Bangkok Devil Remake ฝ่าวิกฤติปีศาจถล่มโลก

    ความหวัง


    ตูม! ตูม! ตูม!เสียงระเบิดดังอย่างต่อเนื่อง สิ่งของต่างๆในห้องเก็บของค่อยๆร่วงลงมา บริเวณถนนหน้าโรงเรียน รถถังรุ่น T-14 Armata เริ่มทำการยิงอีกครั้ง ดูเหมือนภายนอกก็มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเช่นกัน"ท..ที่พูดนี่จริงเหรอเอ็ม"เบลถามออกมาทันทีเมื่อเอ็มบอกว่าเสียงที่เกิดขึ้นคือรถถัง"น่าจะเป็นยังงั้นนะ เสียงสายพานกับแรงสั่นสะเทือนแบบนี้ เดาว่าน่าจะเป็นพวกทหาร""บ..แบบนั้นพวกเราก็รอดแล้วน่ะสิ""..."เอ็มไม่ได้ตอบอะไรออกไป เค้าคิดว่าการที่ได้ยินเสียงระเบิดด้านนอกแบบนี้ แสดงว่าในเมืองต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่นอน"อ..เอ็ม"เบลส่งเสียงเรียกเอ็มหลายครั้ง แต่เพราะใช้ความคิดอยู่จึงลืมเสียงรอบข้าง เค้ารู้สึกตัวอีกทีเบลก็เดินมาหาแล้ว"หือ""ม..มีอะไรหรือเปล่า สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ"เบลถามพร้อมแสดงสีหน้าเป็นห่วง"ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่...คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ"เอ็มยกมือขึ้นและลูบหัวเธอที่เอ็มกล้าลูบหัวเพราะกำแพงที่กั้นระหว่างคนสองคนได้พังลงไปแล้ว เค้าไม่เคยคิดเลยว่า การที่คนเราได้พูดคุยแค่ไม่กี่นาที จะทำให้คนสองคนเข้ากันได้ขนาดนี้ แต่นี่ไม่ใช่ความรัก มันคือความห่วงใย"อ..ไอ้โง่ จะลูบหัวไปถึงเมื่อไร""..."ขอถอนคำพูด ยัยนี่ยังปากไม่ดีเหมือนเดิม ไม่น่ารักเอาซะเลยนะ...แต่ว่า กลับเป็นเบลคนเดิมแล้วสินะเอ็มยิ้มออกไปเล็กน้อยเอาล่ะ ในเมื่อสภาพจิตใจกลับเป็นเหมือนเดิมก็ต้องคิดต่อจากนี้แล้ว เราจะหลบอยู่ในห้องแบบนี้ก็ไม่ได้ อาหารกับห้องน้ำก็ไม่มี อยู่ที่นี่ต่อไปคงไม่ดีแน่ และหวังจะรอความช่วยเหลือก็ไม่ได้ด้วย ไม่มีอะไรค้ำประกันว่ากองทัพจะชนะ"นี่เบล...จะเอายังไงต่อดี""อ..อะไรเหรอ""เธอคงไม่คิดว่าเราจะเดินออกไปและขอความช่วยเหลือง่ายๆหรอกนะ อย่าลืมสิว่านอกห้องมีอะไรอยู่ ถ้าเธอคิดว่าจะรออยู่ในห้องแบบนี้ล่ะก็ พวกเราได้อดตายกันแน่""..."ระดับเบลน่าจะคิดได้นะ ยัยนี่เรียนเก่งไม่ใช่เหรอ"ไม่มีแผนอะไรเลยเหรอ""ผ..แผนเหรอ"ทั้งคู่นั่งคิดอยู่ที่มุมห้อง ก่อนจะเข้ามาที่นี่พวกเค้าคิดแค่ว่าต้องหนีเท่านั้น"..."เราเล่นถามแบบนี้ใครจะตอบได้เนอะ แผนงั้นเหรอ แผน...