“พรุ่งนี้มาเริ่มงานได้เลยนะครับ ยินดีต้อนรับพนักงานคนใหม่สู่ “ภาระตะ โฮเทล” “
เสียงผู้จัดการฝ่ายบุคคลวัยห้าสิบต้น ๆ ยังคงดังก้องในสมอง ระหว่างที่ภูผามาปรากฏตัว ณ ห้างดังกลางกรุง เขาไม่รู้ว่าอะไรสั่งให้เขามาที่นี่ มารู้ตัวอีกทีเขาก็มายืนท่ามกลางผู้คนที่เดินฝักใฝ่ไปมาและดูจะคึกคักเป็พิเศษ
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเขาแค่ส่งใบสมัครผ่านทางเวบของโรงแรม วันนี้เขาถูกเรียกให้ไปสัมภาษณ์ การสัมภาษณ์ที่แสนจะสั้นถามแค่ไม่กี่คำก็ได้รับคำตอบให้เริ่มงานมันเป็อะไรที่น่าตื่นเต้นมาก ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนเขาเกือบคิดไปว่านี่เขาได้มาสมัครงานเองหรือทางโรงแรมติดต่อให้เขามาทำงานกันแน่
และสิ่งที่สร้างความแปลกใจให้เขาจนอาจกลายเป็สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขามาปรากฏตัวที่นี่ก็ดังขึ้น
---- ยินดีด้วยน่ะครับ ---
จู่ ๆ ไลน์จากใครบางคนที่เขาเฝ้ามองหาโดยไม่รู้ตัวมาเกือบอาทิตย์ก็ดังขึ้น ราวกับอยู่ในเหตุการณ์ด้วยซ้ำ
---- เสียดายที่อาทิตย์นี้ผมไม่ว่างเลย เอาไว้จะหาเวลาไปแสดงความยินดีอย่างใกล้ชิดนะครับ อ้อ ถ้าวันนี้ว่างมาหาผมได้นะผมมีงานเดินแบบที่สยามจะได้หายคิดถึง----
และวันนี้คงเป็วันแรกที่ไลน์ยาวกว่าปกติแล้วก็เงียบหายไป ซึ่งทำให้คนอ่านพอเข้าใจว่าคงงานยุ่งมากกกกกกกก
เขาแค่อ่านอย่างงง ๆ เป็ครั้งที่สองและด้วยความงุนงงก็มาปรากฏตัวที่สยามจนได้ เพราะความอยากรู้หรือเพราะ คิดถึง????
ชายหนุ่มเดิมดุ่ม ๆ ไปตามกลุ่มผู้คนที่เดินตาม ๆ กันไป เขาไม่รู้หรอกว่างานวันนี้จะจัดตรงส่วนไหนของสยาม จนเมื่อมาถึงลานกว้างกลางห้างซึ่งบัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยผู้คนที่มารอการปรากฏตัวของศิลปินที่มาร่วมงาน ใบหน้าของคนที่เขามองหาตลอดทั้งอาทิตย์ถูกฉายขึ้นบนจอโปรเจ็คเตอร์ใหญ่นั้น พร้อมด้วยศิลปินคนอื่น ๆ ใบหน้าหล่อเหลา ดูดี ดูแพง แววตาเปี่ยมไปด้วยความสดใสนั้น ทำเอาชายหนุ่มเผลอก้มมองตัวเองที่อยู่ในชุดเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวแสนจะธรรมดา
ความรู้สึกแตกต่างปรากฏขึ้นในความคิด ความลังเลจึงถาโถมเข้ามาอย่างไม่ต้องสงสัย เขาไม่ควรจะมาเจออีกฝ่ายในสภาพแบบนี้ บางทีวาตาอาจทำเป็ไม่รู้จักผู้ชายธรรมดา ๆ แบบเขาไปเลยก็ได้ ถ้าเป็อย่างหลัง ......
