“จับมันไว้! อย่าให้มันหนีไปบอกพวกไอ้อัคคีได้!”
เสียงะโของพวกสมุนเสี่ยทรงชัยดังไล่หลังมาติดๆ รินรดาใจเต้นระเบัวจนแทบะเิ ในนาทีชีวิตที่ถูกต้อนจนมุม ทางเดียวที่เธอเห็นคือบานประตูเหล็กหนาที่ถูกปิดล็อคไว้เพียงชั้นเดียวจากภายนอกด้วยสลักเหล็กขนาดใหญ่ เธออาศัยจังหวะที่พวกมันกำลังฝ่าดงหนามพุ่งตัวไปกระชากสลักนั้นออกแล้วเหวี่ยงตัวเองเข้าไปข้างในทันที
ปัง!
เธอลงกลอนจากด้านในด้วยมือที่สั่นเทา เสียงทุบประตูจากฝั่งโจรดังตามมาทันที แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้รินรดาหวาดกลัวที่สุดในตอนนี้... เพราะสิ่งที่อยู่ภายใต้ความสลัวในห้องใต้ดินนั้น ‘น่าสยดสยอง’ ยิ่งกว่า
ภายในห้องที่อับชื้นและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นสาบสางที่รุนแรงจนแสบจมูก รินรดายืนพิงประตูที่สั่นะเืจากการถูกกระแทก สายตาของเธอค่อยๆ ปรับให้ชินกับความมืด ก่อนจะพบกับสิ่งที่ทำให้เืในกายเย็นเฉียบ
ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ร่างมหึมาขนาดั์กำลังหมอบนิ่งอยู่ในเงามืด... มันคือสัตว์ร้ายที่หลุดออกมาจากตำนาน ขนสีเทาเงินของมันยาวเหยียดและเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดเหงื่อ กล้ามเนื้อที่ซ้อนทับกันดูทรงพลังเกินกว่าสัตว์ป่าชนิดใดจะพึงมี และที่สำคัญ... มันมีขนาดใหญ่กว่ามนุษย์สองคนรวมกันเสียอีก!
กรรร...
เสียงขู่คำรามต่ำลึกดังสะท้อนมาจากลำคอหนา ั์ตาสีครามคู่มหึมาวาวโรจน์จ้องเขม็งมาที่เธอ มันคือแววตาของผู้ล่าที่มองเห็นเหยื่อหลงเข้ามาในรัง รินรดาเข่าอ่อนจนทรุดลงไปกองกับพื้น ลมหายใจติดขัดจนแทบจะกลายเป็เสียงสะอื้น
“ฮึก... มะ... ไม่จริง”
เธอตัวสั่นงันงก สายตาจับจ้องไปที่โซ่ตรวนเส้นหนาที่ล่ามแขนและขาของสัตว์ร้ายตัวนั้นไว้ พละกำลังมหาศาลของมันทำให้เสาหินที่เป็จุดยึดเริ่มมีรอยร้าวและส่งเสียงครืดคราดน่ากลัว ทุกครั้งที่มันขยับ โซ่เหล็กจะเสียดสีกับพื้นหินดังกังวานเย็นเยียบ
มันค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนด้วยสองขาหลัง ความสูงของมันเกือบจะจดเพดานห้อง รินรดาเบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง เธอไม่รู้ว่านี่คือ ‘อัคคี’ มาเฟียหนุ่มที่เธอตามหา ในหัวของเธอมีเพียงความคิดเดียวคือ... มันคืออสูรกาย
สัตว์ร้ายย่างสามขุมเข้ามาหาเธอช้าๆ กรงเล็บแหลมคมจิกลงบนพื้นหินจนแตกละเอียด รินรดาพยายามจะถอยหนีแต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับประตูเหล็กที่พวกโจรยังคงทุบอย่างบ้าคลั่ง
“ตายแน่ๆ... ฉันต้องตายที่นี่แน่ๆ”
หมาป่าตัวนั้นก้มหน้าลงมาจนจมูกเปียกชื้นเกือบจะัักับใบหน้าของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวที่พ่นออกมามีกลิ่นสาบป่าดิบและกลิ่นอายจางๆ ของอำนาจที่ทำให้เธอมึนหัว รินรดาหลับตาปี๋ ร่างกายสั่นระริกราวกับลูกนกที่กำลังจะถูกขย้ำ เธอััได้ถึงกรงเล็บเย็นเยียบที่ค่อยๆ เลื่อนมาแตะที่ลำคอระหงของเธอเบาๆ
ความกลัวสุดขีดทำให้สติของเธอแทบจะดับวูบ แต่ในขณะนั้นเอง สัตว์ร้ายกลับหยุดชะงัก มันเอียงคอเล็กน้อยราวกับกำลังสับสนในกลิ่นกายของหญิงสาวตรงหน้า ั์ตาสีครามวาวโรจน์คู่นั้นเริ่มฉายแววบางอย่างที่ดูทรมานและโหยหา...
