
พวกเขาทั้งสาม เดินทางมาจนถึงทางเข้าของนครรัฐ เมฆา เรียบร้อย แต่ด้านหน้าเมืองมีด่านตรวจที่ค่อนข้างเข้มงวด ทหารอยู่เต็มไปหมด
“เอาไงดี พวกเราจะเข้าไปได้หรอ” โมอาถาม
เอกอนทำท่าทางกำลังคิดบางอย่าง “ข้าจำได้ว่าข้าเคยเรียนการทำน้ำยาแปลงร่างอยู่ ถ้าข้ากินน้ำยานี้อาจจะทำให้ข้ากลายร่างเป็คนอื่นได้ชั่วคราว” เอกอนพูดพรางนึกอะไรออก
“พวกเราคงไม่ได้อยู่ในประกาศจับด้วยใช่ไหม” มีอาถามเสริม
“ข้าคิดว่า เ้าของร้านพ่อของเ้าน่าจะโดนตามล่าคนเดียวนะ แต่ก็ไม่แน่ใจ ยังไงก่อนเข้าเมือง พวกเ้ากินน้ำยานี้กันไว้ก่อนละกัน”
เอกอนตอบ
“วันนี้เราอาจจะเข้าเมืองยังไม่ได้ ข้าต้องตามหาส่วนผสมของยานี้ก่อน คืนนี้เราจะนอนกันที่ป่าก่อน พรุ่งนี้ค่อยกินยาแล้วเข้าเมืองกัน” เอกอนพูดเสริม
เขาพารถมาย้อนกลับเข้าไปที่ป่า “พวกเ้ารอที่นี่ ข้าต้องหาบางอย่างมาผสมน้ำยา” เอกอนพูดพรางวิ่งเข้าไปในป่า
มีอาพูด “พวกเราจะไม่เป็อะไรใช่ไหม โมอา”
“ไม่ต้องห่วงเอกอนน่ะแข็งแกร่งเราจะรอดไปด้วยกัน” โมอาปลอบใจน้องสาว
เอกอนเดินกลับมาพร้อมพืชป่านานาชนิด เขาผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันและร่ายเวทย์มนตร์ระดับสูงไปด้วย น้ำยาชนิดนีัใครพลังเวทย์ไม่มากพอก็จะไม่สามารถทำมันออกมาได้เช่นกัน
“เอาล่ะคืนนี้ดึกแล้ว พวกเ้าคงไม้ได้พักผ่อนจากเหตุการณ์เมื่อคืน นอนเถอะ พรุ่งนี้เราค่อยเข้าเมืองกัน” เอกอนพูดก่อนจะไปนอนในที่ของเขา
คืนนั้น มีอา หลับสนิทไม่ได้้าจะมีอะไรกับใคร เพราะเธอเหนื่อยมากกับการที่ร้องไห้ตลอดคืนและเฝ้าดูพ่อของเธอตาย แต่กลับกันโมอาเธอนอนไม่หลับ เพราะคิดถึงเื่ต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา
โมอา เดินเข้าไปหา เอกอน ที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เธอหยุดยืนมองเขาสักพัก ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกิ่งไม้ เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้าของเขา
"เอกอน..." โมอาเรียกเบาๆ เพื่อไม่ให้เสียงรบกวน มีอา ที่หลับสนิทอยู่ไม่ไกล
เอกอนลืมตาขึ้นและหันไปมองโมอา "มีอะไรหรือเปล่า โมอา?" เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและแฝงไปด้วยความห่วงใย
"ข้าคิดมากไปเองหรือเปล่า? ข้าไม่แน่ใจว่าเราจะรอดจากสถานการณ์นี้ได้ยังไง" โมอาพูดออกมาพร้อมนั่งลงข้างๆ เอกอน
“ขะ..ข้าขอนอนกับท่านได้ไหม” โมอาที่มักจะดูเข้มแข็งเสมอในสถานการณ์ต่างๆ เธอกับดูอ่อนแอมากในเวลานี้
เอกอนมองโมอาด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เอาสิ ถ้าเ้านอนไม่หลับ เ้าคงเจอเื่แย่ๆมาเยอะ”
โมอามุดเข้าไปนอนกับเอกอน แต่..ทั้งสองก็ไม่ได้มีอะไรกัน