ในที่สุดภูผาก็ติดสินใจที่จะก้าวออกจากที่ตรงนั้น ตัดสินใจที่หยุดความตั้งใจที่ทำให้ต้องมาถึงที่นี่ แต่ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไปมือใครบางคนสะกิดเบา ๆ ที่แขนจนเขาต้องหันมองตามด้วยความสงสัย
“น้องผา เชิญทางนี้ดีกว่าคะ “พี่เล็กนั่นเอง เขาจำผู้จัดการส่วนตัวของอีกฝ่ายได้ แต่ชายหนุ่มกลับขมวดคิ้ว
“คุณวาให้มาเชิญค่ะ บอกว่าอยากเจอพอดี”
“เขารู้ได้ยังไงว่าผมมา”
“โน่นคะ” พี่เล็กว่าพลางชี้ไปบนจอ ภาพเขาและเธอปรากฏชัดเจนจนชายหนุ่มเขินต้องรีบหันหลังให้กล้อง
“คนที่มาร่วมงานจะถูกส่งภาพขึ้นจอหมดค่ะ ไม่ต้องอาย” พี่เล็กแอบแซว ในขณะที่ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าดาราหนุ่มว่างมากนักหรือไงถึงได้มีเวลามองหน้าจอตลอดเวลา
“มาคะ พี่อยู่นานไม่ได้เดี๋ยวพวกแฟนคลับคุณวาเห็นเข้าจะยุ่ง” พี่เล็กว่าพลางเดินนำ ส่วนภูผาลังเลนิดนึงแต่ก็ยอมเดินตามผู้จัดการร่างเล็กที่เล็กสมชื่อไป
“พี่ส่งแค่นี้นะคะ”
พี่เล็กว่าเมื่อพาภูผามาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องที่ทำขึ้นเพื่อเป็ห้องพักส่วนตัว แม้ไม่ใหญ่โตมากแต่ดูเป็ส่วนตัวพอสมควร หลังจากพี่เล็กเดินจากไปแล้วชายหนุ่มก็ยังคงลังเลว่าควรจะเข้าไปดีหรือไม่อยู่ดี จนเมื่อสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ อีกครั้งตัดสินใจเอื้อมมือไปหมายจะผลักประตูเข้าไป แต่เสียงที่ลอดออกจากห้องทำให้มือแข็งแรงที่กำลังบิดลูกบิดชะงักและแง้มไว้อย่างนั้น
“พี่วาจะกลับบ้านวันไหนคะแพรจะได้เตรียมดีใจ” เสียงเล็ก ๆ กำลังออดอ้อนใครบางคนซึ่งเขาจำน้ำเสียงได้เป็อย่างดี
“เสร็จงานเดี๋ยวพี่กลับไปนะครับน้องแพรดีใจรอได้เลย”
น้ำเสียงอบอุ่นอย่างคุ้นเคยตอบกลับไปทำเอาคนฟังดีใจจนะโกอดร่างสูงนั้น แต่ภูผากลับตัวแข็งทื่อกับสิ่งที่เห็นเหมือนโดนเข็มร้อยเล่มพันเล่มทิ่มเข้ามาจนเจ็บไปหมด และที่ทำให้ชายหนุ่มเผลอหน้าร้อนคือสาวสวยในอ้อมกอดนั้นแทบจะกลืนเป็ร่างเดียวกัน
ภูผารีบดึงหน้ากลับและบิดลูกบิดเพื่อปิดประตูลงอย่างเบามือ เผลอคิดไม่ได้ว่านี่คือสิ่งที่อีกฝ่าย้าให้เขาเห็นหรือเปล่า ถ้าใช่มันคงเป็อะไรที่.. ใจร้ายมาก...อาการบางอย่างทำให้เขาสั่นจนแทบหายใจไม่ทัน แข้งขาดูเหมือนจะพร้อมใจกันอ่อนแรงจนแทบทรุดอยู่ตรงนั้น อะไรบางอย่างบอกให้เขารีบออกไปจากที่ตรงนั้น แต่ยังไม่ทันจะหันหลังกลับเสียงพี่เล็กคนเดิมร้องถามด้วยความแปลกใจเข้าไปอีก
“อ้าว ยังไม่เข้าไปเหรอคะน้องผา มาคะตามพี่มา เดี๋ยวคุณวาต้องขึ้นเวทีแล้ว”
พี่เล็กไม่พูดเปล่ามือก็บิดประตูและเปิดเข้าไป จนคนข้างในที่กำลังกอดกันแน่นหันมามองโดยไม่มีทีท่าใสักนิดเพราะไม่รู้ว่ามีใครอีกคนยืนอยู่ด้วย
“ผม ผมนึกได้ว่ามีธุระครับ ผมไปก่อนดีกว่า”
ภูผาตะกุกตะกักบอกเสียงเบา แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อวาตาเห็นชัด ๆ ว่าคนที่พี่เล็กคุยด้วยคือใครเขาก็ใจนต้องรีบวิ่งมาหา
