ตอนที่ 18 ทำลายหลักฐาน (1)
เถียนไฉ่เวยกลั้นน้ำลายไว้ ตั้งแต่ทะลุมิติมาถึงที่นี่ก็เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว แม้แต่ไขมันเนื้อยังไม่เคยได้แตะ นับประสาอะไรกับการกินเนื้อ นางเห็นเสี่ยวหม่านผ่ายผอมขนาดนี้ก็ทนไม่ได้ “เจ้ากินเถอะ พี่หญิงไม่กินหรอก เจ้ากินมากๆ หน่อย ต้องสูงขึ้นอ้วนขึ้นถึงจะสุขภาพดี”
เสี่ยวหม่านดื้อรั้นจะป้อนให้นาง
เถียนไฉ่เวยจึงแกล้งทำหน้าดุ “ถ้าเจ้าไม่เชื่อฟัง ต่อไปข้าจะไม่ยิงนกเขาลายให้เจ้ากินอีกแล้วนะ”
เสี่ยวหม่านถึงได้ยอมแพ้
พอเสี่ยวหม่านกินเสร็จ เถียนไฉ่เวยก็บอกให้นางกินเครื่องในนกอีก จึงเตรียมจะเทน้ำออกจากหม้อดินใบเล็กเพื่อให้หยิบง่ายขึ้น
แต่เสี่ยวหม่านกลับอาลัยอาวรณ์ ‘พี่หญิงอย่าเท ข้าจะดื่มน้ำตุ๋น’
เถียนไฉ่เวยชะงัก เมื่อรู้ว่าเสี่ยวหม่านอาลัยอาวรณ์กับคราบไขมันในน้ำจึงให้นางดื่ม จากนั้นรื้อเตาก้อนเส้าง่ายๆ นี้ ซ่อนหินที่ใช้สร้างเตา และกำจัดขี้เถ้าบนพื้นดิน จากนั้นสองพี่น้องก็เดินกลับบ้าน..
เสี่ยวหม่านทำภาษามือด้วยท่าทางกังวลใจว่า ‘พี่หญิง เรานำหม้อดินเผากลับไปแบบนี้ท่านย่าต้องค้นเจอแน่เลย’
เถียนไฉ่เวยเชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ย “แล้วข้าจะเอาหม้อดินเผาเข้าทางประตูหน้าบ้านทำไมล่ะ”
เสี่ยวหม่านได้ยินดังนั้นก็ไม่ส่งเสียงอีก ตั้งแต่พี่สาวของนางฟื้นจากความตายเมื่อเดือนก่อนก็เปลี่ยนไปจากเดิมราวกับเป็นคนละคน และมักจะทำในสิ่งที่คนคาดไม่ถึงอยู่เสมอ
ตัวอย่างเช่นเมื่อครู่ไปตลาดเพื่อซื้อหม้อดิน หนังสติ๊ก และมีด ใครจะคิดว่านางซื้อของพวกนี้เพื่อล่าสัตว์ไปทำอาหารข้างนอก
แต่ไม่ว่าอย่างไรพี่หญิงทำอะไรก็ถูกทุกอย่าง ตนแค่ติดตามนางก็พอแล้ว
ตอนนี้เสี่ยวหม่านเต็มไปด้วยความชื่นชมในตัวเถียนไฉ่เวย
เถียนไฉ่เวยพาเสี่ยวหม่านอ้อมไปทางด้านหลังเรือนมุงฟางหลังเล็กที่พวกนางสามแม่ลูกอาศัยอยู่ จากนั้นก็เคาะหน้าต่าง
หลินซื่อเป็นคนที่อยู่นิ่งไม่ได้ นอนไปพักเดียวก็ลุกจากเตียงขึ้นมาหยิบเอาชุดของสองพี่น้องมาพลิกดูไปมา เตรียมขยายผ้าให้ยาวขึ้นอีกหน่อย ชุดของสองพี่น้องนอกจากความสะอาด ระดับความขาดรุ่งริ่งก็ไม่ต่างจากที่ขอทานสวมใส่ หลินซื่อเห็นแล้วปวดใจนัก
เมื่อได้ยินเสียงคนเคาะหน้าต่าง นางจึงหันหน้าไปก็เห็นศีรษะเล็กๆ ของเถียนไฉ่เวยกับน้องสาว จึงอดถามอย่างสงสัยไม่ได้ “ทำไมพวกเจ้าสองคนไม่เข้าบ้านเล่า”
เถียนไฉ่เวยเอาหม้อดินเผาใบเล็กที่มีนกเขาลายสองตัวยื่นเข้าไปทางหน้าต่าง “ในนี้มีนกเขาลายสองตัว ท่านแม่รีบกินตอนยังร้อน อย่าให้พวกท่านย่าเห็นเด็ดขาด”
นางกลัวว่าหลินซื่อจะไม่ยอมกิน จึงโกหกมารดาว่า “เมื่อครู่ข้าใช้หนังสติ๊กยิงนกเขาลายมาได้หกตัว ข้ากับน้องกินไปแล้วคนละสองตัว สองตัวนี้เป็นของท่านแม่”
หลินซื่อรับหม้อดินเผาใบเล็กมาอย่างสงสัย ก่อนจะมองเสี่ยวหม่านเชิงตั้งคำถาม เสี่ยวหม่านรีบพยักหน้าให้
หลินซื่อถึงได้เชื่อคำพูดของเถียนไฉ่เวย
เถียนไฉ่เวยมุมปากกระตุก หรือว่านางดูเหมือนเด็กขี้โกหกกันนะ
เสี่ยวหม่านล้วงหยิบไข่ไก่สองฟองที่ยังอุ่นๆ ออกมาจากตัว แล้วทำภาษามือกับหลินซื่อว่า ‘ท่านแม่กินสิ’
หลินซื่อรับไข่มาแล้วถามด้วยความสงสัย “เอามาจากไหน”
เถียนไฉ่เวยตอบส่งๆ “ไม่รู้ว่าไก่บ้านใครมาวางไข่ข้างนอก ข้าเลยเก็บมา”
สถานการณ์เช่นนี้ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ไก่บางตัวเป็นไก่ป่าจะสุ่มวางไข่ข้างนอก หลินซื่อจึงเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่ไม่วายสอนไฉ่เวยว่า “ต่อไปอย่าทำเรื่องเช่นนี้อีก การโลภในผลประโยชน์เล็กน้อยมันไม่ดี”
เถียนไฉ่เวยส่งเสียงตอบรับและกำชับให้หลินซื่อรีบกิน จากนั้นสองพี่น้องก็เลี้ยวไปที่ประตูหน้าบ้าน เดินมือเปล่ายืดอกเข้าบ้าน
เมื่อเดินผ่านห้องโถง เถียนไฉ่เวยก็เหลือบมองเข้าไปข้างใน ผู้เฒ่าเถียนสามีภรรยากับเถียนจินจวี๋สามคนต่างคอยืดคอยาวมองออกมาข้างนอก ไม่รู้ชะโงกหน้าตั้งตารออะไรอยู่
เถียนจินจวี๋แต่งตัวเต็มยศหรูหราเหมือนไก่ตัวใหญ่ หรือว่าแขกที่มาวันนี้จะเกี่ยวข้องกับนาง