เช้าวันใหม่มาเยือน โมอาที่นอนไม่ค่อยหลับเมื่อคืน ตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของเอกอน เธอค่อยๆ ถอนตัวออกมาอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้รบกวนเขา จากนั้นก็เดินไปปลุก มีอา น้องสาวของเธอที่นอนอยู่ไม่ไกล
มีอาสลึมสลือพร้อมไปเปลี่ยนชุดออกเดินทาง
“ตื่นได้แล้วยัยเปี้ยกเรา นอนยาวเลยนะเรา” โมอาพูดพร้อมกับเขย่าตัวน้องสาวเบาๆ ด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
มีอาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา พลางบิดี้เีอย่างงัวเงีย "อือ...เช้าแล้วเหรอ?" เธอถามด้วยเสียงงัวเงีย
โมอาพยักหน้า "ใช่จ้ะ เช้าแล้ว เราต้องเตรียมตัวกันแล้วนะ วันนี้เราต้องเข้าเมือง เมฆา กัน"
มีอาได้ยินแบบนั้นก็รีบลุกขึ้นมาทันที "งั้นเรารีบไปปลุกเอกอนกันเถอะ!" เธอพูดอย่างกระตือรือร้น ก่อนที่จะวิ่งไปหาเอกอนที่ยังนอนอยู่
โมอายิ้มมองดูน้องสาวที่เต็มไปด้วยพลัง จากนั้นเธอก็เดินตามไปอย่างช้าๆ พลางคิดในใจว่าต่อจากนี้ไปเธอจะต้องเข้มแข็งขึ้นเพื่อปกป้อเมื่อเอกอนตื่นขึ้นมา เขามองดูโมอาและมีอาด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะหยิบน้ำยาที่เขาเตรียมไว้ั้แ่เมื่อคืนขึ้นมา
เมื่อเอกอนตื่นขึ้นมา เขามองดูโมอาและมีอาด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะหยิบน้ำยาที่เขาเตรียมไว้ั้แ่เมื่อคืนขึ้นมา
"เอาล่ะ กินน้ำยานี่แล้วจินตนาการถึงหน้าตาที่พวกเ้าอยากเป็ หน้าของเ้าจะเปลี่ยนเป็คนนั้น แต่จำไว้ว่ามันไม่สามารถเปลี่ยนเพศได้นะ" เอกอนพูดพร้อมกับดื่มน้ำยาที่อยู่ในขวดเล็กๆ นั้น ทันทีที่น้ำยาไหลลงคอ ใบหน้าของเขาค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป กลายเป็ชาวบ้านหน้าตาธรรมดา ไม่โดดเด่นและดูไม่มีพิษสง
โมอาและมีอามองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้กันแล้วดื่มน้ำยาพร้อมกัน ทันใดนั้นใบหน้าของทั้งสองก็เริ่มเปลี่ยนไปตามที่พวกเธอจินตนาการไว้ โมอากลายเป็หญิงสาวหน้าตาเรียบง่าย ส่วนมีอากลายเป็เด็กหญิงที่ดูสดใสไร้เดียงสา
แต่ทันใดนั้นเอง โชคร้ายก็มาเยือนพวกเขาทั้งสามคนโดยไม่คาดคิด เซอร์ ไซคัส กลับโผล่ออกมาจากป่าด้านหลังพร้อมกับกองกำลังทหารจำนวนหนึ่ง ทุกคนดูเหนื่อยล้าแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการไล่ตาม
เสียงหัวเราะของ เซอร์ ไซคัส ก้องกังวานไปทั่วบริเวณ เขามองไปที่เอกอนด้วยสายตาเต็มไปด้วยความโมโหและเหนื่อยล้าจากการใช้เวทย์มนตร์ติดตามพวกเขามาตลอดคืน
"ฮ่าๆๆๆ พวกแกจะเปลี่ยนหน้าเพื่อเข้าเมืองอย่างนั้นเหรอ? รู้ไหมว่าข้าเหนื่อยแค่ไหนกว่าจะตามพวกแกเจอ ไอ้หนู! มาหมกตัวกับสาวๆ กันเองงั้นหรือ?" เซอร์ ไซคัสเยาะเย้ย พลางยิ้มเยาะด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขารู้ว่าต้องฟื้นฟูพลังเวทย์มนตร์ให้เร็วที่สุดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าที่จะเกิดขึ้น
"จับพวกมันไว้ ข้าขอฟื้นฟูพลังเวทย์ก่อน" เขาสั่งทหารอย่างเ็า ก่อนจะนั่งลงในท่าทางสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังเวทย์ที่สูญเสียไป
ทันใดนั้น แม่ทัพครีด หนึ่งในทหารที่มีอำนาจสูงสุดภายใต้การนำของไซคัสก็ก้าวออกมา ครีดเป็ชายร่างสูงใหญ่ หน้าตาดุดัน โกนหัวจนเกลี้ยง มีแผลเป็หลายจุดบนใบหน้าที่บ่งบอกถึงประสบการณ์ในา เขาเป็นักรบที่น่าเกรงขามและช่ำชองในสนามรบ
"ล้อมพวกมันไว้!" ครีดสั่งทหารด้วยเสียงดังฟังชัด "ท่านไซคัสสั่งให้จับเป็"
ทหารทั้งหมดเร่งตีวงล้อมรอบตัวเอกอน โมอา และมีอา วงล้อมค่อยๆ แคบลง ทหารที่ล้อมพวกเขาต่างเตรียมพร้อมที่จะจับกุมโดยไม่้าให้เกิดการต่อสู้เสียเืเสียเนื้อมากนัก
"ฟังนะ พวกเราไม่สามารถสู้ตรงๆ กับพวกมันได้ เราต้องหาทางหลบหนีหรือเบี่ยงเบนความสนใจของพวกมัน" เอกอนพูดด้วยเสียงเบาๆ แต่แน่วแน่
“โมอา เ้าพอสู้เป็ใช่ไหม เหมือนเ้าเคยบอกว่าเ้าเคยฝึกดาบมาก่อน” เอกอนถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ข้าพอสู้ได้ ข้าจะต้านมันไว้ มีอาเ้าหลบออกไปก่อน” โมอาทำหน้าจริงจัง
มีอามองพี่สาวด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความหวัง "ข้าเชื่อในตัวพวกพี่ เราต้องรอดไปด้วยกัน"
เอกอน เสกดาบเวทย์สีดำให้ โมอา ดาบนั้นเปล่งแสงสีดำมืดคลุมเครือ มีขนาดพอดีมือและดูทรงพลัง "ใช้ดาบนี่ต่อสู้ไปก่อน ระหว่างนั้นข้าจะร่ายเวทย์ท่าใหญ่พาเราหนี ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที ฝากต้านพวกมันไว้ที" เอกอนพูดเสร็จแล้วก็เริ่มร่ายเวทย์ทันที พลังกายาเริ่มล้อมรอบตัวเขาอย่างเข้มข้น
ทหารของ ไซคัส พุ่งเข้ามาทันทีเพื่อเข้าปะทะกับโมอา แต่ด้วยดาบเวทย์สีดำในมือของเธอ ทุกการฟันดาบก่อให้เกิดแรงสั่นะเืที่รุนแรง โมอาสามารถจัดการทหารไปได้ 2-3 คนในเวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่ละคนล้มลงอย่างรวดเร็ว ความรุนแรงและอานุภาพของดาบทำให้ทหารที่เหลือเริ่มกลัวและถอยร่นออกไป
ครีด เห็นทหารของตนถอยหนี เขาโกรธจัด "ไอพวกไม่ได้เื่ ข้าจัดการเอง!" เขาะโลั่น พร้อมพุ่งเข้ามาหาโมอาด้วยความเร็วที่เหนืุ์ ดาบในมือของครีดฟาดเข้าไปที่ดาบของโมอาอย่างรุนแรง ทำให้เธอเสียหลักและกระเด็นออกไปหลายก้าว
โมอาพยายามตั้งหลักใหม่ แต่ก่อนที่เธอจะทำได้ ครีดก็วิ่งประชิดตัวอย่างรวดเร็ว เขาใช้มือต่อยเข้าที่ท้องของโมอาเต็มแรง ความเ็ปและความจุกจากการโจมตีทำให้ดาบหลุดจากมือของเธอ โมอาทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจอย่างยากลำบาก
มีอา มองดูพี่สาวถูกโจมตี เธอร้องะโด้วยความหวาดกลัว "พี่โมอา! ไม่! เอกอน ท่านต้องรีบแล้ว!!"
เสียงะโของมีอาทำให้เอกอนรู้ว่าต้องเร่งมือ เขาพยายามรวบรวมพลังเวทย์ให้ได้มากที่สุดในเวลาที่เหลืออยู่ พลังเวทย์ในอากาศหมุนวนรอบตัวเขาอย่างรุนแรง พร้อมที่จะปลดปล่อยเวทย์ท่าใหญ่เพื่อพาทุกคนหนี
ครีดย่างสามขุมเข้าใกล้โมอาที่กำลังพยายามลุกขึ้นมา เขายิ้มเยาะ "เ้าคิดจะต่อสู้อีกหรือ? เ้าคงไม่รู้ว่าข้าคือใคร"
โมอาสบตากับครีด แม้จะาเ็แต่เธอก็ไม่แสดงความหวาดกลัว เธอรู้ดีว่าต้องถ่วงเวลาเพื่อให้เอกอนร่ายเวทย์สำเร็จ แม้จะไม่มีดาบในมือ แต่สายตาของเธอก็ยังคงมุ่งมั่น
เอกอน ลืมตาขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยเวทย์หมอกแห่งความมืดออกมา หมอกหนาทึบแผ่ขยายไปทั่วทั้งป่า ทำให้บริเวณนั้นจมอยู่ในความมืดที่ไม่อาจมองเห็นอะไรได้ ครีดและทหารที่เหลือต่างตื่นตระหนกและสับสน พยายามมองหาศัตรูที่อยู่ในความมืดแต่ก็ไม่สามารถเห็นอะไรเลย
"รีบไป!" เอกอนกระซิบเบาๆ ก่อนจะพยุงโมอาขึ้นมา มีอารีบเข้ามาช่วยพยุงอีกแรง ทั้งสามคนรีบวิ่งหนีออกจากป่าโดยมีหมอกดำปกคลุมเป็เกราะกำบัง
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังวิ่งหนีไปตามเส้นทางที่มืดมน เสียงที่คุ้นเคยก็ดังก้องขึ้น "แกคิดว่าจะหนีข้าพ้นด้วยเวทย์กระจอกๆ นั่นหรือ?"
ไซคัส ปรากฏตัวขึ้นเพียงลำพัง เขาผ่านทะลุหมอกดำมาได้โดยไร้ร่องรอยของความกลัวหรือความสับสน เขาเงยหน้าขึ้นและยกมือขึ้นสูง ก่อนจะใช้พลังเวทย์เปลี่ยนทรายให้กลายเป็พายุทรายทรงพลังแล้วพุ่งใส่เอกอนทันที
เอกอนพยายามรับมือแต่ไม่ทันถูกพายุทรายซัดเต็มๆ ตัว เขาถูกแรงของเวทย์นั้นกระแทกกระเด็นไปไกลหลายเมตร ก่อนจะล้มลงกับพื้นอย่างแรง
ไซคัส พุ่งเข้ามาใกล้ พร้อมตั้งใจจะใช้พลังย่อยสลายของทรายเพื่อหยุดเอกอน "ครั้งนี้แกไม่รอดแน่" เขาพูดเสียงเ็า
เอกอนลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เขารีบเสกโล่เวทย์สีดำขึ้นมาปกป้องตัวเอง โล่เวทย์นั้นเปล่งประกายสีดำเข้มเมื่อปะทะกับพลังของไซคัส ทั้งสองคนจ้องหน้ากันด้วยสายตาที่ดุดันและมุ่งมั่น แต่เอกอนรู้ว่าไซคัสมีเป้าหมายที่จะจับเขาเป็
ไซคัสร่ายเวทย์มนตร์ใบมีดทรายขนาดใหญ่โจมตีเอกอน
เอกอน หลบการโจมตีของใบมีดทรายได้อย่างเฉียดฉิว จากนั้นเขาไม่รอช้า ใช้เวทย์ศรแห่งความมืดยิงใส่ ไซคัส อย่างรวดเร็ว ลูกศรสีดำพุ่งตรงไปยังไซคัสด้วยความเร็วสูง แต่ไซคัสก็ไม่ยอมแพ้ เขาเรียกเกราะทรายขึ้นมาป้องกันตัวเองจากการโจมตี ศรแห่งความมืดปะทะกับเกราะทรายก่อให้เกิดเสียงดังสนั่น
ทั้งสองสู้กันไปได้สักระยะ ไซคัสเริ่มแสดงอาการเหนื่อยหอบอย่างเห็นได้ชัด เขาใช้เวทย์มนตร์ทรายมาโดยตลอดและเพิ่งได้พักฟื้นฟูพลังได้ไม่นาน ทำให้พลังของเขายังไม่กลับมาเต็มที่
เอกอนมองเห็นช่องว่าง เขาใช้จังหวะนั้นเสกเวทย์กล่องสี่เหลี่ยมสีดำขนาดใหญ่ขึ้นมาล้อมรอบตัวไซคัส กล่องนั้นมีพลังมืดเข้มข้นที่ยับยั้งการเคลื่อนไหวและพลังเวทย์ของไซคัสได้ชั่วคราว
เอกอนใช้จังหวะโจมตีไซคัสเวทย์กล่องสี่เหลี่ยมสีดำขังตัวไซคัสไว้
“ไป..พวกเราต้องรีบหนีตอนนี้ น่าจะยื้อมันไว้ได้ไม่นาน” เอกอนพูดกับ โมอาและมีอา ทั้ง 3 วิ่งหนีเข้าไปในป่า
ในขณะที่เอกอนและพวกพ้องกำลังวิ่งหนี ไซคัส ใช้พลังทรายของเขาในการดูดกลืนกล่องมืดที่ขังเขาไว้อย่างไม่ยากเย็น แต่การทำเช่นนั้นก็ทำให้เขายิ่งเหนื่อยหอบมากขึ้น "แฮ่กๆๆ … มันคงหนีเข้าในเมือง เมฆา แน่"
ไม่นานหลังจากนั้น ครีด และกองกำลังของเขาก็วิ่งตามมาทัน "ท่านไซคัส เป็อะไรไหมท่าน?" ครีดถามด้วยความเป็ห่วง
"พวกแกมันไม่ได้เื่ ข้าต้องพักก่อน พรุ่งนี้เราจะเข้าไปในเมือง มันหนีไม่พ้นแล้ว" ไซคัสตอบด้วยสีหน้าเหนื่อยหอบ เขารู้ว่าการไล่ล่าไม่อาจยืดเยื้อต่อไปได้ในสถานะเช่นนี้
ในขณะเดียวกัน เอกอน โมอา และมีอาหนีเข้ามาในป่าได้สักระยะ ทั้งสามคนต่างหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้า หลังจากการต่อสู้และการวิ่งหนีที่ตึงเครียด เอกอนนั่งลงเพื่อพักฟื้น เขามองไปรอบๆ ก่อนจะพูดขึ้น "แฮ่กๆ... ของๆ พวกเราอยู่ในรถม้าหมดเลย จะทำไงดี เราต้องล่าสัตว์และพักที่นี่กันก่อน ตอนนี้รูปลักษณ์เราเปลี่ยนไปแล้ว พรุ่งนี้น่าจะแอบเข้าเมืองได้"
มีอายังดูมีความหวังแม้จะเหนื่อยล้า "ข้าเชื่อว่าพวกเราจะทำได้ พรุ่งนี้ต้องดีกว่านี้แน่"
ทางด้านโมอายังนอนเจ็บอยู่
เอกอน เดินลึกเข้าไปในป่าเพื่อล่าสัตว์และหาเสบียงสำหรับการพักแรม เขาเดินมาไกลจนกระทั่งได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นจากที่ไม่ไกลนัก “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เสียงนั้นดังมาจากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังวิ่งหนีจากหมีขนาดใหญ่ั์
เด็กคนนั้นมีผมยาวสีขาว ตาสีขาว เธอดูเหมือนหลงทางออกมาจากรัฐเมฆา
เอกอนรีบร่ายเวทย์อย่างรวดเร็วเพื่อช่วยเหลือ เขาแบมือออกไปด้านหน้าหมีตัวนั้นก่อให้เกิดลูกกลมๆ สีดำขนาดใหญ่ขึ้นมา พลังเวทย์นั้นทรงพลังและน่ากลัว ลูกกลมดำพุ่งตรงไปที่ตัวหมีด้วยความเร็วสูง วงกลมนั้นทะลุผ่านตัวหมีอย่างง่ายดาย ส่งผลให้หมีตัวนั้นะเิออกเป็เสี่ยงๆ เืกระเซ็นไปทั่วป่า หมีนอนแน่นิ่งไร้ชีวิต
เด็กสาวทำหน้าใสุดขีดกับภาพที่เห็น เธอยืนตัวสั่น น้ำตาคลอเต็มเบ้าตา เอกอนเดินเข้ามาใกล้ พลางยกมือขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขามาดี "ไม่เป็ไรๆ หนูน้อย ข้ามาช่วยเ้าจากเ้าสัตว์ประหลาดนี่" เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ทะ...ท่านเป็ใคร?" เด็กสาวถามด้วยความกลัว แต่ก็แฝงไปด้วยความอยากรู้
เอกอนยิ้มอ่อน "ข้าเป็แค่คนผ่านทางที่เห็นเ้าเดือดร้อน เลยเข้ามาช่วย เ้าไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้จะทำร้ายเ้า"
เด็กสาวยังสะอื้นเล็กน้อยจากความกลัว "ขะ...ขอบคุณค่ะ" เธอพยายามสงบสติอารมณ์ลง
"เ้าคงหลงทางมาจากเมืองใช่ไหม? เดี๋ยวพวกข้าจะพาเ้าไปส่งในเมืองเอง" เอกอนพูดพร้อมกับยิ้มให้เด็กสาวอย่างเป็มิตร ซึ่งตอนนี้เขายังคงใช้ใบหน้าที่แปลงร่างจากน้ำยา
เมื่อเอกอนกลับมาพร้อมกับเด็กสาว มีอาใและวิ่งเข้ามาดูเด็กสาวทันที "กรี๊ด...เด็กคนนี้น่ารักจังเลย! ท่านเอกอนไปเจอเด็กสาวคนนี้จากไหนคะ?" มีอาถามอย่างตื่นเต้นและรีบเข้ามาโอบกอดเด็กสาว
"สาวน้อยคนนี้หลงทางอยู่ในป่า ดูจากการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็ลูกของชนชั้นสูง พวกเราจะพาเธอไปส่งในเมือง" เอกอนตอบอย่างใจเย็น
"เธอชื่ออะไร สาวน้อย?" เอกอนถามเด็กสาว
เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงเขินอาย "ขะ...ข้าชื่อไอวอรี่"
มีอายิ้มกว้าง "ชื่อน่ารักจังเลย มานี่สิ มาล้างตัวก่อนนะ เลอะเทอะหมดแล้วจากการหนีหมีมา" เธอพูดอย่างใจดีและพาไอวอรี่ไปเช็ดตัว ลูบผมสีขาวของเด็กสาวเบาๆ ขณะที่ไอวอรี่ยังคงมองไปรอบๆ ด้วยความระแวงเล็กน้อย แต่ก็เริ่มผ่อนคลายลงเมื่ออยู่ใกล้มีอา
เอกอนพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะพูด "ข้าจะไปดูอาการของโมอาหน่อย ฝากเ้าดูแลเด็กนี่ด้วย ขอบคุณมาก มีอา" เขาพูดพร้อมเดินไปหาโมอาที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่
"ได้เลย ท่านเอกอน" มีอายิ้มอย่างร่าเริง ดูเหมือนว่าเธอจะผ่อนคลายขึ้นหลังจากที่ได้เจอไอวอรี่
เอกอนเดินเข้ามาใกล้โมอา พลางยื่นน้ำให้ "โมอา เ้าเป็อย่างไรบ้าง? กินน้ำหน่อยนะ"
โมอารับน้ำไปและดื่มอย่างกระหาย "อึกๆ...ขอบคุณมาก ท่านเอกอน ข้าดีขึ้นแล้ว ไอบ้านั่นมันโหดชะมัด" เธอพูดพร้อมหัวเราะเล็กน้อย แต่ยังคงยิ้มอย่างเจื่อนๆ
เอกอนยิ้มอ่อนโยน "ดีแล้วที่เ้าไม่เป็อะไร ข้าห่วงเ้าอยู่"
โมอาหน้าแดงเล็กน้อย "ขะ...ข้าดีขึ้นแล้ว ท่านไปนอนเถอะ ข้าขอพักอีกหน่อยนะ" เธอพูดพลางหันหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเขินอาย
เอกอนยิ้มพร้อมพยักหน้า "พักผ่อนเถอะโมอา ข้าจะเฝ้าระวังอยู่ใกล้ๆ เอง"
โมอาเขินและรีบมุดตัวลงไปนอน