ที่เมืองหลวงของประเทศอวิ้นจูเวลานี้เองก็พลบค่ำแล้วเช่นกันงานมงคลที่ผู้คนมากมายมาเข้าร่วมกลับพังลงไม่เป็ท่าเพราะการหายตัวไปขององค์ชายสี่โจวหยางเหล่าขุนนางต่างวุ่นวายกับการหาตัวของเขาหากเป็คนธรรมดาคงไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรแต่คือองค์ชายของราชวงศ์โจว!
ต่อให้ข่าวของเขาไม่ค่อยดีนักเพราะอาการป่วยเรื้อรังแต่จะอย่างไรก็ยังเป็องค์ชายคนหนึ่งทว่าสิ่งที่น่าแปลกนั้นก็คือเื่การลอบสังหารกลับถูกปิดเงียบราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นแม้จะในท้องพระโรงเองก็ยังไม่ใครรู้ถึงเื่นี้เรียกได้ว่าการลงมือครั้งนี้ถูกวางแผนมาอย่างดีและลบร่องรอยอย่างหมดจด!
มีคนมากมายถูกสอบสวนแต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆแม้กระทั่งร่องรอยทางประตูทิศเหนือก็ยังไม่พบเบาะแสที่จะชี้นำไปถึงการต่อสู้การประชุมในท้องพระโรงจบลงด้วยคำสั่งออกค้นหาไปตามเมืองต่างๆ
ในห้องทรงอักษรขององค์าามีเพียงแสงโคมสลัวลางๆองค์าานั้นเป็ชายวัยกลางคนใบหน้าสุขุมดวงตากระจ่างใสนอกจากองค์าาแล้วในห้องนี้ยังมีชายชราอีกคนหนึ่งอยู่ในชุดขุนนางใบหน้าราบเรียบสีผมหงอกขาวเขาก็คือราชครูเฉิน
“ทุกอย่างสมบูรณ์แบบเกินไป...ไม่มีทางที่คนๆหนึ่งจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยได้เช่นนี้”
เสียงราบเรียบขององค์าาดังออกมาอย่างแ่เบาราชครูเฉินพยักหน้าเห็นด้วยก่อจะถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“การจะลบร่องรอยได้อย่างหมดจดในเมืองหลวงเช่นนี้ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้...ที่น่าแปลกยิ่งกว่านั้นก็คือการที่พวกเขาลงมือเช่นนี้ก็หมายความว่าพวกเขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว”
“ดูท่าเื่นี้คงมีต้นเหตุมาจากลูกสาวตระกูลอวี้...ที่ข้าจัดงานหมั้นหมายครั้งนี้ขึ้นมาก็เพราะเป็แผนสำรองในอนาคตคิดไว้อยู่แล้วว่าฝ่ายนั้นจะต้องจับทางได้แต่ก็ไม่คาดว่าอีกฝ่ายจะกล้าลงมืออุกอาจถึงเพียงนี้!ครั้งนี้ลูกสี่หายตัวไปไม่แน่ว่าจะเป็เื่ก็ได้”
ฟังคำขององค์าาแล้วราชครูเฉินก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยอย่างไรก็ตามการหายตัวไปขององค์ชายสี่นั้นก็ยังมีปัญหาสำคัญอยู่เพราะแม้แต่พวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน
“องค์ชายสี่นั้นเป็กุญแจสำคัญแม้ว่าวีรบุรุษสุ่ยจะหายตัวไปแต่ชื่อเสียงของเขาก็ยังคงสะกดอีกฝ่ายเอาไว้ได้จนถึงวันนี้เป็เพราะอาการป่ายของเขาทำให้ตำแหน่งรัชทายาทไม่มั่นคง ทางเดียวที่จะกดอีกฝ่ายเอาไว้ได้ก็คือดึงแม่ทัพอวี้ถงเข้ามาในวังวนนี้มีเพียงบุตรที่เกิดจากสายเืของโจวอวี้สุ่ย จึงจะสามารถกดคนพวกนั้นได้จมดิน!”
ฟังราชครูเฉินพูดออกมาองค์าาที่สุขุมก็กลายเป็พิโรธขึ้นมาในทันทีดวงตาที่กระจ่างใสนั้นกลายเป็แหลมคมเหมือนใบมีด
“เฮอะ! แผ่นดินอวิ้นจูเป็ของราชวงศ์โจมาเนิ่นนาน แต่จิ้งจอกเฒ่าอย่างพวกมันคิดจะเอาไปได้ง่ายๆ?ครั้งก่อนวางยาลูกสี่ข้ายังไม่คิดบัญชีแต่ตอนนี้ยังกล้าลงมืออุกอาจในเมืองหลวง!เห็นทีพวกมันคงลืมไปแล้วกระมังว่าข้าาาโจวยี่ยังเป็ผู้ปกครองแผ่นดินนี้!”
บรรยากาศภายในห้องอักษรกลายเป็เย็นเยียบสายลมไม่มีที่มาจู่ๆก็พัดกระพือไปทั้งห้องราชครูเฉินหมอบลงกับพื้นรีบกล่าวออกมาหลายคำ
“ฝ่าาทรงสงบพระทัยลงก่อนพะยะค่ะ! พระวรกายยังไม่ฟื้นคืนเต็มที่หากปล่อยพลังยุทธ์ออกมาจะทำให้อาการาเ็ปะทุขึ้นอีกครั้งนะพะยะค่ะ!”
าาโจวยี่สูดหายใจเข้าลึกผ่อนคลายพลังยุทธ์ที่ะเิออกมาบรรยากาศกลับเป็สงบดังเดิมอย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าใบหน้าของเขาซีดลงเล็กน้อยาาโจวยี่ยิ้มเยาะตัวเองอยู่ในใจแม้แต่ตัวเขาเองที่เป็ยอดยุทธ์และผู้ปกครองแผ่นดินนี้ก็ยังไม่เคยคิดฝันว่าวันหนึ่งจะตกอยู่ในสภาพแบบนี้
“ท่านไม่ต้องกังวลไปอาการาเ็ของข้าฟื้นคืนมาแล้วหลายส่วนร่างกายเองก็เกือบจะกลับมาใช้พลังยุทธ์ได้แล้ว ขอเพียงประวิงเวลาไปได้อีกสักสองสามปีข้านี่แหละจะเป็คนเปิดฉากาด้วยตัวเอง!”
ภายในห้องอักษรเงียบลงอีกครั้งองค์าาโจวยี่หยิบพู่กันขึ้นมาเขียนอักษรต่อพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างแ่เบา
“แม้ร่างกายของลูกสี่จะอ่อนแอลงมากแต่สติปัญญาของเขาลึกล้ำเกินหยั่งถึง...สิ่งที่เขาทำมาตลอดหลายปีนี้แม้แต่ข้าเองก็ยังคาดไม่ถึงไม่แน่ว่าการหลบหนีครั้งนี้ก็เป็เจตนาของเขาเองกระมัง? ส่งคนออกไปหาร่องรอยของเขาแล้วคอยช่วยเหลืออย่างลับๆความจริงแล้วการที่เขาไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงกลับเป็เื่ดีเสียอีกจะได้ไม่ต้องคอยระวังคนพวกนั้นหลังจากพบเจอร่องรอยแล้วก็ส่งของพวกนั้นไปให้เขาด้วยแล้วกัน”
“รับบัญชาฝ่าา”
ราชครูเฉินกล่าวออกมาพร้อมค้อมตัวถอยออกจากห้องทรงอักษรอย่างช้าๆแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ต่อจากนี้ไปของประเทศอวิ้นจูจะดำเนินไปเช่นไร...
อีกด้านหนึ่งที่จวนตระกูลอวี้ก็เกิดเื่วุ่นวายขึ้นเช่นกันแต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือความไม่พอใจที่ปรากฏขึ้นจากผู้คนทั้งจวน!พิธีหมั้นครั้งนี้สำคัญต่อตระกูลอวี้เป็อย่างมากอวี้ไป๋เหมยเป็ดั่งดวงดาวของตระกูลอวี้และเป็ที่รักใคร่ของทุกคนเดิมทีการที่นางต้องไปเป็พระชายาขององค์ชายสี่ก็ทำให้พวกเขาไม่ค่อยพอใจกันอยู่แล้วแต่พอมาตอนนี้อีกฝ่ายกลับหนีไปไม่เข้าพิธี?
