รุ่งเช้าวันถัดมา แพรใสตื่นขึ้นมาด้วยรอยยิ้มสดใสเจิดจ้าจนจะสู้กับพระอาทิตย์ได้ ไม่รู้สิแต่เธอรู้สึกว่าพอได้เจอกับภาคินอีกครั้งทำให้การตื่นเช้าของเธอดูง่ายดายและสดใสขึ้นมาทันตาเห็น ส่วนแก้วแม่ของเธอนั้นตอนนี้ก็คงกำลังจะเตรียมอาหารเช้าให้คุณจันอยู่ เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็รีบหยิบผ้าขนหนูพุ่งตัวเข้าไปอาบน้ำให้เรียบร้อยก่อนที่จะเข้าไปช่วยแก้วในครัว
พอแพรใสอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเธอก็รีบเข้ามาในครัว เธอเห็นแม่ของเธอกำลังเตรียมอาหารอย่างตั้งใจเธอจึงค่อยเดินย่องเข้าไปใกล้ๆแม่ของเธอจากข้างหลังก่อนสวมกอดเบาๆ
"หนูตื่นแล้วค่ะแม่" แก้วที่ถูกกอดจากข้างหลังก็ไม่ได้ใอะไรมากนักเพราะนี่เป็สิ่งที่แพรใสชอบทำในทุกเช้า แต่เธอแค่รู้สึกว่าวันนี้ลูกสาวของเธอดูสดใสผิดปกติ เธอจึงถามด้วยความแปลกใจหน่อยๆว่า
"ทำไมเช้านี้ดูสดใสผิดปกติจัง มีเื่อะไรดีๆเกิดขึ้นหรือเปล่าเนี่ยหื้ม"
"ฮิฮิ ก็มีแหละค่ะ" แพรใสไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมากนัก ถ้าเธอบอกคงได้อายแย่ว่าที่เธอมีความสุขอยู่ตอนนี้เป็เพราะพี่ชายข้างบ้านกลับมาแล้ว จ้างให้เธอก็จะไม่บอกเด็ดขาดเลย
"มาค่ะ เดี๋ยวหนูช่วย" แพรใสรีบอาสานำอาหารที่แก้วทำเสร็จแล้วไปเสิร์ฟให้กับจันฤดีด้วยตัวเอง
"คุณจัน อาหารเช้าค่ะ" ในขณะที่แพรใสกำลังจัดโต๊ะอยู่นั้นจันฤดีก็ลงมาพอดี แก้วเห็นดังนั้นก็ทำเลื่อนเก้าอี้ให้จันฤดีนั่ง
"ขอบใจมากนะแก้ว แพรใส" จันฤดีเอ่ยขอบคุณกับทั้งสองก่อนจะรับประทานอาหาร ส่วนแพรใสกับแก้วก็ยืนอยู่ข้างๆโต๊ะนั่นแหละ แต่ในระหว่างนั้นเองสายตาของแพรใสก็หันไปเห็นว่าอรวราเองก็กำลังเดินลงมา ทำให้ทั้งแพรใส แก้ว รวมถึงจันฤดีนั้นแปลกใจเป็อย่างมากที่เห็นอรวราลงมาจากห้องเช้าขนาดนี้
"คุณอร ไม่ทราบว่าจะรับอาหารเช้าด้วยมั้ยคะ" แก้วรีบถามอรวราทันที
"ไม่ล่ะ ที่ฉันเดินลงมาก็แค่จะคุยกับแพรใสเท่านั้น"
"คุยกับฉันหรอคะ" เเพรใสพูดพร้อมกับทำหน้าประหลาดใจที่คุณอรมีเื่จะคุยกับเธอ เพราะร้อยวันพันปีคุณอรไม่เคยเป็ยฝ่ายที่จะคุยกับเธอเลยสักครั้ง ทุกครั้งทุกครามักจะเป็เธอที่เป็ฝ่ายถามไถ่คุณอรอยู่เสมอซึ่งก็โดนรำคาญไปตามระเบียบ
"หึ ไม่มีอะไรหรอก วันนี้ฉันแค่จะขอยืมรถเธอหน่อยนะ"
"ยืมรถฉันหรอค่ะ"
จันฤดีที่ได้ยินดังนั้น ก็รีบพูดขึ้นมาว่า
"แต่แพรใสเขาต้องไปทำงานนะ ถ้าลูกยืมรถของแพรใสแล้วเขาจะไปทำยังไงล่ะ แล้วรถลูกไปไหน"
"เห้อ ไม่เห็นไปไรเลยค่ะแม่ แพรใสเขาก็นั่งรถสาธารณะไปทำงานได้นี่คะ หนูยืมแค่วันเดียวเท่านั้นแหละ"
"ไม่ได้หรอกนะอร รถของใครก็รถของมันสิ ลูกก็มีรถของตัวเอง แล้วอีกอย่างรถลูกก็ไม่ได้เสียอะไร"
"ไม่เป้นไรหรอกค่ะ คุณจัน คุณอรเอารถฉันไปขับเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันไปเองได้"
แพรใสรีบบอกกับจันฤดีทันทีว่าเธอสามารถนั่งรถไปเองได้ เธอไม่อยากให้อรวรากับจันฤดีต้องมาทะเลาะกันเพราะเื่ของเธอ
"เห็นมั้ยคะแม่ แพรไม่เห็นว่าอะไรเลย"
"งั้นเดี๋ยวฉันไปเอากุญแจรถให้นะค่ะ "
"อืม ขอบใจ " จากนั้นอรวราก็รีบวิ่งขึ้นห้องไปโดยที่สายตาจันฤดีนั้นมองเธอและถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจกับนิสัยที่เอาแต่ใจของลูกสาวเธอเอง เธอจึงหันไปขอโทษแก้วแทนลูกสาวของตัวเอง
"ฉันขอโทษแทนอรด้วยนะแก้ว "
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณจัน" แก้วรีบเอ่ยปากบอกจันฤดีเพื่อไม่ให้จันฤดีต้องมารู้สึกผิดกับเธอกับแพรใส
"นี่กุญแจรถค่ะคุณอร " แพรใสได้ยื่นกุญแจรถของตนให้กับอรวรา
"ขอบใจมาก" อรวราคว้ากุญแจมาจากมือของแพรใสทันทีก่อนจะไปที่รถแล้วขับออกไป
แพรใสถอนหายใจเบาๆ คุณอรเนี่ยไปข้างนอกได้ทุกวี่ทุกวันเลยสินะเธอเห็นแล้วยังเหนื่อยแทน
แก้วมายืนอยู่ข้างๆแพรใสก่อนจะพูดให้กำลังใจแพรใสว่า
"ลำบากลูกแล้วนะแพร แม่ดีใจนะที่ลูกอดทนและเสียสละ คุณอรนะเธอเอาแต่ใจมาั้แ่เด็ก อย่างน้อยเราก็ยอมๆเขาไปเถอะนะ"
"แพรรู้ค่ะแม่ แพรแค่ไม่อยากให้คุณจันกับคุณอรต้องมาผิดใจกันเพียงแค่เพราะเื่ของแพร อะไรที่แพรยอมได้แพรก็จะยอมค่ะ แต่ถ้าเกิดบางเื่ที่หนักเกินไป แพรก็คงยอมไม่ได้"
"งั้นแพรขอไปทำงานก่อนนะคะ "
แพรใสที่เดินออกมาจากประตูบ้านกำลังจะเดินไปเรียกรถนั้นก็ได้เจอเข้ากับภาคินโดยไม่ได้ตั้งตัว
"อ้าวพี่ ภาคิน อรุณสวัสดิ์ค่ะ" แพรใสรีบทักทายทันที
"อรุณสวัสดิ์ นี่กำลังจะไปทำงานหรอ"
"ค่ะ พอดีว่าวันนี้คุณอรยืมรถไปแพรก็เลยจะเรียกรถหน้าปากซอยนะค่ะ"
"แพรยืมรถไปหรอ" ภาคินพูดพร้อมกับมองนาฬิกาที่ข้อมือของตน
"นี่ก็จะแปดโมงแล้ว ถ้าเรียกรถจะไปไม่ทันเอา เดี๋ยวพี่ไปส่งเราดีกว่า"
"ไม่เป็ไรจริงๆค่ะ พี่ภาคิน แพรไปเองได้"
ภาคินรีบสวนขึ้นมาทันที
"อย่าดื้อได้มั้ย " คำพูดนี้คำพูดเดียวทำให้แพรใสถึงกับจอดสนิทยอมให้ภาคินไปส่งแต่โดยดี โดยที่ตัวเองนั้นก็บอกทางไปที่ทำงานของตนด้วย ในระหว่างนั้นทั้งสองก็พูดคุยกันหลายเื่ทั้งเื่ของที่ทำงานของแพรใส เื่ของอรวรา และน้าจันกับน้าแก้ว ภาคินได้รู้อีกว่าแพรใสนั้นได้ทำงานบริษัทเดียวกับเพื่อนสนิทของตัวเองทั้ง2คน ภาคินรู้จักมะเฟืองกับข้าวหอมดีเพราะจริงๆแล้วทั้งแพรใสกับอรวรา รวมถึงเพื่อนๆของพวกเธอนั้นเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับเขา ทำให้เขารู้จักพวกเธออยู่แล้วและไม่ใช่แค่กับเขาที่รู้จักเท่านั้นภูผากับเก้าเพื่อนสนิทของภาคินนั้นก็รู้จักและสนิทสนมกับพวกเธอพอสมควร และอีกอย่างหนึ่งภูผาเพื่อนสนิทของเขาก็แอบชอบ 1ในเพื่อนสนิทของแพรใสอยู่ ซึ่งเขาไม่บอกหรอกให้นักอ่านทายเอาเองว่าภูผาชอบใคร
คุยกันไปได้สักพักก็ถึงที่ทำงานแพรใสซะแล้วภาคินรู้สึกว่ายังอยากคุยกับแพรใสต่ออีกนิดให้หายคิดถึง แต่คงต้องให้แพรใสไปทำงานก่อน
แพรใสหันไปขอบคุณภาคินที่มาส่งเธอถึงที่บริษัทก่อนที่จะลงจากรถไป
แพรใสที่เข้ามาในบริษัทไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทุกอย่างนั้นอยู่ในสายตาของเพื่อนเธอทั้งสองคนั้แ่ที่เธอลงมาจากรถ พวกเธอจะไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดรอดไปได้แน่ โอกาสที่จะแซวเพื่อนของตัวเองให้เขินอาย
"ฮันแหน่ เห็นนะว่ามีคนมาส่งอะ เร็วรีบบอกมาเลยนะว่าเป็ใคร"
ด้วยความอยากรู้ว่าเพื่อนของตัวเองนั้นไปถูกตาต้องใจหนุ่มคนไหนเข้า มะเฟืองกับข้าวหอมก็รีบรุกให้แพรใสตอบพวกเธอมา
แพรใสที่อดขำเพื่อนตัวเองไม่ได้จึงตัดสินใจที่จะบอกพวกเธอเพราะคนคนนี้พวกเธอทั้งสองรู้จักดีเลย
"ก็เป็คนที่พวกเธอรู้จักดีเลย"
"พวกเราเนี่ยนะ รู้จักด้วยหรอ"
"นั่นสิแพรใสเขาเป็ใครหรอคนที่พวกเรารู้จัก ข้าวหอมยิ่งสงสัยหนักเข้าไปใหญ่จึงถามให้แน่ใจว่าคนคนนี้พวกเธอรู้จักจริงๆ"
"อืม พวกเธอรู้จักแน่ ก็คนที่เคยสอนพิเศษให้ฉันแล้วก็ยังเป็รุ่นพี่มหาลัยเราด้วยนะ แถมตอนนี้เขาก็กลับมาจากต่างประเทศแล้วด้วย"
"กลับมาจากประเทศหรอ!!" เสียงของทั้งมะเฟืองกับข้าวหอมประสานกันทำให้สิ่งที่ควรจะรู้แค่สามคน ตอนนี้กลายเป็มีคนรู้เยอะเลย
"พี่ภาคินอะหรอ" มะเฟืองถามเพื่อความมั่นใจอีกที
แพรใสเพื่อยืนยันว่าเพื่อนของเธอพูดชื่อถูก ก็พยักหน้าให้เป็การยืนยัน
มะเฟืองกับข้าวหอมดีใจมากที่รู้ว่าภาคินกลับมาแล้ว และยังรู้อีกด้วยว่าแพรใสเพื่อนของตนนั้นแอบชอบเขามาตลอด พวกเธอดีใจที่การกลับมาของภาคินครั้งนี้จะเป็จุดเริ่มต้นระหว่างเขากับเพื่อนของเธอ