ทันทีที่คิมแจโอโดนยิงเข้าที่เข่าทั้งสองข้าง เขาพยายามทำใจให้สงบ แสร้งทำให้ดูเหมือนสติหลุดไปแล้วเพื่อที่จะหาทางหนีและเพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ ไอ้คนที่ใช้พลังแปลก ๆ นั่น ไม่ใช่คนที่เหมาะจะเผชิญหน้าตรงๆ
“มันเป็คนรอบคอบ...”
แต่อีกฝ่ายไม่เชื่อและขู่ว่าจะโยนเขาเข้าไปในกองไฟ ภาพลักษณ์ที่เขาแสดงออกมาช่างแตกต่างจากลีมูซองแต่จะย้อนกลับก็ไม่ได้ หากเปลี่ยนท่าทีอาจถูกฆ่าทันที
แต่แล้วเขาก็พบหนทางที่จะมีชีวิตรอด หมอนั่นมันกำลังถามเกี่ยวกับนายหน้า
“ต้องใช้โอกาสนี้แหละ”
เพื่อจะถ่วงเวลา ต้องเปิดเผยข้อมูลที่มีออกไปอย่างช่วยไม่ได้ การเปิดเผยข้อมูลลับสุดยอดเขาอาจจะตาย แต่ตายเอาดาบหน้าก็ดีกว่าตายตอนนี้
“ยังไงซะ ถ้าฆ่าหมอนั่นได้ ข้อมูลก็ไม่รั่วไหลอยู่ดี”
ถ้าทำให้มันประมาทสักครั้งฉันฆ่ามันได้แน่
ก่อนอื่น สิ่งที่จำเป็คืออาวุธ อาวุธที่สามารถดับลมหายใจของมันได้ด้วยการโจมตีเดียว
โชคดีจริง ๆ เหมือนดวงจะอยู่ข้างฉัน
เศษไหที่หมอนั่นตีแตก หล่นอยู่ใกล้ ๆ มือขวา เขาค่อย ๆหยิบเข้ามาไว้ในมือ รู้สึกถึงด้านที่แหลมคมได้
“แค่นี้น่าจะพอ”
เล็งไปที่หลอดเืใหญ่ที่คอ คอบาง ๆ นั่น แค่เศษไหที่แตกนี่ก็ทำให้เป็แผลฉกรรจ์ได้
เขาคอยสังเกตสีหน้าและท่าทางของอีกฝ่ายพร้อมกับบอกข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างนายหน้ากับนักฆ่าอย่างละเอียด
“ยิ่งพูดยาวเท่าไหร่มันยิ่งไม่ระวังตัว ตอนนั้นแหละโอกาส”
แต่ทว่า อีกฝ่ายก็ยังคงระมัดระวังเหมือนก่อนหน้า เป็เพราะมันใช้พลังแปลกๆ เลยต้องเว้นระยะห่าง
“ต้องให้มันเข้ามาใกล้กว่านี้....”
เขาคิดแล้วคิดอีก ทำอย่างไรถึงจะไม่ให้มันสงสัยและให้มันเข้ามาใกล้กว่านี้ได้
เขาลองมองย้อนกลับไปั้แ่ที่มาถึงตอนแรกจนถึงตอนนี้ เขาคิดออกอยู่อย่างหนึ่ง
“หมอนั่นไม่อยากเปิดเผยพลังของตัวเอง!”
