ซูเหยียนนางคือบุตรีของเสนาบดีซู นางเป็บุตรสาวที่เกิดจากอนุที่มีนามว่าเหม่ยฮัว ซูเหยียนเป็คนที่เกิดมามีรูปโฉมงดงาม เรียกว่างามล่มบ้านล่มเมืองก็ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงเลย เพราะบิดารักใคร่หลงใหลมารดาของนางมาก เมื่ออนุอันเป็ที่รักมีบุตรสาวให้
เสนาบดีซูจึงได้รักและเอ็นดูซูเหยียนมาก จะเรียกว่ามากกว่าบุตรชายและบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอกก็ว่าได้ ด้วยว่าฮูหยินเอกที่แต่งเข้าตระกูลมานั้น เป็การแต่งที่ว่าด้วยความเหมาะสม หาใช่มีความรักไม่ ต่างจากอนุเหม่ยฮัวที่เสนาบดีซูมีใจรักใคร่ั้แ่ครั้งแรกที่ได้พบหน้า
เสนาบดีซูจึงรักบุตรสาวคนนี้ที่เกิดจากอนุเหม่ยฮัว ดั่งแก้วตาดวงใจทั้งยังตามใจและเอาอกเอาใจนางทุกอย่าง จนเมื่อถึงคราวปักปิ่น ซูเหยียนในวัยดรุณีแรกแย้ม เกิดต้องตาบุตรชายคนโตของตระกูลฟาง บุรุษผู้องอาจซึ่งมีตำแหน่งเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ ด้วยความที่เสนาบดีซูรักใคร่และตามใจบุตรสาว จึงคิดหาหนทางและวางแผนการร้ายขึ้น จนในที่สุดซูเหยียนก็ได้แต่งเข้าจวนตระกูลฟางสมใจปรารถนา
ณ จวนตระกูลฟาง
แสงเทียนมงคลวูบไหวสตรีผู้งดงามผู้ซึ่งได้เป็เ้าสาวหมาดๆ นั่งรอชายในดวงใจมาเปิดผ้าคลุมหน้าอย่างใจจดใจจ่อ แต่ทว่าเวลาล่วงเลยไปค่อนคืนกลับไร้เงาเ้าบ่าว
"ชุ่ยเหอ"
"เ้าคะคุณหนู"
ชุ่ยเหอบ่าวหญิงคนสนิทขานรับผู้เป็นายเสียงแ่เบา
"เ้าลองออกไปดูสิ ว่าทำไมป่านนี้แล้วท่านแม่ทัพยังไม่มาอีก"
ซูเหยียนเอ่ยออกมาอย่างร้อนใจ
"เ้าค่ะ"
ชุ่ยเหอรีบเดินออกไปอย่างไม่รีรอ ไม่ถึงอึดใจก็กลับมารายงานนายหญิงของตน
"ว่ายังไง ท่านแม่ทัพเล่า"
ซูเหยียนเลิกคิ้วเอ่ยถาม เมื่อเห็นกิริยาลุกลี้ลุกลนของบ่าวหญิงคนสนิท นั้นยิ่งทำให้นางนึกแปลกใจ
"เอ่อคือ คือว่า"
ชุ่ยเหออ้ำๆอึ้งพูดไม่ออกเพราะเกรงโทสะของผู้เป็นาย
"ว่าอย่างไร มีอะไรก็พูดมา!! มัวแต่อ้ำๆอึ้งๆอยู่ได้ น่ารำคาญเสียจริง"
ซูเหยียนตวาดกร้าวอย่างอารมณ์เสีย
"เรียนคุณหนู ผู้ดูแลเรือนบอกว่าท่านแม่ทัพไปนอนที่ห้องหนังสือแล้วเ้าค่ะ"
ชุ่ยเหอรายงานออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ
'เพล้ง' 'เพล้ง'
ทันทีที่ได้ฟังคำพูดจากบ่าวซูเหยียนนางก็อาละวาดในทันที
"กล้าดียังไง เขากล้าดียังไงถึงทำกับข้าอย่างนี้"
ซูเหยียนกรีดร้องราวกับคนเสียสติ นางกระชากผ้าคลุมหน้าสีแดงโยนลงบนพื้น แล้วจึงรีบวิ่งออกจากห้องหอ มุ่งหน้าไปยังเรือนที่อยู่ติดกันในทันทีอย่างไม่รีรอ อีกทั้งตลอดทางที่เดินผ่านไป นางยังก่นด่าอย่างหยาบคายต่อบ่าวในเรือน
'ปัง! ปัง! ปัง!'
