ซูหยุนแบกร่างอันไร้สติของกัวเลี่ยงขึ้นหลัง พลางบ่นอุบในใจด้วยความรังเกียจ "ไอ้หมอนี่... กินอะไรเข้าไปวะ ตัวหนักชิบเป๋ง!"
ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของเหล่าศิษย์สายนอก เขาเดินตัวปลิวราวกับติดปีก มุ่งหน้าตรงไปยังเขตศิษย์สายในอย่างรวดเร็ว...
...
ณ หอคุณูปการ
หวังฉีวางเอกสารในมือลง ขมวดคิ้วมุ่น... ข้างนอกมันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้น? ทำไมเสียงดังเอะอะโวยวายขนาดนี้ แถมยังมีเสียงหัวเราะแทรกมาเป็ระยะ?
เขาเดินออกมาหน้าตำหนัก กวาดสายตามองไปแวบเดียวก็แทบจะร้องกรี๊ดออกมา!
ไกลออกไป ซูหยุนกำลังแบก 'ใครบางคน' วิ่งหน้าตั้งตรงดิ่งมาทางนี้...
ด้วยสายตาอันเฉียบคม หวังฉีมองปราดเดียวก็รู้ว่าไอ้คนที่ห้อยต่องแต่งอยู่บนหลังซูหยุนนั่นคือ กัวเลี่ยง...
เขาเอามือกุมขมับ... จบกัน... ไอ้เ้าทึ่มกัวเลี่ยงคงโดนน้องซูวางยาเข้าให้อีกแล้วแน่ๆ
ซูหยุนตาไวเห็นหวังฉียืนอยู่ ก็รีบเร่งฝีเท้า ทักทายศิษย์คนอื่นไปตลอดทาง ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าหวังฉี
หวังฉีน้ำตาตกใน... น้องซู... ทำไมน้องต้องลากพี่ไปซวยด้วยทุกรอบเลยล่ะขอรับ?
ซูหยุนมาถึงก็ฉีกยิ้มกว้าง ทักทายอย่างร่าเริง "บังเอิญจัง! พี่หวังก็อยู่ด้วยเหรอเนี่ย?"
หวังฉีด่าในใจ... บังเอิญกับผีน่ะสิ! เอ็งวิ่งพุ่งเป้ามาหาข้าชัดๆ!
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าธารกำนัล เขาจำต้องปั้นหน้ายิ้ม "น้องซู... นี่มันเื่อะไรกัน..."
"เฮ้อ!" ซูหยุนถอนหายใจยาวเหยียด สีหน้าเปลี่ยนเป็โศกเศร้าและห่วงใย "ศิษย์พี่กัวไม่รู้เป็อะไร จู่ๆ ก็เป็ลมล้มพับไปกลางลานศิษย์สายนอก สงสัยจะฝึกหนักจนธาตุไฟเข้าแทรกกระมัง... ในฐานะเพื่อนร่วมสำนัก ข้าจะปล่อยทิ้งไว้ก็ดูใจดำเกินไป เลยกะว่าจะพาแกไปส่งที่ถ้ำฝึกตน... พี่หวังพอจะรู้ไหมว่าศิษย์พี่กัวพักอยู่ที่ไหน?"
หวังฉีมองซูหยุนด้วยสายตาว่างเปล่า... หึๆ ขั้นผลัดเปลี่ยนกายาตอนต้น... นี่เพิ่งผ่านไปไม่ถึงครึ่งปีใช่ไหม? สัตว์ประหลาด... ไอ้หมอนี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!
มุมปากเขากระตุกยิกๆ ก่อนจะชี้มือไปอย่างหมดแรง "อยู่แถวหลังเขานู่น..."
