ภายในโรงเรียนเอกระ ยังคงเงียบเหงาและดูวังเวง เต็มไปด้วยเศษใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่ เหมือนขาดการดูแลมานาน ทั้งที่โรงเรียนถูกปิดไปแค่ 3 วัน หลังเกิดเหตุร้ายขึ้น แต่กระแสข่าวแง่ลบของโรงเรียน ยังคงโด่งดังอยู่บนโลกโซเชียล โดยเฉพาะเื่ศพซึ่งเป็หลักฐานสำคัญ หายไปจากโรงพยาบาลตำรวจอย่างไม่ทราบสาเหตุ ส่งผลให้เ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนคดีนี้ให้จบเร็วที่สุด
นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์แปลก ๆ เกิดขึ้นในโรงเรียน เมื่อเ้าหน้าที่ทำความสะอาด และรักษาความปลอดภัย ยื่นใบลาออกกันเกือบทุกคน โดยเฉพาะเวรยาม่กลางคืน ไม่มีเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนไหนกล้าอยู่เวรอีกต่อไป หลังพบร่างของรองผู้อำนวยการวสุนันท์ ร่องรอยอยู่รอบบริเวณโรงเรียนบ่อย ๆ ทำให้สภาพโรงเรียนที่เคยสวยติด 10 อันดับแรกของนครสยาม ตอนนี้ดูไม่ต่างจากโรงเรียนร้างเท่าไรนัก ถึงแม้จะมีคุณครูเข้ามาทำงานอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ช่วยทำให้บรรยากาศโรงเรียนดีขึ้นเลย
‘ทำไมโรงเรียนสกปรกขนาดนี้ พวกพนักงานทำความสะอาดไปไหนกันหมดนะ’ ชิงพลบคิดขึ้นในใจ เมื่อเดินทางถึงโรงเรียนในตอนเช้ากับสภาพที่ดูไม่สะอาดตา ยิ่งเพิ่มบรรยากาศอันน่าวังเวงมากขึ้น
ด้วยความสงสัยเื่พนักงานในโรงเรียน เขาจึงเดินดูบริเวณรอบ ๆ ก็พบความจริงที่น่าใ ว่ากลิ่นคุณไสยที่หายไป พร้อมกับห่อผ้าสีแดงที่ถูกทำลาย ได้กลับมาอีกครั้ง แม้จะไม่รุนแรงมาก แต่ผลกระทบของมนต์ดำ มีอาณาเขตที่กว้างขึ้น ซึ่งแทบจะครอบคลุมทั่วทั้งโรงเรียน ถ้าปล่อยทั้งไว้พลังคุณไสย ได้หลุดออกไปข้างนอกโรงเรียนอย่างแน่นอน
เล่นใช้คุณไสยทำร้ายคนอื่นที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ มั่วซั่วไปหมดคงต้องจัดการให้รู้สำนึกซะบ้าง และอาณาเขตคุณไสยที่เพิ่มขึ้น ไม่น่าใช่คุณไสยธรรมดาแล้ว นี่ถึงขั้นจะเปลี่ยนโรงเรียน ให้เป็พื้นที่ิญญากันเลย อย่างงี้ก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน
‘ว่าจะไม่ยุ่งแล้วนะ รอบก่อนก็ปล่อยไปครั้งนึงแล้ว แต่ครั้งนี้เล่นจัดชุดใหญ่มาแบบนี้ ไม่ช่วยก็คงไม่ได้ งั้นเดี๋ยวคืนนี้เจอกัน ขอลองของหน่อยว่ามันจะแน่สักแค่ไหน’ ชิงพลบพูดขึ้นในใจ พร้อมกับถอนหายใจอย่างไม่มีทางเลือก จอมขมังเวทย์คนนี้ทำคุณไสยมากเกินไป ปล่อยไว้ไม่ดีแน่ เพราะถ้าโรงเรียนถูกเปลี่ยนให้เป็พื้นที่ิญญาเมื่อไร จะไม่มีมนุษย์คนไหนอาศัยอยู่บริเวณรอบ ๆ ได้อีกเลย
เมื่อชิงพลบสำรวจพื้นที่จนพอใจ จึงรีบกลับไปเคลียร์งานค้างทันที ด้วยระยะเวลาในการทำงานจิตอาสาใกล้ครบแล้ว ทางเขาเองไม่อยากให้งาน ที่ได้รับมอบหมายทิ้งไว้เป็ภาระคนอื่น ในระหว่างทางที่เดินไปตึกสังคม เขาก็ได้พบกับผู้อำนวยการนลินญา ที่กำลังปรึกษาเื่คดีความกับทางสารวัตรตุลยากร และรองสารวัตรณัฏฐพรพอดี ด้วยความตื่นตระหนกที่ต้องมาเจอแม่เสือสาว จึงรีบหันร่างกลับไป เพื่อหวังเดินหนีไปอีกทาง จะได้ไม่ต้องเจอกับตำรวจสาวผู้มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวคนนี้ ชิงพลบนึกกลัวยิ่งกว่าพวกิญญาร้ายซะอีก
ถึงแม้จะรีบเร่งแค่ไหน ก็ไม่อาจเล็ดลอดจากสายตาของรองสารวัตรสาวไปได้อยู่ดี
“นั้น! คุณชิงพลบนี่คะ” เสียงะโดังลั่นมาจากณัฏฐพร เมื่อมองเห็นด้านหลังของชิงพลบที่กำลังหันหลบไปอีกทาง
สีหน้าเหยเกแสดงออกมาทันที เมื่อได้ยินเสียงณัฏฐพร มันดูน่ากลัวไม่ต่างกับเสียงยมทูตที่เรียกหาเขาเลย
“อ่าาา! สวัสดีครับ ผู้อำนวยการ และคุณตำรวจ พอดีผมกำลังรีบไปทำงาน เลยไม่อยากรบกวนมากอะครับ” เสียงพูดที่ดูเขิน ๆ กับท่าทางละล้าละลังของชิงพลบ แสดงถึงพิรุจได้เป็อย่างดี
"อ้าว! วันนี้เธอมาทำงานด้วยหรอ สารวัตรกำลังถามหาอยู่พอดี" นลินญาพูดห้วน ๆ เพื่อตัดบทชิงพลบทันที เพราะรู้ว่าเขากำลังโกหกต่อหน้าตำรวจ ซึ่งอาจทำให้ภาพลักษณ์ของโรงเรียนเสียหายได้
"ถามหาผม!" พร้อมชี้นิ้วไปที่ตัวเองด้วยความงุนงง
"ใช่ครับ ผมหาคุณอยู่ พอดีมีเื่ส่วนตัวที่อยากปรึกษานิดหน่อย" ตุลยากรพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา จนผู้อำนวยการคิดว่าเื่นี้ไม่น่ามีอะไรที่เกี่ยวกับคดี
"ได้ครับ ยังไงผมก็ต้องให้ความร่วมมือกับคุณตำรวจอยู่แล้ว"
"งั้นผมขอตัวคุณชิงพลบ แปบนึงนะครับ ผู้อำนวยการ" ตุลยากรพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหน็ดเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด พร้อมผายมือเชิญชิงพลบเข้าไปพูดคุยในห้องรับแขกเป็การส่วนตัว
ภาพในห้องประกอบไปด้วยโซฟาชุดในยุควิคตอเรียที่ตกแต่งด้วยความละเมียดละไมตั้งไว้เพื่อรับแขกคนสำคัญของโรงเรียนโดยเฉพาะ พอทั้งคู่เข้าห้องก็รีบไปนั่งที่โซฟาตัวนี้ทันที
“เชิญครับ คุณตำรวจ แล้วมีเื่อะไร? อยากปรึกษาผมหรอครับ” ชิงพลบพูดขึ้นด้วยความสงสัย และเดาไม่ถูกว่าตำรวจคนนี้้าอะไรจากเขา เพราะถ้าเป็เื่คดีที่เกิดขึ้น เขาได้พูดไปหมดแล้ว
“งั้นผมขอพูดตรง ๆ ละกัน คุณชิงพลบรู้ได้อย่างไรว่า ผมต้องเจอเสียงเรียกในตอนกลางคืน และอาการร้อนผิดปกติจากร่างกายมันคืออะไร??” ตุลยากรถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเบาลง เชิงขอร้องให้ชิงพลบตอบคำถามที่เขาสงสัย
“เอิ่ม…คุณตำรวจไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ย ไปหาหมอแล้วหรือยังครับ” ชิงพลบตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ กับท่าทางที่ค่อนข้างแปลกใจ จากคำถามของตำรวจคนนี้
“ผมไปมาแล้วครับ หมอบอกร่างกายปกติ แค่่นี้พักผ่อนน้อย กินยาไปก็ไม่หาย ส่วนอาการหูแว่วกับความรู้สึกร้อนในร่างกาย ยิ่งมีเพิ่มขึ้นทุกวัน”
“คุณตำรวจ ได้ทำตามที่ผมบอกหรือยังครับ”
“ยังเลย ผมก็ไม่แน่ใจว่าวิธีของคุณมันช่วยได้จริงมั้ย เพราะไม่มีใครเคยเจอ เหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน แต่พบได้พูดคุยกับทางรองณัฏฐพร เธอแนะนำให้ผมมาปรึกษากับคุณโดยตรงเลย” ตุลยากรพูดจบพร้อมกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่
ชิงพลบจ้องหน้าสารวัตรอยู่สักพัก เหมือนกำลังจะตัดสินใจอะไรบางอย่าง พร้อมบ่นพึมพำในปากกับภาษาที่ฟังไม่เข้าใจ นับเป็่เวลาเดดแอร์ที่เหมือนเล่นเกมใครขยับก่อนแพ้ ด้วยสภาวะที่ทั้งสองนิ่งทั้งคู่ ทำให้บรรยากาศภายในห้องรับแขกดูอึดอัดเป็อย่างมาก
"เปาะ !! งั้นเอาอย่างนี้มั้ยครับ พรุ่งนี้คุณตำรวจไปหาผมที่บ้าน แล้วผมจะช่วยแก้ปัญหาของคุณตำรวจให้" เสียงดีดนิ้วดังขึ้นในบรรยากาศที่เงียบสนิท พร้อมกับคำพูดที่เป็การตัดสินใจครั้งใหญ่ของตัวชิงพลบเอง แม้ว่าเขารู้สึกลำบากใจ แต่เห็นตำรวจน้ำดีคนหนึ่ง โดนคุณไสยเล่นงานโดยไม่รู้ตัว เขาก็รู้สึกอยากช่วยให้คุณตำรวจพ้นเคราะห์กรรมครั้งนี้ด้วยเหมือนกัน