เวลาที่หมอนั่นใช้พลัง จะไม่แสดงท่าทางอะไรออกมาเลย มันไม่ขยับมือหรือเคลื่อนไหวให้เห็นเพียงแค่ยืนใช้พลังอย่างเดียว มันน่าจะไม่อยากให้ใครจับได้จึงเก็บซ่อนพลังที่แท้จริงไว้โดยการไม่ทำอะไรแปลก ๆ
คิดแล้วก็น่าขัน หากใครมาเห็นเข้าคงคิดว่าเขาถือพลั่วฟาดพื้นแล้วเสียหลักล้มขาชี้ฟ้าโยนพลั่วขึ้นไปลอยกลางอาอาศ แล้วก็รีบลุกขึ้นพรวดวิ่งไปข้างหน้า จบลงด้วยการล้มไปกองกับพื้น แล้วก็หมดสติไปจากการถูกปืนตีหัวมองจากที่ไกล ๆ คงไม่ต่างอะไรกับการดูหนังตลก
“พอได้สติ ก็ยังทำเหมือนเดิม”
มันใช้ปืนยิงหัวเข่าทั้งสองข้างจนแตก แล้วใช้พลังแปลก ๆ นั่นดึงท้ายทอยขึ้นมาแล้วลากไปทางนั้นทางนี้ทีหากใครมาเห็นคงคิดว่าเขาโดนยิงแล้วรีบลุกขึ้นหนี แต่ก็นั่งลงไปใหม่ ทำท่าแปลก ๆอยู่คนเดียวเป็แน่
“บางที...อาจจะมีนิสัยที่ระมัดระวังตัวอยู่แล้ว ถึงจะไม่มีคนเห็น แต่ก็ป้องกันไว้ก่อน”
ถ้าอย่างนั้น มันใช้พลังยังไงก็พอเดาได้
สายตา
จุดที่สายตาหมอนั่นมอง พลังที่มองไม่เห็นจะถูกใช้ตรงนั้น อย่างงั้นก็ง่ายนิดเดียวถ้าหลบระยะการมองเห็นได้ ก็สามารถเลี่ยงการโดนพลังนั่น ข้อมูลน้อยเกินไปที่จะคิดหาเหตุผลอื่นไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเดิมพันกับสิ่งที่คิดออกในตอนนี้
“ปัญหาคือระยะห่าง หมอนั่นไม่เคยเข้ามาใกล้เลย”
เพราะมันเป็คนรอบคอบ
ดูจากการกระทำจนถึงตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าขนาดเข่าของเขาแตกละเอียดทั้งสองข้างแต่ก็ยังไม่ลดความระมัดระวังลง ถ้าอย่างนั้น จำเป็ต้องทำให้พื้นที่แคบลงด้วยตัวเอง
“สุดท้ายก็ต้องใช้ไอ้นี่สินะ....”
เขาใช้ลิ้นดุนฟันกรามด้านขวาออก รู้สึกถึงสารบางอย่างเจือปน
โดยปกติแล้วนักฆ่าจะมีการเตรียมยาไว้สองชนิด
ชนิดแรกคือยาพิษ
กรณีที่ทำภารกิจไม่สำเร็จและถูกจับได้ปกติแล้วจะฝังไว้ตรงฟันกรามฝั่งซ้าย เป็ยาที่ฝังเอาไว้ตลอด ทำให้ตายได้อย่างไม่เ็ปตอนนี้ถูกเอาออกไปแล้วเพราะวางมือ
ที่เหลืออีกหนึ่งชนิดคือยากระตุ้นประสาท
เป็ยาที่ผลิตมาโดยเฉพาะ ซึ่งออกฤทธิ์รุนแรงกว่ามอร์ฟีนสเตียรอยด์เป็สิบเท่าช่วยยับยั้งความเ็ป และทำให้มีแรงมากกว่าปกติ
ปัญหาคือจะเกิดผลข้างเคียงรุนแรงเท่ากับประสิทธิภาพของยา จะเ็ปรุนแรงกว่าเดิมประมาณสองสามเท่าบางคนอาจจะฆ่าตัวตายเพราะผลข้างเคียงที่ตามมา ยานี้ถูกฝังไว้ตรงฟันกรามฝั่งขวา
“ถ้าถามหมดเมื่อไหร่ มันคงฆ่าฉันแน่”
คิมแจโอตัดสินใจแล้ว
จะเป็ผลข้างเคียงหรืออะไรก็ตาม นั่นคือเื่ที่จะเกิดหลังจากนั้น แต่ตอนนี้ต้องเอาชีวิตให้รอดก่อนเขาพยายามกัดฟันกรามฝั่งขวาแบบไม่ให้มีพิรุธ เส้นเืแถวต้นคอขยับไปมา ยาก็ออกฤทธิ์กระจายไปทั่วร่างในชั่วพริบตาความเ็ปบริเวณขาที่เคยรู้สึกได้หายไปจนหมดอย่างน่าประหลาดใจ
“องค์กรพวกนายหน้าชื่อว่าอะไร”
คิมแจโอลังเลใจก่อนเปิดปากตอบ
“เข้ามาใกล้ ๆ หน่อยครับ”
กับดักแรก
รู้ว่าคงไม่เข้ามาใกล้ แต่ก็อยากจะลองพูดออกไปก่อน ด้วยวิธีนี้คงจะไม่ทันสังเกตเห็นว่าเขากำลังพยายามทำอะไรอยู่
“มีแผนอะไร”
ว่าแล้ว มันจะต้องเว้นระยะอย่างรอบคอบ
“ด้วยขาแบบนี้ผมจะไปทำอะไรได้ครับ...”
ถึงจะเน้นเื่ขา มันก็ไม่กะพริบตาแม้แต่ครั้งเดียว ในสถานการณ์แบบนี้ยังไม่ประมาทคิมแจโอไม่อยากจะเชื่อว่าอีกฝ่ายไม่ใช่นักฆ่า
“แต่ว่าก็ต้องสู้เท่านั้นแหละ”
ใช้ความระมัดระวังตัวของมันสู้กลับถ้ายังเป็มนุษย์ก็ต้องมีพลาดบ้างแหละ
“คือว่าตึกโกดังมีกล้องวงจรปิดหันไปทางลานด้านหลังอยู่...”
ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุผลที่ขอให้เข้ามาใกล้ ๆอะไรเลยแต่พอเป็คำว่ากล้องวงจรปิดเห็นได้ชัดว่ามันตั้งใจฟัง เป็ไปตามที่คิดไว้ มันหันหน้าไปดูอัตโนมัติ
และเผยให้เห็นต้นคอเปลือยเปล่าที่ดึงดูดสายตา
-ตึบ!
เขาลุกขึ้นถีบพื้นอย่างแรงและวิ่งออกไป เศษไหที่กำไว้แน่นจนเืออก เฉือนออกไปจนเกิดเสียง
“.....!!”
อย่างไรก็ตาม ระยะห่าง 30 เิเเขากลับไม่สามารถขยับเข้าไปใกล้ได้ ราวกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นขวางอยู่
“ยังไม่ทันได้หันมาเลย...ได้ยังไง...”
ผมพูดโดยที่สายตามองไปที่โกดังอยู่
“ถึงจะวางมือแล้ว นักฆ่าก็ยังเป็นักฆ่าอยู่ดีสินะ”
“อึ้ก!”
แรงขัดขืนนี่ไม่ธรรมดาเลย ยังวิ่งได้ด้วยขาที่เป็แบบนั้น ผมเคยได้ยินมาว่าถ้าคนเราอยู่ในสถานการณ์ที่หมดหนทางพลังที่ไม่เคยมีมาก่อนจะล้นออกมา แต่จังหวะเวลาเหมาะเจาะเกินไปอย่างกับละครเขาต้องวางแผนไว้แน่
พอมองเขา ผมก็รู้เหตุผลทันที เส้นเืสีฟ้าที่ต้นคอมันโป่งขึ้นมา คิดได้แค่อย่างเดียว
“ยาเหรอ”
ถ้าเป็ยาประเภทบรรเทาความเ็ปก็สามารถอธิบายได้ว่าทำไมเขาถึงขยับขานั่นได้แต่ไม่ว่าจะคิดยังไงเขาก็ไม่มีโอกาสกินยาได้นี่
“หืม? แรงยังเพิ่มขึ้นอีก”
เส้นเืขยายออกอย่างน่ากลัว พละกำลังเพิ่มขึ้นมหาศาล ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากหักแขนของเขาด้วยพลังจิตและกดเข้าไปด้านในข้อศอก
ผมพับแขนและหันอาวุธที่จะใช้ฆ่าผมไปทางเขา สิ่งที่เดิมทีจ้องจะเอาชีวิตผมกลับแทงเข้าที่หลังคอด้านซ้ายของเขาแทน
“อ่อก”
-พึ่บบบ
เรี่ยวแรงของเขาหมดไปพร้อมกับเืที่ไหลทะลักไม่หยุดอาจเป็เพราะเส้นเืที่ปูดโปนนั่น
“ไอ้สัตว์ประหลาด...”
เมื่อผมมองไปยังเขาที่กำลังอ้าปากอยู่ ก็มีความคิดผุดขึ้นมากะทันหัน
เหมือนในหนังหรือเปล่า ที่เมื่อก่อนพวกนักฆ่าซ่อนยาพิษไว้ในฟันกราม
“อ้าปาก”
ผมใช้พลังจิตเปิดปากของเขาออก และตรวจดูด้านใน เป็ไปอย่างที่คิดไว้ผมเห็นฟันกรามฝั่งขวามีส่วนที่แตกหักอยู่
“สมัยนี้ยังฝังยาพิษ ยากระตุ้นประสาทไว้อยู่สินะ”
ผมตรวจดูฟันกรามฝั่งซ้าย แต่ไม่มีร่องรอยอะไร น่าจะมียาแค่ตัวเดียว
“แกเข้าใจว่าฉันใช้พลังจิตด้วยสายตาเลยพยายามให้ฉันหันไปทางอื่นอย่างนั้นเหรอ”
เพราะด้วยความที่เป็ผม จำเป็จะต้องตรวจสอบให้แน่ใจ
“หึ ๆ แสดงว่าฉันเดาถูก อ่อกกก”
สามารถเข้าใจได้ใน่สั้น ๆ หมอนี่มันเซนส์ดี หรือนักฆ่าทุกคนฝีมือประมาณนี้กันหมดผมรู้สึกสงสัยแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน หากว่าผมไม่คงไว้ซึ่ง “การเชื่อมต่อ” ของพลังจิตเอาไว้ ก็อาจจะเป็เื่ใหญ่ได้
“เดี๋ยวนะ แล้วเมื่อกี้แกหลบได้ยังไง ฉันมั่นใจว่าแกหันหน้าไปแล้ว...”
คิมแจโอถามผมด้วยสีหน้าสับสน เพราะเพิ่งเข้าใจถึงความไม่สมเหตุสมผล
“ดูเหมือนฉันจะบอกแกงั้นรึ ไอ้เวรนี่”
ผมลากเขาโยนเข้าไปในกองไฟ ปล่อยทิ้งไว้ในนั้น เพราะไม่รู้เลยว่ามันจะทำบ้าอะไรที่หมายจะเอาชีวิตผมอีก
-อ๊ากกก
เหมือนกับลีมูซอง เขาแผดเสียงร้องออกมาได้ไม่เกิน 3 วินาที ผมมองเปลวไฟที่กำลังแผดเผาเขาอย่างใจจดใจจ่อและคิดได้ว่า
“นึกว่าจะง่าย ที่ไหนได้ ประมาทไม่ได้เลย...”
ผมยกมือลูบหลังคอตัวเอง
ถ้าพลาดไป คนที่ตายอาจจะเป็ผม
ผมคิดว่าต่อไปต้องละเอียดรอบคอบให้มากกว่านี้
“ตอนนี้มาเช็กกล้องวงจรปิดหน่อยดีกว่า”
หมอนั่นอาจจะโกหก แต่ก็ต้องเช็กไว้ก่อน แม้กระทั่งปืนยาวก็โยนทิ้งไปในกองไฟแล้วเข้าโกดังไป เปิดประตูเข้าไปในห้องที่ดูเหมือนเป็สำนักงาน พบว่ามีกล้องวงจรปิดอยู่จริงๆ แต่ไม่ได้ถ่ายด้านนอกโกดังตามที่เขาบอกไว้
“ถ่ายไอ้นั่นไว้ทำไมกัน”
ในจอภาพจากกล้องวงจรปิด เป็สถานที่คล้ายกับโรงอาบน้ำ
เป็ที่อาบน้ำ แต่มีกล้องวงจรปิดติดอยู่มันก็แปลก ๆ
“เหมือนอยู่ไม่ไกล...”
ในโกดังก็ไม่มีพื้นที่กว้างพอที่จะมีโรงอาบน้ำได้ ถ้าไม่ใช่ที่นี่ก็อาจจะเป็โกดังข้าง ๆ ดูจากขนาดอาคาร น่าจะเป็ที่นั่น
ผมออกมาจากห้องสำนักงาน มุ่งหน้าไปทางโกดังแห่งนั้น ในนั้นมีเครื่องมือช่างเช่น เลื่อย เคียว สว่าน หลากหลายชนิด และคอมเพรสเซอร์ เครื่องปั่นไฟ ถูกเก็บไว้
ผมเดินมาตามทางเดินด้านขวาก็เจอประตู ผมนั่งคุกเข่าอยู่หน้าประตูเพราะว่ามีร่องรอยบางอย่างอยู่ตรงนั้นถึงจะซึมเข้าไปในดินแล้ว แต่พอลองจับดูก็รู้ได้ว่าเป็เื
-กริ๊ก
ผมเปิดประตูเข้าไปดูภายในห้อง พบว่าไม่มีอะไรนอกจากสปริงเกอร์ที่ติดอยู่บนเพดานกลิ่นของน้ำยาฟอกขาวรุนแรงมากจนผมแสบจมูก
“ฆ่าให้ตายในนี้ แล้วใช้น้ำยาฟอกขาวล้างคราบเืสินะ”
ดูเหมือนไม่มีอะไรให้ตรวจสอบเพิ่ม ผมหยิบโทรศัพท์อีกเครื่องที่เตรียมไว้พิมพ์ข้อความลงไป ให้พวกที่ถูกกฎหมายมาจัดการที่นี่เอาแล้วกัน
“ผู้รับคือพี่มินซอง”
ไหน ๆ ก็บอกให้รู้แล้ว เอาไปเพิ่มอีกคดีก็คงได้
สามวันต่อมา
ผมได้รับการติดต่อจากพี่มินซอง ดูเหมือนว่าการจัดการคดีเครื่องปั้นมูซองจะเสร็จแล้ว
“พี่ ทำไมยุ่งขนาดนั้นละครับ ติดต่อไม่ได้เลย”
“อย่าให้พูดเลยไอ้น้อง นี่ไม่ได้นอนมาสามวันแล้ว”
“มีเื่อะไรเหรอครับ”
“ฉันเคยเล่าให้นายฟังแล้วใช่ไหม ว่าพวกองค์กรใหญ่ ๆ อย่างแก๊งัดำเวลามันฆ่าใครมันจะต้องเอาศพไปกำจัดทิ้ง แล้วทีนี้มีผู้ไม่ประสงค์ออกนามให้ข้อมูลมาว่าเจอสถานที่กำจัดศพแล้ว”
“สถานที่กำจัดศพเหรอครับ ไม่เห็นออกข่าวเลย”
“มันยังเปิดเผยไม่ได้”
“ถ้าเปิดเผยไม่ได้ ก็ไม่ควรมาบอกผมสิครับ”
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้รู้แล้ว อีกอย่างที่บอกนาย เพราะอยากให้รู้ไว้ว่า ถ้ามีอะไรเกี่ยวกับแก๊งัดำออกมาแม้แต่นิดเดียวฉันจะจับพวกมัน”
จะบอกว่าให้เชื่อใจตำรวจในการดำเนินคดีของพี่ซอลอาสินะ
ผมรู้สึกขอบคุณที่พี่เขาเป็ห่วงผม แต่ผมไม่ได้คิดแบบนั้น
“ผลชันสูตรศพยังไม่มีอะไรออกมาเลยเหรอครับ”
“มันใช้เวลานานหน่อย จากที่ฉันไปฟังมาผ่าน ๆเห็นว่าไม่ได้มีแค่แผลถูกแทง...”
“นอกจากแผลที่ถูกแทงแล้วมีอะไรอีกครับ”
“ที่ไม่ได้บอกตรง ๆ เพราะฉันเองก็ยังไม่แน่ใจ ถ้าผลออกมาฉันจะรีบบอกนายเลยรออีกสักหน่อยก็แล้วกันนะ”
อย่าบอกนะว่า นอกจากถูกแทงแล้วยังมีสาเหตุอื่นอีกเหรอ
ถึงจะอยากรู้แต่ผมจะข้ามไปก่อนเพราะยังไงก็ไม่ได้คำตอบในทันทีและผมก็เอาเื่ของผมมาพูดขึ้นต่อ
“พี่ ที่ผมเคยบอกว่ามีพวกรับจ้างฆ่าคนอยู่”
“นักฆ่า ทำไมเหรอ”
“ถ้ามีวิธีสืบได้พี่คิดจะลองทำดูไหมครับ”
ข้อมูลของนักโทษ คนธรรมดาไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้ ผมเลยจำเป็ต้องขอความช่วยเหลืออย่างช่วยไม่ได้ถึงแม้จะต้องเจอกับอันตรายก็ตาม