“เดี๋ยวสิคะ” โชคดีของวาตาที่พี่เล็กรั้งแขนภูผาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยว ๆ เข้ามาก่อนสิครับ”
วาตารีบเข้ามาขวางประจันหน้ากับภูผาที่เอาแต่ก้มไม่ยอมสบตาอีกฝ่าย และพี่เล็กที่รู้หน้าที่ตัวเองดีรีบพยักหน้าให้น้องแพรออกมาจากห้องและพาเดินไปอีกทาง
“เราต้องคุยกันนะครับ”
วาตารีบบอกอย่างใเมื่อเห็นแววตากึ่งผิดหวังของอีกฝ่ายที่พยายามปิดด้วยสีหน้าเรียบขรึม
“ผมมีธุระ”
ภูผาว่าพลางจะเดินหนีแต่มีหรืออีกฝ่ายจะยอมรีบดันร่างใหญ่ ๆ ผ่านประตูแล้วรีบปิดลงก่อนที่กล้องตัวใดจะจับภาพได้
“ผมกับน้องแพร เราเป็”
“เื่ของคุณ ผมจะกลับหลีกทางด้วย”
ภูผาไม่รู้ตัวว่าไม่กล้าที่จะฟังความสัมพันธ์ระหว่างวาตาและน้องแพรจากปากอีกฝ่ายจึงรีบขัดเสียก่อน
“เราเป็พี่น้องกันน่ะครับไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้นลูกพี่ลูกน้องคนเดียวของผม” ได้ผลตรงที่ชายหนุ่มหน้าขรึมชะงักแต่แค่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น
“เอาจริง การที่ผมอยู่กับใคร ยังไงก็ไม่มีผลอะไรกับคุณอยู่แล้วนี่นะ ผมไม่จำเป็ต้องอธิบายก็ได้ แต่ผมไม่ชอบให้ใครเข้าใจผมผิด โดยเฉพาะคุณ”
วาตาพูดเสียงจริงจังเจือน้อยใจนิดหน่อยพร้อมจ้องตาอีกฝ่ายไม่วางตา ราวกับ้าสื่อให้รู้ว่าเขาแคร์ความรู้สึกคนตรงหน้ามากแค่ไหน เขาเข้าใจถ้าภูผาจะไม่รู้สึกอะไรกับการที่เห็นเขากอดกับผู้หญิงหรือกับคนอื่นๆ แต่เขาก็ยังอยากให้ภูผาเข้าใจอย่างที่ควรจะเป็ด้วย
“หลีก !!!!! “
เมื่อโดนจ้องนาน ๆ อีกฝ่ายที่ทำท่าเ็าใส่ก็เริ่มร้อน ๆ หนาว ๆ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมหลบแถมยังขยับหน้าหล่อ ๆ ที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้นจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่น ๆ รดที่ปลายคาง
“ต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อสิ่งที่ผมพูด” ยิ่งพูดวาตาก็ยิ่งรุกเข้าใกล้มากขึ้น จนอีกฝ่ายเบี่ยงหน้าหลบ
“เื่ของคุณ”
“คุณวาคะ ได้เว.... ลา....ขึ้นเวทีแล้วคะ” พี่เล็กโผล่หน้าเข้ามาอย่างกะทันหันในขณะที่สองหนุ่มหน้าแทบจะชนกันจนคนมาเยือนใ
“ว่าไง ทำยังไงถึงจะเชื่อว่าผมกับน้องแพรไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่คุณกำลังเข้าใจผิด”
“........” ภูผาเงียบ ในขณะที่วาตายังอยากอธิบาย
“น้องแพรเป็ลูกพี่ลูกน้องคุณวาคะน้องผา คนนี้คุณวารักมากเพราะเป็คนเดียวที่คุณวาดูแลมาั้แ่เล็ก ๆ แกติดคุณวามากกว่าติดคุณพ่อแกอีกน่ะคะเพราะงั้นสบายใจได้เลยค่ะ ไม่มีอะไรในกอไผ่”
“ส่วนคุณวา ไปคะทุกคนสแตนบายรอคุณคนเดียว”
พี่เล็กอธิบายชัดแจ๋วแล้วหันมาตีหน้าเข้มใส่ดาราหนุ่มที่ตอนนี้กำลังงอแง
“เชื่อหรือยังไม่มีอะไรจริงๆ นะครับ”
“.......”