ซูหยุนได้ยินก็ของขึ้นทันที ไอ้แซ่กัว! ตัวเองมีบ้านหรูอยู่หลังเขา ทำเลดีกว่าข้าตั้งเยอะ ยังมีหน้ามาแย่งถ้ำรูหนูของข้าอีก! จิตใจทำด้วยอะไร! เขาเริ่มรู้สึกเสียใจ... รู้งี้เมื่อกี้ตบให้หนักกว่านี้ก็ดี!
เขาบอกลาหวังฉี แล้วหันหลังแบกกัวเลี่ยงเดินดุ่มๆ ไปทางหลังเขา ทิ้งให้เหล่าศิษย์มุงยืนงงเป็ไก่ตาแตก...
ในสายตาของคนทั่วไป ซูหยุนที่มีแค่ขั้นผลัดเปลี่ยนกายาตอนต้น ไม่มีทางล้มกัวเลี่ยงที่เป็ศิษย์สายตรงได้แน่ๆ ดังนั้นทุกคนจึงสรรเสริญกันยกใหญ่
"ศิษย์น้องคนใหม่นี่นิสัยดีจริงๆ มีน้ำใจงาม!"
"นั่นสิๆ ในยุทธภพที่โหดร้าย คนจิตใจดีแบบนี้หายากนะ ต้องหาโอกาสไปทำความรู้จักหน่อยแล้ว!"
"เห็นเขาแล้วนึกถึงตัวเองตอนหนุ่มๆ เลยแฮะ..."
"ศิษย์พี่... พูดแบบนี้ไม่อายปากเหรอขอรับ..."
"..."
พวกเอ็งมันไม่รู้อะไร! หวังฉีมองพวกโลกสวยด้วยความสมเพช... ไอ้ที่หลังหักอยู่นั่นน่ะ ฝีมือมันล้วนๆ!
...
ซูหยุนวิ่งหน้าตั้งไปทางหลังเขา แต่จู่ๆ ฝีเท้าก็เริ่มชะลอลง...
คงไม่ซวยซ้ำซ้อนไปเจอ ยัยเด็กปีศาจ นั่นหรอกมั้ง?
หรือจะทิ้งไอ้แซ่กัวไว้ตรงนี้แล้วชิ่งเลยดี? แต่... แล้วผลึกิญญาห้าร้อยก้อนของข้าล่ะ? แถมแบกมาตั้งไกล จะให้เสียแรงเปล่าเรอะ? ขาดทุนย่อยยับเลยนะ!
เขากัดฟันกรอด... เอาวะ! โลกมันคงไม่กลมขนาดนั้นหรอก! เงินตั้งห้าร้อย... ไม่สิ! แปดร้อยก้อน! (รวมค่าเสียเวลา) จะทิ้งได้ไง!
คิดได้ดังนั้นก็ใส่เกียร์หมา เร่งความเร็วขึ้นอีก ไม่นาน ถ้ำฝึกตนของกัวเลี่ยงก็ปรากฏแก่สายตา...
ขณะที่กำลังจะถอนหายใจโล่งอก เสียงเรียบเฉยเ็าก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "วางเขาลงเถอะ"
ซูหยุนสะดุ้งโหยง มือไม้อ่อนเผลอปล่อยร่างกัวเลี่ยงร่วงตุ๊บลงพื้นในท่าทางที่... ดูไม่ได้สุดๆ
ซูหยุนหันขวับไปมอง พบชายชราสวมชุดขาว ยืนเอามือไพล่หลังจ้องมองเขาอยู่
เขารีบประสานมือคารวะ "มิทราบว่าผู้าุโคือ..."
ชายชรามมองสภาพลูกศิษย์ที่นอนแอ้งแม้ง หางตากระตุกเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ "ข้าเป็อาจารย์ของกัวเลี่ยง ส่งเขาให้ข้า แล้วเ้าก็ไปได้แล้ว"
ซูหยุนใจแป้ว... จบกัน... เงินข้าบินไปต่อหน้าต่อตา?
