Champagne Part
หลังจากที่ฉันกลับจากโรงเรียนฉันก็แวะซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อซื้อของสดมาทำอะไรกิน หลังจากนั้นก็กลับคอนโดพอถึงคอนโดฉันก็เห็นร่างหนาของชายวัยกลางคนที่ฉันคุ้นเคยนั่งทำงานอยู่ที่โซฟาฉันเดินไปเก็บกระเป๋าที่ห้องและออกมาทำกับข้าวกินที่ครัวหลังจากทำกับข้าวเสร็จก็มากินข้าวกันที่โต๊ะกินอาหารกัน
“วันนี้เป็ไงบ้าง” พี่ชายเพียงคนเดียวของฉันถามขึ้นมาอย่างเช่นปกติทุกครั้งั้แ่เด็กจนโต พอกลับบ้านมาก็จะคอยถามอยู่ทุกวันว่า เป็ไงบ้าง เรียนเหนื่อยไหมเล่าให้ฟังหน่อยวันนี้เจออะไรมาบ้าง
“นั่นสิ โรงเรียนใหม่เป็ไงถูกใจไหม” คุณลุงพูดเสริม
“หนูมีเพื่อนด้วยแหละวันนี้แต่ว่าเขาเป็รุ่นพี่หนู เมื่อเช้าหนูจะถามทางไปห้องเรียนกับลุงยามแต่ลุงยามแกไม่ยอมตื่นหลับแต่เช้าเลย 5555” ฉันเล่าเื่ที่เจอกับตาบ้านั่นวันนี้แต่ฉันไม่ได้เล่าเื่ไม่ดีที่เขาทำหรอกนะ
หลังจากกินข้าวเสร็จฉันก็มานั่งเล่น นอนเล่นอยู่ในห้อง ไถไอจีไปซักพัก ก็เห็นแอ็คเค้าน์ของพี่เต้เพื่อนของตาบ้าหน้าหล่อมากดหัวใจรูปฉันรัวๆอันตรายจริงๆผู้ชายคนนี้ ฉันไถไอจีไปได้ซักพัก มีแจ้งเตือนขึ้นมาว่ามีคนกดหัวใจให้ฉันอีก ฉันเลยเข้าไปดู ตาบ้าหน้าหล่อ วางมาดที่โรงเรียนทำเป็ไม่อยากได้ไม่เอา แต่ก็มากดหัวใจให้ นายเองก็ใช่ย่อยเหมือนกันนะเนี่ย ฉันตัดสินใจทักไปแซวร่างหนาแต่เขาอ่านข้อความแต่ไม่ตอบฉัน คนอะไรหยิ่งชะมัด
วันต่อมา
8.30 น.
ฉันมาโรงเรียนตามปกติ (สายปกติ)พอฉันเดินเข้าโรงเรียนไป ฉันก็เห็นร่างสูงใหญ่ยืนเด่นอยู่แต่ไกล นี่เขารอฉันหรอหรือว่ารอพี่เต้ หรือว่ารอสาว ชั่งเถอะ เดินไปทักหน่อยล่ะกัน ฉันเดินปรี่เข้าไปหาเขาพร้อมกับปลาท่องโก๋ที่อยู่ในมือ
“นี่นาย” ฉันทักร่างสูงขึ้นอย่างเป็มิตร
“พี่ทิว” ร่างสูงหล่อเหลาตรงหน้าพูดออกมาแค่นั้นนี่เรากำลังคุยภาษาเดียวกันอยู่ใช่ไหม
“อะไรของนายกัน” ฉันถามออกไปอย่างงงๆ
“ต่อไปนี้เรียกฉันว่า ‘พี่ทิว’ และต้องเรียกให้ชินด้วย ไม่มีข้อต่อรองอะไรทั้งนั้น ‘พี่ทิว’ อย่างเดียว” ร่างหนาเน้นคำว่า พี่ทิว ไม่เว้นช่องไฟให้ฉันได้พูดหรือได้เถียงเลยเอาจริงๆก็ ฉันก็ไม่ได้อยากเถียงเขาแต่เช้าหรอก
“ก็ได้ๆ เรียกก็ได้”ฉันยอมรับข้อเสนอของอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย
“นี่..พี่ทิว กินปลาท่องโก๋ไหม?”ฉันพูดพลางหยิบปลาท่องโก๋ที่อยู่ในมือชูขึ้นมา
“ไม่เอา” ร่างสูงตอบนิ่งๆมาแค่นั้นและเดินหนีฉันไปเฉยๆ ฉันเลยรีบเดินขึ้นนำหน้าเขา หันหน้ามาคุยกับเขา และเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ
“ปลาท่องโก๋เ้านี้อร่อย....ว๊ายย”ฉันยังพูดไม่ทันจบ ก็เกือบจะสะดุดขาตัวเองล้มหงายท้อง แต่ร่างสูงกว่าคว้าแขนฉันไว้ทันทำให้ฉันเซไปชนแผงอกแกร่งของเขาเต็มๆ
ตึกตัก ~ ตึกตัก
บ้าจริงหัวใจฉันทำไมเต้นแรงแบบนี้กันนะ ก็แค่ล้มชนผู้ชาย แต่ว่า...กลิ่นน้ำหอมนี้มันแทบจะทำฉันคลั่ง Dior Sauvage อยากที่จะอยู่ตรงนี้นานๆจังเลยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงสาวน้อยใหญ่จะมาชอบมาหลง ทั้งรูปร่าง หน้าตา บุคลิกและกลิ่นนี้ ฉันที่กำลังเคลิ้มอยู่กับกลิ่นน้ำหอมของเขาจนไม่ยอมปล่อยเขาและในที่สุดตัวของร่างสูงเองก็ต้องผลักฉันออก
“เกินไปแล้วนะน้อง” เขาพูดออกมาเสียงเข้ม
“พี่ทิวทำไมถึงใช้น้ำหอมอันนี้ล่ะ” ฉันใช้นิ้วจิ้มไปที่อกแกร่งของเขาอย่างเย้าแหย่ร่างหนาไม่ตอบอะไรฉันกลับมา แถมเดินหนีฉันอีกแล้ว
“เขินหรอ ที่แซวแบบนี้อ่ะไม่ต้องเขินหรอกน่า ก็เพราะใช้น้ำหอมกลิ่นนี้ไง อาจารย์ถึงได้อยากจะ..”ฉันยังไม่พูดไม่จบประโยค ร่างหนาก็ผลักฉันชนกับรั้วโรงรถ เขาใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างกันฉันไว้ไม่ให้หนี
ตึกตัก ~ ตึกตัก
เอาอีกแล้วหัวใจฉันเต้นแรงอีกแล้ว ร่างสูงตรงหน้าใช้สายตาสำรวจทั่วใบหน้าของฉันหน้าของเราสองคนห่างกันไม่ถึงคืบ บ้าจริง มันใกล้เกินไปแล้วนะแบบนี้เขาค่อยๆโน้มตัวลงมาข้างๆหูฉัน
“จำไว้นะน้องที่ซินแอบแซ่บกับพี่บ่อยๆไม่ใช่เพราะกลิ่นน้ำหอมพี่หรอก” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์แฝงไปด้วยรอยยิ้มอันตายหลังจากที่ร่างหนาพูดเสร็จ เขาก็ปล่อยฉันให้เป็อิสระและก็เดินต่อไป ฟู่ววววววเกือบไม่รอดแล้วไหมล่ะไอ้เปญ
“น้องมัวทำอะไรอยู่ถ้ายังไม่รีบตามมาจะไม่ทันเรียนคาบแรกนะ” อีกฝ่ายที่เดินนำหน้าฉันไปก่อนแล้วะโเรียกฉันเพราะเห็นว่าฉันยังอยู่ที่เดิม ไม่เดินตามเขาไปซักที
พอได้สติกลับคืนมาฉันก็ตามเขาไปติดๆอย่างเงียบๆ พอเขามาส่งฉันถึงห้องเรียนเสร็จฉันก็มานั่งคิดคนเดียวว่า ไอ้อาการของฉันเมื่อเช้ามันคืออะไรใจเต้นแรงเหมือนจะะเิออกมาให้ได้ หน้าร้อนผ่าว หยุดคิดถึงหน้าเขาไม่ได้เลยด้วย
12.00 น.
หลังจากที่อาจารย์ปล่อยไปทานข้าวฉันออกจากห้องมาก็เจอพี่ทิวกับพี่เต้ยืนอยู่หน้าห้องเหมือนทุกที พี่ทิวดูปกติมากแต่คนที่ไม่ปกติคือฉันเอง เขาทั้งคู่เดินมาหาฉัน
“เอ่อ...รีบไปกินข้าวกันดีกว่าเนอะ”ฉันตอบกลับไปอยากลุกลี้ลุกลนก่อนจะเดินนำหนุ่มร่างหนาหน้าหล่อทั้งสองไปที่โรงอาหารพอถึงโรงอาหารฉันก็ปลีกตัวไปซื้อก๋วยเตี๋ยวกิน แต่ดูเหมือนว่าฉันไม่ได้มาคนเดียวมีคนตามฉันมาด้วย
“พี่ว่าเราทำตัวแปลกๆนะเปญ”ฉันที่กำลังยืนรอก๋วยเตี๋ยวก็สะดุ้งเฮือก เพราะจู่ๆ พี่เต้ก็มากระซิบที่ข้างหูฉัน่นี้ยิ่งใง่ายอยู่
“ไม่แปลกค่ะ”ฉันตอบพลางหยิบก๋วยเตี๋ยวจากแม่ค้า และเดินไปปรุงที่โต๊ะที่เขาเตรียมไว้ให้ เสี้ยววินาทีนั้นพี่เต้ก็ถือชามก๋วยเตี๋ยวมาอีกสองชามมาปรุงข้างๆฉัน
“แต่พี่เห็นนะว่าเรามองไอ้ทิวแล้วทำตัวแปลกๆอ่ะปกตินะเรา...”ฉันไม่ปล่อยให้เ้าคนขี้สงสัยพูดจบฉันก็เอาเกี๊ยวทอดใส่ปากพี่เต้ไปอันหนึ่ง
“พี่เต้กินให้หน่อย เปญไม่ชอบกินเปญไปรอที่โต๊ะนะ” หลังจากพูดเสร็จฉันก็เผ่นแน่บออกมา ฉันเดินจะไปถึงโต๊ะที่ร่างสูงนั่งรออยู่ก็เห็นผู้หญิงสองคนนั่งอยู่ที่โต๊ะ คุยกันกระหนุงกระหนิง ดูสนิทกันจังเพื่อนกันหรอ แต่ทำไมดูมากกว่าเพื่อนจังเลยล่ะ
“เปญ!!”พี่เต้ะโเรียกฉัน ทำให้ฉันหลุดจากความคิดบ้าๆพวกนั้นฉันหันไปมองอีกทีผู้หญิงสองคนนั้นก็ไม่อยู่แล้ว ฉันเลยเดินไปนั่งที่โต๊ะ และนั่งกินก๋วยเตี๋ยวของฉันอยู่เงียบๆมาซักพักจนกระทั่ง...
“เนี่ย พี่ว่าเปญแปลกๆ” เ้าคนร่างสูงขี้สงสัยพูดขึ้นมาฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเ้าคนขี้สงสัยคนนั้น พี่ทิวเองก็มองพี่เต้เหมือนกัน
“เปญเป็...”ฉันไม่ปล่อยให้พี่เต้พูด ก็เอาเกี๊ยวทอดอีกอันยัดใส่ปากพี่เต้
“มันเหลืออีกอันหนึ่งเปญไม่ชอบกิน” ฉันแถไปข้างๆคูๆ
“อ่ะๆๆๆถ้าไม่อยากบอกไม่ถามแล้วก็ได้” ในที่สุดคนขี้สงสัยก็ถอดใจ
“แต่..สเปคของเปญเป็แบบไหนหรอแบบใส่ใจหรือไม่ใส่อะไรเลย” พี่เต้ถามฉันด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์นี่เขาถามฉันแบบจริงๆอยู่ใช่ไหมเนี่ย
“นี่พี่เต้แกล้งเปญเล่นหรือว่าจริงๆคะ”ฉันถามออกไปด้วยความงุนงง
“หึ!! ควายมุกแป้ก” ร่างหนาหน้าหล่อที่เงียบอยู่นานก็พูดขึ้น
“เมื่อกี้พี่เต้จะเล่นมุกหรอคะเปญขอโทษที่ตามมุกไม่ทัน” ฉันรีบขอโทษขอโพยพี่เต้ยกใหญ่
“ช่างมันเถอะเปญคิดซะว่าไม่เคยเล่นแล้วกัน” และหลังจากนั้นพี่เต้ก็นั่งหงอยไปเลย
@คอนโด
หลังจากที่ฉันกลับจากโรงเรียนฉันก็ทำกับข้าวรอคุณลุงกลับบ้านมากินข้าวกันเหมือนเดิม พอกินข้าวกันเสร็จก็ต่างคนต่างแยกย้าย คุณลุงก็นั่งทำงานอยู่ที่ห้องทำงานพี่ไวน์นั่งดูหนังอยู่ที่โซฟา ส่วนฉันก็เข้าห้องมาทำการบ้าน หลังจากทำการบ้านอาบน้ำเสร็จก็ดึกแล้ว ฉันล้มตัวลงบนที่นอน ไถโทรศัพท์ไปซักพัก และจู่ๆก็มีแจ้งเตือนเข้ามาอันหนึ่ง ‘tulip_twr liked your photo.’พี่ทิวเข้ามาไลค์รูปฉันในไอจีอีกแล้ว สงสัยต้องทักไปหน่อยแล้วแบบนี้
แชมเปญ : ทักไปไม่รูจักตอบแต่มีผู้หญิงเดินมาทักหน่อยมองตาเยิ้มเลยนะพี่ทิว
ทิวลิป : (เห็นแล้ว)
แชมเปญ : หยิ่ง
ทิวลิป : (เห็นแล้ว)
เขาอ่านข้อความฉันไวมากแต่เขาไม่ตอบ นี่กำลังกวนประสาทกันอยู่ใช่ไหมเนี่ย หงุดหงิดเป็บ้าทำไมอ่านแล้วไม่ตอบนะ คิดว่าโลกหมุนรอบตัวเองรึไงกัน ฉันวางโทรศัพท์ไว้บนหัวนอนเตรียมตัวที่จะนอนแล้ว แต่เพราะฉันหงุดหงิดจนนอนไม่หลับ พลิกไปพลิกมาก็แล้วหลับตานับแกะก็แล้ว ไม่ได้ช่วยฉันเลย ฉันเลยตัดสินใจออกไปหาอะไรกินที่ครัวและฉันก็เห็นคุณลุงกับพี่ไวน์ยังนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร นี่มันดึกแล้วนะพอทั้งคู่เห็นว่าฉันเดินออกมา ทั่งคู่ก็แยกย้ายกันเข้าห้อง ไม่พูดอะไรซักคำ ตัวฉันเองก็ไม่ได้เอะใจอะไรเดินไปหานมกินที่ครัว และขึ้นไปนั่งเล่นบนดาดฟ้าซักพัก คืนนี้ดาวสวยจังเห็นชัดด้วย ไม่ได้มองดูดาวแบบนี้นานเท่าไหร่แล้วนะ ฉันดูดาวไปซักพักและก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย story ลงไอจี และคนแรกที่เข้ามาดูก็ไม่พ้นพี่ทิวคงจะแค่ผ่านมาเจอล่ะมั้ง แต่น้อยใจชะมัด เข้ามาดูได้ มากดไลค์ได้แต่ตอบข้อความไม่ได้ และซักพักบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะทักมาก็ทักมา
ทิวลิป : ไปนอนได้แล้ว
ช่องทางการลงนิยายของไรท์
ReadAwrite : Darby.writer
Tunwalai : Darby
Kawebook : Darby
Joylada : Darby
Fictionlog : Darby
Dek-D : Darbywriter
ฝากติดตามผลงานของไรท์ด้วยนะคะ