บทที่ 9 จ้าวซิ่วหลานได้รับการบรรจุเป็พนักงานประจำ
หลังจากนั้นไม่กี่วัน เพราะสวีเถาเถาไม่ยอมสอนสวีลี่ลี่ทำอาหาร เธอจึงทำหน้าบึ้งใส่สวีเถาเถาอยู่ตลอด สวีเถาเถาที่กำลังยุ่งกับการหางานใหม่ ก็ไม่มีเวลามาสนใจเื่พวกนี้เหมือนกัน เหมือนส่งสายตาหวานให้คนตาบอดดู*[1] สวีลี่ลี่โกรธจนทุกครั้งที่เดินผ่านสวีเถาเถาก็จะส่งเสียงฮึดฮัดใส่
"สวีลี่ลี่! ทำไมต้องมาทำฮึดฮัดใส่น้องด้วยเนี่ยพอเลิกงานก็ไม่เห็นหัวเลยนะ เ้าเด็กบ้านี่! แกไปหาหวังลี่อีกแล้วใช่ไหม! แม่เตือนแกเลยนะ ถ้าแกยังกล้าไปหาไอ้หมอนั่นอีก แม่จะหักขาแกซะ!"
วันนี้สวีเถาเถาเพิ่งกลับมาจากข้างนอก สวีลี่ลี่ก็ส่งเสียงฮึดฮัดใส่อีก บังเอิญจ้าวซิ่วหลานมาเห็นพอดี จึงจับสวีลี่ลี่มาดุทันที
สวีลี่ลี่โดนจ้าวซิ่วหลานด่าจนหน้าหมองไป รู้สึกโกรธแต่ไม่กล้าพูดอะไร "แม่ หนูไม่ได้ไปหาเขานะ หนูแค่แกล้งน้องเล็กเล่นเฉย ๆ น่า"
พูดจบสวีลี่ลี่ก็วิ่งหนีเข้าห้องไป
จ้าวซิ่วหลานมองเงาของสวีลี่ลี่ที่วิ่งหนีไป แล้วหันไปพูดกับสวีเถาเถาอย่างมั่นใจ "ต้องไปหาไอ้หมอนั่นมาแน่ ๆ ! เ้าเด็กบ้านี่แค่ขยับก้นนิดหน่อยแม่ก็รู้แล้วว่ามันจะไปที่ไหน!"
สวีเถาเถาเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง "แม่ แม่จะไปไหนเหรอ?"
จ้าวซิ่วหลานถือตะกร้าไว้ในมือ ท่าทางเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก
จ้าวซิ่วหลานเปิดผ้าที่คลุมตะกร้าให้สวีเถาเถาดู
"ทุกคนในบ้านพักคนงานต่างรู้กันว่าเครื่องในหมูตุ๋นที่ลูกทำอร่อยแค่ไหน วันนี้หัวหน้าแผนกบรรจุภัณฑ์ของเราได้ยินเื่นี้เข้า เขาก็เลยพูดติดตลกว่าอยากลองชิมสักครั้ง เมื่อผู้ใหญ่พูดมาแบบนี้แล้ว แม่ก็ต้องเอาไปให้ ยังไง ๆ เขาก็เป็หัวหน้านี่นาแม่ยังต้องทำงานใต้การดูแลของเขาอีกนาน อย่างน้อยก็ต้องแสดงความมีน้ำใจบ้าง"
ในตะกร้ามีของที่สวีเถาเถาตุ๋นไว้เมื่อคืน มีขาหมูหนึ่งขา เนื้อหมูสองขีด และเครื่องในหมูหนึ่งชามใหญ่ ๆ
แม้จะต้องเอาขาหมูที่บ้านมีแค่สองขาออกไปหนึ่งขา แต่สวีเถาเถาก็รู้ว่านี่เป็การผูกมิตรที่จำเป็ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็หัวหน้าของแม่ ยิ่งไม่ควรมองข้าม
เธอคิดสักครู่แล้วพูดกับจ้าวซิ่วหลานว่า "แม่คะ ตักน้ำพะโล้ไปเพิ่มอีกชามสิคะ หนูว่าเขาน่าจะชอบแบบนี้มากกว่านะ"
น้ำพะโล้ยิ่งต้มนานยิ่งมีรสชาติดี น้ำพะโล้ในหม้อนี้ของสวีเถาเถาใส่สมุนไพรจีนตามสูตรลับของครอบครัวไปไม่น้อยเลย เนื้อที่ต้มในน้ำพะโล้นี้ไม่เพียงแต่อร่อยอย่างเดียว แต่ยังดีต่อสุขภาพด้วย
ถ้าผู้อำนวยการเจียงเป็คนชอบกินพะโล้ น้ำพะโล้ชามนี้จะต้องถูกใจเธอแน่นอน เพราะวัตถุดิบที่ต้มในน้ำพะโล้นี้กินแล้วก็หมดไป แต่ถ้ามีน้ำพะโล้ก็จะสามารถต้มเองที่บ้านได้อีกด้วย
พอได้ยินลูกสาวพูดแบบนี้ จ้าวซิ่วหลานก็นึกเห็นด้วยได้ทันที ตาพลางเป็ประกาย "ลูกแม่นี่ช่างฉลาดจริง ๆ ! "
