[ทำการค้นหาความเข้ากันได้ของ Spector บรรจุเข้ากับ Espes]
"อืม... นั้นมันเสียงอะไรน่ะ..."
เมื่อรู้สึกตัวขึ้น ผมก็อยู่ในที่ไหนก็ไม่รู้ ห้องสีดำ ห้วงมิติ ประตูมิติ หลุมดำ? นั้นคือสิ่งที่ผมเห็นเมื่อรู้สึกตัว จากการรบกวนของเสียงบางอย่างที่ดังเข้ามาในหัวของตนเอง
เสียงของคอมพิวเตอร์อะไรบางอย่างมันดังเข้ามาในหัวของผมอย่างไม่เข้าใจอะไรเลย อะไรคือ Spector อะไรคือ Espes มันงุนงงไปจนหมด จนผมพยายามที่จะหันไปมองรอบๆแต่ทว่าก็ไมาสามารถขยับหันไปมองทางไหนได้เลย
[ค้นพบ Espes ที่เข้ากันได้กับ Spector ทำการสร้าง Luminus ที่เข้ากัน ทำการตั้งเงื่อนไขการใช้งานของ Luminus ระยะเวลาการใช้งาน]
[ทำการเซ็ตทุกอย่างเสร็จสิ้น Espes สมบูรณ์ Luminus สมบูรณ์ กำลังถ่ายโอน Spector]
ในขณะที่ลอยอยู่กลางสูญญากาศอย่างฉงนใจ ผมได้แต่เพียงฟังเสียงเ่าั้ที่ดังเข้ามาในหัวไม่ยอมหยุด จนกระทั่งเสียงของอะไรบางอย่างเริ่มที่จะดังขึ้น เสียงของเลเซอร์ยิงเข้าใส่มันดังวิ้งๆ ไปทั่วสมอง ราวกับว่าสมองของผมกำลังโดนเผาไหม้จากอะไรบางอย่าง แต่มันเป็เพพียงแค่ความรู้สึกผิดปกติเท่านั้น
ร่างกายรู้สึกเ็ปไปทั่วร่างกาย แต่ทว่าทุกอย่างก็ค่อยๆวูบไปอย่างช้าๆ ผมไม่เข้าใจว่าเสียงคอมพิวเตอร์ที่เหมือนกับเสียง อากู๋นั้นมันดังเข้ามาในโสตประสาทของผมได้ยังไง แต่ทว่าเมื่อมันเงียบลง ผมก็ค่อยๆหลับใหลลงอีกครั้งหนึ่ง แต่สมองก็ยังสงสัยว่าอะไรคือ Spector อะไรกับคือ Espes และ Luminus
[สามารถตรวจสอบข้อสงสัยได้ด้วยระบบโลก World System ได้]
[คุณได้รับพรช่วยเหลือ World System]
นั้นคือเสียงสุดท้ายก่อนที่สมองของผมจะวูบลงไปในอีกไม่ช้า
ณ ระบบดาวเรเดเนีย ในเขตแดนจักรวรรดิดวงดาว ภายในป่าหมอกเดธา บริเวณต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุมายืนยาวกว่า 1000 ปี ต้นไม้ใหญ่นั้นถูกขนานนามว่าต้นไม้โลกเรเดเนีย มีกิ่งก้านสาขาแตกแขนงมากมายและมีใบไม้ตามต้นเป็ใบไม้สีชมพูอมแดง
บนต้นไม้ต้นนั้นมีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งผูกคออยู่ ร่างของชายหนุ่มรูปลักษณ์ภายนอกเป็ชายหนุ่มวัย 16 ปี ไว้ผมสั้นสีขาวขี้เถ้าและสวมชุดเสื้อสีน้ำตาลกางเกงขายาวสีเทาที่ดูขาดว่อน ดวงตาไร้วี่แววของชีวิต ราวกับว่าได้ตายไปแล้ว แต่หากมองภาพรวม ณ ต้นไม้โลกต้นนี้ มีร่างของชายมากมายหลายคนผูกคอตายอยู่บนต้นไม้โลกต้นนี้กันหลายสิบหลายร้อยคน
ในขณะที่ทุกอย่างกำลังเงียบเชียบนั้นเอง จู่ๆร่างของเด็กหนุ่มผมขาวก็ค่อยๆขยับตัวกระตุกขึ้นมาอย่างช้าๆ แขนทั้งสองที่ห้อยลงมาค่อยๆกระตุกก่อนที่ดวงตาสีแดงของเขาจะค่อยๆลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ และเมื่อรู้สึกตัว อากาศขาดหายใจก็ตีขึ้นมา ทำให้ร่างนั้นรีบดิ้นไปมาด้วยความเ็ป
"อ่อก! แค่กๆ จ.. จะตายอีกแล้ว!?"
เสียงไอค่อกแค่ก ดังออกมาอย่างเ็ป ดวงตากำลังเลื่อนลอยอีกครั้ง ในขณะที่มือทั้งสองพยายามที่จะเกาะแกะเชือกหนาที่พันคอของตนอย่างทุลนทุลาย จนกระทั่งเชือกนั้นขาดว่อนลง [ปึด!]
เชือกหนาที่ลัดคอของเขาขาดออกจากกัน จนร่างของชายหนุ่มร่วงหล่นลงมาก้นกระแทกพื้น จนทำให้เ้าของร่างนอนห่อตัวบนพื้นด้วยความเ็ปทันที ร่างกายดิ้นไปมาอย่างเ็ปก่อนที่เขาจะเงยหน้ามองต้นไม้
"นี้ฉัน... เกิดใหม่แล้วงั้นหรอเนี่ย...?"
เมื่ิอรู้สึกตัวว่าตนเองมาอยู่ในป่าที่ไม่รู้จัก แถมร่างกายรู้สึกเล็กลงและเด็กลง ผมก็ยกมือขึ้นมานวดคอของตนเอง ร่างกายค่อนข้างผอมซีดพอสมควร แถมตรงคอยังมีรอยผูกคออีก... น่าจะพึ่งตายได้ไม่นานเท่าไหร่
พอลองเงยหน้ามองไปบนต้นไม้ผมก็เห็นเหล่าศพมากมายที่ผูกคอตายอยู่บนต้นไม้ั์ ต้นนี้จำนวนมากพอสมควร พวกนี้นับถือศาสนาไวกิ้งกันหรอ? ผูกคอตรัสรู้ชีวิตเหมือนโอดินกันหรือไง?
[World System Online - ยินดีต้อนรับสู่จักรวาลแห่งความวุ่นวาย ในยุคมืดแห่งดวงดาว]
"เอ๊ะ...? เสียงนั้นอีกแล้ว... World System งั้นหรอ...?"
ในขณะที่กำลังสงสัยกับศพที่เหมือนทำพิธีตรัสรู้สไตล์ชาวไวกิ้งอยู่นั่นเอง จู่ๆเสียงเรียบๆราวกับคอมพิวเตอร์ก็ดังเข้ามาในหัวของผมอีกครั้ง มันเป็คำพูดแนะนำและกล่าวทักทายผมเสียมากกว่า ตอนแรกก็สงสัยเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยถามเสียงนั้นทันทีด้วยความสงสัย
[ใช่แล้วค่ะ ชั้นคือ World System เป็ระบบช่วยเหลือของคุณอาร์คค่ะ]
"หรอ...? แล้วนี้เป็โลกยังไงงั้นหรอ...?"
[ถ้าสงสัย งั้นดิชั้นจะขออธิบายค่ะ...]
