การประกาศาอย่างเป็การทางนั้นจะส่งผลให้ทั้งสองกลุ่มเมื่อเสียชีวิตจากการต่อสู้แล้วจะไม่กลับมาเกิดใหม่จนกว่าาจะจบลงซึ่งาจะจบลงก็ต่อเมื่อหัวหน้ากลุ่มหนึ่งกลุ่มใดเสียชีวิต และกลุ่มที่แพ้าจะโดนยุบทันทีส่วนผู้ที่ตายในาจะเสียค่าประสบการณ์ที่สะสมมาครึ่งนึงและอาวุธหรือเครื่องสวมใส่บางส่วน ให้กับผู้ชนะ
“จะดีเหรอคะพี่แมงมุมส่งอินาริให้กลุ่มหมีดำเพื่อเลี่ยงาง่ายกว่านะคะ”
อินาริบอกแมงมุมม่วงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงคิ้วคู่งามของก็ขมวดเข้าด้วยกัน
“ไม่ต้องเป็ห่วงนะอินาริพี่แมงมุมไม่ยอมให้น้องไปอยู่ในมือของหมีดำที่ป่าเถื่อนได้หรอกแม้จะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”
แมงมุมม่วงมองเข้าไปในตาที่มีแต่ความเป็ห่วงของอินาริเขาสัญญากับตัวเองว่า ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องปกป้องสาวงามคนนี้ให้ได้
“เอ้าพวกเราเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เมื่อพระอาทิตย์อยู่กลางฟ้าเราจะไปล่าหมีกัน”
แมงมุมม่วงพูดด้วยเสียงอันดังเพื่อปลุกใจบรรดาลูกน้องของเขา จากนั้นทุกคนก็เริ่มทานอาหารมื้อใหญ่นี้ไปพร้อมกันและหลังจากอาหารมื้อใหญ่นั้นเสร็จสิ้น
“เดี๋ยวน้องอินาริตามพี่แมงมุมม่วงไปที่ห้องเลยนะครับ”
แมงมุมม่วงพาอินาริไปที่ยอดของหอคอยห้องของแมงมุมม่วงเป็ห้องมีขนาดใหญ่กินพื้นที่ของยอดหอคอยทั้งหมดภายในห้องได้รับการปกแต่งอย่างหรูหราแต่เหมือนว่าจะมีแต่ของใช้ทั่วไปหาได้มีอาวุธไม่อินาริเดาได้ไม่ยากว่าพวกอาวุธของแมงมุมม่วง น่าจะอยู่ในห้องเก็บอาวุธหลังประตูเหล็กนั่นเอง
“ขออินาริไปดูปืนใหญ่แกมม่า โมเซ่ หน่อยสิคะ อินาริไม่เคยเห็นอาวุธแบบนั้นเลย”
อินาริดูสนใจพวกโต๊ะและเก้าอี้ที่ดูมีราคาภายในห้องของแมงมุมม่วงมากที่สะดุดตาเธอคงเป็เตียงที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ มันเป็เตียงสี่เสาที่มีผ้าม่านสีม่วงขลิบริมทองแขวนอยู่เธอมองไปรอบๆห้องเพื่อมองหาปืนใหญ่ที่เห็นจากนอกปราสาทแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าด้วยขนาดของมัน ทำให้ไม่น่าจะเอามาในห้องนี้ได้อยู่แล้ว