ชายชราไม่สนใจเขาอีก เพียงแค่สะบัดมือ ร่างของกัวเลี่ยงก็ลอยขึ้น เตรียมจะพาจากไป...
"ท่านผู้าุโ!" ซูหยุนทนไม่ไหว ะโออกไป... เงินคือชีวิต!
"มีอะไร?" ชายชราขมวดคิ้ว
"ศิษย์พี่กัวพนันกับข้าแพ้ ติดหนี้ข้าอยู่หนึ่งพันผลึกิญญา ยังไม่ได้จ่ายขอรับ!" ซูหยุนหลับหูหลับตาพูดรัวเร็ว แล้วหลับตาปี๋ รอรับชะตากรรม
ชายชราตาเป็ประกาย จ้องมองซูหยุนราวกับจะมองให้ทะลุถึงตับไตไส้พุง ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงเอ่ยขึ้น "เ้า... ใจกล้าดีนี่!"
สิ้นเสียง ร่างของชายชราก็หายวับไป แต่กลางอากาศกลับมีถุงสมบัติใบหนึ่งตกลงมา
ซูหยุนไม่สนว่าชายชราจะได้ยินหรือไม่ ะโไล่หลังเสียงดังฟังชัด "ผู้าุโช่างเที่ยงธรรม! ผู้น้อยเลื่อมใสยิ่งนัก!"
มือก็คว้าถุงสมบัติมาเปิดดู แล้วก็ต้องร้องอู้หู "ป๋า! ป๋าจริงๆ ด้วย!"
ในถุงมีแสงระยิบระยับของผลึกิญญาอัดแน่น... นับคร่าวๆ น่าจะมีถึงสองพันก้อน!
ซูหยุนยิ้มจนแก้มแทบปริ ยัดถุงเข้าอกเสื้อ เตรียมจะเผ่นหนี
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
เสียงหวานใสแต่แฝงอำนาจดังกังวานขึ้น...
ซูหยุนชะงักกึก ขนลุกซู่ั้แ่หัวจรดเท้า... ชิบหาย... กลัวสิ่งใดมักได้สิ่งนั้นจริงๆ
เขาค่อยๆ หันคอแข็งๆ กลับไปมอง... ชัดเลย! เงาร่างสีแดงสด ยืนท้าวเอวตาโตจ้องเขาอยู่...
ซูหยุนใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ แต่หน้าตายิ้มแย้ม "อ้าว! บังเอิญจัง แม่นางน้อยคนสวย! บุพเพสันนิวาสชัดๆ ที่ได้มาเจอกันที่นี่!"
พูดจบก็อยากตบปากตัวเอง... ปากพาซวยอีกแล้ว เหมือนไปจีบเขาชัดๆ
ตามคาด เด็กสาวหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห "ถุย! เ้าคนลามก!"
ซูหยุนแอบเบ้ปาก... ยัยเด็กนี่ ด่าเป็แค่คำเดียวรึไง? เอะอะก็ลามกๆ รู้จักความหมายจริงๆ รึเปล่าเหอะ?
เขาปรับสีหน้าให้ดูจริงจัง ประสานมือคารวะ "ข้าต้องขอบคุณแม่นางมากจริงๆ..."
เด็กสาวงง "ขอบคุณข้าเื่อะไร?"
ซูหยุนยิ้มเศร้า "ขอบคุณที่แม่นางไม่นำเื่คราวนั้นไปบอกผู้ใหญ่ ไม่งั้น... ศิษย์สายในตัวเล็กๆ อย่างข้า คงโดนผู้าุโบดขยี้จนไม่เหลือซากไปแล้ว..."
เขาบีบน้ำตาเล็กน้อย เพิ่มความน่าสงสารเข้าไปอีกสามส่วน
ได้ผล! เด็กสาวพ่ายแพ้ต่อลูกอ้อน (ตอแหล) ของซูหยุน สีหน้าโกรธเกรี้ยวจางลง เปลี่ยนเป็วางมาดผู้ใหญ่สั่งสอนเด็ก "เห็นแก่ที่เ้าบำเพ็ญเพียรไม่ง่าย ข้าเลยยอมปล่อยไป ครั้งหน้าห้ามทำกิริยาลามกแบบนั้นอีกนะ!"
ซูหยุนพยักหน้ารัวๆ "ขอรับๆๆ จะจำใส่กะโหลกไว้เลยขอรับ!" (ในใจ: ยัยเด็กบ้า!)
"จริงสิ!" เด็กสาวนึกขึ้นได้ ชี้หน้าคาดโทษ "ห้ามเ้าพูดชื่อ หมู อะไรนั่นอีกนะ..."
"จูกังเลี่ย" ซูหยุนช่วยเตือนความจำ
"เอ้อ! นั่นแหละ จูกังเลี่ย!" เด็กสาวตาโต "ห้ามพูดถึงมันอีก!"
ซูหยุนฉุนกึก... อุตส่าห์ช่วยเตือน ดันมาดุข้าอีก!
สมองอันชาญฉลาดของเขาเริ่มทำงาน... ต้องเบี่ยงประเด็น!
เขาทำหน้าเศร้าสร้อย สายตาเหม่อลอยมองท้องฟ้า "แม่นางอาจจะไม่รู้... จริงๆ แล้ว จูกังเลี่ย ...คือนามของบุรุษผู้มีรักแท้ที่น่าสงสารที่สุดในสามโลก..."
เด็กสาวชะงัก ความอยากรู้อยากเห็นตามวัยเริ่มทำงาน "จูกังเลี่ยไม่ใช่ปีศาจหมูหรอกเหรอ? ทำไมกลายเป็บุรุษไปได้?"
ซูหยุนส่ายหน้าช้าๆ "ชาตินี้เขาอาจจะเป็ปีศาจหมู... แต่ชาติปางก่อน เขาคือ แม่ทัพเทียนเผิง ผู้เกรียงไกรแห่ง์ชั้นฟ้า..."
ตำนานไซอิ๋ว... ข้าเชี่ยวชาญนักแล!
ซูหยุนเริ่มร่ายยาว ใส่สีตีไข่เสียจนกลายเป็ นิยายรักน้ำเน่าฉบับเรียกน้ำตา...
เื่ราวของแม่ทัพหนุ่มรูปงาม ผู้ตกหลุมรัก เทพธิดาฉางเอ๋อ แห่งวังจันทรา ทั้งสองรักกันปานจะกลืนกิน แต่์มีกฎห้ามมีความรัก จึงถูกเง็กเซียนฮ่องเต้จับได้และลงโทษอย่างโหดร้าย!
เทียนเผิงยอมรับโทษทัณฑ์แทนคนรัก ถูกริบชื่อเซียน ถูกถีบลงจาก์ ให้เวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ ต้องทนทุกข์ทรมานจากพิษรักนับพันชาติ สุดท้ายด้วยความอาลัยอาวรณ์ เขาบุกไปอาละวาดที่หอจุติ จนพลาดท่าตกลงไปใน ช่องเดรัจฉาน ...กำเนิดใหม่ในร่างของหมูป่าอัปลักษณ์...
เด็กสาวผู้เติบโตมาในกรงทองของสำนัก ไม่เคยได้ยินเื่ราวรักรันทดะเือารมณ์ขนาดนี้มาก่อน นางยืนฟังตาแป๋ว น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง
หึๆ เื่โม้นี่ขอให้บอก พี่ซูถนัด!
เด็กสาวมองซูหยุนด้วยแววตาสั่นไหว ถามเสียงเครือ "แล้ว... แล้วตอนจบ จูกังเลี่ยกับเทพธิดาฉางเอ๋อ... ได้ครองคู่กันไหม?"
ครองคู่กะผีสิ! ซูหยุนปวดหัวตุบ... โม้มาขนาดนี้แล้ว ถ้าบอกความจริงไปว่าหมูมันก็ยังเป็หมู คงโดนยัยนี่ฆ่าหมกป่าแน่
เอ๊ะ? ทำไมต้องนึกถึง หมู แล้วหน้าเ้ากัวเลี่ยงลอยมา?
เขาไล่ความคิดฟุ้งซ่าน มองดูท้องฟ้าที่เริ่มมืดแล้วยิ้มแห้งๆ "แม่นาง... ข้าเล่ามาทั้งวันแล้ว... เอาไว้คราวหน้า..."
เด็กสาวเพิ่งรู้ตัวว่ามืดแล้ว แลบลิ้นออกมาอย่างน่ารัก ทำเอาซูหยุนใจกระตุกวูบ... ท่องไว้ซูหยุน ยุบหนอ พองหนอ คุกหนอ ตารางหนอ!
เด็กสาวทำหน้าเสียดาย ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วบอก "งั้นอีกไม่กี่วันข้าจะไปหาเ้า! เ้าต้องเล่าตอนจบให้ข้าฟังนะ!"
ซูหยุนพยักหน้าส่งๆ "ได้เลยๆ ข้าน้อยจะปูพรมแดงรอรับเลยขอรับ"
เด็กสาวพอใจ ยิ้มหวานให้ทีหนึ่งแล้วะโโลดเต้นจากไป
ซูหยุนถอนหายใจเฮือกใหญ่... รอดตายแล้วกู! ส่งแม่คุณไปได้สักที วันหลังต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ ยัยเด็กนี่สวยอันตรายชัดๆ ขืนเผลอใจไปชอบเข้า มีหวังโดนญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงบี้แบนแต๊ดแต๋
ว่าแต่... ฮ่าๆๆ ข้าฉลาดจริงๆ ไม่ได้บอกชื่อ ไม่ได้บอกที่อยู่ นางจะไปตามหาข้าเจอได้ไง! ฝันไปเถอะ!
เขาตบถุงสมบัติที่อกเสื้อด้วยความฟิน... สองพันก้อนนอนอุ่นๆ... สบายใจเฉิบ! แล้วก็หายวับไปในความมืด...
...
เย่ซวน เดินฮัมเพลงเข้าสู่เรือนพักอันหรูหรา ในหัวยังวนเวียนอยู่กับเื่รักะของพี่หมู โดยไม่ทันสังเกตเห็นชายหนุ่มชุดขาวที่เดินสวนมา
ชายหนุ่มผู้นั้นหน้าตาหล่อเหลาราวกับหยกสลัก บุคลิกสง่างามดั่งบัณฑิตผู้ทรงภูมิ พอเห็นเย่ซวน แววตาเขาก็ฉายแววอ่อนโยน เอ่ยทัก "เสี่ยวซวน ทำไมวันนี้อารมณ์ดีจัง?"
เย่ซวนเห็นเขา ก็วิ่งถลาเข้าไปหาอย่างตื่นเต้น "ศิษย์พี่! ข้ามีนิทานจะเล่าให้ฟัง!"
ชายหนุ่มเลิกคิ้ว "โห? นิทานอะไรหรือ?"
เย่ซวนกระแอมไอ เริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง "กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... มีปีศาจหมูป่าตนหนึ่งนามว่า จูกังเลี่ย..."
"อุ๊ย!" จู่ๆ นางก็ร้องเสียงหลง
ชายหนุ่มใ "เป็อะไรไป?"
เย่ซวนทำหน้าเหมือนโลกถล่ม "ข้า... ข้าลืมถามชื่อเขา!"
ชายหนุ่มผู้มีจิตใจละเอียดอ่อนดั่งแก้วใส ััได้ถึงกลิ่นอายแปลกๆ หัวใจเขากระตุกวูบ ถอนหายใจแ่เบา...