พูดจบ เธอก็รีบกลับเข้าบ้านไปตักน้ำพะโล้อีกหนึ่งทัพพีใหญ่ ๆ เอาไปด้วย
ตอนกลางคืน จ้าวซิ่วหลานกลับมาบ้านด้วยสีหน้าเบิกบานแจ่มใส และชมเชยสวีเถาเถาต่อหน้าทุกคนในบ้าน
"พวกเธอไม่รู้หรอก ตอนที่แม่ไปบ้านผู้อำนวยการเจียง สามีของเขาก็อยู่บ้านพอดี เขาเป็หัวหน้าฝ่ายสวัสดิการของโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ของเรา ตอนแรกที่เห็นอาหารที่แม่เอาไปให้ ก็ยังดูไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ตอบคำไม่ตอบคำ มีท่าทีขรึม ๆ แต่ผู้อำนวยการเจียงกลับมีท่าทีสุภาพ และชิมอาหารที่สวีเถาเถาทำทันที"
"แม่ แล้วยังไงต่อคะ?" สวีลี่ลี่ถามอย่างกระตือรือร้นราวกับกำลังฟังนิทาน
จ้าวซิ่วหลานรู้สึกภูมิใจที่ได้รับความสนใจจากทุกคนในบ้าน จึงพูดต่อว่า "หลังจากนั้นก็แน่นอนว่าต้องยอมแพ้ให้กับฝีมือทำอาหารของเถาเถาของเราน่ะสิ ตอนที่แม่กำลังจะกลับ สามีของผู้อำนวยการเจียงกำลังกินอาหารพวกนั้นพร้อมกับจิบเหล้าอย่างเอร็ดอร่อย น้ำพะโล้ที่สวีเถาเถาให้แม่เอาไปด้วยนั่น ผู้อำนวยการเจียงชมไม่หยุดปากเลยนะ แถมยังพูดเป็นัย ๆ อีกว่า แม่ของพวกคุณคนนี้น่ะ ปีนี้อาจจะได้เป็พนักงานประจำด้วยความสามารถตัวเองแล้วนะ ถึงตอนนั้นแม่ก็จะเป็คนที่มีตำแหน่งแล้ว บ้านเราก็จะมีคนทำงานประจำเพิ่มขึ้นเป็สองคน!"
สวีลี่ลี่ประจบประแจงอย่างบ้าคลั่ง "แม่ แม่เก่งมากเลยค่ะ!"
จ้าวซิ่วหลานยิ้มพลางโบกมือ "ครั้งนี้ต้องขอบคุณพะโล้ของเถาเถาที่ทำให้ทุกอย่างราบรื่น"
"นั่นก็เพราะแม่ขยันขันแข็ง จนทำให้ผู้อำนวยการเจียงประทับใจต่างหาก แค่พะโล้ชามเดียวหนูไม่เชื่อหรอกว่าผู้อำนวยการเจียงจะใจดีขนาดนั้นน่ะ"
สวีเถาเถาไม่สนใจคำยั่วยุของสวีลี่ลี่ เพราะในใจเธอก็รู้สึกดีใจมากเหมือนกัน
เมื่อจ้าวซิ่วหลานได้เป็พนักงานประจำ เงินเดือนก็จะต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน ทางบ้านก็จะสบายมากขึ้น
สวีเถาเถารู้เื่ที่พ่อแม่กำลังเตรียมหาคู่ให้พี่ใหญ่และพี่รอง ด้วยหน้าตาของคนในครอบครัวพวกเขา สินสอดที่ทางฝ่ายหญิงจะเรียกคงไม่น้อยแน่ ทั้งพ่อทั้งแม่ตอนนี้ก็พยายามหาเงินอย่างเต็มที่เพื่อให้ลูกชายได้แต่งงาน
ในขณะเดียวกัน สวีเถาเถาก็แอบให้กำลังใจตัวเอง ถ้าหากหางานไม่ได้จริง ๆ ก็คงต้องทำงานชั่วคราวที่แผนกชำแหละเนื้อสัตว์ไปก่อน
อย่างมากเธอก็แค่พยายามให้หนักเหมือนแม่เพื่อให้ได้เป็พนักงานประจำ หลายวันมานี้เธอเริ่มปรับตัวได้มากขึ้น งานล้างเขียงก็เริ่มคล่องแคล่วขึ้น นาฬิกาชีวิตก็เริ่มปรับเข้าที่เข้าทางกับงานแล้ว
[โฮสต์อย่าพึ่งท้อนะ คุณเก่งขนาดนี้ ต้องหางานดี ๆ ได้แน่นอน] ระบบให้กำลังใจสวีเถาเถา
สวีเถาเถาเท้าคางพลางพูด [หวังว่าจะเป็อย่างนั้นนะ]
หลายวันต่อมา ในรายชื่อพนักงานประจำรอบใหม่ของโรงงานก็มีชื่อของแม่สวีเถาเถารวมอยู่ด้วย มีโควตาที่มีค่าเพียงสิบตำแหน่ง ได้ยินว่าแย่งกันจนวุ่นวาย ไม่มีใครคิดว่าจ้าวซิ่วหลานจะแย่งได้หนึ่งตำแหน่ง
แต่ที่สวีลี่ลี่พูดก็ไม่ผิด การได้เป็พนักงานประจำครั้งนี้ราบรื่นได้ขนาดนี้ ผู้อำนวยการเจียงแค่ช่วยผลักดันอีกนิดหน่อย สิ่งที่จะตัดสินว่าจ้าวซิ่วหลานจะได้เป็พนักงานประจำหรือไม่ คือความพยายามที่เธอทุ่มเทให้กับโรงงานมาตั้งหลายปีต่างหาก
ดังนั้น แม้จะมีคนซุบซิบนินทาลับหลัง แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอย่างไร้ยางอายว่าจ้าวซิ่วหลานไม่คู่ควรกับตำแหน่งพนักงานประจำนี้
์จะไม่ทอดทิ้งคนที่ขยันและมุ่งมั่น
สวีเถาเถารู้สึกดีใจแทนแม่ของเธอ วันนั้นเธอไปซื้อของมาทำอาหารมากมายเพื่อเป็รางวัลให้กับผู้มีพระคุณในคืนนี้ แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อเธอกลับถึงบ้าน จ้าวซิ่วหลานกลับมีเซอร์ไพรส์รออยู่แล้ว
สวีเถาเถาถือตะกร้าผักเดินเข้าบ้าน เธอเห็นคนแปลกหน้าสามคนนั่งอยู่ในบ้าน เป็ผู้ชายวัยกลางคนสองคนใส่เสื้อแบบจงซาน และผู้หญิงวัยกลางคนหนึ่งคนสวมชุดทำงานของโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์
เมื่อเห็นสวีเถาเถาเข้ามา ดวงตาของจ้าวซิ่วหลานก็เป็ประกายทันที ใบหน้าเปล่งปลั่งของเธอดึงสวีเถาเถาเข้าไปหาคนทั้งสาม
"ผู้อำนวยการเก๋อ! ผู้อำนวยการก่วน! ผู้อำนวยการเจียง! นี่คือลูกสาวของฉัน สวีเถาเถา สูตรน้ำพะโล้ที่พวกคุณสนใจนั้นเป็สูตรที่เธอคิดค้นขึ้นมาเอง เด็กคนนี้มีพร์ด้านการทำอาหารมาั้แ่เด็ก ครั้งแรกที่ทำอาหารก็ทำให้ฉันกับสวีต้ากวงใแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ถ้าจะคุยเื่ซื้อสูตรน้ำพะโล้ก็คุยกันตรงนี้เลย สูตรของลูกสาวฉัน เธอว่ายังไงก็เป็ไปตามนั้นที่เธอว่าเลย!"
จากนั้นก็หันไปพูดกับสวีเถาเถาที่ยืนงง ๆ ว่า "เถาเถา คนนี้คือผู้อำนวยการเก๋อจากแผนกจัดซื้อร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจ คนนี้คือผู้อำนวยการก่วนจากฝ่ายสวัสดิการของโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ของเรา และนี่คือผู้อำนวยการเจียงหัวหน้างานของแม่! พวกเขามาคุยเื่สูตรน้ำพะโล้กับลูก ร้านอาหารของรัฐในเขตซีเจียงสนใจจะซื้อสูตรน้ำพะโล้ของลูก ลูกตัดสินใจได้เลย แม่จะฟังที่ลูกว่าทุกอย่าง!"
สวีเถาเถารู้สึกสะดุดใจ จึงถามระบบว่า [ถ้าฉันทำธุรกิจกับร้านอาหารของรัฐสำเร็จ นี่ก็ถือเป็อาชีพเสริมของฉันใช่ไหม จะสามารถเปิดคะแนนอาชีพได้เลยรึเปล่า?]
ระบบตอบอย่างหนักแน่น [ทำได้แน่นอน!]
นี่มันจะเป็ปลาตัวใหญ่ที่โฮสต์ล่อเหยื่อมาได้ด้วยความสามารถของตัวเองเลยนะ!
[1] เหมือนส่งสายตาหวานให้คนตาบอดดู เป็สำนวน แปลว่า การทำสิ่งดี ๆ หรือพยายามเอาใจคนที่ไม่มีวันเห็นคุณค่า หรือไม่มีทางสนใจ