“เชิญทางที่เลยน้องอินารินี่ขนาดคนในกลุ่มแมงมุมม่วงเองยังไม่เคยมีใครเห็นมันใกล้ๆเลยนะ น้องเป็คนแรกเลย”
แมงมุมม่วงที่เสียหน้าจากการที่หมีดำเปิดเผยว่าปืนใหญ่นั้นไม่เคยถูกใช้งานเลยแม้แต่ครั้งเดียวอยากจะแก้ตัวด้วยการให้อินาริเห็นว่า ปืนใหญ่ของเขานั้นมันน่าเกรงขามและยังพร้อมใช้งานตลอดเวลาด้วย
แมงมุมม่วงไปหยิบหนังสือสีแดงไปวางที่กลางโต๊ะตัวหนึ่งในห้องแล้วส่วนนึงของเพดานก็ค่อยๆเลื่อนลงมาเป็บันไดเวียนเล็กๆแมงมุมม่วงกวักมือเรียกอินาริให้เดินตามเขาไป ซึ่งเธอก็ไม่รอหน้าเดินตามไปทันทีอินาริมองขึ้น้าก็ท้องฟ้าที่ตอนนี้มีดาวดวงเล็กๆกระจายเต็มท้องฟ้าแล้ว
เมื่อเธอก็ขึ้นมาจนสุดบันไดก็พบว่าบนนี้เป็พื้นที่โล่งๆที่มีปืนใหญ่ที่ขนาดใหญ่มากวางอยู่ตอนที่อินาริมองมาจากข้างล่างเหมือนว่ามันไม่ใหญ่เท่าไหร่แต่เมื่อมามองใกล้ๆแล้วถึงรู้ว่ามันใหญ่มากจริงๆ
“โหมามองใกล้ๆยิ่งดูน่าเกรงขามนะคะ ปืนใหญ่กระบอกนี้”
อินาริเข้าไปเดินดูรอบๆปืนใหญ่มันเป็ปืนใหญ่แบบเคลื่อนย้ายได้แต่ตอนนี้มันถูกปักหมุดให้ติดไว้กับยอดปราสาทความสูงของมันน่าจะสูงกว่าอินาริ 2 เท่าได้อินาริคิดว่าการจะยิงปืนกระบอกนี้คงต้องใช้คนจำนวนมากถึงจะยิงได้ไหนจะคนเล็งด้านแนวนอน เล็งด้านแนวตั้ง คนใส่ะุแถมดูแล้วลุกะุไม่น่าจะหามาได้ง่ายๆด้วย ด้วยความสงสัยเธอจึงหันไปถามแมงมุมม่วงที่ยืนมองเธอทำตาโตใส่ปืนใหญ่อย่างมีความสุข
“แล้วลูกะุนี้จะหาที่ไหนเหรอค่ะะุขนาดนี้น่าจะไม่มีขายนี่นา”
“ไม่ต้องห่วงไปน้องอินาริตอนนี้ในรังเพลิงมีอยู่แล้วหนึ่งนัด พร้อมยิงได้ทุกเมื่อส่วนะุก็ใช้ตำราทำะุชั้นสูงทำเอา เดี๋ยวน้ำค้างจะเริ่มลงแล้วพวกเรากลับเ้าไปข้างไปเถอะครับ”
แมงมุมม่วงพยายามบอกข้อมูลเพื่อกู้หน้าตัวเองก่อนจะชวนอินาริกลับมาที่ห้องของเขาและทันทีที่กลับมาถึงเจาก็ผายมือไปทางเตียงใหญ่ที่กลางห้องนั้นแววตาของเขาเหมือนกับว่ารอเวลานี้มานานแสนนาน ที่จะได้เชยชมดอกไม้ดอกนี้เสียที
“เอ่อ...พี่แมงมุมค่ะเื่แบบนี้ขอเวลาน้องอินาริปรับตัวก่อนนะค่ะก็รู้ว่าไม่ว่ายังไงอินาริก็หนีไปไหนไม่ได้”
อินาริพูดด้วยเสียงสั่นเทาดวงตาสีทองสวยมองแมงมุมม่วงด้วยสายตาขอร้องที่ชายหนุ่มไม่อาจปฏิเสธได้จนแมงมุมม่วงคิดว่าค่อยๆให้สาวงามคนนี้ปรับตัวดีกว่าเพราะถ้าไปฝืนแล้วเขาอาจจะได้แต่ร่างกาย ไม่ได้หัวใจเธอไปตลอดกาลวันนี้เขาจึงยอมถอยก่อนเพื่อความมั่นคงในวันหน้า
“ได้จ้ะน้องอินาริเพราะยังไงวันนี้พี่แมงมุมก็ต้องเตรียมตัวเพื่อาในวันพรุ่งนี้อยู่แล้วเดี๋ยววันนี้พี่ไปนอนที่ห้องรับรองก่อนละกัน”
แมงมุมม่วงทำตัวเป็สุภาพบุรุษจนเขาเองก็ยังแปลกใจว่าทำไมเขาถึงยอมตามใจสาวงามคนนี้ขนาดนี้แต่เอาเถอะนับจากพรุ่งนี้ไปเขาจะได้มีเวลาเชยชมเธออย่างเต็มที่แล้วเขารีบตรงไปยังประตูก่อนที่ตัวเองจะเปลี่ยนใจ
“หลับฝันดีนะจ้ะ”
แมงมุมม่วงที่เปิดประตูออกไปแล้วหันกลับมามองสาวงามเป็ครั้งสุดท้ายซึ่งอินาริก็ได้แต่ยิ้มบางๆแล้วตอบกลับไป
“เช่นกันคะ”
สิ้นเสียงประตูปิดอินาริก็หุบยิ้มทันทีพร้อมกับแลบลิ้นไล่หลังแมงมุมม่วงก่อนจะติดต่อเมอบิอุสและกูมิโฮทางกระแสจิตเกี่ยวกับที่กลุ่มแมงมุมม่วงและกลุ่มหมีดำจะทำากันในวันพรุ่งนี้และของที่น่าสนใจหลายอย่างในหอคอยแมงมุมม่วงโดยเฉพาะปืนใหญ่และอาวุธในคลังของแมงมุมม่วง
เวลาเดียวกันในหมู่บ่านเอริเซ่
“เมอบิอุสท่านแม่ติดต่อมาแล้ว”
กูมิโฮที่อยู่ในร่างมนุษย์พูดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของแม่ของเธอ มากับกระแสจิตที่ส่งมา ตอนนี้เธอและเมอบิอุสอยู่ในศาลากลางของเมือง พร้อมกับปีกัสโซ่และชาวเมืองที่พอมีความสามารถในการต่อสู้ที่ได้รวมตัวกันเพื่อไปช่วยอินาริกลับมา ทั้งสองอยู่ในห้องที่ปีกัสโซ่ยกให้พวกเขาเป็กรณีพิเศษส่วนพวกชาวบ้านก็กำลังช่วยกันเตรียมของพวกอาวุธและน้ำยาเพิ่มพลังกันอยู่ในห้องโถงที่มีขนาดใหญ่กว่านี้
(อินาริเป็ยังไงบ้างเหนื่อยไหมพวกนั้นมันทำอะไรไม่ดีหรือเปล่า)
น้ำเสียงของเมอบิอุสเต็มไปด้วยความเป็ห่วงซึ่งทำให้แม่จิ้จอกรู้สึกดีมากที่เขาเป็ห่วงเธอก่อนแผนการของเขา
(ไม่เท่าไหร่หรอกจ้ะเมอบิอุสพรุ่งนี้เวลาเที่ยง พวกโจรป่าสองกลุ่มมันจะทำากันที่ทางเหนือของฐานทัพของแมงมุมม่วงไปประมาณ2 กิโลเมตรฟังจากเสียงแล้วแมงมุมม่วงน่าจะพาลูกน้องเกือบทั้งหมดไปทำาครั้งนี้เลยที่นี่มีของน่าสนใจเยอะเลยไว้พรุ่งนี้มาดูด้วยตาตัวเองละกัน)
อินาริที่มีประสาทััดีกว่าคนทั่วไปหลังจากที่แมงมุมม่วงออกจากห้องไปแล้ว เธอก็เอาหูจิ้งจอกสีทองน่ารักออกมาแล้วใช้เวทย์มนต์เพิ่มพลังการได้ยินของหูของเธอจนสามารถได้ยินแผนการที่แมงมุมม่วงจะใช้ในวันพรุ่งนี้
ด้านชายหนุ่มเมื่อทราบแผนการของแมงมุมม่วงแล้วก็ถึงคราวเขาที่ต้องจัดการแผนในส่วนที่เขาและกูมิโฮเป็ผู้รับผิดชอบให้เสร็จเมอบิอุสเดินออกจากห้องไปยังห้องโถงที่ปีกัสโซ่และชาวบ้านคนอื่นๆรวมตัวซึ่งปีกัสโซ่ก็ทักทายเขาทันทีที่เห็นว่าขอบตาของเมอบิอุสมีรอยช้ำใต้ตาเล็กน้อยจากการร้องไห้หลอกๆ
“อ้าวเมอบิอุสเป็ยังไงบ้างสงบสติอารมณ์ได้แล้วเหรอ”
“พอไหวแล้วครับตอนนี้สถานการณ์ของเราเป็ยังไงบ้างครับ”
เมอบิอุสถามปีกัสโซ่ ขณะมองไปรอบๆห้องโถง ที่มีชาวบ้านจำนวนมากกว่าที่เขาคาดเอาไว้มากซึ่งแต่ละคนก็ต่างเตรียมอาวุธของตัวเองกันอยู่
“ตอนนี้เรามีชาวบ้านอาสามาเพื่อต่อสู้กับโจรป่าประมาณ50คน ระดับเฉลี่ยอยู่ที่ 25 ส่วนมากเป็อาชีพที่โจมตีระยะไกล”
ปีกัสโซ่เองที่ตอนแรกคิดว่าน่าจะมีคนสู้ได้แค่20คน ก็ยังแปลกใจที่รู้ว่ายังมีคนที่พอจะสู้ได้ ที่เขาไม่รู้อีกมาก
“แล้วเื่การประกาศาระหว่างหมู่บ้านกับพวกโจรป่าเป็ยังไงบ้างครับ”
เมอบิอุสที่คิดว่ากองกำลังราว50คนก็น่าจะพอปกป้องตัวเองได้ในอนาคตแล้ว แต่ต้องพัฒนาระดับให้มากกว่านี้หน่อย ถ้าเป็แบบนี้ก็คงไม่ต้องเป็ห่วงหมู่บ้านแห่งนี้มากนัก
“พวกโจรป่าทั้งสองกลุ่มได้ประกาศากับพวกเรานานแล้วล่ะครับนานจนพวกมันอาจจะลืมไปแล้วก็ได้”
ชายชราตอบเนื่องจากการที่กลุ่มโจมป่าจะสามารถเข้าโจมตีหมู่บ้านนี้ได้นั้นจำเป็ต้องประกาศาอย่างทางการเสียก่อน แน่นอนว่าพวกโจรป่าย่อมคิดไม่ถึงว่าพวกชาวบ้านจะลุกขึ้นสู้แบบนี้
“ถ้างั้นผมว่าน่าจะใช้แผนดึงความสนใจแมงมุมม่วงแล้วตลบหลังหมีดำดีกว่านะครับ”
เมอบิอุสบอกกับทุกคนในหมู่บ้านเกี่ยวกับแผนที่จะใช้ในวันพรุ่งนี้โดยใช้แผนการที่สอดคล้องกับแผนการก่อนหน้านี้ของเขา ทำให้ชาวบ้านทุกคนต่างหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่หันมานั่งฟังแผนการของเมอบิอุสกันทุกคน เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าพร้อมกันแล้วเขาจึงอธิบายต่อ
“เป็อย่างนี้ครับเดี๋ยวผมและมิโฮ จะลอบเข้าไปที่ฐานของแมงมุมม่วงเพื่อช่วยอินาริออกมาส่วนชาวบ้านทุกคนก็ไปซุ่มอยู่แถวๆพื้นที่ปะทะของกลุ่มโจรทั้งสองกลุ่มพอแมงมุมม่วงรู้ว่า อินาริโดนชิงตัวกลับไปแล้ว ย่อมไม่มีใจที่จะทำาตรงหน้าอีกทำให้กลุ่มหมีดำน่าจะเอาชนะกลุ่มแมงมุมม่วงได้ในที่สุด
แต่หมีดำก็น่าจะอ่อนแรงจากการต่อสู้กับแมงมุมม่วงแล้วจากนั้นชาวบ้านของหมู่บ้านเอริเซ่ก็เข้าโจมตีกองกำลังที่กำลังอ่อนแรงนั้นครับแต่ไม่ว่ายังไงแผนสามารถก็ยังสามารถเปลี่ยนไปตามสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อีก”
เมอบิอุสอธิบายแผนโดยละเอียดซึ่งชาวบ้านทุกคนต่างเห็นด้วยกับแผนการณ์นี้ แต่ปีกัสโซ่มองเห็นช่องว่างในแผนจึงได้แย้งขึ้น
“แล้วใครจะจัดการกับหมีดำละครับหัวหน้าของกลุ่มโจรนั้นความเก่งกาจเป็ของจริงนะครับแม้ว่าพวกมันจะอ่อนแรงลงแล้วก็จริงแต่พวกเราก็ยังไม่น่าจะจัดการมันได้”
ปีกัสโซ่ทราบดีถึงความเก่งกาจของหมีดำและแมงมุมม่วงที่สามารถรอดตายจากการปะทะกับสหพันธ์ชิลด์แอนด์ซอร์ดได้ทุกครั้ง
“ผมมีวิธีครับไม่ต้องห่วงแต่ไม่ว่ายังไงขอให้ชาวบ้านเลี่ยงการปะทะกับหัวหน้ากลุ่มหมีดำและแมงมุมม่วงด้วยนะครับ”
เมอบิอุสยิ้มให้กับชาวบ้านทุกคนพร้อมกับบอกว่าสิ่งไหนควรหลีกเลี่ยง เพราะเขาไม่อยากให้ชาวบ้านคนไหนมีอันตรายเนื่องจากตอนนี้พวกเขาเพิ่งระดับ 25 ซึ่งปีกัสโซ่เองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของเมอบิอุสถึงแม้ว่าเขาจะได้พบกับชายหนุ่มเพียงแค่วันเดียวแต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้ทุกคนให้ความไว้วางใจเขา
“ถ้างั้นวันนี้พวกเราแยกย้ายกันพักผ่อนก่อนแล้วพรุ่งนี้เวลาเที่ยงพวกเราค่อยออกเดินทางกัน”
ปีกัสโซ่พูดขึ้นก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันเข้านอนส่วนเมอบิอุสก็ขอตัวไปนอนในโรงแรมเพราะว่ากูมิโฮบ่นว่าเตียงของศาลากลางมันแข็งมาก
ภายในห้องของโรงแรม
(เมอบิอุสเราเป็ห่วงท่านแม่จังเลย)
กูมิโฮในร่างหมาจิ้งจอกตอนนี้นอนคิ้วย่นอยู่บนกลางเตียงใหญ่ เนื่องจากเป็ห่วงแม่ของเธอ
(ไม่ต้องห่วงนะมิโฮพรุ่งนี้เราก็ช่วยอินาริกลับมาแล้วผมเชื่อว่าด้วยความเ้าเล่ห์ของอินาริน่าจะเอาตัวรอดได้)
เมอบิอุสฉวยโอกาสตอนนี้อินาริไม่อยู่แอบนินทาเธอก่อนจะเข้าไปใกล้ๆกูมิโฮที่กำลังกลุ้มใจแล้ว แล้วเข้าไปสวมกอดเธอในร่างจิ้งจอกตัวใหญ่
ทันใดนั้นเอง
ปุ้ง !
อยู่ๆกูมิโฮก็แปลงร่างเป็มนุษย์ทันทีทำให้ในวงแขนของเขาไม่ใช่หมาจิ้กจอกตัวใหญ่อีกต่อไปแต่เป็หญิงสาวที่หันมาสบตากับเขาในระยะประชิดซึ่งทำให้เมอบิอุสรีบปล่อยมือแล้วถอยหลังไปทันที
“ง่ะ....”
เนื่องจากความกว้างของเตียงนอนมีจำกัดทำให้เขาถอยไปได้นิดเดียวก็หงายหลังตกเตียงไปนอนกองอยู่บนพื้น ไม่นานก็มีเสียงหวานดังขึ้น
(เมอบิอุสเราเป็คนบอกให้มิโฮแปลงร่างเอง นี่คือผลของการนินทาคนอื่นไงล่ะจ้ะ)
เป็เสียงของอินาริที่ดังขึ้นในหัวที่กำลังปูดออกมาเล็กๆของเมอบิอุส
(แฮะๆแล้วอินาริยังไม่นอนอีกเหรอครับ)
เมอบิอุสที่นินทาแม่จิ้งจอกจริงๆพยายามเปลี่ยนเื่คุยเพื่อหนีความผิดทันทีนี่ทำให้เขารู้ว่าที่เดียวที่จะนินทาสองสาวได้ คือในใจของตัวเองเท่านั้น
(ยังพวกมันยังปรึกษาแผนกันไม่เสร็จแต่เหมือนว่าพรุ่งนี้ กลุ่มแมงมุมม่วงจะไปกันเกือบหมดเหลือคนเฝ้าฐาน 2 คนที่หน้าทางเข้าเท่านั้นเอง)
อินาริที่ยังคงใช้หูจิ้งจอกของเธอสอดแนมแผนการของแมงมุมม่วงนั่งฟังเสียงของการประชุมที่ไม่สับสนมากนักเนื่องจากว่าส่วนใหญ่เป็แมงมุมพูดอยู่แค่คนเดียว
(แผนการทำาของแมงมุมม่วงนับว่าไม่เลวเลยเมอบิอุสเดี๋ยวอินาริจะเล่าให้ฟัง...)
จากนั้นอินาริก็เล่าแผนการรบของแมงมุมม่วงให้กับเมอบิอุสฟังโดยละเอียดแม้ว่าเธอจะได้ยินแต่เสียงก็ได้ แต่ก็พอปะติดปะต่อเื่ได้ไม่ยากนักเมอบิอุสที่ฟังอยู่เงียบๆ คิดว่าดีเหลือเกินที่เขาไม่ได้คิดไปสู้กับแมงมุมม่วงตรงๆเพราะนอกจากระดับและอุปกรณ์ที่ดีแล้วแมงมุมม่วงยังใช้แผนการที่เขาเองก็เห็นด้วยเช่นกันในการรับมือกับคนที่จำนวนมากกว่า
(ถ้าเป็แบบนี้แมงมุมม่วงอาจจะชนะาอย่างฉิวเฉียดนับว่าแมงมุมม่วงมีความสามารถในการวางแผนคนหนึ่ง)
(แม่ค่ะพวกมันเอาเปรียบอะไรแม่รึเปล่าคะ)
กูมิโฮที่เป็ห่วงแม่ของเธอมากถามอินาริระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังคิดว่าจะซ้อนแผนของแมงมุมม่วงอย่างไรดี
(แค่โดนจับมือสองสามทีน่ะ ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพอเมอบิอุสมากอดแม่สองสามที ก็ทำใจได้แล้ว)
เมอบิอุสคิดอะไรเพลินๆอยู่ถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเื่ที่อินาริบอก
(ไม่ต้องถึงกับกอดก็ได้มั้งอินาริเอาเป็จับมือกันเฉยๆก็พอแล้วมั้งครับ)
เมอบิอุสหน้าแดงขึ้นมาทันทีเมื่อนึกภาพของเขาที่กำลังกอดสาวสะพรั้งอย่างอินาริอยู่
(แล้วทีทำไมเมอบิอุสเมื่อกี้กอดมิโฮตัวกลมเลยล่ะ)
ชายหนุ่มสะดุ้งอีกครั้งที่แม่จิ้งจอกพูดราวกับว่าเธอเห็นด้วยตาของเธอจริงๆว่าเมื่อสักครู่นี้เขาและกูมิโฮทำอะไร ทำให้ชายหนุ่มที่ผิดจริงถึงกับร้อนตัวขึ้นมาทันที
(ก็....นั่นมัน..นั่นมันอุบัติเหตุต่างหากครับ)
(ทำไมอะเมอบิอุสไม่อยากกอด เราหรือท่านแม่เหรอ)
กูมิโฮที่รู้สึกว่าการกอดกันนี่มันรู้สึกดีจะตายแม้ว่ากอดของแม่กับกอดของเมอบิอุสมันจะ..รู้สึกดีกันคนละแบบก็เถอะ
(ไม่ใช่ไม่อยากกอดอินาริกับกูมิโฮน่ากอดมากๆเลย)
เมอบิอุสโดนจิ้งจอกสาวทั้งสองตัวปั่นหัวเล่นหน้าแดงเป็ลูกตำลึงสุกด้วยความเขิน
(สรุปจะกอดหรือไม่กอด)
แม้ว่าประโยคของอินาริจะเป็ประโยคที่คาดคั้นคำตอบก็ตามแต่น้ำเสียงของเธอกับสดใสราวกับมีความสุขมาก
(เอ่อ...อา...เอางี้ครับตอนนี้เรานอนกันดีกว่าพรุ่งนี้ต้องเจอศึกหนักนะ)
เมอบิอุสรีบตัดบทก่อนจะจนมุมไปมากกว่านี้แล้วฉวยโอกาสล้มตัวลงนอนก่อนที่ใครอินาริจะแย้งทัน
(อิอิอิเพราะแบบนี้ไงพวกเราถึงชอบเมอบิอุส ดูสิน่ารักจะตายผู้ชายอะไรแกล้งสนุกจริงๆ)
อินาริหัวเราะเสียงใสในความน่ารักของเมอบิอุสที่พอสู้ไม่ได้ไม่เปลี่ยนเื่ก็หนีแบบนี้
(แต่หนูไม่ได้แกล้งเมอบิอุสนะหนูอยากกอดเมอบิอุสจริงๆ)
กูมิโฮในร่างสาวสวยพูดคือแทรกกลางระหว่างบทสนทนาของทั้งสองคนก่อนจะทำท่าเหมือนจะเข้าไปกอดเมอบิอุสที่กำลังนอนอยู่จริงๆ อินาริที่รู้นิสัยของลูกสาวตัวเองดีรู้ว่าเธอมักจะทำตามที่พูดจริงๆไม่ว่าจะพูดจริงหรือพูดเล่นก็ตาม ก็ห้ามลูกสาวตัวเองทันที
(เดี๋ยวมิโฮวันนี้ทำตามที่เมอบิอุสบอกเถอะ ราตรีสวัสดิ์ทั้งสองคนนะมิโฮจะทำอะไรรอแม่ด้วยอย่าลืมว่าต้องแบ่งเมอบิอุสให้แม่ด้วยนะ)
(....................)
เมอบิอุสถึงกับพูดไม่ออกในความใสซื่อของกูมิโฮและความเ้าเล่ห์ของอินาริแถมยังบอกไม่ถูกด้วยว่าเขาอยู่ในฐานะอะไรกันแน่ เ้าของ เพื่อน คู่หูของเล่นหรือว่าขนม แต่ดูจากที่ผ่านมาน่าจะเป็สองอย่างสุดท้ายมากกว่า