เสียงทุบประตูห้องหนังสือดังสนั่นหวั่นไหว ปลุกคนทั้งตระกูลให้ตื่นขึ้นโดยทั่วกัน
"เปิดประตู เปิดประตูให้ข้าเดี๋ยวนี้นะท่านแม่ทัพ! ท่านกล้าดียังไงถึงทำกับข้าเช่นนี้ ท่านจะทำกับข้าเช่นนี้ไม่ได้นะ ข้าไม่ยอม! ข้าไม่ยอม!"
'กรี๊ด' 'กรี๊ด'
เสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งของซูเหยียน เป็เหตุผลให้ฟานลั่วเฉินไม่อาจซ่อนตัวในห้องได้อีกต่อไป เขาเปิดประตูกระแทกใส่ร่างกายของนางอย่างแรง จนทำให้สตรีร่างบางล้มลงไปกองที่พื้น
"ทำไมท่านถึงทำกับข้าเช่นนี้"
ซูเหยียนจ้องมองคยที่ตนรักด้วยแววตาตัดพ้อ นางร้องไห้น้ำตาหลั่งรินเป็สาย อย่างสุดที่จะกลั้นไหว
"ข้าก็แต่งกับเ้าแล้วไง เ้าจะเอาอะไรอีก อย่าได้หมายใจว่าได้คืบจะเอาศอก"
ฟางลั่วเฉินจ้องมองสตรีตรงหน้าของตนด้วยแววตารังเกียจ
"ข้ารักท่าน ฮือๆๆ ทำไมท่านถึงไม่เห็นใจข้าบ้าง"
ซูเหยียนสะอึกสะอื้นร่ำไห้อย่างน่าสงสาร
"รักข้าหรือ เปล่าเลยเ้าไม่ได้รักข้า ถ้าแม้นว่าเ้ารักข้าแล้วไซร้ เ้าคงไม่คิดนำแผนการอันชั่วช้ามาใช้กับข้าเช่นนี้หรอก เ้ามันก็แค่หญิงไร้ยางอายที่เห็นแก่ตัว ถึงเ้าจะได้แต่งเข้าตระกูลฟาง แต่เ้าอย่าคิดนะว่าข้าจะรักและเมตตาเ้า ซูเหยียนข้ารังเกียจสตรีเ้าเล่ห์เช่นเ้าเป็ที่สุด"
พูดจบฟางลั่วเฉินก็สะบัดชายเสื้อเดินจากไป โดยไม่หันหลังกลับมามองสตรีที่กำลังร่ำไห้แม้เพียงหางตา เขาออกจากจวนตระกูลฟางไปในค่ำคืนนั้น โดยขี่ม้าคู่ใจไปยังค่ายทหารนอกเมืองหลวง เื่ราวเป็ที่โจษจันไปทั่ว เล่าลือกันปากต่อปากพูดถึงสตรีผู้งามล่มเมือง ที่ต้องเฝ้าห้องหอเพียงลำพังในคืนวันวิวาห์
หลังจากเกิดเื่ขึ้นในวันนั้น ฟางลั่วเฉินก็ทูลขอพระราชโองการ ไปทำศึกยังชายแดนตะวันออก เขาจากไปโดยไม่สนใจภรรยาที่พึ่งแต่งเข้าตระกูล ผู้คนต่างพูดกันไม่หยุดปาก ว่าเป็เพราะเขารังเกียจภรรยาที่จวน จึงได้หาข้ออ้างเพื่อที่จะไปให้พ้น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้าของนาง
ตลอดระยะเวลาที่ซูเหยียนอยู่ในตระกูลฟาง ก็ได้รับความขุ่นข้องหมองใจไม่น้อย ด้วยเพราะไม่เป็ที่เอ็นดูของแม่สามีและเหล่าผู้าุโในตระกูล นางทำอะไรก็ดูขัดใจและขวางหูขวางตาผู้อื่นไปเสียหมด แต่กระนั้นนางก็พยายามทำดี เพื่อหวังว่าสักวันความดีที่นางทำจะเอาชนะใจชายที่นางรัก และทำให้คนตระกูลฟางมองเห็นค่านางบ้าง
พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไป1ปี
"ชุ่ยเหอ เ้าไปคอยจับตาดูในห้องครัว กำชับให้แม่ครัวเคี่ยวรังนก ข้าได้ยินมาว่าฮูหยินผู้เฒ่ามีอาการไอ ประเดี๋ยวเ้าส่งรังนกตุ๋นไปบำรุงร่างกายท่านเสียหน่อย สั่งให้คนครัวเคี่ยวน้ำแกงไก่อีกอย่างหนึ่งด้วย วันก่อนข้าแอบได้ยินท่านแม่สามีบ่นว่าอยากกิน"
ซูเหยียนเอ่ยสั่งบ่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"โธ่..ฮูหยินของบ่าวเ้าคะ เหตุใดท่านถึงยังทำเช่นนี้อยู่อีก ในเมื่อท่านก็รู้อยู่เต็มอก ว่าถึงแม้ท่านส่งอาหารไป พวกเขาก็เททิ้งอยู่ดีเ้าค่ะ"
ชุ่ยเหอเอ่ยออกมาด้วยความคับแค้นใจ
"เฮ้อ..ข้าให้เ้าทำ เ้าก็ทำไปเถอะน่า อย่าได้ถามหาเหตุผลกับข้าเลย"
ซูเหยียนถอนหายใจออกมาอย่างเป็กังวล
"เ้าค่ะ บ่าวทราบแล้ว"
ชุ่ยเหอรับคำอย่างไม่ค่อยเต็มใจ เพราะนางเป็ห่วงเ้านายของตน ั้แ่แต่งงานเข้ามาตระกูลฟางมา นายหญิงของนางไม่เคยได้รับเงิน ในการใช้จ่ายจากบ้านสามีเลยแม้แต่เพียงตำลึงเดียว อาหารการกินทุกอย่างก็อัตคัด การเป็อยู่เทียบไม่ได้เลย กับเวลาที่อยู่จวนเสนาบดีซู อีกทั้งบ่าวไพร่ในจวนตระกูลฟางก็เหิมเกริมเป็อย่างมาก
คงด้วยเพราะแม่ทัพผู้เป็สามีไม่รักใคร่เ้านายตน ผู้อื่นถึงได้มองไม่เห็นหัวเช่นนี้ เมื่อคิดถึงเื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้น ชุ่ยเหอก็ลอบจ้องมองสีหน้านิ่งเรียบงดงามของเ้านาย นางอดไม่ได้ที่จะแอบถอนหายใจออกมา
ตลอดระยะเวลา1ปีที่ซูเหยียนอยู่ในจวน ซูเหยียนสุภาพอ่อนโยน เอาใจใส่อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ทำหน้าที่ลูกสะใภ้ของตระกูลฟาง ได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง นางเพียรพยายามแสดงความกตัญญูต่อผู้าุโ ถึงแม้จะได้รับสายตาที่ดูแคลน ได้ฟังคำพูดที่เ็าเพียงใดกลับมา นางก็ทำเพียงยิ้มรับไม่ตอบโต้ หนึ่งปีผ่านไปแล้วใกล้เวลาที่บุรุษที่นางรัก จะกลับมาจากการทำศึก นางคิดถึงเขาเหลือเกิน
"เรียนฮูหยินผู้เฒ่า บ่าวจากเรือนฮูหยินซูเหยียนมาขอเข้าพบเ้าค่ะ"
บ่าวต้นห้องของเรือนฮูหยินผู้เฒ่าฟาง เอ่ยรายงานผู้เป็นาย
"ฮึ! ช่างน่ารำคาญยิ่ง นางโง่งมหรือไรถึงไม่รู้ว่าผู้อื่นเกียจชังนางเพียงใด"
ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยอย่างรำคาญใจ
"พี่สะใภ้นางคงรู้ตัวเ้าค่ะท่านย่า แต่เพราะใบหน้าของนางหนาเกินผู้ใด จึงไม่สนใจสีหน้าผู้อื่น"
ฟางหยูน้องสาวแท้ๆของฟางลั่วเฉิน พูดออกมาอย่างไม่ไว้หน้า นางหัวเราะกับการกระทำที่โง่เขลา ของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็พี่สะใภ้ของตน
"พี่สะพง..พี่สะใภ้อะไรกัน อย่าได้เอ่ยปากเรียกขานถึงนางเช่นนี้ต่อหน้าข้า ข้าหาได้รับนางเป็สะใภ้ตระกูลฟางไม่"
ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยออกมาเสียงดัง หวังให้บ่าวที่อยู่นอกห้องได้ยิน
"เ้าค่ะ..เ้าค่ะหลานเข้าใจแล้ว ท่านย่าอย่าได้โกรธไปเลยนะเ้าคะ แล้วท่านย่าจะให้บ่าวหญิงจากเรือนของหญิงผู้นั้นเข้าพบหรือไม่กันล่ะเ้าคะ"
ฟางหยูถามเหมือนกำลังรอชมเื่สนุกอยู่
"ฮึ!..เข้าพบอะไรกัน ข้าพักผ่อนอยู่จะมาวุ่นวายอะไร ไล่คนกลับไปเสีย ไม่พบๆ ข้าไม่้าพบใครทั้งนั้นแหละ"
ฮูหยินผู้เฒ่าพูดกลั้วเสียงหัวเราะ การกลั่นแกล้งซูเหยียนให้ได้รับความคับข้องหมองใจ คือสิ่งที่นางชอบทำเป็ที่สุด
ชุ่ยเหอยกถ้วยรังนกตุ๋นกลับมายังเรือนพักของซูเหยียนด้วยแววตาแดงก่ำ นางสงสารคุณหนูของนางสุดหัวใจ
"ฮูหยินเ้าคะ"
ชุ่ยเหอมองหน้าเ้านายแล้วรู้สึกจุกแน่นในอก
"ช่างเถอะน่า ผู้อื่นไม่อยากกินไม่อยากรับของของข้าก็ไม่เป็ไร เหตุใดเ้าต้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เช่นนั้นด้วยเล่า"
ซูเหยียนถอนหายใจออกมา แล้วพูดกับชุ่ยเหอด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
รุ่งเช้าของวันใหม่หลังจากที่ได้ทราบข่าว ถึงการเดินทัพกลับเมืองหลวงของฟางลั่วเฉิน ซูเหยียนจึงทำงานอย่างหัวหมุน ประเดี๋ยวก็จัดการตกแต่งเรือนพัก ประเดี๋ยวก็ทำการเลือกอาภรณ์ใหม่ที่ทางร้านประจำส่งมา นางรู้สึกตื่นเต้นที่สามีกำลังจะกลับมาแล้ว การรอคอยอย่างมีความหวังกำลังจะสิ้นสุดลง ความคิดถึงมันช่างทรมานใจคนได้มากจริงๆ
"เ้าว่าชุดนี้งามหรือไม่ อิงเถาชุ่ยเหอ"
ซูเหยียนถามบ่าวอย่างอารมณ์ดี วันนี้ทั้งวันนางยิ้มไม่หุบ
"งามเ้าค่ะฮูหยิน"/"งามเ้าค่ะฮูหยิน"
บ่าวหญิงคนสนิททั้งสองรับคำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"ฮูหยินของบ่าวงดงาม จะใส่อาภรณ์แบบใดสีไหนก็ล้วนแล้วแต่งดงามทั้งสิ้นเ้าค่ะ"
อิงเถาเอ่ยเอาใจ เพราะเห็นผู้เป็นายยิ้มอย่างมีความสุข นางเองก็พลอยสุขใจไปด้วย
"เ้านี่นะช่างปากหวานเสียจริง"
กลางดึกของคืนนั้น ในขณะที่ผู้คนต่างนอนหลับสนิท แต่ดวงไฟจากแสงเทียนของเรือนซูเหยียนยังคงสว่างไสว นางไม่อาจข่มตาให้หลับลง ในใจพลันนึกถึงเื่ราวเมื่อหนึ่งปีก่อน ในวันที่นางและสามีแต่งงาน ภาพทุกอย่างยังคงเด่นชัดในความทรงจำ อักษรมงคลสีแดง ความอึกทึกของขบวนที่รับตัวเ้าสาว เสียงอวยพรเซ็งแซ่ของผู้มาร่วมในงาน บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า
ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นางยังคงจำได้ถึงถ้อยคำที่เขาเอื้อนเอ่ยออกมาในวันนั้น นางตระหนักรู้ชั่วขณะ ทันทีที่ฝีเท้าก้าวย่างอันมั่นคงก้าวออกไป เขาไม่เหลือบหันมาแลนางแม้เพียงหางตา ความรู้สึกเ็ปและไม่ยินยอมบีบรัดในใจอย่างหนักหน่วง นางจึงทำได้เพียงกล้ำกลืนคำพูดที่อยากจะเอ่ยไว้ในใจ
ซูเหยียนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างในยามค่ำคืน ลมอ่อนๆโชยมาปะทะใบหน้าถึงแม้ร่างกายไม่หนาวสั่น แต่ใจกลับสะท้านไหวเพราะความเดียวดาย จนอดที่จะครุ่นคิดไปไม่ได้ว่า ผิดที่นางเองใช่หรือไม่ นางไม่ควรรักเขาใช่หรือเปล่า ความเ็ปถาโถมขึ้นมาภายในก้นบึ้งของจิตใจ เมื่อย้อนนึกถึงวันนั้น แววตารังเกียจที่ชายในดวงใจจ้องมองมา แววตานั้นเ็าเชือดเฉือน แค่นึกถึงก็ทำให้หัวใจของนางเ็ปเหลือเกิน