แอน เอ็มรีบล้วงหาโทรศัพท์ทันที เมื่อนำขึ้นมาดูก็พบว่าไม่มีสัญญาณ เบลที่เห็นดังนั้นก็หยิบของตัวเองขึ้นมาดู"ม..ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เลย แบบนี้ก็โทรขอความช่วยเหลือไม่ได้น่ะสิ""..."นี่เราลืมเรื่องน้องสาวไปได้ยังไง แบบนี้มัน...พี่ชายยอดแย่เลยไม่ใช่เหรอ เลวจริงๆ เป็นห่วงแต่เรื่องตัวเองจนลืมน้องสาวไปซะสนิทเอ็มรู้สึกผิดกับตัวเองอย่างมาก สีหน้ากังวลและผิดหวังแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด"อ..เอ็ม มีอะไรหรือเปล่า สีหน้านาย...ดูไม่ดีเลยนะ ถ้ามีอะไรที่ฉันพอช่วยได้ก็บอกมาเลย"เบลยื่นหน้าเข้ามาใกล้เอ็ม เธอแสดงสีหน้าเป็นห่วงและอยากช่วยเหลือเค้าอย่างสุดใจ"..."จะเสียเวลาอยู่ในห้องนี้ไม่ได้แล้ว"เบล ฉันจะเข้าเมือง เธอจะเอาไง""ไม่มีปัญหาหรอก นายตัดสินใจยังไงฉันก็เอาตามนั้นนั่นล่ะ""..."ยังไม่ต้องบอกเรื่องน้องสาวดีกว่าเอ็มยืนขึ้นและมองไปรอบๆห้อง"เอาล่ะ ถ้าออกไปด้านนอกโดยไม่มีอาวุธล่ะก็ พวกเราคงไม่ถึงหน้าโรงเรียนแน่""อ..อื้อ"เบลมองเอ็มด้วยความเป็นห่วง ดูเหมือนเธอรู้จะว่าเค้าปิดบังอะไรไว้"ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ยังไงเราก็ต้องรอดไปให้ได้ ใครจะมายอมตายอยู่ที่นี่ล่ะ""อ..อื้อ""งั้นลองหาอะไรที่พอใช้เป็นอาวุธได้ดูก่อน ยังไงที่นี่ก็เป็นห้องเก็บของ คงมีอะไรที่พอใช้ได้บ้างล่ะ""ด..ได้เลยไอ้โง่""..."ทั้งสองคนแยกย้ายกันหา ถึงในห้องจะเล็กแต่ก็มีของมากมาย ตู้เก็บของมีหลายตู้ แต่บางตู้ก็ถูกล็อคไว้ โชคดีที่ไฟฟ้ายังใช้ได้ ถ้าไม่เปิดไฟคงมองอะไรไม่เห็นแน่หลังจากผ่านมายี่สิบนาที สิ่งของที่สามารถหาได้ก็มีอยู่เยอะพอสมควร แต่เพราะเก่ามากจึงใช้ไม่ได้"จะบอกว่าสมแล้วที่เป็นห้องเก็บของดีไหม"เอ็มพูดขึ้นมาในตอนที่ปีนตู้หาของอยู่"ท..ทำไมเหรอ""ก็เล่นนำทุกอย่างมาเก็บไว้หมดเลย ของที่ไม่น่าจะเก็บก็เอามาใส่ไว้ ดูสิ..ยางรถยนต์ยังมีเลย ที่นี่มันชั้น4นะ ใครมันยังอุตส่าห์แบกขึ้นมานะ ฉันล่ะอยากเห็นหน้ามันจริงๆ""ถ..ถ้าฉันจำไม่ผิด อันนั้นของ ผ.อ นะ""...เมื่อกี้ฉันพูดอะไรนะ ฉันว่าห้องมันร้อนๆยังไงไม่รู้"เอ็มและเบลมีการคุยเล่นกันเล็กน้อย เวลาผ่านมาสิบนาที ห้องเก็บของโดนรื้อจนไม่เหลืออะไร"ก็นับว่าหาได้เยอะอยู่เหมือนกันนะ ถึงของบางอย่างจะเก่าบ้างก็เถอะ"เอ็มพูดพร้อมเอามือปาดเหงื่อ"จ..จริงด้วยสิ ไม่คิดเลยว่าจะมีของเยอะขนาดนี้""หือ...เบล เสื้อเธอดูใหม่จัง มันควรจะมีเลือดติดอยู่ไม่ใช่เหรอ""ฉ..