ภูผายังคงเงียบแต่แววตาและสีหน้าดูผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยที่เ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ในขณะที่อีกฝ่ายยังส่งสายตาอ้อนวอนสุดฤทธิ์
“หลบ ผมจะไปหน้าเวที”
ภูผาเลี่ยงจะที่ตอบคำถามโดยการจะเดินหนีเอาดื้อ ๆ แต่วาตายังคงไม่ยอมรีบคว้าแขนเขาไว้ โดยลืมไปว่ายังมีพี่เล็กอยู่ตรงนั้นอีกคน
“ตอบก่อน”
“ไปทำงานไป”
“ก็ตอบมาก่อนสิครับ ไม่บอกผมก็ไม่สบายใจนะ”
“โธ่โว้ยยยย อะไรของคุณเนี่ย ไม่อายคนอื่นเขาบ้างหรือไง ทำแบบนี้นึกว่าจะน่ารักนักหรือไงห๊ะ”
“น่ารัก??? แล้วน่ารักหรือเปล่าละ “
วาตาถามตรง ๆ จนอีกฝ่ายแอบหน้าร้อน ในขณะที่พี่เล็กแอบยิ้มขำ
“ไร้สาระ ไปทำงานเลยไป” ภูผาไม่ตอบแต่อาการหน้าแดงทำเอาอีกฝ่ายยิ้มออกอย่างโล่งอก
“เสร็จงานรอผมด้วย เดี๋ยวผมไปส่ง” วาตาพูดกึ่งออกคำสั่งกลาย ๆ แต่เมื่อเห็นแววตาขุ่น ๆ ของอีกฝ่ายเขาก็รีบเปลี่ยนคำพูด
“น่ะครับ”
กลายเป็อ้อนแทน ภูผาเกาหัวจนรังแคแทบร่วงเพราะตามอารมณ์อีกฝ่ายไม่ทัน ทั้ง ๆ ที่เขาเองเสียอีกที่ควรจะเป็ฝ่ายโกรธหรือโมโหอีกฝ่าย แต่... เขาจะโกรธหรือโมโหอีกฝ่ายเพียงเพราะเห็นเขากอดกับสาวสวยที่เป็ลูกพี่ลูกน้องกันอย่างนั้นเหรอ
“โห้ยยยยยยยยยยยย ไปทำงานนนนนนนนนนนน ไปปปปปปปปปป” ภูผาออกแรงดันหลังอีกฝ่าย
“จะรอไหมละครับ”
“ยังจะถามอีก ไปทำงานนนนนนนนนนนนน”
เสียงพิธีกรบนเวลาเริ่มเรียกศิลปินที่จะร่วมเดินแบบในงานขึ้นเวที ทำเอาพี่เล็กแทบถลนตาใส่ดาราหนุ่ม แม้วาตาจะยอมเดินออกมาจากห้องที่เปิดประตูรออยู่แต่ก็ยังหันกลับมาหาอีกฝ่ายอยู่ดี
“ถ้าไม่ไปตอนนี้ ผมจะกลับ” แค่นั้นแหละทำเอาดาราหนุ่มยิ้มกว้างอย่างพอใจ
“ออกมาสิเดี๋ยวออกไปพร้อมกัน” วาตาว่า
“ไม่ละ ไม่อยากเป็ข่าว “
“อื้มมมมมมม “
ดาราหนุ่มอือออในคอ พยักหน้าอย่างเข้าใจ ยอมเดินตามพี่เล็กไปเพื่อเตรียมตัวขึ้นเวที ส่วนภูผาเดินตามมาห่าง ๆ เพราะไม่อยากให้เป็เป้าสายตากล้องของกลุ่มแฟนคลับ ที่แน่นอนว่ายังคงจับตามองทุกจังหวะเคลื่อนไหวของวาตา