นี่เป็การดูหมื่นตระกูลอวี้ชัดๆเป็การหยามเกียรติของอวี้ไป๋เหมย! เป็การหยามเกียรติของตระกูลอวี้! และที่สำคัญที่สุดคือเป็การหยามเกียรติของกองทัพ!
ในสวนของตระกูลอวี้ตอนนี้แม่ทัพอวี้ถงกำลังนั่งพูดคุยกับคนสนิทอยู่เกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นอวี้ไป๋เหมยเองก็นั่งอยู่ด้วยเช่นกันแม้ว่านางเองก็ไม่สบอารมณ์นักที่อีกฝ่ายหนีไปเช่นนี้แต่ลึกๆแล้วนางกลับโล่งใจเป็อย่างมากในตัวของนางเต็มไปด้วยเืของตระกูลอวี้...เต็มไปด้วยเืของทหารกล้า!
ความฝันของนางคือการเจริญตามรอยท่านปู่และบิดาของนางนาง้ายืนอยู่ในสนามรบพร้อมกับบิดาและท่านปู่ของนาง! จิตใจของอวี้ไป๋เหมยนั้นมุ่งแสวงแต่ความแข็งแกร่งไม่ได้สนใจเื่ระหว่างสตรีและบุรุษเลยแม้แต่น้อยดังนั้นการหมั้นหมายครั้งนี้ก็เรียกได้ว่านางถูกบังคับมาด้วยเช่นกัน
“องค์ชายสี่แท้จริงแล้วไม่ได้เป็อย่างที่คนภายนอกเห็นเขาเป็คนที่มีสติปัญญาสูงล้ำทำทุกอย่างรอบคอบและมีเหตุผลพิธีหมั้นครั้งนี้มีจุดประสงค์อะไรเขาจะต้องรู้อยู่แล้ว ดังนั้นการที่เขาหายตัวไปแบบนี้ก็มีเพียงความเป็ไปได้เดียวว่าจะต้องถูกบีบให้หนีออกไป!”
แม่ทัพอวี้ถงกล่าวออกมาพลางดื่มชาในถ้วยจนหมดเื่ในเมืองหลวงพวกเขารู้ดีว่าเป็เช่นไร แต่ตระกูลอวี้นั้นเดิมทีก็คงอยู่เพื่อปกป้องประเทศอวิ้นจูไม่ได้สนใจการแก่งแย่งชิงอำนาจภายในวังอย่างไรก็ตามกองทัพทั้งหมดก็ยังถือว่าเป็ทหารขององค์าา ดังนั้นเมื่อสถานการณ์เข้าใกล้วิกฤตระกูลอวี้ก็ไม่อาจนิ่งเฉยและทำตามรับสั่งโดยเกี่ยวดองกับราชวงศ์โจหมายใช้ความสัมพันธ์ของทั้งสามตระกูลกดดันไม่ให้อีกฝ่ายเคลื่อนไหว
อย่างไรก็ตามไม่มีใครคาดคิดจริงๆว่าอีกฝ่ายจะลงมืออุกอาจเช่นนี้!นี่เป็เื่ที่แม้แต่ตระกูลอวี้องค์าาหรือแม้แต่องค์ชายสี่เองก็ไม่คาดคิด เพราะการลงมือครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับการบ่งบอกอย่างอ้อมๆถึงสถานการณ์ในอนาคต!
“ท่านคิดจะทำเช่นไรต่อไปท่านพ่อ?”
“การที่เราตกลงเื่งานหมั้นของไป๋เหมยก็เท่ากับว่าเราเอนเอียงไปทางราชวงศ์อยู่แล้วฝ่ายนั้นคิดจะทำอะไรก็ต้องใคร่ครวญให้ดีอย่างไรก็ตามหากเป็เพียงาในราชสำนักพวกเราก็จะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งหน้าที่ของเราคือปกป้องแผ่นดินนี้ ทว่าหากคนเ่าั้คิดทำลายความมั่นคงก่อฏขึ้นมาจริงๆ...พอถึงตอนนั้นต่อให้เป็ขุนนางทั้งราชสำนักข้าก็จะสังหารให้สิ้น!”
“เช่นนั้นข้าจะเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน”
อวี้ไป๋เหมยมองดูบิดาและปู่ของนางพูดคุยกันด้วยความสนใจนางเองก็อยู่ในกองทัพมาั้แ่เด็ก ทว่าเื่เกี่ยวกับราชสำนักนางรู้เพียงผิวเผินเท่านั้นการที่อวี้ถงพูดถึงฏนั้นทำให้นางลอบใอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวหลังจากอวี้เซียวออกไปอวี้ถงก็หันมามองหลานสาวด้วยความเอ็นดู
“เหอๆสุดท้ายหลานสาวตัวน้อยของข้าก็สมหวังแล้วกระมัง?ในเมื่อเ้าไม่ต้องเข้าพิธีหมั้นหมายแล้วเช่นนั้นกำหนดการก็ให้เป็เหมือนเดิมเตรียมตัวให้พร้อมอีกสามเดือนเจ็ดสำนักเต๋าจะเริ่มรับศิษย์ขึ้นเขาสำนักแปดหยินนั้นติดอับดับหนึ่งในสามของการจัดอันดับสำนักเต๋ามาหลายปีแล้วแม้สำนักเต๋าแห่งนี้จะตั้งอยู่สุดเขตแดนตะวันออกและโดดเดี่ยวไปเสียหน่อยแต่ก็นับว่าเหมาะสมกับเ้ายิ่งนัก”
“ท่านปู่ไม่ต้องกังวลหลานจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอนเ้าค่ะ!”
วันเวลาล่วงเลยไปที่ด้านหน้าของเมืองเล่ยปาก็มีชายหนุ่มสองคนแต่งกายมิดชิดควบม้ามาถึงทั้งสองเดินลงจากม้าก่อนจะจูงพวกมันตรงไปยังประตูเมืองเช่นเดียวกับคนอื่นๆอย่างไรก็ตามเมืองเล่ยปานั้นถือเป็หัวเมืองใหญ่ที่เชื่อมต่อระหว่างภาคกลางและดินแดนทางเหนือทุกๆวันที่เมืองเล่ยปาจะมีคนมากมายเข้าออกอย่างคับคั่ง
เตาเหวินเทียนเดินนำองค์ชายสี่ลัดเลาะผู้คนไปยังจุดตรวจตราทันทีหากต้องรอต่อแถวก็ไม่รู้ว่าต้องเสียเวลาเท่าไหร่กว่าจะได้เข้าเมือง สำหรับเื่นี้ผู้จัดการได้เตรียมพร้อมเอาไว้แล้วและมอบถุงใบหนึ่งให้กับเตาเหวินเทียนเพื่อใช้จัดการเื่นี้
ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่ไม่พอใจกับคนทั้งสองเหวินเตาเทียนส่งถุงใบนั้นให้กับทหารที่ทำหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทหารคนนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะรับถุงมาแล้วเปิดดูความจริงการเข้าออกเมืองเล่ยปานั้นเคร่งครัดเป็อย่างมากเพราะเป็หัวเมืองสำคัญระหว่างสองภาคของประเทศอวิ้นจู
เมื่อเปิดดูภายในถุงทหารผู้นั้นกลับไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมาแล้วปล่อยตัวทั้งสองเข้าเมืองไปทันทีทำให้เริ่มมีคนทักท้วงขึ้นมาทว่าเหล่าคนที่คุ้นเคยกับเมืองเล่ยปานั้นต่างนิ่งเงียบแล้วจดจำทั้งสองคนเอาไว้ขึ้นใจเมืองเล่ยปาแห่งนี้เข้ายากออกยากดังนั้นคนที่สามารถเข้าไปได้ง่ายๆแบบนี้ล้วนไม่ธรรมดา!