ฉันเปลี่ยนเสื้อแล้วล่ะ พอดีเจอเสื้อนักเรียนเก่าๆวางอยู่ในตู้น่ะ""งั้นเหรอ ดูเสื้อมันใหญ่กว่าเดิมเยอะเลยนะ"ทั้งสองคนนำของที่หาไม่ได้วางไว้กลางห้อง ซึ่งมีท่อเหล็ก ค้อนปอนด์ กรรไกร มีดดายหญ้า ไม้เบสบอล และท่อนไม้"เบล ฉันถามอะไรเธออย่างสิ"เอ็มมองที่อาวุธและถาม"อ..อะไรเหรอ""พวกเราหาวุธได้แล้ว แต่เธอกล้าใช้มันเหรอ"ถึงอาวุธที่มีอยู่จะไม่ได้รุนแรงอะไร แต่ก็พอใช้เอาตัวรอดได้ล่ะมั้ง"ฉ..ฉันก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไร แต่ถ้าจวนตัวขึ้นมาจริงๆก็คง...ต้องกล้าใช้แล้วล่ะ""เอาเป็นว่าถ้าหนีได้ก็หนี แต่ถ้าจวนตัวจริงๆก็...หนีอีกนั่นล่ะ""ก..ก็มันช่วยไม่ได้นี่เนอะ"ใช่แล้ว มันช่วยไม่ได้จริงๆ ถึงพวกเราสองคนจะมีอาวุธ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย ทำไมมันไม่เหมือนในหนังเลยนะ หนังซอมบี้ที่เคยดูยังเอาตัวรอดง่ายกว่าเลย ซอมบี้เดินก็ช้า ตีสมองให้แตกก็ตายแล้ว...เฮ้อ ทำไมต้องเจอพวกสัตว์ประหลาดด้วยนะ เปลี่ยนเป็นซอมบี้ยังดีซะกว่าอีกหลังจากพุดคุยกันเสร็จ ทั้งคู่เริ่มนำสิ่งของใส่กระเป๋า โดยเลือกใส่แต่ของที่จำเป็น ไฟฉาย ผ้าพันแผล เชือก ไม้ขีด ถุงมือ กล้องส่องทางไกล มีดขนาดเล็ก และถ่านไฟฉายอีกแผงหนึ่ง กระเป๋าเป้มีสองใบ เอ็มจึงเลือกใส่ของต่างกัน ใบหนึ่งใส่อาวุธ ใบสองใส่ของจำเป็น"ดีนะที่เธอเจอกระเป๋า ไม่งั้นต้องมาเลือกว่าจะเอาอะไรไป""ก..ก็มันวางอยู่ในตู้ที่มีเสื้อนักเรียน ฉันจำได้ก็เลยหยิบมา""นี่เบล...ถึงจะฟังดูน่าเกลียดนะ แต่เธอสะพายใบที่ใส่อาวุธได้ไหม""ได้สิ""พอดีไหล่ฉัน...เจ็บตอนที่ปะทะกับมนุษย์สามหัวน่ะ มันปวดๆยังไงไม่รู้ ขอโทษทีนะ"ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นเราคงกล้าพูดออกไปแน่ แต่นี่คือเบล...เบลผู้ซึ่งดูภายนอกอ่อนแอ แต่ความจริงไม่ใช่เลย ถ้าจำไม่ผิดสมัยก่อนยัยนี่เป็นนักกีฬาที่ชอบทำลายสถิติ เป็นเด็กสายกีฬาตัวจริง รุ่นพี่ยังแพ้เลยทั้งสองคนสะพายเป้ ในมือถืออาวุธคนล่ะอัน เอ็มใช้มีดดายหญ้า เบลใช้ค้อนปอนด์ซึ่งมีน้ำหนักมาก ทั้งคู่มองหน้ากัน"เบล""...""พวกเราต้องรอด"เบลได้ยินดังนั้นก็ยิ้มให้เอ็มอย่างมั่นใจ"จ้ะ"ทั้งคู่ช่วยกันดันชั้นหนังสือ ประตูค่อยๆเปิดออกและแสงแดดส่องเข้ามา พวกเค้าทั้งสองคนก้าวเดินออกไป พร้อมความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ แต่นรกมันพึ่งจะเริ่มต่อจากนี้
    to be continued