เสียงฝีเท้าและเสียงโวยวายของพวกโจรด้านนอกยังคงดังต่อเนื่อง แต่รินรดากลับไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว นอกจากเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวสลับกับเสียงลมหายใจหนักหน่วงของปีศาจตรงหน้าที่กำลังจดจ้องเธอไม่วางตา!
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงกระแทกประตูเหล็กชั้นในดังสนั่นจนบานพับเริ่มบิดเบี้ยว รินรดาหมอบตัวสั่นงันงกอยู่แทบเท้าของสัตว์ร้ายตัวมหึมา น้ำตาแห่งความกลัวนองหน้าเมื่อเห็นพละกำลังที่เหนืุ์ของพวกโจรด้านนอกที่ใช้ท่อนซุงพังประตูเข้ามาได้สำเร็จ
“นั่นไง! มันอยู่นั่น!” หัวหน้ากลุ่มโจระโก้องเมื่อบานประตูเปิดออก แสงไฟฉายส่องสว่างวาบเข้ามาในห้องใต้ดินที่มืดสลัว เผยให้เห็นร่างเงาของหมาป่าขนาดั์ที่ยืนตระหง่านบังนักข่าวสาวไว้
“เฮ้ย! ตัวอะไรวะนั่น!” พวกมันชะงักกึกด้วยความใกลัว ทว่าด้วยความละโมบและคำสั่งเด็ดขาดของเสี่ยทรงชัย พวกมันจึงรีบยกปืนขึ้นเล็ง
“กรรรรรรรรร!”
เสียงคำรามกึกก้องที่ไม่ได้ฟังดูเหมือนเสียงสัตว์ธรรมดา แต่เป็เสียงที่สั่นไปถึงจิติญญาดังกัมปนาทจนแก้วหูแทบแตก สัตว์ร้ายพุ่งตัวเข้าใส่ทันทีที่เห็นกระบอกปืน โซ่ตรวนที่ล่ามข้อมือข้างหนึ่งไว้ถูกกระชากจนเสาหินแตกละเอียดมันกวัดแกว่งแขนที่มีพละกำลังมหาศาลฟาดใส่กลุ่มโจรจนร่างปลิวไปกระแทกผนังราวกับตุ๊กตาหนาม
รินรดาเบิกตากว้าง ภาพตรงหน้าคือการสังหารหมู่ที่สยดสยอง สัตว์ร้ายตัวนั้นฉีกกระชากปืนในมือของพวกโจรราวกับเป็ของเล่น กรงเล็บแหลมคมตวัดเพียงครั้งเดียวก็สร้างรอยแผลฉกรรจ์ไปทั่วร่างของศัตรู มันไม่ได้แค่ล่า... แต่มันกำลัง ‘ปกป้อง’ เธออย่างบ้าคลั่ง
แต่ภาพความโเี้นั้นกลับทำลายสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของรินรดาจนหมดสิ้น!
สำหรับเธอ... มันไม่ใช่ผู้ช่วยชีวิต แต่มันคืออสูรกายกระหายเืที่กำลังคลั่ง!
เมื่อเห็นจังหวะที่สัตว์ร้ายกำลังขย้ำสมุนโจรคนสุดท้าย รินรดาอาศัยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดลุกขึ้นวิ่งหน้าตั้งฝ่าวงล้อมออกไปทางประตูที่เปิดค้างไว้ เธอวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นสู่ชั้นบน ลัดเลาะออกไปทางชายป่าที่มืดมิดโดยไม่คิดชีวิต
“แกร่งงงงง! โฮก!”
เสียงโซ่ตรวนที่ถูกกระชากจนขาดสะบั้นดังก้องมาจากห้องใต้ดิน ตามด้วยเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเ็ป เมื่อ ‘เป้าหมาย’ ที่มันพยายามปกป้องกลับวิ่งหนีมันไป สัญชาตญาณสัตว์ร้ายที่เคยถูกกดทับไว้ด้วยสติอันน้อยนิดของอัคคีได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง!
การหนีของเธอคือการกระตุ้นสัญชาตญาณ ‘นักล่า’ ของมันให้ตื่นขึ้นเต็มตัว
ร่างมหึมาสีเทาเงินพุ่งตัวออกจากห้องใต้ดินด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองไม่ทัน มันทะยานผ่านรั้วไม้สักข้ามไปในป่าลึกอย่างบ้าคลั่ง ต้นไม้เล็กใหญ่หักโค่นตามทางที่มันผ่าน ั์ตาสีครามที่เคยมีแววทรมาน บัดนี้กลายเป็สีแดงเพลิงด้วยความคลุ้มคลั่ง
มันไม่สนกฎเกณฑ์ ไม่สนความลับ และไม่สนโซ่ตรวนอีกต่อไป... สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของหมาป่าคลั่งตอนนี้คือการตามล่า ‘ผู้หญิงคนนั้น’ กลับมาให้ได้ ไม่ว่าเธอจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม!