คอร์สที่1 เมนูที่19 “อืม...ดูท่าผมจะเมาแล้วสินะครับ”
สองขาของชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวเดินไปเรื่อยๆในสวนอันกว้างใหญ่ของพระราชวังภายในจิตใจเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายสองข้างทางเต็มไปด้วยพุ่มไม้ที่สูงเลยหัวของเขา ไม่ว่าจะหันไปด้านใด เขาก็พบแต่ทางแยกไม่ก็ทางตันทั้งนั้น...
ไม่น่าซ่าเดินเข้ามาในสวนเขาวงกตนี่เลย...
ชายสวมหน้ากากแบบคาดตาสีดำคิดเช่นนั้นก่อนจะถอนหายใจอีกรอบแล้วหยิบเอาของบางอย่างที่มีลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัสขึ้นมา ก่อนที่แสงไฟจะสว่างออกมาจากของชิ้นนั้นเขาัักับผิวของมันก่อนจะเลื่อนไปมาอยู่ครู่ใหญ่แล้วนำสายบางอย่างเสียบเข้ากับมันแล้วใส่เข้าไปในหูของตัวเอง
“หาทางออกๆ...”เขากล่าวกับตัวเองแล้วเริ่มเดินต่อไปโดยไม่คิดแม้แต่จะย้อนกลับทางเดิม
เ้าตัวเสียเวลาไปพักใหญ่กว่าจะเห็นทางออกของเขาวงกตชายหนุ่มเดินตรงไปทันที ก่อนจะพบกับลานหินสีขาวนวลที่อดีตสถาปนิกผู้กลับชาติมาเกิดใหม่แบบเขาเห็นเพียงแวบเดียวก็รู้ได้เลยว่าผู้สร้างนั้นปรานีตเพียงใด
ช่างทำขนมหนุ่มยืนนิ่งชมความงามของลานหินที่อาบแสงจันทร์เต็มดวงอยู่นานก่อนจะสังเกตเห็นหญิงสาวคนหนึ่งในชุดราชการทหารสีดำนั่งนิ่งพิงเสาหินอยู่ ในมือของหล่อนแก้วใบหนึ่งที่มีน้ำสีใสบรรจุอยู่ปอยผมสีแดงสดที่ไม่ได้ถูกถักรวมกับเปียใหญ่ที่กลางหลังพลิ้วไปตามสายลมแววตาของเธอดูเหม่อลอยไม่เหมือนปกติเลยแม้แต่น้อย
นั่นทำให้นาธานตัดสินใจที่จะเก็บหูฟังแล้วเดินตรงเข้าไปหาอดีตคู่หมั้นที่ยังคงนั่งนิ่ง ไม่ได้สังเกตเห็นว่าเขาได้เดินตรงเข้าไปหาหล่อน
“ท่านแม่ทัพวัลคอร์ตมาทำอะไรที่นี่น่ะครับ?”
“นาธาน...?ไม่สิ ท่านลิเบอต้านี่เอง” เซลิน่าที่เหมือนเห็นภาพหลอนไปครู่นึงเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างไม่แน่ใจนักก่อนที่สายตาของหล่อนจะเริ่มโฟกัส จึงทราบว่าคนที่เรียกตนเมื่อครู่ มิใช่อดีตคู่หมั้นที่จากไปเมื่อสี่ปีก่อนแต่เป็ช่างทำขนมหนุ่มที่เต็มไปด้วยความลับก็เท่านั้น
“ไม่ไปอยู่ที่งานเลี้ยงหรอคะ?”แม่ทัพสาวผมแดงถามชายสวมหน้ากากที่ทรุดตัวลงมานั่งข้างๆหล่อน
“ในงานมันน่าเบื่อน่ะครับมีแต่คนรุมล้อมผมไปหมด” นาธานตอบหล่อนไปแล้วถอนหายใจขณะที่ทรุดตัวลงนั่งพิงเสาต้นเดียวกับเซลิน่าไม่รู้ว่าเพราะบรรยากาศหรือว่าอะไร ทำให้เขาตัดสินใจที่จะเลิกสงวนกริยานั่งชันขายืดเข่าอย่างปล่อยตัว
“น่าแปลกนะคะ...มิใช่ว่าการที่มีขุนนางมาผูกสัมพันธ์ด้วยจะเป็การดีสำหรับท่านหรอกหรือ”เซลิน่าถามชายข้างตัวพลางดกเหล้าในมือไปด้วย
“ดีต่อการทำงานแต่ใช่ว่าจะดีต่อจิตใจนะครับ” นาธานตอบพลางหันไปยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อนให้สาวผมแดงอย่างลืมตัว
“นั่นสินะคะ...แล้วทางดยุคอันบรากับท่านผู้ดูแลหอสมุดนี่ความสัมพันธ์ของพวกท่านเป็สหายกันสินะคะ?” เซลิน่าหลบตาอีกฝ่ายไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์ของน้ำสีใสในมือหรืออะไร พอเห็นสีหน้าและรอยยิ้มของคนข้างตัวเธอก็หวนนึกถึงเขาคนนั้นทุกที...
“ครับ...สหายที่คบกันด้วยใจ...สหายที่มีเื่ทุกข์ใจเหมือนกัน...สหายที่ร่วมกันช่วยเวลาเจอเื่ลำบาก...ผมบอกได้เลยว่าทั้งสองคนเป็สหายเพียงไม่กี่คนในชีวิตของผมเลยล่ะครับ...”
“ดีจังเลยนะคะ...”
“ทางคุณเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีนี่ครับ?”
“เป็อย่างที่ท่านว่านั่นแหละค่ะ...แต่ว่าเพราะหน้าที่การงานของตัวข้าเอง...บ้างครั้งมันก็...เฮ้อ...”เซลิน่าถอนหายใจก่อนจะหันไปมองหน้าช่างทำขนมหนุ่มที่กำลังหัวเราะอยู่อย่างไม่เข้าใจ
“ฮ่ะๆท่านก็อย่าเอาเื่งานมาปนกับความสัมพันธ์สิครับ แต่ดูจากท่าทางของท่านคงจะเหนื่อยเื่งานสินะครับเนี่ย?” นาธานถามอดีตคู่หมั้นที่มองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มหล่อนพยักหน้าให้กับเขา แล้วเทเหล้าสีใสข้างตัวลงไปในแก้วอีกครั้ง
“โอ๊ะ!นั่นว็อดก้าสินะครับ ขอผมซักแก้วได้ไหมครับคุณแม่ทัพ?” เซลิน่าเลิกคิ้วอีกครา เมื่อเห็นว่าลิเบอต้าขอเหล้าในมือตนเนื่องจากบุคลิกของอีกฝ่ายนั้นไม่น่าจะเป็นักดื่มได้ แต่เธอก็ไม่ขัดศรัทธายื่นแก้วไปให้อีกฝ่าย แล้วเทเหล้าสีใสลงในแก้วให้กับเขา
“ฮ๊า! ไม่ได้ดื่มเ้านี่เสียนาน...ยังรสดีไม่เปลี่ยนไปเลยนะเนี่ย” นาธานที่ยกมันดื่มกล่าวอย่างอารมณ์ดีพลางเหวี่ยงเหล้าในแก้วขณะยกมันส่องกับแสงจันทร์ ทั้งสองนั่งดื่มคู่กันอยู่เสียนานพูดคุยกันจนรู้สึกสนิทกับคนข้างตัว คำนำหน้าเพื่อความสุภาพที่เคยใส่ให้กันก็หายไปจนเหล้าในขวดที่เซลิน่าเอามาร่อยหรอลงไปมาก
สองหนุ่มสาวนั้นหาได้รู้เลยว่าตอนนี้ทั้งข้างแก้มของตนนั้นเริ่มแดงจากความเมาทำให้ความระวังตัวของทั้งคู่ได้คลายลงไปอีกขั้น จนเผลอซบไหล่กันไปเสียแล้วรวมถึงสติยั้งคิดของทั้งคู่เองก็ได้หายไปแล้วเช่นกัน
“นี่ลิเบอต้า...ข้าคิดมาตลอดเลยรู้ไหม...ว่าทำไมเ้าไม่ใช่เขาคนนั้น...”สาวผมแดงที่ซบไหล่เขาอยู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยทำให้ชายหนุ่มหันมามองคนที่ซบไหล่ตนอยู่พลางยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่าย
“ทำไมหรอครับ...?” นาธานถามเธอตรงๆ แม้ว่าสติของตนจะเริ่มเบลอแล้วก็ตาม
“ข้าจะได้ไม่รู้สึกผิดเช่นนี้ยังไงละ...เ้าอาจจะไม่รู้...แต่คนๆนั้นเคยเป็คนที่ข้าไม่ใส่ใจมาก่อน...จนกระทั่งข้าเสียเขาไป...ข้าถึงจะพึ่งมาคิดได้ว่ารู้สึกอย่างไรกับเขา...”เซลิน่ากล่าวให้คนข้างตัวฟังโดยที่ไม่ได้รับรู้เลยแม้แต่นิดว่าอีกฝ่ายแท้จริงแล้วนั้นคือใคร...
นาธานเองก็รับฟังเงียบๆสติที่ความยั้งคิดหายไปของเขาก็สั่งให้รับฟังอีกฝ่ายไปโดยไม่ได้ฉุกคิดอะไรเลยแม้แต่น้อยเพราฤทธิ์เหล้าแต่น้ำเสียงที่สนเศร้าของสาวข้างตัวก็ทำให้เขารู้สึกไม่ดีและปล่อยให้ตัวเองเป็ผู้ฟังที่ดีต่อไป
“สี่ปี...สี่ปีที่ข้าเอาแต่เฝ้าคิดถึงเขา...จนกระทั่งเจอเ้า...แว๊บแรก...ข้าเห็นเงาของเขาซ้อนอยู่ในตัวของเ้า...ข้าเห็นมัน...ข้าเห็นความหวังอันริบหรี่นั่น...แต่สุดท้าย...เ้าก็ไม่ใช่เขา...”แม้ว่าเสียงของหญิงสาวที่กำลังเล่าให้เขาฟังอยู่นั้นไม่มีการสะอื้นเลยแม้แต่น้อย...แต่เขาก็ยังััมันได้...ความชื้นที่เปียกชุ่มไหล่ที่เขาให้อีกฝ่ายซบตอนนี้ช่างทำขนมหนุ่มไม่รู้เลยว่าตนจะทำเช่นไรดีก่อนที่ประโยคสุดท้ายของคนข้างตัวจะกล่าวออกมา นั่นทำให้เขาตัดสินใจได้
“ถ้าข้าได้เต้นรำกับเขาในที่แห่งนี้ก็ดีสินะ...แต่ก็คงจะเป็ไปไม่ได้นั่นแหละ...ขอโทษนะที่ข้ามาเล่าอะไรแบบนี้ให้เ้าฟังน่ะลิเบอต้า...”เซลิน่ากล่าวจบก็ััได้ว่าคนข้างตัวนั้นดันหัวของหล่อนออกจากไหล่ของเขา
“ถึงผมจะเป็ตัวแทนให้เขาไม่ได้ก็เถอะ...แต่ว่านะครับ...การที่เลดี้อดเต้นรำในงานเลี้ยงแบบนี้มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีเลยแม้แต่น้อย...”นาธานกล่าวแล้วยกยิ้มอ่อนใจโทรศัพท์ของเพื่อนสนิทถูกวางเอาไว้ข้างตัวเขาก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกขึ้นแล้วหันมายิ้มให้กับคนข้างตัว
“เซลี่ สนใจเต้นรำกับผมสักเพลงไหม” ช่างทำขนมหนุ่มโค้งตัวลงพร้อมกับยื่นมืออกไปตามมารยาท ทางด้านของแม่ทัพสาวเองก็เลิกคิ้วอย่างแปลกใจแต่เพราะฤทธิ์เหล้าที่พวกเขากินร่วมกัน ทำให้หล่อนเผยรอยยิ้มละไม ก่อนจะลุกขึ้นแล้วย่อตัวให้กับชายตรงหน้ากล่าวตอบตกลงอย่างไม่อิดออด
“ด้วยความยินดีค่ะ”
ทั้งสองจูงมือกันไปกลางลานหินที่อาบแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญนาธานถือวิสาสะใช้มือขวาโอบไปที่เอวบางของเซลิน่า ส่วนหญิงสาวผมแดงก็ยื่นมือมาแตะที่ไหล่ของชายตรงหน้าเช่นเดียวกัน
เสียงเพลงจากอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคอันจิ๋วที่ถูกวางเอาไว้ยังจุดที่พวกเขาเคยนั่งก็เริ่มส่งเสียงเพลงออกมาพร้อมกับที่ทั้งสองก็เริ่มก้าวเท้าออกไปตามจังหวะของเสียงเพลง
You would not believe youreyes (เธอคงไม่เชื่อตาตัวเองหรอก) ~
If ten million fireflies (หากหิ่งห้อยซักสิบล้านตัว) ~
Lit up the world as I fellasleep (ส่องสว่างให้โลกทั้งใบในขณะที่ฉันนอนหลับลง) ~
Cause they’d fill the openair (เพราะมันคงแน่นบนฟ้าไปหมด) ~
And leave tear dropseverywhere (และพวกมันคงทิ้งหยาดน้ำตาไว้ทุกที่) ~
You’d think me rude but Iwould just stand and Stare (เธออาจจะคิดว่าฉันน่ะหยาบคายแต่ฉันแค่จะยืนและมองดูอยู่เฉยๆ) ~
เสียงเพลงที่ดังเข้ามาในโสตประสาทกับกลิ่นเหล้าจางๆจากร่างของกันและกัน ทำให้ทั้งคู่เริ่มรู้สึกเคลิ้มๆและสนุกไปกับการเต้นรำเท้าของของชายและหญิงก้าวไปเองอย่างเป็ธรรมชาติ ร่างกายของพวกเขาขยับไปเองตามจังหวะเสียงเพลงที่ได้ยิน
I’d like to make myselfbelieve (ฉันอยากจะทำให้ตัวเองเชื่อว่า) ~
That planet Earth turns,slowly (โลกใบนี้มันหมุนอย่างช้าๆ) ~
It’s hard to say that I’drather stay awake when I’m asleep (มันพูดยากนะที่ฉันอยากลืมตาตื่นในขณะที่ฉันหลับฝัน) ~
Cause everything is neveras it seems (เพราะทุกๆอย่างมันไม่เคยเป็อย่างที่คาดไว้)~
ทั้งคู่ขยับโยกกันไปตามเสียงเพลงที่บรรเลงออกมาจากโทรศัพท์เครื่องเล็กสองขาพาของพวกเขาเต้นรำไปทั่วลานหิน รอยยิ้มบางๆถูกระบายเต็มใบหน้ามอบให้แก่กันอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
Cause I’d get a thousandhugs (เพราะหากฉันได้กอดเป็พันครั้งๆ) ~
From ten thousand lightningbugs (จากหิ่งห้อยเป็หมื่นตัว) ~
As they tried to teach mehow to dance (ในขณะที่มันสอนให้ฉันเต้นรำ) ~
A foxtrot above my head (เต้นจังหวะฟ็อกทร็อดเหนือหัวฉัน) ~
A sock hop beneath my bed (และจังหวะช็อคฮ็อปใต้เตียงฉัน) ~
The disco ball is justhanging by a thread (เหมือนลูกบอลดิสโก้ที่แขวนอยู่บนเชือก)~
...Thread...thread...(...เชือก...เชือก...) ~
เหล่าหิ่งห้อยต่างโบยบินล้อมรอบเซลิน่าและนาธานเอาไว้เสียงเพลงนุ่มลึกและเสียงดนตรีประกอบยังคงบรรเลงต่อไปบนลานหินสีขาว
I’d like to make myselfbelieve (ฉันอยากจะทำให้ตัวเองเชื่อว่า) ~
That planet Earth turns,slowly (โลกใบนี้มันหมุนอย่างช้าๆ) ~
It’s hard to say that I’drather stay awake when I’m asleep (มันพูดยากนะที่ฉันอยากลืมตาตื่นในขณะที่ฉันหลับฝัน) ~
Cause everything is neveras it seems (เพราะทุกๆอย่างมันไม่เคยเป็อย่างที่คาดไว้) ~
...When I fall asleep...(...เมื่อฉันหลับฝันไป...) ~
Leave my door open just acrack (แง้มประตูเปิดไว้หน่อยนะ) ~
...Please take me away fromhere... (...พาฉันไปจากที่นี่ที...) ~
Cause I feel like such aninsomniac (เพราะฉันรู้สึกเหมือนนอนไม่หลับ) ~
...Please take me away fromhere... (...พาฉันไปจากที่นี่ที...) ~
Why do I tired of countingsheep? (ทำไมฉันถึงเบื่อหน่ายกับการนับแกะจัง?) ~
...Please take me away fromhere... (...พาฉันไปจากที่นี่ที...) ~
When I’m far too tired tofall asleep (เมื่อฉันเหนื่อยเกินกว่าที่จะหลับตาลงได้) ~
...Ha-ha... (...ฮา-ฮา...) ~
แสงจันทร์สีนวลแสงของหิ่งห้อยและเสียงเพลงช่วยขับกล่อมบรรยากาศให้ลานหินกว้างนี้จะมีเพียงพวกเขาแค่สองคนนั้นราวกับความฝัน...จนทำให้ทั้งสองเผลอตัดขาดจากโลกภายนอกไปอย่างไม่รู้ตัว
To ten million fireflies (ถึงเหล่าหิ่งห้อยนับสิบล้านตัว) ~
I’m weird cause I hategoodbyes (ฉันคงประหลาดมากเลยเพราะฉันเกลียดการจากลา) ~
I got misty eyes as theysaid farewell (ฉันน้ำตาคลอตอนที่พวกมันบอกลาฉัน) ~
...Saidfarewell... (...บอกลา...)~
But I’ll know where severalare (แต่ฉันรู้ว่าพวกมันอยู่ที่ไหน) ~
If my dreams get realbizarre (หากความฝันของฉันมันประหลาดสุดๆ) ~
Cause I saved a few and Ikeep them in a jar (เพราะฉันจะเก็บมันไว้เอาไว้ในโหล) ~
...Jar,jar, jar... (...โหล,โหล,โหล...) ~
เสียงหัวเราะแ่เบาดังออกมาจากปากบาง รอยยิ้มสว่างไสวระบายเต็มใบหน้าของอีกคนเหมือนกับว่าเวลานี้...ค่ำคืนนี้...มันช่วยเติมเต็มบางอย่างให้กับพวกเขา
I’d like to make myselfbelieve (ฉันอยากจะทำให้ตัวเองเชื่อว่า) ~
That planet Earth turns,slowly (โลกใบนี้มันหมุนอย่างช้าๆ) ~
It’s hard to say that I’drather stay awake when I’m asleep (มันพูดยากนะที่ฉันอยากลืมตาตื่นในขณะที่ฉันหลับฝัน) ~
Cause everything is neveras it seems (เพราะทุกๆอย่างมันไม่เคยเป็อย่างที่คาดไว้) ~
...When I fall asleep...(...เมื่อฉันหลับฝันไป...) ~
ทั้งคู่ยังคงจับมือเต้นรำกันต่อไปจนกระทั่ง เพลงที่บรรเลงอยู่ได้มาถึง่สุดท้าย
I’d like to make myselfbelieve (ฉันอยากจะทำให้ตัวเองเชื่อว่า) ~
That planet Earth turns,slowly (โลกใบนี้มันหมุนอย่างช้าๆ) ~
It’s hard to say that I’drather stay awake when I’m asleep (มันพูดยากนะที่ฉันอยากลืมตาตื่นในขณะที่ฉันหลับฝัน) ~
Because my dreams arebursting at the seams (เพราะฝันของฉันนั้นมากมายเหลือล้น) ~
เพลงได้จบลง...แต่บรรยากาศและฤทธิ์ของแอลกอฮอร์นั้นยังไม่หายไป...ร่างของทั้งคู่เขยิบเข้ามาใกล้ชิดกัน...ใบหน้าของพวกเขาโน้มเข้า...ก่อนที่ริมฝีปากของเซลิน่าและนาธานจะประกบกัน...อย่างเนิ่นนาน...
อืม...ดูท่าผมจะเมาแล้วสินะครับ...แต่น่าแปลก...ที่มันหวาน...จนผมไม่อยากจะปล่อยให้ความฝันนี้มันจบไปเลยจริงๆ...
.
.
.
“อู้ว....ร้อนแรงกันสุดยอดเลยวุ๊ย...”
“ชู่ว...เงียบๆหน่อยสิ...เดี๋ยวพวกเขาก็รู้ตัวหรอก...แต่เ้าถ่ายเอาไว้ครบทุกช็อตแล้วใช่ไหม?”
“จะเหลือเรอะ...ไม่น่าเชื่อนะเนี่ยที่คนนิ่งๆแบบมันจะตกสาวได้เร็วแบบนี้น่ะ...”
“เราก็ไม่นึกเหมือนกันั่นแหละ...”
“ลี้ยัง?”
“ลี้สิ”แล้วร่างในชุดสูทสีเทาและน้ำตาลก็ย่องหายไป...จากทางเชื่อมพระราชวังฝั่งตรงข้ามกับเขาวงกต...