บทที่16 เปลี่ยนเผ่าพันธุ์ (ตอนต้น)
ใน่ที่เกม “Destinyof Wars” ได้ปิดเซิร์ฟเวอร์ เพื่ออัปเดตแพชใหม่เป็เวลา 1วันเต็มนั้น มีนก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นเลย นอกจากอ่านตำราคู่มือทักษะเวทมนตร์ที่ได้รับมาจากอเล็กซ์อยู่ภายในเครื่องสลีปแคปซูลซึ่งได้ดาวน์โหลดออกมาศึกษาในรูปแบบ “ไฟล์อีบุ๊ก” ใน่ก่อนหน้านี้
มีนได้ลองนำบทร่ายหลายๆ ชนิดมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาจุดร่วมจุดต่างของโครงสร้างบทร่ายเวทมนตร์หลายชนิดรวมทั้งจำแนกแยกแยะคุณสมบัติของเวทมนตร์ธาตุต่าง ๆ ไปในเวลาเดียวกัน
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปออนไลน์ในโลกจำลองของเกมฯแต่มีนก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ศึกษาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จนคนในบ้านถึงกับส่ายหัวให้แก่พฤติกรรมของลูกสาวคนเล็กของบ้านที่เวลาตั้งใจทำอะไรก็มักจะหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ตัวเองสนใจ จนไม่คิดแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นเลยเพราะนอกจากเวลากินข้าวและเวลาออกกำลังกาย ซึ่งเป็กิจวัตรประจำวันแล้ว เวลาที่เหลือหญิงสาวก็มักจะหมกตัวอยู่ในเครื่องสลีปแคปซูลที่ว่านั่นเอง
ใน่ปิดเซิร์ฟเวอร์นี่เองมีนก็พอจะมีเวลาได้เข้าไปพูดคุยสนทนากับพรรคพวกเพื่อนฝูงที่อยู่ในแก๊งค่ายอาสาฯ จากโปรแกรมแชทที่ได้ติดตั้งเอาไว้ในแคปซูลฯหลังจากได้พูดคุยกันอยู่นานพอสมควรมีนก็พอจะจับใจความได้ว่า ในเวลานี้กลุ่มเพื่อนของตนได้ยึดเอาหมู่บ้านเล็ก ๆ มาเป็ฐานกำลังของกิลด์ได้เรียบร้อยแล้ว และเมื่อเซิร์ฟเวอร์เกมเปิดให้บริการอีกครั้งเพื่อน ๆ กลุ่มนี้ก็จะแบ่งกลุ่มกันออกไปเก็บระดับฯ โดยมีเป้าหมายว่า จะต้องเลื่อนระดับให้เป็ระดับ100+ให้ได้ภายใน่ที่เกมเปิดค่าประสบการณ์คูณสอง คูณห้าด้วยความกระตือรือร้น
แต่พอเพื่อน ๆ ได้ย้อนถามข้อมูลจากหญิงสาวว่าในตอนนี้ ตัวละครของมีนอยู่ไหนและทำอะไรอยู่? และสาวมีนก็ได้แต่ตอบว่า ตัวเองกำลังเก็บระดับอยู่เมืองเริ่มต้นทวีปแห่งน้ำและกำลังเดินเที่ยวเล่นทำเควสเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่เท่านั้น ซึ่งกลุ่มเพื่อน ๆ ที่พอจะรู้ถึงนิสัยใจคอของอีกฝ่ายเป็อย่างดีก็ได้แต่ปล่อยให้คุณหนูผู้นี้ได้ฝึกฝนฯ และทำความเข้าใจกับระบบของเกมไปก่อนโดยมิได้เร่งเร้าหรือขันอาสาให้การช่วยเหลืออีกฝ่ายเก็บระดับแต่อย่างใดก่อนจะกล่าวย้ำกับหญิงสาวว่า หากออกจากเมืองเริ่มต้นได้แล้ว ก็ให้มุ่งหน้ามาหาพวกตนที่หมู่บ้านวินด์วิวซึ่งเป็ฐานที่ตั้งของกิลด์ฯ โดยพวกเขาจะพาไปเก็บระดับร่วมกับสมาชิกใหม่ในกิลด์ ซึ่งมีระดับใกล้ๆ กันอีกครั้ง เนื่องจากตอนนี้ทางกิลด์ฯ ได้วางแผนจะเปิดรับผู้เล่นใหม่ที่สนใจให้มาเข้าร่วมฯโดยมีเป้าหมายคือ ขยายกิลด์ให้ใหญ่ขึ้นและเพิ่มกำลังรบให้มากพอสำหรับทำายึดครองหมู่บ้านอื่นๆ หรือเมืองที่ใหญ่ขึ้น ก่อนจะขยายอาณาเขตพื้นที่ของกิลด์วอลันเทียร์ไปยังเมืองอื่นๆ ต่อไป…
“ยินดีต้อนรับผู้เล่นมนตรา เข้าสู่โลก Destiny of Wars ค่ะ”
เสียงหวาน ๆจากระบบดังขึ้นมาในหัวของหญิงสาว เมื่อมีนหรือ “ผู้เล่นมนตรา” กลับเข้ามา“ออนไลน์” ในโลกเสมือนจริงแห่งนี้เหมือนเช่นทุกครั้ง
หลังจากมีนลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวละครของตนก็ยังอยู่ในห้องโถงของถ้ำ ซึ่งอยู่ใต้หนองน้ำใหญ่ฯ ตรงจุดเดิมที่ออฟไลน์ไปตอนก่อนหน้านี้
ในการนี้ มีนได้เรียกปลาตีนน้อยออกมาร่วมต่อสู้กับตัวเองด้วยเพราะหลังจากได้รู้ว่า การเก็บพวกมันเอาไว้ในคลังสมบัติฯถือเป็การกระทำที่ไร้ประโยชน์อย่างมาก เพราะถึงตนจะสังหารศัตรูลงได้ด้วยตัวเอง แต่ทว่าค่าประสบการณ์ที่ได้รับส่วนหนึ่ง...ก็ยังคงต้องแบ่งให้พวกมันอยู่ดี
มิสู้...เรียกพวกมันออกมาช่วยแบ่งเบาภาระของตนเสียจะยังดีกว่า...