พอได้ถามที่เป็ที่ไปของ World System เหมือนว่าเธอจะเป็ระบบช่วยเหลือ สำหรับผมที่ไม่รู้จักอะไรเลยในจักรวาลแห่งนี้ และเมื่อเริ่มถามเธอก็อธิบายเื่ราวต่างๆให้ผมได้เข้าใจ ความเป็ไป และความเป็มาของโลกใบนี้และตัวตนที่เรียกว่า Spector / Espes และ Luminus ว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไรบ้าง
ในจักรวาลแห่งมหาาดวงดาวแห่งนี้ที่มีชื่อเรียกว่าจักรวาล Geonia จักรวาลอันกว้างใหญ่ที่มีดวงดาวมากกว่า 3000 ระบบดาวและดวงดาวที่อยู่อาศัยได้อีก 5000 ดวงในระบบดาวทั้ง 3000 นั้น ได้ถูกแบ่งออกเป็หลายอาณาจักรและจักรวรรดิ ซึ่งแต่ละจักรวรรดินั้นได้แตกแขนงออกมาจา
มหาจักรวรรดิดวงดาวเทียมูนอันกว้างใหญ่ จากาักาแลคติก ที่หมายจะกลืนกินจักรวาลทุกดวงดาวในระบบสุริยะจักรวาลของจักรวรรดิดวงดาวเทียมูน
ักาแลคติก Elhazard/เอลฮาซาร์ด ได้ถือกำเนิดและโผล่มาจากหลุมดำแห่งระบบสุริยะจักรวาลและเข้ารุกรานจักรวรรดิ ถึงแม้จักรวรรดิเทียมูนจะกำจัดักาแลคติกได้ แต่จักรวรรดิก็เข้าสู่่ล้มสลายในเวลาต่อมา เมื่อร่างของักาแลคติกได้สร้างสิ่งที่เรียกว่า Astral Sphere ที่ทำให้เกิดพายุอวกาศไปทั่วจักรวรรดิ จนอารยธรรมเทคโนโลยีล่มสลาย
อารยธรรมและเทคโนโลยีถดถอยลงไปสู่ยุคกลางร่วมสมัย ที่มียานอวกาศใช้ในการเดินทางไปทั่วระบบสุริยะจักรวาลทั้ง 3000 ระบบดาวเพียงเท่านั้น และด้วยความที่จักรวรรดิดวงดาวเทียมูนเสื่อมอำนาจลงจาก Astral Sphere ก็ทำให้เกิดฏทั่วจักรวาลและจักรวรรดิก็ล่มสลายลงกลายเป็อาณาจักรเล็กอาณาจักรน้อย
หลังจาก่เวลานั้นก็ผ่านมานานกว่า 500 ปีแล้ว ณ ปัจจุบันตอนนี้ระบบดาวเรเดเนีย ที่ผมอยู่นั้นคือระบบดาวในอาณาเขตของจักรวรรดิดวงดาว หรือ Galactic Empire นั่นเอง
มนุษย์ทุกคนจะถูกเรียกว่า Espes และวิญญานของพวกเขาจะถูกเรียกว่า Spector นอกจากนั้นภายในร่างกายของมนุษย์จะมีสิ่งที่เรียกว่า Luminus ฝังอยู่ในร่างของมนุษย์ทุกคนที่เกิดในโลก Geonia
หน้าที่ของ Luminus คือการปลดปล่อยพลังเวทยมนต์ที่กักเก็บไว้ในร่าง ออกมาเป็พลังวิเศษที่ถูกกำหนดไว้แล้วจาก Luminus นั้นๆ แต่อะไรคือสิ่งที่กักเก็บเวทมนต์ภายในร่างกายกันหล่ะ? นั้นคือ Espes และ Espes นั้นคือผลึกเวทมนต์ที่ฝังอยู่ในร่างของมนุษย์ทุกคน ซึ่งจะครอบคลุม Luminus ไว้อีกชั้นหนึ่ง
Espes มีหน้าที่ในการกักเก็บพลังเวทมนต์ในโลก/จักรวาล Geonia ที่พวกเรานั้นอาศัยอยู่ แต่ Espes นั้นมีหน้าที่แค่รวบรวมและกักเก็บพลังเวทมนต์ไว้เพียงเท่านั้น และอะไรคือสิ่งที่คอยควบคุมและเปิดการใช้งานของ Luminus กันหล่ะ?
นั้นก็คือ Spector วิญญานนั้นคือสิ่งที่คอยควบคุม Espes อีกทอดหนึ่ง เมืุ่์ไม่ว่าชายหรือหญิงอายุครบ 7 ปี จะต้องสามารถควบคุม Espes ของตนเองได้ให้สามารถปลุก Luminus ของตนออกมาเป็รูปร่าง แต่ทว่าหากคนผู้นั้นไม่สามารถควบคุม Espes ให้ปลุก Luminus ได้จะมีเวลาอีก 8 ปีที่จะปลุก Luminus ให้ตื่นขึ้นมา
แต่หากไม่สามารถปลุก Luminus จนอายุ 15 ปีได้ก็จะไม่สามารถปลุก Luminus ออกมาได้อีกตลอดกาล แต่หากมนุษย์คนนั้นไม่สามารถปลุกได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว Luminus อันนั้นก็จะต้องมีเงื่อนไขพิเศษ ที่จะปลุก Luminus ให้ตื่นขึ้นมาได้ หรือไม่มนุษย์คนนั้นก็ไม่มี Luminus ที่สามารถใช้งานได้อยู่ในร่างกาย
หากไม่เข้าใจและงงว่า Spector Espes Luminus ทำงานยังไงอันนี้คือสิ่งที่ผมสรุปไว้ให้เข้าใจง่ายๆ นั้นคือโลกหรือจักรวาลนี้มีอนูเวทมนต์ลอยอยู่ทั่วทุกที่และ Espes หรือผลึกเวทมนต์ในหัวใจมีหน้าที่กักเก็บพลังงานเวทมนต์เอาไว้ที่ Espes และวิญญานหรือ Spector ก็เป็เหมือนกุญแจในการเปิดกล่องเก็บ Luminus เอาไว้ โดย Luminus นั้นคือรูปร่างแห่งเจตจำนงเสรีของมนุษย์ทุกคน ซึ่งจะแปลงเปลี่ยนรูปร่างไปตามความ้าของมนุษย์ แต่ Luminus ส่วนใหญ่คืออาวุธในการต่อสู้นั่นเอง
"เป็อะไรที่ยุ่งยากจังแหะ..."
[จริงๆก็ไม่อยากหรอกค่ะ ในการใช้ Luminus เพียงแค่ตั้งจิตก็สามารถใช้ได้แล้ว]
"หรอ... แล้วถ้างั้นพวกคนที่ผูกคอตายอยู่บนต้นไม้นี้คืออะไรหล่ะ...?"
แต่พอได้ฟังผมก็อดไม่ได้ที่จะบ่นๆออกไปว่ามันเข้าใจยาก แต่ทว่า World System กับอธิบายวิธีใช้ที่เข้าใจง่ายให้กับผมฟังเสียงั้น มันจะง่ายแบบนั้นจริงตามที่เธอพูดไหมนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
นอกจากเื่ของการใช้ Luminus แล้วในตอนนี้ผมกับสงสัยกับสิ่งที่แขวนคอตายอยู่บนต้นไม้ขนาดใหญ่ั์ต้นนี้มากกว่าเสียอีก ตามที่ผมเข้าใจพวกนี้คือพวกที่ฆ่าตัวตายด้วยการแสวงบุญแบบชาวไวกิ้ง เจริญรอยตามเทพโอดินในโลกเก่าของผม แต่ทว่า World System กับแย้งความคิดของผมทันที
พวกคนที่ผูกคอตายอยู่บนต้นไม้โลกคือพวกที่นับถือศาสนาหลักของจักรวรรดิดวงดาว นั้นคือศาสนา อัลทรูส และที่ตายอยู่นั้นคือพวกที่หนีการเกณฑ์ทหาร แต่ด้วยความที่ศาสนานั้นสอนให้ไม่รู้จักความหวาดกลัว และตายอย่างไร้ค่า การตายด้วยการผูกคอตายจากต้นไม้ั์ต้นนี้ ถือว่าเป็การตายด้วยวิธีการแสวงบุญ ตามผู้นำศาสนาคนแรกของอัลทรูส ที่ได้รับความรู้อันมหาศาลและพลังหลังจากรอดพ้นจากความตาย
ซึ่งให้ฟังยังไงๆมันก็โอดินชัดๆ แต่ผมก็ไม่อยากจะพูดแบบนั้นสักเท่าไหร่เพราะอาจจะโดนคนที่ไหนไม่รู้มากระทืบจนจมดินได้ และอาร์ค หรือตัวผมในโลกใบนี้ก็เหมือนจะหนีการเกณฑ์ทหารและฆ่าตัวตายด้วยวิธีนี้ด้วย แต่กลับกันผมกลับเข้ามาแทรกแซงร่างกายของตนเองที่ตายไปแล้ว
ถ้าให้พูดในเชิงของการตรัสรู้ ตอนนี้ผมก็คงจะได้รับพลังอันมหาศาลและความรู้เหมือนกับผู้นำหรือ ศาสดาอัลทรูสไปเป็ที่เรียบร้อยแล้วหล่ะ แต่พอคิดแบบนั้นผมก็คิดว่าคงแบบนั้นแน่ๆเพราะมี World System อยู่นั่นเอง
ในขณะที่ผมกำลังสำรวจร่างกายของตนเองที่มีรอยช้ำจากการโดนรัดคออยู่ ผมก็หันไปมองรอบๆ ที่นี้เป็ต้นไม้ใหญ่สีแดงและมีป่าอยู่รอบๆข้างเต็มไปหมด เหมือนจะเป็ป่าหมอกอะไรทำนองนั่น
ต้นไม้ต้นที่เล็กกว่า ต้นไม้ั์ มีสีเขียวและค่อนข้างลกลุงลังพอสมควร ไม่รู้เลยว่าภายนอกป่านี้มีอะไรกำลังรอผมอยู่ แต่ก็ได้ตัดสินใจเดินออกไปทันทีเพื่อที่จะได้เผชิญหน้ากับโลกใบใหม่ของตนเอง
ผมใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 3 ชั่วโมงจนออกมาจากป่าได้ในที่สุด แต่ทว่าเมื่อผมเหลือบมองออกไปในทางที่ผมพึ่งได้ออกมา ผมก็เห็นกลุ่มทหารจำนวนมากกำลังควบม้ามาทางนี้ จำนวนของพวกเขามีทั้งหมด 30 คน มีอาวุธครบมือ แต่ชุดที่สวมอยู่กับไม่ใช่ชุดเกราะสีเงินอะไร แต่เป็ชุดผ้าสีดำและรองเท้าบู้ทสีดำเพียงเท่านั้น ตรงไหล่ที่เกราะไหล่ที่มีการประดับดาวสีแดงจำนวน 4 ดาวเอาไว้ ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันนั้นคือสัญลักษณ์ของอะไร
แต่เมื่อพวกเขาเห็นผม กับมีเพียงชายคนหนึ่งที่เหมือนเป็หัวขบวนยกมือห้ามทุกๆคนเอาไว้ ก่อนที่เขาจะขี่ม้าเข้ามาหาผมใกล้ๆ ดวงตาของชายคนนั้นเป็สีน้ำเงิน เขาต้องหน้าผมตาเป็มัน ก่อนที่จะลงมาจากหลังม้าและเดินเข้ามาอยู่ตรงหน้าของผม
"ชุดนั่น... พวกศาสนาอัลทรูสงั้นรึ?"
"เอ๊ะ... เอ่อ... ครับ... ว่าแต่ที่นี้ที่ไหนมิทราบครับ?"
"หรอ... เหมือนแกจะทำพิธีแสวงบุญเสร็จแล้วงั้นรึ..?"
"เห๊ะ...? อ่อก!!!!"
นายทหารคนนั้นมีรูปร่างผอมสูง ใบหน้ามีริ้วรอยของอายุที่มากขึ้นและาแของการสู้รบ เขาจ้องมองผมก่อนจะเอ่ยถามว่าผมเป็คนของทางศานาหรือไม่
ด้วยความไม่รู้อะไร ผมจึงขานตอบรับไป ก่อนที่เขาจะพูดอะไรสักอย่าง ก่อนที่ผมจะถูกกำปั้นอันหนักแน่นของชายตรงหน้าต่อยเข้ามาที่ท้องอย่างรุนแรงจน ร่างกายล้มลงไปนอนกุมท้องอยู่บนพื้นอย่างเ็ป
"ด้วยกฏหมายของจักรวรรดิเื่การเกณฑ์ทหาร แกถูกจับในฐานหนีการเกณฑ์ทหาร"
นั้นคือคำพูดสุดท้ายของชายวัยกลางคนผู้นั่นก่อนที่ผมจะถูกลากตัวไป ในขณะที่สติเลือนลางและกำลังสลบเหมือดในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา