“ ก่อนอื่น อาจารย์จะเกริ่นนำข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับระบบเวทย์มนต์ของโลกใบนี้ก่อน คิดว่าทุกคนคงเคยได้ยินเื่เล่าจุดกำเนิดของโลกใบนี้กันมาแล้ว เดิมทีเวทย์มนต์นั้นไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่ในโลกนี้ั้แ่แรก แต่เวทย์มนต์เกิดจากการสละพลังของเทพธิดาอัลเทียร์แบ่งกระจายไปทั่วโลกที่เธอสร้างขึ้น ฉะนั้นเหล่าผู้คนทุกคนที่ได้รับความรักจากเทพธิดาผู้นั้นในทวีปอัลเทียร์แห่งนี้จะสามารถใช้เวทย์มนต์ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในเผ่าพันธ์ุไหน โดย….”
เวทย์มนต์ในโลกนี้มีทั้งหมด8รูปแบบ คือ
1.เวทย์มนต์ธาตุดิน
2.เวทย์มนต์ธาตุน้ำ
3.เวทย์มนต์ธาตุลม
4.เวทย์มนต์ธาตุไฟ
5.เวทย์มนต์ธาตุแสง
6.เวทย์มนต์ธาตุความมืด
7.เวทย์มนต์แบบไร้ธาตุ ซึ่งหายากมากๆ อันได้แก่เวทย์มนต์ที่ควบคุมมิติ และเวทย์มนต์แรงโน้มถ่วง
8.เวทย์มนต์ขั้นลี้ลับ คือเวทย์มนต์ที่ไม่จัดอยู่ในรูปแบบที่ 1-7
โดยเวทย์มนต์ที่คนทั่วไปสามารถใช้ได้สามารถใช้ได้แค่รูปแบบที่ 1 ถึง 6 เท่านั้น ถ้าเป็เวทย์มนต์ที่นอกเหนือจากนี้จะต้องได้รับผ่านพิธีกรรมรับมอบอาร์ติเฟกเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ผ่านพิธีรับอาร์ติเฟกแล้วจะสามารถใช้เวทย์แบบไร้ธาตุหรือเวทย์มนต์ขั้นลี้ลับได้
“แล้วพิธีกรรมอาร์ติเฟก คืออะไรหรอครับ??” เด็กคนหนึ่งเอ่ยถาม
“เดิมทีนั้น พลังที่เรียกว่าเวทย์มนต์ ที่เทพธิดาอัลเทียร์มอบให้แก่พวกเรานั้น ไม่สามารถปกป้องตัวเองหรือเอาชนะจากผู้รุกรานในมิสแลนด์ได้หรอก เพราะสัตว์ปีศาจที่เวสติเนลสร้างขึ้นนั้น แข็งแกร่งเกินไปมาก ในยุคนั้นจึงถือได้ว่าเป็ยุคมืดที่สุดของมนุษยชาติและทุกเผ่าพันธ์ุในดินแดนนี้เลย”
“เวทย์มนต์เอาชนะไม่ได้งั้นหรอ !!!!!”
“สัตว์ปีศาจพวกนั้นต้องแข็งแกร่งกันแค่ไหนละนิ !!" เด็กจำนวนมากกล่าวขึ้นด้วยความใและความหวาดกลัว
“ท่ามกลางความสิ้นหวังสุดขีดในตอนนั้น ก็ได้มีหอคอยแห่งหนึ่งปรากฎขึ้น หอคอยที่ให้กำเนิดอาวุธศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่งขึ้นมาแบบไร้ที่สิ้นสุด หอคอยนั้นมีชื่อว่า 'หอคอยแห่งเทพธิดา' และอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่หอคอยให้กำเนิดมานั้น เป็อาวุธเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถต่อสู้และขับไล่เหล่าสัตว์ปีศาจจากมิสแลนด์ได้ จึงเป็ที่มาของเื่ราววีรบุรุษทั้ง7 แต่ถึงอย่างนั้นก็มีเพียงแค่ผู้ถูกเลือกโดยอาวุธเท่านั้น ที่จะใช้มันได้ และต่อมาอาวุธศักดิ์นี้ก็ถูกเรียกว่า ‘อาร์ติเฟกซ์’ "
“ว้าว”
“ที่มาของหอคอยลึกลับนั่นจนถึงในปัจจุบันนี้ก็ยังเป็ปริศนา แต่ว่าทุกคนในอาณาจักรนี้..ไม่สิ ทุกคนในดินแดนแห่งนี้ เมื่ออายุ15 จะต้องผ่านพิธีกรรมรับมอบนั่น เพื่อทดสอบว่าตัวเองมีคุณสมบัติพอที่จะอาร์ติเฟกซ์รึป่าว …และถ้าหากเธอได้มัน เธอก็เป็หนึ่งในผู้มีคุณสมบัติที่จะปกป้องผู้คนและโลกใบนี้ ฉะนั้นถ้าหากตัวเองเป็ผู้ถูกเลือกแล้ว จงใช้มันในทางที่ถูกด้วยล่ะ”
“ครับ/ค่ะ”
“เอ่อ..อาจารย์ครับ คือว่า มีผู้ที่ไม่ถูกเลือกด้วยหรอครับ??” เรเวลยกมือเอ่ยถาม ท่ามกลางสายตาของเด็กอีกหลายคนรวมทั้งเอลิเซ๋
“ใช่แล้วแหละ มีแต่เพียงผู้ที่แข็งแกร่งหรือมีคุณสมบัติพอที่จะมันเท่านั้น ถึงจะถูกเลือก เพราะหากคนที่ถูกเลือกไม่สามารถใช้มันได้หรือดึงศักยภาพของมันออกมาได้ไม่สูงสุด อาร์ติเฟกส์มันก็ไร้ความหมายน่ะสิ อาวุธเลยจะเลือกผู้ใช้ที่มันสมกับมันด้วยตนเองเท่านั้น”
“….” บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที เด็กทุกคนเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดปรากฎ
“แต่ว่า ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ หากฝึกซ้อมทุกวันจนตัวเองแข็งแกร่งพอ ตอนอายุ15 ก็จะได้รับเลือกจากอาร์ติเฟกส์เองแหละ และส่วนมากขุนนาง หรือตระกูลชั้นสูง รวมทั้งราชวงศ์ ไม่ค่อยมีใครที่ไม่ถูกเลือกอยู่แล้วด้วย" ‘นี่คงเป็สาเหตุนึงที่ทำให้คนชั่นล่างโดนดูถูกสินะ เพราะไม่มีคุณสมบัติพอ ที่จะปกป้องโลกใบนี้ได้’ เรเวลคิดในใจ
‘ท่านพ่อ ท่านแม่เองก็มีอาร์ติเฟกเหมือนกันสินะ’ เอลิเซ่คิดบางพลางมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
“อาจารย์ครับ อาจารย์เองก็มีอาร์ติเฟกซ์เหมือนกันใช่มั้ยครับ ช่วยเอาออกมาให้พวกผมดูหน่อยได้มั้ย?”
“ได้สิ เดี๋ยวจะแสดงมันให้ดู อาร์ติเฟกของชั้น” อาจารย์อันนา กล่าวด้วยรอยยิ้มและท่าทาง ห้าวหาญ