พี่เล็กพาชายหนุ่มไปยืนอยู่ฝั่งแฟนคลับซึ่งมีที่ว่างพอให้ยืนได้บ้าง เพื่อจะได้ไม่เป็จุดสนใจของใคร ๆ พี่เล็กบอกแบบนั้น แต่ภูผาแอบคิดว่าพี่เล็กไม่ได้คิดแบบนั้นแน่ ๆ เพราะเมื่อพี่เล็กหลบไปอีกทาง วาตาเริ่มปรากฏตัวท่ามกลางเสียงกรี๊ดที่ดังจนเกือบหูดับ วาตาก็ส่งสายตาพุ่งตรงมาทางเขาก่อนแล้วเขาก็ยิ้ม ยิ้มที่ทำเอากลุ่มแฟนคลับที่เขายืนอยู่ใกล้ ๆ พากันกรี๊ดจนแทบสลบไปต่อหน้า ภูผาได้แต่เอามือปิดหูตัวเองดึงหมวกปิดหน้านึกอยากจะเดินออกไปให้พ้น ๆ จากเสียงกรี๊ดบาดหูนี้เหลือเกิน
แต่เขาก็ไม่มั่นใจว่าถ้าอีกฝ่ายมองมาไม่เจอเขายืนอยู่ตรงนั้น วาตาจะทำอะไรที่คาดไม่ถึงอีกหรือเปล่า แม้จะเป็เหมือนความคิดเข้าข้างตัวเองแต่ชายหนุ่มก็ไม่อยากให้เกิดเหตุผิดพลาดที่สาเหตุมาจากตัวเขา เลยเลือกที่จะยืนนิ่ง ๆ มองการเดินแบบบนเวทีอย่างเงียบ ๆ แทน และหากใครสังเกตสักนิดคงจะอดสงสัยท่าทีเงียบ ๆ ของแฟนบอยอย่างเขาที่ต่างจากแฟนบอยทั่วๆ ไป
จนเมื่อถึงเวลาเล่นเกมส์กับแฟนคลับภูผาก็ถูกวาตาแกล้งอีกจนได้ เพราะตอนที่พิธีกรในงานบอกให้เลือกแฟนบอยขึ้นมาเล่นเกมส์ วาตาก็ชี้พุ่งตรงมาที่เขาและเขาก็กลายเป็เป้าสายตาของใครต่อใครไปโดยปริยาย และแน่นอนภาพเขาถูกฉายบนจอโปรแจคเตอร์ใหญ่นั่นอย่างไม่ต้องสงสัย ภูผาแอบกัดกรามตัวเองเบา ๆ อย่างนึกเข่นเขี้ยวอีกฝ่ายที่บัดนี้กำลังเดินลงจากเวทีพุ่งตรงมายังเขา
ในเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลี่ยงอะไรไม่ได้เลยเขาก็จำต้องปล่อยเลยตามเลย ด้วยการทำเหมือนไม่เคยรู้จักกันเป็การส่วนตัวมาก่อน แววตาที่วาตาเคยมองเห็นเปลี่ยนเป็เหมือนกับแววตาของแฟนคลับทั่ว ๆ ไป ซึ่งดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ค่อยพอใจเพราะเมื่อสบโอกาสวาตาแอบหยิกเขาเบา ๆ จนบางครั้งเผลอทำหน้าเหยเกแทน แต่ทุกครั้งที่เขาและวาตาขยับตัวพูดหรือทำอะไรเสียงกรี๊ดก็ดังขึ้นราวกับความอิจฉาถูกปล่อยออกมาถึงขีดสุดจนต้องระบายออกมาเป็เสียงกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
และคนที่สนุกที่สุดก็หนีไม่พ้นตัวต้นเหตุนั่นเอง