีใหม่เมื่อไม่นานมานี้สักพัก ทางด้านสึบากิก็สะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับหายใจแรง เพียงแค่ถูกสะกิดเรียกก็เกิดอาการตกใจกลัวอย่างสุดขีด “ไม่ต้องกลัวนะ พี่อยู่ตรงนี้แล้ว”ยูกินะพยายามเกลี้ยกล่อมให้สงบลง จากที่หายใจแรงค่อยๆ แผ่วเบาลง สึบากิรีบสำรวจตัวเองจนได้พบว่าร่างงามของเธอนั้นกลับคืนสู่ร่างมนุษย์อีกครั้ง เพิ่มเติมก็คือสร้อยมากะทามะที่ถูกสวมไว้ที่ลำคองามระหง สึบากิจึงนึกขึ้นได้ว่าสร้อยเส้นนี้ได้ทำการสะกดคำสาปในตัวไว้“พี่ขา~ หนูกลัว” สึบากิรีบตรงเข้าสวมกอดยูกินะพลางร้องไห้สะอื่นด้วยความกลัว“ไม่ต้องกลัวนะสึบากิจัง ตราบใดที่ยังมีพี่อยู่เคียงข้าง ก็ไม่มีใครหน้าไหนมาทำอะไรเธอได้” ยูกินะกอดตอบอย่างแนบชิด พลางปลอบโยนสึบากิด้วยความอ่อนโยน ในท่ามกลางความเงียบสงัดภายในห้องนอนทางด้านเซ็นเคียวก็รีบขับรถตู้สีดำ VIP อีกคันพานิชิโกะไปยังศาลเจ้าฟูชิมิอินาริในเมืองเกียวโตเพื่อไปรับยูกินะกับสึบากิที่นั่น หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากโทโมเอะ