จวนฉาง
“ในเมื่อฮองเฮาจัดงานเลี้ยงขึ้นมา เพื่อให้องค์ชายใหญ๋เลือกสาวงาม แล้วทำไมต้องส่งเทียบเชิญมาให้เราด้วยเจ้าคะ”
ฮูหยินฉางถามสามี
“พรุ่งนี้ข้าจะไปกับเยี่ยนหลี ไม่ต้องให้ผิงอันกับหลิวหลีไปดีหรือไม่เจ้าคะ”
“จะทำได้อย่างไร ในเมื่อเทียบเชิญมีทั้งชื่อหลิวหลีและผิงอัน หากทำเหมือนเจ้าว่าก็เท่ากับไม่ให้เกียรติฮองเฮา” ฉางกงพูดกับภรรยา
“หรือไม่ข้าจะไปกับพวกนางเองเจ้าค่ะ”
ฉางกงเงยหน้าจากงานราชการในมือ
“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ เมื่อใดที่พูดถึงเรื่องนี้ เจ้าออกอาการร้อนรนทุกครั้ง” ฉางกงตำหนิภรรยา
“ข้ากังวลนี่เจ้าคะ ท่านไม่รู้หรอกว่าม่านเหลียนนางเจ้าเล่ห์แค่ไหน”
“ฮูหยินเจ้าระวังคำพูดด้วย แม้ไม่มีคนนอกก็ห้ามเอ่ยถึงฮองเฮาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้”
“ก็มันเป็นความจริงนี่เจ้าคะ ไม่เช่นนั้นนางจะเลี้ยงองค์ชายใหญ่ให้กระหายอำนาจได้ถึงเพียงนี้หรือ”
“หากข้าไม่ได้อยู่กับเจ้ามายี่สิบปี ข้าคงไม่คิดว่าเจ้ามาจากตระกูลผู้ดีเก่า”
ฉางกงประชดภรรยา
“ท่านแม่ทัพท่านไม่เป็นห่วงลูกสาวกับหลานของเราเลยหรือเจ้าคะ”
นางเหลืออดกับสามี
“เจ้าก็อย่ากังวลจนเกินไป หากฮองเฮาสงสัยคงเรียกท่านพ่อไปสอบถามแล้ว”
“ท่านยังไม่รู้จักนางดีพอ นางทั้งใจเย็นและเลือดเย็น นางเก่งเรื่องประณีประนอมเป็นที่สุด ข้าว่าตอนนี้นางกำลังรอและหาโอกาสมากกว่า อาวุธร้ายของสตรีผู้นี้คือความอดทนของนาง” แววตาของฮูหยินฉางมีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“ผ่านมาหลายปีแล้วเจ้ายังไม่ปล่อยวางอีกหรือ คนก็เปลี่ยนแล้ว เวลาก็เปลี่ยนแล้ว เจ้ายังคาดหวังอะไรอีก” ฉางกงลุกเดินมากุมมือภรรยา
“ข้าวางไม่ลงหรอกเจ้าค่ะท่านแม่ทัพชีวิตนี้ไม่รู้ว่าข้าจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างไร” ฉางกงดึงภรรยาเข้ามากอดเพื่อปลอบใจ
“ข้าไม่อยากให้หลิวหลีเป็นเหยื่อของคนพวกนั้น ท่านต้องช่วยลูกเรานะเจ้าคะ”
“ข้ารับปากเจ้าข้าจะทำสุดความสามารถ”
“ท่านก็รู้ว่าหลังกำแพงสูงนั่นมีแต่การแย่งชิงเข่นฆ่า ไม่มีความรักหรือความสุขให้ลูกหลานของเราหรอกเจ้าค่ะ”
นางพิงศรีษะลงที่อกกว้างของสามีด้วยความกังวล
ยี่สิบห้าปีก่อนที่หมูู่บ้านหงซุน
ปัง! ปัง! ปัง!
ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก เด็กสาวคนหนึ่งยืนทุบประตูอยู่หน้าจวนนายอำเภอเจิ้ง ไม่นานนักสาวใช้ก็ออกมาเปิดประตู
“แม่นางม่านเหลียนเข้ามาข้างในก่อนคุณหนูอยู่ในห้องเจ้าค่ะ" สาวใช้พานางเดินลัดเลาะไปในความมืด แม้เสื้อผ้าจะเปียกทั้งตัว แต่นางก็ไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังเรือนของคุณหนูเจิ้ง บุตรสาวคนเล็กของนายอำเภอ
“คุณหนูเจ้าคะ แม่นางม่านเหลียนมาแล้วเจ้าค่ะ” เสียงสาวใช้พูดอยู่หน้าห้องแต่น่าจะบอกว่า เป็นเสียงกระซิบมากกว่า
แอ๊ดดด
เจิ้งมู่หรงเปิดประตู แล้วรีบดึงแขนเพื่อนรักเข้าไปในห้อง พอม่านเหลียนเห็นหน้าเพื่อนรักก็ห้ามน้ำตาไว้ไม่อยู่
“ม่านเหลียนใครทำอะไรเจ้า เจ้าเป็นอะไรทำไมมาดึกป่านนี้”
“ฮือๆๆๆ มู่หรงช่วยข้าด้วย”
“เจ้าบอกข้ามาใครทำอะไรเจ้า ข้าจะช่วยเจ้าเอง”
“เมื่อตอนเย็นท่านป้าบอกข้าว่า ได้ขายข้าให้กับเศรษฐีเจ้าของหอนางโลมต่างเมือง พรุ่งนี้เขาจะมารับข้าแต่เช้า” ม่านเหลียนสะอื้นจนตัวโยน
“ข้าไม่ยอมไปทำงานในหอนางโลมเด็ดขาด ตั้งแต่ท่านพ่อกับท่านแม่จากไปท่านป้าก็ไม่เคยทำดีกับข้าเลย ทุกอย่างที่เป็นของข้า ท่านป้าก็ยึดเอาไปจนหมดยังจะกล้าขายข้าอีก ต่อให้ต้องตายข้าก็ไม่ยอม”
“ใจเย็นๆก่อน ลำพังพวกเราคงทำอะไรไม่ได้ เจ้ารีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ข้าจะพาเจ้าไปพบท่านพ่อกับท่านแม่ ไปขอให้ท่านทั้งสองช่วยเหลือ”
เจิ้งมู่หรงมาถึงหน้าห้องหนังสือของบิดาก็หันไปบอกเพื่อนรัก
“เจ้าไม่ต้องกลัวนะ ท่านพ่อกับท่านแม่เอ็นดูเจ้าเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ท่านทั้งสองไม่ยอมให้เจ้าถูกขายแน่” พูดจบนางก็หันไปเรียกบิดา
“ท่านพ่อข้าขอเข้าไปได้หรือไม่เจ้าคะ”
“มู่หรงหรือเข้ามาสิ” เป็นเสียงมารดาที่ตอบทั้งสองเปิดประตูเข้ามา ฮูหยินเจิ้งเห็นม่านเหลียนก็ทำหน้าสงสัย
“ท่านแม่ก็อยู่ด้วยลูกว่าจะไปตามท่านแม่พอดีเจ้าค่ะ ข้ามีเรื่องอยากให้ท่านทั้งสองช่วยเหลือเจ้าค่ะ”
เจิ้งมู่หรงจึงเล่าเรื่องของม่านเหลียนให้บิดาและมารดาฟัง
“เช่นนั้นพ่อจะให้คนส่งนางไปที่ต้าโจวตอนนี้ตระกูลเซียวต้องการหญิงรับใช้ในจวนหลายคน พ่อจะเขียนจดหมายฝากฝังนางกับคุณชายเซียว ให้นางออกเดินทางคืนนี้เลย”
“คุณชายเซียวไว้ใจได้แน่หรือเจ้าคะ” ฮูหยินเจื้งเป็นห่วงม่านเหลียน
“เจ้าวางใจเถอะ คุณชายเซียวเฮ่อเป็นบุตรชายคนเดียวของท่านเซียวเหริญข้าเคยพบหน้ากันหลายครั้งแล้ว”
“เช่นนั้นข้าก็วางใจ”
“ม่านเหลียนเจ้าต้องรับปากข้าเรื่องหนึ่งเมื่อเจ้าเข้าไปอยู่ในจวนตระกูลเซียวแล้วเจ้าต้องจงรักภักดีซื่อสัตย์กับนายของเจ้า อย่ามักใหญ่ใฝ่สูง เกิดเป็นคนต้องมีนายแค่คนเดียว เจ้าเข้าใจข้าหรือไม่”
ม่านเหลียนคุกเข่าลงกับพื้นซาบซึ้งในความช่วยเหลือ
“ข้ารับปากท่านเจ้าค่ะท่านลุง สิ่งที่ท่านทั้งสองช่วยเหลือข้าในวันนี้ ข้าจะไม่มีวันลืมบุญคุณของท่าน ชีวิตของม่านเหลียนเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ คำสอนของท่านในวันนี้ชั่วชีวิตของม่านเหลียนจะไม่ลืมเป็นอันขาด”
ม่านเหลียนคาราวะลงกับพื้น
“เอาล่ะมู่หรงเจ้าสั่งสาวใช้ให้เตรียมของที่จำเป็น ทั้งของกินของใช้ให้ม่านเหลียน กว่าจะถึงต้าโจวคงใช้เวลาเดินทางหลายวัน”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”