
ตอนที่179 สนิมร่วงกรู
"อ๋อ..มันเป็นอย่างนี้นี่เอง..พวกท่านพัฒนากายขึ้นจากอาหารปรุงสุก ท่านรู้หรือไม่ข้าก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน ในการพัฒนากายอสูรของข้า และมันดีเยี่ยมข้าย่อมเข้าใจ รู้ว่าพวกเราที่พัฒนากายอสูรแบบนี้จะมีความเชื่องช้า แต่คุณภาพกับสูงกว่าอสูรในระดับเดียวกัน ผู้อื่นไม่อาจแตะต้องพวกเราได้ พวกเรามีความเด่นล้ำกว่าพวกนั้นถึงสามขั้น แม้ว่าจะอยู่ระดับเดียวกันก็ตาม.."
กริชเพชรกล่าวขณะนั่งตักอาหารเข้าปากรสชาตินั่นแสนอร่อย เขาชอบชีวิตแบบนี้มากกว่าที่ผ่านมา ดื่มกินแต่ละทีไม่มีรสชาติอร่อยลิ้นเหมือนครั้งนี้ เขาต้องปฏิวัติ การอยู่การกินใหม่แม้เป็นอสูรก็ต้องหาความสุข เรื่องรสชาติให้กับตนเองและ
ที่สำคัญ ต้องถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ให้ บรรดาสาวๆ ได้ส่งเสริมกายอสูรของพวกนางให้มีระดับที่สูงขึ้น ด้วยการรับประทานอาหารปรุงสุกเขายังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงดี เพราะส่วนที่เร่งเร้าพลังความบริสุทธิ์ของอาหารเหล่านั้น เกิดขึ้นจากความร้อนของเกล็ดวิญญาณอาวุธเทพมังกรโลกันตร์บรรพกาล
"วันนี้ข้าต้องขอตัวเดินทางกลับไปสู่เผ่าของข้าท่านพ่อท่านแม่คงจะเป็นห่วงข้าแล้ว..."
หมาล่าวางช้อนลงหันไปบอกเล็กตัน
"พี่หมาล่าจะไปทางไหนหรือ..ถ้าไปเมืองฮันยางทางนั้นเป็นทางผ่านไปเผ่าปรุงยาบ้านของข้าพอดี ข้าจะไปกับท่านด้วยรู้สึกว่าเผ่าจักรกลของท่านจะอยู่แถบเทือกเขาฮันยางไม่ใช่หรือ พี่โจวก๋วยไปกับข้าด้วยนะพวกเราไปหาท่านปู่ทวดกัน.."
เสี้ยวนาบีหันไปพูดกับกริชเพชรขณะเขาวางมือลงจากการจับอาหารเข้าปากก่อนจะใช้ผ้าเช็ดมือแล้วหันไปมองหมาล่า
"ข้าก็คงต้องไปส่งแม่นางหมาล่าให้ถึงเผ่าจักรกลเพราะว่านางจ้างข้าเป็นผู้คุ้มกันข้าก็คงจะต้องทำตามหน้าที่ให้ถึงที่สุด เพราะการขายลูกกุญแจดอกนั้นมันมีมูลค่าสูงข้ากลัวว่าอาจจะมีคนปองร้ายนางระหว่างทาง.."
ชายหนุ่มหันไปพูดกับเล็กตันเหมือนจะขออนุญาตลาจากนางเพราะใจจริงกริชเพชรอยากจะทำภารกิจไปส่งหมาล่าแล้วขึ้นเหนือไปติดตามต้นไม้ธิดาแห่งสวรรค์ที่เขาต้องเข้าไปค้นหาในสุสานนางฟ้า
นี่อีกไม่กี่วันสุสานนางฟ้าก็จะเปิดออก ม่านบาเรียที่ใช้ปกป้องสุสานจะอ่อนกำลังลงพวกนักแสวงโชคเหล่าอสูรทุกแว่นแคว้นต่างมุ่งหน้าไปที่นั่น
"คุณชายโจวก๋วยมีแผนที่และอัญมณีสำหรับเข้าไปในส่วนลึกสุดต้องระวัง การดักปล้นให้มากโลกอสูรพวกเราต่างรู้ดีว่าผู้มีกำลังรบเหนือกว่าย่อมทำอะไรก็ได้ข้าอยากให้ท่านระมัดระวังตัวให้มากที่สุดนะเจ้าคะ.."
เล็กตันกล่าวกับชายหนุ่มขณะขยับมาจับแขนเขาเขย่าอย่างเป็นห่วง
"คุณชายอย่าลืมกลับมาเยี่ยมเยียนพวกเราบ้างนะตระกูลเล็กยินดีต้อนรับท่านข้าจะพยายามฝึกฝนตัวเองให้มีความสามารถในการรบเพิ่มขึ้นเพื่อวันข้างหน้าพวกเราจะได้ร่วมสู้รบในสงครามโลกคู่ขนานที่กำลังจะเปิดออกอีกไม่กี่ปีข้างหน้า.."
หญิงสาวกล่าวด้วยความรักและห่วงใยชายหนุ่มนางตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวแล้วว่า จะฝากชีวิตให้เขาดูแลในอนาคตเพราะนางมั่นใจอย่างยิ่งว่าคุณชายโจวก๋วยของนางจะต้องเป็นหนึ่งในนักรบของจักรพรรดิที่เจ็ด อย่างแน่นอน เพราะความสามารถของกริชเพชรมันเด่นล้ำจนนางสัมผัสได้
การเป็นกองหนุนของเขาจะทำให้ตระกูลของนางอยู่รอดปลอดภัยในระหว่างสงครามหญิงสาวกล่าวด้วยความรักและห่วงใยชายหนุ่มนางตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวแล้วว่าจะฝากชีวิตให้เขาดูแลในอนาคต เพราะนางมั่นใจอย่างยิ่งว่าคุณชายโจวก๋วยของนางจะต้องเป็นหนึ่งในนักรบของจักรพรรดิที่เจ็ด อย่างแน่นอน
เพราะความสามารถของกริชเพชรมันเด่นล้ำจนนางสัมผัสได้ การเป็นกองหนุนของเขาจะทำให้ตระกูลของนางอยู่รอดปลอดภัยในระหว่างสงครามอย่างไม่ต้องสงสัย และอีกส่วนคือเขามีเสน่ห์เหลือเกินรสรักของชายหนุ่ม มันประทับใจหญิงสาวจนไม่อาจลืมเลือนได้ และอีกส่วนคือเขามีเสน่ห์เหลือเกิน รสรักของชายหนุ่มมันประทับใจหญิงสาวจนไม่อาจลืมเลือนได้
หลังจากทั้งหมดเข้าใจแผนการที่ชายหนุ่มต้องเดินทางแล้ว พวกเขาต่างร่ำลากันกริชเพชรขอเวลาไปเตรียมความพร้อมในห้องก่อนแล้วนัดเจอกันที่หน้าโรงเตี๊ยม เพราะเล็กตันคะยั้นคะยอที่จะเตรียมเสบียงและสมุนไพรให้ชายหนุ่มได้ไปไว้ใช้ แต่กริชเพชรปฏิเสธเพราะเขามีถุงนิมิตของเล็กเซียวเซียนแล้ว ไม่จำเป็นต้องขนสมุนไพรเหล่านั้นติดตัวไป เพียงแต่อยากได้ก็เปิดถุงนิมิตเอาจากคลังบนยอดเขา ของอาสาวเล็กเซียวเซียน
เล็กตันดีใจเหลือล้นที่ชายหนุ่มได้รับของวิเศษที่สุดในตระกูลเล็ก มันเป็นสมบัติประจำตัวที่เล็กเซียวเซียนหวงแหนยิ่งนัก แต่นางกลับมอบให้ชายผู้นี้ แสดงว่าเขาเป็นคนสำคัญในใจอาสาวของเล็กตันอย่างแน่นอน
กริชเพชรเข้าไปอยู่ในห้องของตัวเองแล้วรีบหายเข้าไปในกล่องนิลกาฬ ตอนนี้เขาต้องการเปิดกล่องจอมจักรพรรดิเทพอุดร อยากดูว่าดาบผ่าดวงจันทร์เล่มนั้นมีรูปลักษณ์ยังไง ชายหนุ่มมัวแต่วุ่นวายกับพวกสาวๆ จนไม่ได้เปิดดู
ดังนั้นก่อนเดินทางเขาต้องเร่งเร้าปลุกพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของตัวเอง ให้ประสานกับพลังจิตอสูรอยู่ในจุดที่สมบูรณ์เต็มที่ และต้องการศึกษาดาบกรีดธุรีดิน ว่าสามารถจะนำไป ใช้ได้หรือไม่
"เจ้านายเจ้าขา..ท่านกลับมาแล้วเหรอเป็นยังไงบ้างเงียบหายไปหลายวันเลย มีอะไรพิเศษเหรอเจ้าคะ..พวกข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน..."
ภูตสาวรัตติกาลถามกริชเพชร นางหลงเสน่ห์ชายหนุ่ม เพราะโดนคาถาพลังจิตระดับสูงครอบงำจิตใจจนไม่อาจถอนตัว ยอมถวายชีวิตให้กับเขา ดังนั้นจึงเป็นห่วงเป็นใยชายหนุ่มตลอดเวลา
"ข้าก็เช่นกันคิดถึงนายท่านเหลือเกิน ให้พวกเราออกไปเป็นเพื่อนเดินทางกับท่านไม่ได้เหรอเจ้าคะ พวกเรานั่งบำเพ็ญตบะอยู่ในห้องนี้รู้สึกอึดอัดใจชอบกล อยากมีโอกาสได้ไปเพลิดเพลินข้างนอกบ้าง..."
นางภูตจระเข้สาวกล่าว ขณะแอบอิงร่างอวบอั๋นเข้ากอดแขนชายหนุ่ม
"ได้สิทำไมจะไม่ได้..แต่ช่วงนี้ข้าต้องตามอารักขาแม่นางหมาล่า ดังนั้นจึงไม่สะดวกให้พวกเจ้าออกไปด้านนอก เอาไว้หลังจากที่ข้าเดินทางเข้าสู่สุสานนางฟ้าแล้ว ข้าคงต้องนำพวกเจ้าออกไปร่วมเดินทางด้วยเพื่อความปลอดภัย
ตอนนี้ ข้าขอตัวไปดูดซับพลังสายฟ้าในห้องแปดเหลี่ยมก่อน ไม่ได้ฟื้นฟูพลังสายฟ้ามานานพอสมควร วันนี้คงจะมีพลังแข็งกล้าขึ้นครั้งก่อนข้าดูดซับไปเกือบครึ่ง ทำให้พลังมันอ่อนลงข้าอยากรู้ว่าตอนนี้มันเข้าสู่สภาพปกติหรือยัง.."
กริชเพชรกล่าวกับหญิงสาวทั้งสองขณะเดินข้ามเข้าไปในห้องแปดเหลี่ยม พลังสายฟ้าที่เข้มข้นคงสภาพเหมือนดั้งเดิมกระจายฟุ้งแปลบปลาบไปทั่วห้องดุจใยแมงมุมขนาดยักษ์สีขาวก่อตัวถักกันขึ้นมาจากเสาระหว่างรูปแกะสลักจอมจักรพรรดิอสูรกาลเวลา
กริชเพชรยกยิ้มสูง บอลดวงจิตสีรุ้งของเขามันใหญ่มหาศาล จนไม่อาจหาทรัพยากรธรรมชาติจากแหล่งอื่นมาผสมให้เต็มได้ เมื่อดูดซับพลังสายฟ้าครั้งที่แล้วเข้าไป ทำให้พลังในห้องหดหายไปเกือบครึ่ง ทั้งนี้เมื่อมันเพิ่มขึ้นเขาคงจะเพิ่มเติมพลังเข้าไปได้อีกสักห้าส่วน
แม้ว่ายังไม่เต็มแต่ก็คงดีกว่าเก่า พลังพวกนี้ต้องพยายามหาจากแหล่งอื่นบ้าง ไม่งั้นบอลดวงจิตแก่นแท้สีรุ้งของเขาคงไม่มีพลังธรรมชาติที่จะเอาไว้สู้รบได้เต็มที่ใช้เวลาหนึ่ง ก้านธูปไหม้ชายหนุ่มดูดซับพลังสายฟ้าในห้องแปดเหลี่ยม จนมันหดหายเส้นสาย เหมือนใยแมงมุมเบาบางจางลงอย่างถนัดตา
กริชเพชรดูดซับมันจนเก็บไว้ในดวงจิตแก่นแท้ที่กว้างใหญ่เหมือนทะเลสาบยักษ์ถึงแปดส่วน เขาลืมตาขึ้นอ้าปากพ้นไอสีขาวดุจประกายสายฟ้าออกเป็นพลังอันมหาศาล ระบายความอัดอั้นของสายฟ้าที่หมุนเวียนอยู่ในร่างกายก่อเกิดเป็นอำนาจการรบอย่างรุนแรง ก่อตัวขึ้นในกายเขา ชายหนุ่มคาดคิดว่าแม้แต่อสูรราชันย์ขั้นที่ห้าที่หก เขาก็อาจจะต่อสู้ได้อย่างสบาย
สร้างความมั่นใจให้กับกริชเพชรขึ้นมาอีกสามส่วน แม้ว่ากายอสูรของเขาจะห่างชั้นกับพวกอสูรราชันย์ แต่พลังรบกลับไม่ยิ่งหย่อนกว่าแม้แต่น้อยเพราะเขามีวิชาคาถาพลังจิตช่วยเสริมประสานกันก่อเกิดเป็นขุมพลังที่บริสุทธิ์สะอาดจนเปล่งพลานุภาพสยบอสูรระดับนั้นได้อย่างสบาย
'ลองดูซิว่าอาวุธที่ยิ่งใหญ่ระดับผ่าดวงจันทร์ให้แตกเป็นเสี่ยงๆ จะมีรูปลักษณ์ยังไง..'
กริชเพชรพลิกข้อมือขึ้นก็ปรากฏกล่องที่เขาได้จากการโยนทิ้งของหมาล่า พร้อมกับหยิบลูกกุญแจของเล็กเซียวเซียนขึ้นมาไข มันเด้งเปิดออกอย่างง่ายดาย กริชเพชรต้องตะลึงลานเมื่อเห็นดาบเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง วางอยู่บนเบาะสีแดงด้านในรูปลักษณ์ของมัน เล่นเอาชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างงวยงงสงสัย
"นี่หรือดาบกรีดธุรีดิน ทำไม? มันถึง โกโรโกโสขนาดนี้ สนิมขึ้นเกรอะกรังไปหมด ดาบเล่มนี้มันเป็นเพียงแค่ข่าวลืออย่างนั้นหรือ ทำไม? มันถึงได้ เหมือนของเก่าปราศจากความคมเลยแม้แต่นิดเดียว เหล็กก็แสนจะธรรมดาแถมมีสนิมกัดกินเป็นรูๆ กระจายไปทั่วเล่ม.."
กริชเพชรพูดพึมพำพร้อมค่อยๆ หยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมาจากกล่องบรรจุอย่างระมัดระวัง สนิมร่วงพรูลงพื้น กริชเพชรขมวดคิ้วสงสัย
'นี่มันของไร้ค่าชิ้นหนึ่งที่จอมจักรพรรดิเทพอุดรสร้างเรื่องขึ้นเพื่อกระตุ้นความสนใจของคนรุ่นหลังอย่างนั้นหรือ เขาไม่ได้มีดาบวิเศษจริงๆ ..'
กริชเพชรพลิกข้อมือดาบยาวหนึ่งฟุตทรงโคตรโบราณ หนาใหญ่เทอะทะแสนจะธรรมดา เขาพิจารณาตรงด้ามดาบสีแดงมีรูอยู่ ห้ารูเหมือนที่ฝังอัญมณียังไงยังงั้น เขานึกถึงเกมส์ออนไลน์ที่ต้องหาอัญมณีมาอัพเกรดดาบ เพื่อปลุกพลังของมันขึ้น
'ดาบเล่มนี้ต้องการรูนปลุกพลังอย่างนั้นหรือ.'
ชายหนุ่มคิดพร้อมกับมองเข้าไปในกล่องมีแผ่นทองแผ่นหนึ่ง เล็กๆ เขาหยิบขึ้นมาดูมันมีอักษรโบราณสลักไว้เป็นปุ่ม มองดูแล้วเหมือนเป็นคาถาบทหนึ่ง ชายหนุ่มพลิกข้อมือเรียกมุกแก้วกรูเกิล ออกมาเขาเติมพลังเงินเหรียญดอร์ให้มันเหมือนเดิมก่อนจะถามด้วยความสงสัย
"เจ้ารู้หรือไม่ว่าคาถาบทนี้มันอ่านว่ายังไง.."
กริชเพชรถามมุกกรูเกิลขณะที่เขาใช้แผ่นทองวางตรงหน้ามันส่องแสงสีเขียว พุ่งวาบกระจายออกควบคุมแผ่นสีทองนั้น ก่อนจะหายไปในพริบตา
"นายเจ้าขา..นี่เป็นคาถากำกับสำหรับปลุกดาบกรีดธุรีดินให้ฟื้นคืนชีพขึ้นขณะใช้งาน ตัวดาบเองจะมีประสิทธิภาพในการสู้รบระดับ ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ เมื่อถูกปลุกขึ้นแต่ถ้าสามารถหารูนเพิ่มพลัง เป็นอัญมณีระดับเพชรสีแดงใส่ให้ครบ ห้า เม็ดจะสามารถมีพลังการรบแบบไร้ขีดจำกัด เจ้าของเดิมเคยใช้มันผ่าดวงจันทร์เมื่อปลุกพลังด้วยอัญมณีเต็มทุกเม็ด
เขาจึงเล็งเห็นความรุนแรงของมันจึงซ่อน อัญมณีทั้งห้ากระจายไปในทวีปที่หนึ่งซึ่งมีอันตรายใหญ่หลวงผนึกตราภูตผีอสูรระดับเทพไว้คอยปกป้องมันถึงห้าตัว
เพราะเขาหยั่งรู้แล้วว่าผู้ที่จะสามารถใช้ดาบเล่มนี้ได้ต้องมีพลังรบสูงถึงขั้นตำนานเทพอสูรจอมราชันย์เท่านั้น จึงจะสามารถสยบ ห้าภูตผีขั้นเทพเหล่านี้ได้ ทั้งหมดก็มีแค่นี้แหละนายท่านข้าจะมอบคาถาให้ท่านไว้ปลุกดาบกรีดธุรีดินนะเจ้าคะ..."
มุกแก้วกรูเกิล รายงานกริชเพชรเป็นตัวหนังสือแล้วฉายวาบเข้าไปในดวงตาของเขา ก่อเกิดเป็นตัวอักษรในใจ สามบทสำหรับใช้ปลุกดาบกรีดธุรีดิน บทที่หนึ่งเป็นบทปลุกวิญญาณแห่งดาบ บทที่สองเป็นบทที่ปลุกอัญมณีทั้งห้า บทที่สามเป็นบทเพลงดาบกรีดธุลีดิน
ผู้ใช้สามารถใช้เพลงดาบได้ก็ต่อเมื่อทำการปลุกวิญญาณดาบ และปลุกวิญญาณอัญมณี ทั้งห้าได้ก่อน จึงจะสามารถใช้เพลงดาบกรีดธุรีดินได้ มีอักษรกำกับตอนท้ายไว้ให้ผู้ครอบครองดาบกรีกธุรีดิน พึงระวังและสังวร
'ถ้าไม่จำเป็นถึงกับโลกอสูรต้องมลายก็อย่าใช้เพลงดาบกรีดธุรีดิน อย่าใช้เพลงดาบชุดนี้เพื่อปกป้องตัวเอง แต่ให้ใช้เพื่อปกป้องโลกอสูรเท่านั้น พลังทำลายล้างของมันแม้แต่นึกถึงความวิบัติที่เกิดขึ้น ก็ไม่อาจสามารถนึกภาพได้ เหมือนดวงจันทร์ดวงนั้น ที่ดับสูญไปด้วยการฟันของมันเพียงครั้งเดียว'
"โอ้โห..เขียนซะเวอร์วังสังกะสี ไหนลองปลุกวิญญาณอาวุธขึ้นดูซิว่า มันจะเปลี่ยนรูปร่างไปขนาดไหน.."
วาบๆ ๆ!
กริชเพชรร่ายคาถาปลุกวิญญาณอาวุธบทที่หนึ่ง ทันที ปรากฏแสงสีทองเจิดจ้ารอบตัวดาบมันขยายใหญ่ขึ้นเกือบแปดฟุต แต่คงสภาพเป็นสนิมเหมือนเดิมไม่ได้แตกต่างอะไร หลังจากแสงสีทองหายไป ดาบเล่มนี้ ถ้ากริชเพชรใช้ถือในการสู้รบคงเหมือนชายหนุ่มสูงหกฟุต ลากดาบยาวละพื้นแบกด้ามมันไว้บนบ่าคงเป็นอะไรที่ตลกน่าดู
'ใหญ่โคตรๆ ..แต่ก็ยังเป็นสนิมอยู่..หนักหรือเปล่าวะเนี่ย..'
กริชเพชรขยับมือทั้งสองจับด้ามดาบงัดมันขึ้นแม้ว่าจะใหญ่โต แต่เขากลับตวัดมันได้เหมือนไม้จิ้มฟัน
คลืนนน! เปรี้ยง! วูบ!
เสียงดังคลืนเหมือนมังกรคำราม ขณะมันวิ่งผ่านอากาศ แม้เชื่องช้าแต่บรรยากาศรอบด้านกับแตกเปรี้ยงออกอย่างเห็นได้ชัด
เหมือนถูกพลังคมดาบผ่ามิติให้เกิดช่องว่างออกอย่างน่าอัศจรรย์ใจ แม้แต่รอยฟันที่ปรากฏอยู่กลางอากาศ ไม่อาจสามารถคืนตัวลงได้ในช่วงเวลาอันสั้น
กริชเพชรขมวดคิ้วอย่างสงสัยดาบนี้ร้ายกาจเหลือเกิน ฟาดฟันอากาศที่ว่างเปล่ากลับผ่ามิติออกเป็นสองส่วน ดังนั้นถ้าใครบังอาจแอบซ่อนอยู่ในห้วงมิติ คลื่นพลังจิตของชายหนุ่มสัมผัสได้ มันก็คงจะต้องถูกฟันขาดเป็นสองท่อนอย่างไม่ต้องสงสัย
กริชเพชรใช้สองมือกวัดแกว่งดาบ ร่ายคาถาปลุกวิญญาณมันขึ้นอีกครั้ง พุ่งเข้าไปในอากาศที่ว่างเปล่าตรงหน้า พร้อมกับตวัดดาบขึ้นสูงม่านมิติกลับแยกออก เปิดเป็นช่องพุ่งทะยานเข้าไปทันที
โฮกกกก!! ซรั๊วบส์!
"อ๊าาาาาาาส์!! "
ตูม!!
อยากรู้ว่ามันแทงทะลุถึงไหน กริชเพชรชะโงกหน้ามองเข้าไปในรอยผ่ามิติของเขา ต้องตกตะลึงภาพตรงหน้า เหมือนมันอยู่ที่ใดที่หนึ่งในโลกอสูร ร่างมังกรยักษ์ขนาดใหญ่ตาแดงฉานดุจเปลวเพลิงเกือบพันฟุต
กำลังล้มลงเพราะถูกปลาย ดาบกรีดธุรีดินของชายหนุ่มทะลุมิติ ไปเสียบหัวมันตายอย่างไม่รู้สาเหตุ กริชเพชรชำเลืองตามองลงไปด้านล่างเห็นหญิงสาวใส่ชุดสีแดง ตะลึงมองจ้องดูพลังดาบที่เขาแทงลงไป ประสานตากับชายหนุ่มมือของนางกำกระบี่ไว้แน่น หลังติดกับผนังหินสีเขียวมรกตในถ้ำแห่งนั้น ม่านมิติค่อยๆ ปิดลง
"ขอบคุณคุณชายยิ่งนักที่ช่วยข้า..ท่านเป็นใครมีนามว่าอะไรหรืิอ.."
เสียงของหญิงสาวร้องถามกริชเพชรก่อนที่รอยแตกของม่านมิติจะปิดสนิทลงในเวลาอันรวดเร็ว
...........................................................................................................................................................