มีนก็ได้แต่หวังว่าพวกมันจะทำตัวเป็ “ประโยชน์” มากกว่าเป็ “ภาระ” อย่างที่อเล็กซ์ได้บอกเอาไว้จริงๆ
หลังจากปลาตีนน้อยทั้งหมดได้ออกมาจากคลังฯพวกมันต่างก็เข้ามาคลอเคลียหญิงสาวกันใหญ่ จนทำให้มีนต้องสละเวลาอยู่นานหลายนาทีเพื่อนั่งเล่นกับพวกมัน(ยังไม่ทันได้เริ่มสู้...วี่แววของ “ภาระ” ก็ปรากฏให้เห็นก่อนแล้ว) จากนั้นมีนจึงเดินนำหน้าพวกมันไปตามเส้นทางซึ่งได้กำหนดเอาไว้ในแผนที่ฯ
เส้นทางภายในถ้ำประกอบไปด้วยเส้นทางใหญ่น้อยจำนวน 5 เส้นทาง ซึ่งทุกเส้นทางจะมีห้องโถงเล็กๆ อยู่ตรงกลาง โดยเส้นทางทั้งหมดจะไปกันที่ห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง ก่อนจะมีเส้นทางตรงมุ่งหน้าไปยังห้องโถงใหญ่ด้านในสุดอีกทีนอกจากนี้แต่ละเส้นทางก็ยังมีสัตว์อสูรชนิดต่าง ๆ เฝ้าอยู่ตลอด อีกทั้งในแผนที่ยังระบุว่าห้องโถงย่อยของแต่ละเส้นทางจะมี “หีบสมบัติ” ตั้งอยู่...
และด้วยความ“งก” มีนจึงตั้งใจว่า ตัวเองจะสำรวจถ้ำแห่งนี้ในทุกเส้นทางฯ เพื่อเป็การเก็บระดับพร้อมกับทดสอบทักษะต่างๆ ไปในตัว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด...หีบสมบัติที่อยู่ในแต่ละห้องโถง นั่นคือ“เป้าหมาย” ที่ตนจะต้องเก็บกวาดให้เกลี้ยง...
ในเส้นทางแรกมีนพบสัตว์อสูรประเภทตุ่นหญิงสาวได้ทำการผนึกเวทเพิ่มพลังโจมตีลงในใบหอกทะเลดาวจำนวน 500 หน่วย พร้อมทั้งผนึกเวทเพิ่มพลังป้องกันลงไปในชุดเซตหนังงูอีกจำนวน500 หน่วย ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการสังหารโหดสัตว์อสูรเ่าั้ ด้วยทักษะของนักรบและการโจมตีธรรมดาเพื่อทดสอบการเคลื่อนไหวของตัวละครของตนก่อน
ส่วนเ้าปลาตีนน้อยทั้งหลายหญิงสาวได้สั่งให้พวกมันจับคู่กันและใช้ทักษะ [ผสานร่าง] ในทุก ๆ ครั้งที่ระยะคูลดาวน์ของทักษะหมดลง พร้อมกับสั่งการให้พวกมันโจมตีเป้าหมายโดยเน้นการใช้งานทักษะที่เหลืออีก 2 ชนิดต่อสู้กับสัตว์อสูรในถ้ำฯ เพื่อให้ระดับทักษะของพวกมันได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การต่อสู้กับสัตว์อสูรเหล่านี้ดูเหมือนจะง่ายกว่าที่คิดเมื่อมีเ้าปลาตีนตัวเขื่อง ซึ่งมีความกระเหี้ยนกระหือรืออยากพิสูจน์ตัวเองให้เ้านายได้เห็นด้วยเหตุนี้สัตว์อสูรทั่วไประดับ 10–20 ที่ประจำอยู่ในเส้นทางทั้ง 5จึงไม่ใช่อุปสรรคสำหรับ 1 มนุษย์ 12 ปลาตีนแต่อย่างใด
ส่วนสัตว์อสูรผู้รับหน้าที่เป็มินิบอสประจำแต่ละห้องโถงของแต่ละเส้นทางฯมีนพยายามไม่เสียเวลากับพวกมันมากนัก โดยเน้นจัดการปิดเกมให้เร็วที่สุดด้วยทักษะเวทอันรุนแรงเพื่อป้องกันเหตุการณ์อันไม่คาดฝัน จึงทำให้การสำรวจถ้ำและการเก็บระดับของหญิงสาวในครั้งนี้เป็ไปด้วยความราบรื่นมากกว่าในทุก ๆ ครั้ง
ผลจากสังหารสัตว์อสูรทุกตัวที่อยู่ในถ้ำฯพร้อมเก็บกวาดสมบัติทุกชิ้นจนเกลี้ยงหมดทุกเส้นทางแล้ว ทำให้มีนได้รับการเพิ่มระดับรวมไปถึงเงินและไอเทมต่าง ๆ ติดไม้ติดมือมาไม่น้อย จากนั้นมีนจึงทำการฟื้นฟูพลังที่เสียไปให้กลับคืนมาก่อนจะมุ่งตรงไปยังปากทางเข้าห้องโถงใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าโดยทันที
เมื่อเข้าห้องโถงมาแล้วมีนกลับพบว่า ห้องที่ว่านี้มีขนาดพอ ๆ กับสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานเลยทีเดียว โดยตำแหน่งด้านในสุดจะเป็ที่ตั้งของบัลลังก์สีทองขนาดใหญ่ ซึ่งมีนมองเห็นจากระยะไกลว่า มีตัวอะไรบางอย่างนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ว่านั้นแต่ด้วยระยะทางจึงไม่อาจระบุได้ว่า เ้าสิ่งดังกล่าว มันเป็ตัวอะไรกันแน่...
นอกจากนี้ ภายในห้องโถงฯก็ยังมีสัตว์อสูรชนิดต่าง ๆ อยู่รวมตัวกันเป็กลุ่ม ๆ ละ 10–20 ตัว โดยแต่ละกลุ่มก็จะมีมินิบอส1 ตัว คอยประจำการอยู่ด้วย ซึ่งสัตว์อสูรในทุกกลุ่ม พวกมันจะอยู่ภายอาณาเขตของตัวเองภายในรั้วไม้ที่สร้างขึ้นมาล้อมรอบกระโจมหลังหนึ่งโดยอาณาเขตที่ว่า จะมีพื้นที่ประมาณ 120 ตารางเมตร ส่วนจำนวนกระโจมทั้งหมดในห้องโถงกลับนับได้มากถึง12 กระโจมด้วยกัน อีกทั้งการเรียงตัวของกระโจมเหล่านี้ ยังวางเรียงกันเป็ชั้น ๆจำนวน 3 ชั้น โดยแต่ละชั้นจะมี 4 กระโจม ตั้งเรียงรายขนานกัน หากมองดูดี ๆ พวกมันมีรูปแบบคล้ายกับเป็ป้อมค่ายที่สร้างขึ้นมาอย่างลวกๆ เพื่อเป็แนวป้องกันฯ และขัดขวางการบุกโจมตีจากศัตรู ก่อนจะไปถึงบัลลังก์สีทองซึ่งอยู่ตรงส่วนลึก...
มีนตัดสินใจเลือกโจมตีค่ายด้านหน้าทางซ้ายมือของตัวเองก่อนโดยใช้ทักษะเวท [อัสนีพิโรธ] โจมตีเปิดทางเป็วงกว้าง จากนั้นจึงตามด้วยบทเวทผสาน [พายุสายฟ้า] กับสัตว์อสูรกลุ่มแรก เพราะสัตว์อสูรภายในถ้ำใต้บึงน้ำแห่งนี้ล้วนแต่เป็สัตว์อสูรธาตุน้ำที่แพ้ทางต่อธาตุสายฟ้าเกือบทั้งหมด และผลจากการโจมตีชุดแรกของหญิงสาวก็ปรากฏว่าเ้าสัตว์อสูรทั่วไปที่มีระดับไม่เกิน 20 พลังชีวิตของพวกมันลดลงเหลือเพียง 1 ใน10 เท่านั้น ในขณะที่มินิบอสหรือหัวหน้ากลุ่มของพวกมัน พลังชีวิตของอีกฝ่ายกลับลดลงไปเพียงแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น
เมื่อถูกโจมตีจากผู้บุกรุกสัตว์อสูรในป้อมค่ายที่ถูกโจมตีต่างก็เกิดความชุลมุนวุ่นวายขึ้นมา พวกมันส่งเสียงร้องอย่างเกรี้ยวกราดพร้อมกับหันมาจ้องมองผู้บุกรุกด้วยสายตาอาฆาตอยู่เป็จุดเดียว
ส่วนสัตว์อสูรในค่ายกระโจมหลังอื่นๆ พวกมันเพียงเหลือบมองมาจุดปะทะอย่างสงสัย โดยไม่คิดจะเข้ามาช่วยเหลือพวกพ้องที่ถูกโจมตีแต่อย่างใดคล้ายกับว่าพวกมันได้รับคำสั่งมาเพียงแค่ ให้ปกป้องอาณาเขตที่ตัวเองรับผิดชอบเท่านั้น
เมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวจึงตัดสินใจสั่งให้กลุ่มของปลาตีนน้อย ซึ่งในตอนนี้ ระดับของพวกมันได้เพิ่มขึ้นมาเป็ระดับ5 แล้ว ทำหน้าที่คอยเก็บกวาดลูกสมุนที่เหลือ ส่วนตัวเอง...กลับพุ่งตรงเข้าไปหาเ้ามินิบอสที่แสดงอาการโมโหอย่างรวดเร็ว
“[คลื่นทำลาย]”
บรึ้ม!!
>> ฉั๊วะ ๆ ฉึก
มีนเรียกใช้ทักษะของอาชีพนักรบฝึกหัดโจมตีเข้าใส่มินิบอสก่อนจะจ้วงแทงเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้มีจังหวะตอบโต้
เมื่อมินิบอสตั้งท่าเงื้อดาบเตรียมฟันลงมาหญิงสาวก็พลิกร่างหมุนตัวหลบด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับหาจังหวะเข้าโจมตีเป้าหมายอีกครั้งอย่างใจเย็น
การโจมตีและการเคลื่อนไหวของมีนเริ่มคล่องแคล่วไหลลื่นมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยเก้ ๆ กัง ๆ ไม่รู้จะต้องทำสิ่งใดก่อนหลัง ก็เริ่มดูเข้าที่เข้าทางมากขึ้นไม่ว่าจะเป็การหาจังหวะโจมตี หรือการหลบฉากถอนตัวออกมาอยู่นอกระยะการโจมตี หญิงสาวก็สามารถบังคับควบตุมตัวละครของตนให้ทำตามคำสั่งจากสมองได้อย่างทะมัดทะแมงกระฉับกระเฉงมากขึ้นกว่าเดิมตอนเข้าเล่นเกมหลายเท่า
รูปแบบการโจมตีทางกายภาพของมีนนั้นดูไม่คล้ายกับอาชีพนักรบที่ตัวเองเลือกมากนัก เพราะมันดูเหมือนกับเป็การโจมตีของผู้มีอาชีพสายโจรหรือนักฆ่าเสียมากกว่าเนื่องจากการโจมตีแต่ละชุด จะเน้นการหาจังหวะในการเข้าทำ ก่อนจะหมุนตัวหลบออกมา เพื่อสร้างจังหวะโจมตีในรอบใหม่ไม่ได้เป็การยืนประจันหน้าแลกหมัดกับฝ่ายตรงข้าม เช่นเดียวกับการต่อสู้ของนักรบส่วนใหญ่ที่มักจะทำกันแม้แต่น้อย
หลังจากจัดการถล่มค่ายแรกเสร็จหญิงสาวจึงเริ่มเปิดฉากโจมตีค่ายที่สองต่อในทันที จนในที่สุดค่ายทั้ง 4 ซึ่งอยู่ในชั้นแรกก็ถูกการประสานงานของ1 คน 12 ปลาตีน จัดการทำลายเสียจนหมดสิ้น ในเวลาไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น
หญิงสาวตัดสินใจหยุดพักฟื้นฟูพลังของตัวเองและลูกสมุนตัวจ้อยอยู่ครู่หนึ่งเพื่อเตรียมความพร้อมในการบุกโจมตีรอบต่อไป ก่อนจะเริ่มโจมตีป้อมค่ายของศัตรูในชั้นที่2
มีนกำหนดเป้าหมายการโจมตีไว้ที่ค่ายด้านขวามือสุดก่อนซึ่งก็พบว่า ป้อมค่ายของศัตรูในชั้นนี้ หลังจากที่พวกมันถูกโจมตี พวกพ้องที่อยู่ในป้อมค่ายด้านข้างในชั้นเดียวกันจะส่งกำลังเข้ามาช่วยเหลืออีกแรงหนึ่ง...
‘นี่...คงเป็เงื่อนไขฯอย่างหนึ่งสินะ’ มีนคิดในใจ หลังจากได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการต่อสู้ของฝ่ายตรงข้าม
เมื่ออีกฝ่ายมีกำลังเสริมมาช่วยเหลือการต่อสู้ของหญิงสาวและพวกก็จำเป็ต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกันมีนสั่งให้ปลาตีนน้อยทั้งหมดคอยโจมตีศัตรูจากวงนอก ส่วนตัวเองกลับบุกตะลุยเข้าไปสังหารมินิบอสที่อยู่ภายในค่ายฯสาเหตุที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่า คงจะเป็การเสี่ยงเกินไป หากจะให้เ้าปลาตีนระดับ8 เหล่านี้ เข้าไปคลุกวงในต่อสู้กับศัตรูที่มีระดับสูงกว่าอีกอย่าง...ด้วยระดับความแข็งแกร่งของตน พลังป้องกันจากชุดเซต รวมไปถึงผลของพลังป้องกันจากทักษะผนึกเวทมันก็คงจะทำให้ตัวเองสามารถปักหลักยืนประจันหน้ากับฝ่ายตรงข้าม...ได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าใดนัก
แต่ที่สำคัญ...ตนยังมีไม้เด็ดที่จะเอาไว้จัดการกับศัตรูเหล่านี้อยู่
หลังจากตัดสินใจบุกฝ่าเข้าไปกลางดงของศัตรูฯนักรบฝ่ายตรงข้ามต่างกรูกันเข้ามารุมล้อมโจมตีผู้บุกรุก โดยไม่เปิดช่องว่างให้หญิงสาวได้หลบหนีกลับออกไปจากค่ายของพวกมันได้เลย
ตุบ ๆ ตับ ๆ
ตัวเลขค่าความเสียหายของบนร่างของมีนผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดแต่กระนั้นตัวเลขที่ว่า กลับน้อยนิดเสียจนทำให้ผู้ถูกโจมตีไม่รู้สึกตื่นตระหนกไปกับมันมีเพียงการโจมตีจากมินิบอสทั้งสองตัวเท่านั้นที่พอจะสร้างความเสียหายในระดับที่หญิงสาวพอจะเกิดความกังวลได้อยู่บ้าง
หลังจากได้สวมบทบาทเป็ตัวแทงค์คอยรับการโจมตีอยู่พักหนึ่ง มุมปากของมีนก็เริ่มปรากฏรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมา...
เมื่อทักษะ [แพร่พิษ] ที่ติดมากับชุดเซตหนังงู...เริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างต่อเนื่อง
ฟู่…“ออฟชั่นชุดเซตหนังงูแสดงผล” (แพร่พิษใส่ศัตรูในรัศมี 1 เมตร ความเสียหาย 100 หน่วย/วินาที เป็เวลา 5วินาที)
ตุบ ๆ ตับ ๆ
ตุบ ๆ ตับ ๆ
ฟู่... “ออฟชั่นชุดเซตหนังงูแสดงผล”(แพร่พิษใส่ศัตรูในรัศมี 1 เมตร ความเสียหาย 100หน่วย/วินาที เป็เวลา 5 วินาที)
แม้ว่าโอกาสการเกิดเอฟเฟคของชุดเซตชุดนี้จะมีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ แต่มีนกลับคิดว่าช่างเป็ 5 เปอร์เซ็นต์ที่ยอดเยี่ยมเอามากๆ เพราะการทำงานของคุณสมบัติพิเศษที่ติดมากับชุดฯ แทบจะเกิดขึ้นในทุก ๆ 7–9 ครั้ง ที่ตนถูกโจมตีเลยก็ว่าได้และนี่...คือหนึ่งในไม้เด็ดพิชิตศัตรูฯ ที่หญิงสาวได้ค้นพบ หลังจากเห็นความยอดเยี่ยมของมันกับตามาแล้ว...หลายต่อหลายครั้ง
ทว่า...ความจริงแล้วโอกาสการแสดงผลทักษะ [แพร่พิษ] 5 เปอร์เซ็นต์ จากชุดเซตหนังงูนั้น ถือว่าเป็ตัวเลขที่น้อยมากในสายตาผู้เล่นทั่วไปเพราะมันเป็ทักษะที่แทบจะหวังผลในการต่อสู้ไม่ได้เลย ยกเว้นผู้มีอาชีพนักรบหรืออัศวินที่ต้องรับการโจมตีจากศัตรูอยู่บ่อยๆ ซึ่งเมื่อโดนโจมตี 100 ครั้ง ออฟชั่นดังกล่าวอาจจะแสดงผลออกมาสัก 5 ครั้ง แต่อย่างไรก็ตามผลที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้สร้างความเสียหายแก่ศัตรูมากพอจะหวังผลจากมันได้ ยิ่งถ้าเป็ผู้เล่นที่มีอาชีพสายนักฆ่านักเวท หรือผู้เล่นสายโจมตีระยะไกลแล้ว ยิ่งไม่มีความจำเป็ที่จะต้องมีออฟชั่นที่ว่า...ติดมาเสียด้วยซ้ำ
แต่สำหรับมีนแล้วมันไม่ใช่...
เพราะการต่อสู้ที่ผ่านมาหญิงสาวรอดพ้นจากความตายมาได้...ก็ด้วยผลของทักษะนี้
นั่นจึงทำให้มีนรู้สึกฝังใจและชื่นชอบในคุณสมบัติเสริมซึ่งติดมากับไอเทมชนิดนี้มากเป็พิเศษ อีกทั้งด้วยความชอบนี้ ยังส่งผลไปถึงอนาคตด้วยเช่นกันเมื่อมีนได้รับทักษะ [สลักศาสตรา] แล้ว หญิงสาวผู้นี้ก็มักจะสลักคุณสมบัติเสริมชนิดที่ว่านี้ ลงไปในอาวุธและเครื่องป้องกันที่ตัวเองได้สร้างขึ้นเสียเป็ส่วนใหญ่จนทำให้นักรบในกองทัพของหญิงสาวมีทั้งความแข็งแกร่ง พร้อมทั้งสร้างความหวาดหวั่นแก่นักรบฝ่ายตรงข้ามที่ต้องเผชิญหน้าด้วยเป็อย่างยิ่ง...
หลังจากมีนจัดการกับป้อมค่ายของสัตว์อสูรทั้งหมดในชั้นที่สองเสร็จสิ้นสัญชาตญาณระวังภัยก็ได้กระตุ้นเตือนให้เ้าตัวได้นึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมา ด้วยเหตุนี้ก่อนที่มีนจะทำการโจมตีค่ายของสัตว์อสูรในชั้นสุดท้าย มีนจำเป็ต้องชะลอการบุกโจมตีป้อมค่ายตรงหน้าอยู่นานพอสมควรเพื่อให้ตัวเองและลูกสมุน ได้ฟื้นฟูพลังที่เสียไป รวมถึงให้ระยะเวลาคูลดาวน์ของทักษะต่างๆ สิ้นสุดลง จนมีความพร้อมสมบูรณ์เสียก่อน
ในระหว่างนี้ มีนได้เรียกค่าสถานะของตัวเองขึ้นมาตรวจสอบก่อนจะพบว่า เวลานี้ระดับความแข็งแกร่งของตนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 18 แล้ว เมื่อเป็เช่นนี้มีนจึงได้นำแต้มสถานะที่มีอยู่ทั้งหมดไปเพิ่มให้แก่“ค่าปัญญา” เพื่อให้ตัวเองมีพลังเวทสูงสุดมากพอที่จะใช้งานทักษะเวทมนตร์รวมไปถึงบทร่ายฯ ชนิดต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง...
เพราะมีนเดาว่ารูปแบบการโจมตีของสัตว์อสูรในชั้นสุดท้ายนี้ ศัตรูที่อยู่ในป้อมค่ายทั้งสี่ทั้งหมดคงจะส่งกำลังออกมาช่วยเหลือพวกพ้องที่ถูกพวกตนโจมตีอย่างแน่นอน...
เมื่อเป็เช่นนี้มีนจึงต้องเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีให้แตกต่างออกไปจากเดิม โดยใช้การโจมตีเป็วงกว้างจากระยะไกลด้วยบทร่ายเวทมนตร์แทนรวมถึงสั่งปลาตีนน้อยทั้งหมด พยายามรักษาระยะห่างจากศัตรูฯ พร้อมกับคอยหาจังหวะยิง[ลำแสงแอกโซโลตล์] เข้าใส่มินิบอสทั้งสี่จากวงนอก ก็พอ…
และมันก็เป็ไปตามคาดการณ์เอาไว้...อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
เมื่อมีนเริ่มโจมตีสัตว์อสูรในค่ายแรกสัตว์อสูรค่ายอื่น ๆ ที่เหลือต่างพากันยกโขยงเข้ามาช่วยเหลือพวกพ้องที่ตกเป็เป้าหมายอย่างรวดเร็วยังดี...ที่พวกมันทั้งหมดเป็สายโจมตีระยะใกล้ หาไม่แล้ว...ชัยชนะของหญิงสาวผู้มีระดับความแข็งแกร่งเพียงน้อยนิดคงไม่สามารถผ่านภารกิจนี้ได้...ด้วยตัวคนเดียวเป็แน่
มีนร่ายเวทโจมตีออกไปชุดหนึ่งก่อนจะวิ่งไปรอบ ๆ พร้อมกับเรียกใช้ทักษะเวทมนตร์โจมตีศัตรูอยู่เป็ระยะเพื่อให้สัตว์อสูรทั้งหมดมาเกาะกลุ่มกันให้มากที่สุด โดยที่มีนจะพยายามรักษาระยะห่างเอาไว้ไม่ให้พวกมันเข้ามาใกล้ตัวเองเองมากเกินไป แต่ทว่าก็ต้องให้พวกมันทั้งหมดอยู่ในระยะโจมตีของเวทมนตร์ด้วย...
ผ่านไป 10 กว่านาทีความพยายามของนักเวทสาวก็ประสบผลสำเร็จ ระบบฯ ได้แจ้งถึงค่าประสบการณ์ที่ตนได้รับอย่างต่อเนื่องแม้ค่าประสบการณ์ที่ว่าจะเป็ตัวเลขที่น้อยนิด สืบเนื่องจากการมี “ตัวหาร”จำนวนมากก็ตาม แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ระดับของหญิงสาวเพิ่มขึ้นเป็ระดับ 19ได้อย่างไม่ยากเย็น...
มีนฟื้นฟูพลังและรอให้คูลดาวน์ของทักษะหมดลงอีกครั้งก่อนจะมุ่งหน้าไปยังบัลลังก์ตรงสุดปลายของโถงถ้ำ ซึ่งมี “บอส” ตัวนั้นนั่งรออยู่ ด้วยความรู้สึก“เป็กังวล” อยู่บ้าง...
“ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรชั้นาา จ้าวแห่งคางคกพิษ ระดับ 20 หากผู้เล่นเสียชีวิตระดับจะลดลง 1ระดับค่ะ”
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นบอกให้หญิงสาวรับรู้ถึงตัวตนของเ้าบอสคางคกตัวนี้ ร่างของฝ่ายตรงข้ามที่ปรากฏแก่สายตาของมีนในตอนนี้มีขนาดประมาณ 1 เมตร ลำตัวสีขาวซีด ิัเป็ตะปุ่มตะป่ำ สวมมงกุฎสีทองนั่งไขว่ห้างอยู่บนบัลลังก์ส่วนในมือถืออาวุธที่มีลักษณะคล้ายกระบอง ซึ่งมีขนาดยาวประมาณ 3 ใน 4 ของขนาดลำตัวมันได้
หลังจากจ้าวแห่งคางคกพิษได้เห็นหญิงสาวและพวกมาหยุดยืนอยู่หน้าบัลลังก์ฯมันจึงยันกายลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ พร้อมกับจ้องมองกลุ่มผู้บุกรุกด้วยสีหน้าเฉยชา ก่อนจะกวัดแกว่งอาวุธในมือทำท่าทางท้าทายเหมือน้าเรียกให้อีกฝ่ายบุกเข้าหาตัวมัน
หลังจากมีนเรียกข้อมูลรายละเอียดของบอสขึ้นมาตรวจสอบก็พบว่าเ้าบอสตัวนี้ มีพลังชีวิตสูงถึง 5,000 หน่วยเลยทีเดียว อีกทั้งเมื่อดูจากลักษณะอาวุธของอีกฝ่ายแล้วมีนคิดว่า จ้าวคางคกพิษตัวนี้คงจะเป็สายโจมตีระยะใกล้อย่างแน่นอน แต่หลังจากย้อนกลับมาดูชื่อของอีกฝ่ายซึ่งมีคำว่า “พิษ” ร่วมอยู่ด้วย สุดท้ายหญิงสาวผู้นี้ ก็ชักเริ่มเกิดความไม่มั่นใจขึ้นมาบ้างแล้วดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท มีนจึงสั่งการให้ปลาตีนน้อยทั้งหมด คอยจับตาดูสถานการณ์อยู่แต่วงนอก...รอฟังคำสั่งจากตนอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าผู้บุกรุกยังคงลังเลรีรอจ้าวแห่งพิษจึงเป็ฝ่ายเริ่มเปิดฉากโจมตี ด้วยการะโเข้าหาอีกฝ่ายในทันที โดยที่มีนยังไม่ทันได้เริ่มเอื้อนเอ่ยบทร่ายเวทเสียด้วยซ้ำ
ฟ้าว!!พรึบ!
จ้าวแห่งคางคกพิษทิ้งน้ำหนักตัวลงมายังพื้นดินเบื้องหน้าของหญิงสาวก่อนจะเหวี่ยงกระบองในมือกวาดออกเป็แนวขวาง
วูบ!
แม้ความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายจะรวดเร็วแต่มันก็ไม่ได้เร็วเกินไปกว่าที่หญิงสาวจะหลบหลีกได้ทัน มีนพุ่งตัวหลบการโจมตีไปด้านซ้ายมือของตัวเองพร้อมเรียกใช้ทักษะเวทมนตร์ [บอลอัสนี] โจมตีเข้าใส่บอสในทันที
เปรี้ยง!>> 125
ทักษะบอลอัสนีขั้นสูงที่หญิงสาวใช้โจมตีศัตรูลูกนี้ตามหลักแล้วหากเป้าหมายมีค่าพลังป้องกันเวทมนตร์ที่ 0ความเสียหายให้เกิดขึ้นจะเท่ากับ 500 หน่วย
‘เ้าบอสตัวนี้มีค่าต้านทานเวทเท่าไหร่กันนะ?’ มีนคิดในใจอย่างสงสัยพร้อมกับพุ่งตัวถอยออกมาให้ห่างจากบอส เพื่อลองใช้บทร่ายเวททำการโจมตีทดสอบค่าความต้านทานของอีกฝ่ายแทน
“ในนามข้ามนตรา..........บอลอัสนี!” ในคราวนี้ มีนใส่พลังเวทลงไปจำนวน1,000 หน่วย เพื่อให้ได้พลังทำลายที่มากถึง 2,000 หน่วย
เปรี้ยง!>> 790
“น้อยจังแฮะ...”มีนอดบ่นออกมาไม่ได้ เมื่อได้เห็นตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้นบนร่างของอีกฝ่าย
จ้าวคางคกพิษะโเข้าหาหญิงสาวอีกครั้งอย่างรวดเร็วพร้อมกับเหวี่ยงกระบองในมือเข้าหาเป้าหมายอีกเป็ครั้งที่สอง ด้วยระดับความเร็วที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
ฟ้าว!ผั๊วะ!
312!
ถึงแม้จะมองเห็น...แต่มีนกลับคิดว่าตนคงไม่อาจหลบการโจมตีนี้พ้น ดังนั้นมีนจึงไม่คิดพุ่งตัวหลบเหมือนเช่นเคยแต่เปลี่ยนเป็ยืนปักหลักรับการโจมตี พร้อมกับเรียกใช้งานทักษะโจมตีของอาชีพนักรบ...สวนกลับไปในทันที
“โอ๊ย!” มีนส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บ ก่อนจะเรียกใช้งานทักษะหนึ่งของนักรบ...
“[คลื่นทำลาย]!!”
บรึ้ม!!
>>565
ทักษะคลื่นทำลายซึ่งมีพลังโจมตี 1.5 เท่าของพลังโจมตีพื้นฐานฯ ด้วยอาวุธประเภทดาบ/มีด ถูกเรียกใช้ร่วมกับใบหอกทะเลดาวที่ตัวเองได้ผนึกพลังเวทลงไปอีกจำนวน500 หน่วย แสดงผลออกมาเป็ที่น่าพอใจอยู่ไม่น้อย...
“เอาแบบนี้ใช่ไหม?ดีล่ะ...เราลองมาแลกหมัดกันดูสักตั้งเป็ไง?” มีนพูดกับจ้าวคางคกพิษอย่างท้าทาย พร้อมกับพุ่งตัวเข้าประชิดร่างของอีกฝ่ายก่อนจะจ้วงแทงมีดสั้นในมือเข้าใส่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว
ฉึก ฉั๊วะ ๆ >>410 >> 313 >> 324
มีนโจมตีธรรมดาเข้าใส่เ้าบอสไป1 ชุด ก่อนจะย่อเข่าลงเตรียมพุ่งตัวถอยออกมา เพื่อหาจังหวะเข้าโจมตีเป้าหมายอีกครั้งหนึ่งแต่ทันใดนั้น...
ฟู่...
330! 30! 35! 38! ... …
เ้าคางคกพิษตัวั์ก็พ่นควันพิษสีเขียวโจมตีหญิงสาวด้วยเช่นกัน
“ผู้เล่นมนตรา‘ติดพิษ’ พลังชีวิตของผู้เล่นฯ จะลดลงอย่างต่อเนื่องเป็เวลา 10 วินาทีค่ะ”
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นมาในหัวหญิงสาวพร้อมกับตัวเลขในหลอดพลังชีวิตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้ค่าพลังชีวิตลดลงจนเหลือไม่ถึง2 ส่วนแล้ว ดังนั้นมีนจึงรีบเรียกเอาน้ำยาเพิ่มพลังชีวิตระดับกลางขึ้นมาดื่มอย่างฉุกละหุก
ทว่า มันกลับไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ของหญิงสาวดีขึ้นมากนัก
มีนเห็นว่า หากปล่อยไว้เช่นนี้คงจะไม่ดีแน่เพราะกว่าน้ำยาเพิ่มพลังชีวิตจะหมดระยะคูลดาวน์ ตัวเองอาจจะตายก่อนก็เป็ได้ ดังนั้นมีนจึงสั่งการให้ปลาตีนน้อยสลับกันยิง[ลำแสงแอกโซโลตล์] เพื่อทำลายจังหวะและเบนความสนใจของเ้าบอสคางคกตัวนี้ เปิดโอกาสให้ตนได้หยิบเอาน้ำยาเพิ่มพลังเวทมนตร์ขั้นกลางขึ้นมาดื่มร่วมกับเรียกใช้งานทักษะ [ััเวทมนตร์] ในการฟื้นฟูพลังเวทมนตร์ของตัวเองให้กลับมาอีก 20 เปอร์เซ็นต์
หลังจากที่พลังเวทฟื้นขึ้นมาแล้วหญิงสาวจึงพยายามร่ายเวทผสาน [พายุสายฟ้า] จากจังหวะที่ลูกสมุนของตนได้สร้างขึ้นมา ก่อนจะปลดปล่อยบทเวทโจมตีเข้าใส่บอสตัวนี้อีกครั้ง
เปรี้ยง!>> 529
“จ้าวแห่งคางคกพิษติดสถานะ ‘มึนงง’ 3 วินาทีค่ะ”
แม้ว่าโอกาสในการติดค่าสถานะ“มึนงง” จากบทเวทธาตุสายฟ้าจะมีแค่ 20 เปอร์เซ็นต์หนำซ้ำระยะเวลาการติดค่าสถานะยังเป็ค่าสุ่มั้แ่ 1 – 5 วินาทีอีกต่างหากแต่ทว่าเมื่อโอกาสฟ้าประทานของมีนมาถึงแล้ว...ไหนเลยหญิงสาวจะปล่อยมันทิ้งไปง่าย ๆด้วยเหตุนี้มีนจึงเรียกใช้ทักษะฝนดาวตกโจมตีเป้าหมายตรงหน้าอย่างต่อเนื่องในทันที
“[ฝนดาวตก]” ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ
ในขณะที่ทักษะฝนดาวตกกำลังแสดงผลอยู่หญิงสาวไม่คิดจะรอช้ารีบพุ่งตัวเข้าประชิดจ้าวแห่งคางคก ก่อนจะกระหน่ำฟันแทงเป้าหมายติดๆ กันหลายชุด จนแทบไม่หยุดพักหายใจ
ฉั๊วะ ๆ ฉึก
ฉั๊วะ ๆ ฉึก
และโชคของมีนก็ยังมีมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง...เมื่อออฟชั่นที่ติดมากับใบหอกเริ่มทำงานฯ
“จ้าวแห่งคางคกพิษติดสถานะ ‘มึนงง’ เป็เวลา 5 วินาทีค่ะ”
“เยส!!” มีนย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสทองอันนี้ได้หลุดลอยไป คมมีดในมือถูกประเคนเข้าใส่ร่างเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
ฉั๊วะ ๆ ฉึก...
“จ้าวแห่งคางคกพิษติดสถานะ ‘มึนงง’ เป็เวลา 5 วินาทีค่ะ”
ฉั๊วะ ๆ ฉึก
ฉั๊วะ ๆ ฉึก…
จากพลังชีวิตกว่า5,000 หน่วย ของจ้าวคางคกพิษลดลงเหลือเพียงหลักร้อยอย่างรวดเร็ว จากการทำคอมโบระหว่างการแสดงผลคุณสมบัติพิเศษซึ่งติดมากับอาวุธ ร่วมกับพลังแห่งความโชคดีของหญิงสาว...
ยังไม่หยุดแค่นั้นในเวลานี้หากพวกตนมีไม้เด็ดอันใดซ่อนอยู่ ก็ต้องพยายามงัดเอาออกมาประเคนถวายเ้าบอสตัวนี้ให้หมด...
เมื่อเป็เช่นนี้มีนจึงสั่งการให้ปลาตีนน้อยทั้งหมดเรียกใช้งานทักษะ [ผสานร่าง] จากนั้นจึงต่อด้วยการเรียกใช้งานทักษะ [พุ่งชน] โจมตีเข้าใส่เ้าบอสตรงหน้าอย่างพร้อมเพรียง...
ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ในที่สุดพลังชีวิตของจ้าวแห่งคางคกพิษก็หมดลงก่อนจะกลายเป็แสงสีเทาหายไปพร้อม ๆ กับเสียง์ที่เด้งดังขึ้นมาให้หญิงสาวได้รับทราบในเวลาต่อมา...
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมนตราได้สังหารสัตว์อสูรชั้นาา จ้าวแห่งคางคกพิษ ระดับ 20 ได้รับค่าประสบการณ์ 6,400หน่วย สัตว์อสูรในพันธสัญญา ได้รับค่าประสบการณ์ 9,600 หน่วย ได้รับเงิน 10เหรียญทองค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราสูญเสียเงิน 9 เหรียญทอง ให้แก่อเล็กซ์ตามเงื่อนไขของสัญญาซื้อขายฯ ค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {หินเสริมแกร่ง} ระดับต่ำจำนวน 5 ชิ้น”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {น้ำยาเพิ่มพลังชีวิต} ระดับกลาง จำนวน 5 ขวด”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {น้ำยาเพิ่มพลังเวทมนตร์} ระดับกลาง จำนวน 5 ขวด”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {อัญมณีธาตุน้ำ} ระดับต่ำจำนวน 5 เม็ด”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {อัญมณีธาตุน้ำ} ระดับกลางจำนวน 1 เม็ด”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {ตำราทักษะเวทมนตร์หมอกพิษ} จำนวน 1 เล่ม”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {ตำราทักษะต้านพิษ} จำนวน 1 เล่ม”
“ผู้เล่นมนตรา ได้รับการเลื่อนระดับ เป็ระดับ 21 กรุณาตรวจสอบค่าสถานะของตัวละครค่ะ”
“สัตว์อสูรในพันธสัญญาเอรีส ได้รับการเลื่อนระดับ เป็ระดับ 10 กรุณาตรวจสอบค่าสถานะค่ะ”
“สัตว์อสูรในพันธสัญญาทอรัส ..................”
……
......
“สัตว์อสูรในพันธสัญญาปีเชส ได้รับการเลื่อนระดับ เป็ระดับ 10 กรุณาตรวจสอบค่าสถานะค่ะ”
‘โห...เ้าบอสตัวนี้ให้ของเยอะเหมือนกันนะเนี่ยแถมยังให้ค่าประสบการณ์เยอะด้วย เรามีตัวดูดตั้งเยอะก็ยังเลื่อนระดับขึ้นมาได้แฮะ’ มีนคิดในใจ เมื่อได้รับรายงานการแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นมารัว ๆ แต่กระนั้นหญิงสาวก็แอบเซ็งนิดๆ เมื่อเห็นยอดเงินที่ตัวเองได้รับจากการสังหารสัตว์อสูร ถูกหักไปชำระหนี้ให้แก่อเล็กซ์มากถึง90 เปอร์เซ็นต์
“เฮ้อ!นี่ล่ะนะที่เขาว่า ไม่มีหนี้ก็ไม่มีหน้า...” มีนถอนหายใจ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ
หลังจากปรับอารมณ์และฟื้นพลังจนกลับมาเป็ปกติแล้วมีนจึงเดินตรงไปยังหีบสีทอง ซึ่งวางอยู่ด้านหลังของบัลลังก์ที่เ้าคางคกั์เฝ้าอยู่ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยความคาดหวัง “ไหน ๆ ขอดูหน่อยสิ จะมีไอเทมอะไรดี ๆ บ้างไหมหนอ?”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {การ์ดเผ่าพันธุ์ปลาตีน} จำนวน 100 ใบ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“......” มีนนิ่งอึ้งถึงกับพูดไม่ออกอยู่นานหลังจากที่ได้รู้ว่า สิ่งที่ตนได้รับจากหีบสมบัติใบนั้น คือสิ่งใด? ก่อนจะสบถออกมาด้วยความโมโห“แค่เนี๊ยะ?!”
“การ์ดเผ่าพันธุ์”คือ ไอเทมที่ทำให้ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ของตนให้เป็เผ่าพันธุ์นั้น ๆเพื่อให้ได้รับทักษะและความสามารถบางอย่างของเผ่าพันธุ์ที่ตัวเองเข้าร่วมฯ
แม้ว่าการ์ดเผ่าพันธุ์จะหายากจนทำให้เป็ไอเทมที่มีราคาค่อนข้างสูง...แต่ทว่าการ์ดที่กล่าวมานั่นมันเป็การ์ดเผ่าพันธุ์ของสัตว์อสูรในระดับสูงอันแข็งแกร่งและมีทักษะเผ่าพันธุ์ที่มีประโยชน์ใช้สอยในการต่อสู้ค่อนข้างมาก ไม่ใช่ {การ์ดเผ่าพันธุ์ปลาตีน} ซึ่งเป็การ์ดเผ่าพันธุ์ของสัตว์อสูรระดับต่ำดูอ่อนแอไร้ และประโยชน์เช่นนี้...
............