ตอน ความตาย
“คุณน้ำหวานครับคุณน้ำหวาน”
“อือ… อ้าว ลุงสันต์ จอย แจ๋ว กลับมากันแล้วเหรอ”
เสียงเรียกของคนขับรถทำให้น้ำหวานงัวเงียลืมตาขึ้นแล้วพบว่าเธอนั่งหลับอยู่โซฟาในห้องรับแขก หญิงสาวยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตนเอง ความฝันของเธอเมื่อสักครู่ที่ผ่านมามันเสมือนจริงเสียจนน่ากลัวตอนนี้เธอยังรู้สึกได้ดีถึงอาการปั่นป่วนบริเวณท้องน้อยรวมไปถึงความรู้สึกอุ่นกลางกายสาวหญิงสาวดันร่างลุกขึ้นนั่งมองไปรอบๆ ตัวเห็นลุงสันต์และสาวรับใช้สองคนยืนมองเธออยู่ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักโดยปราศจากร่างกำยำของพ่อหมอพรหมเมศผู้ชายที่อยู่ในความฝัน
“คุณน้ำหวานคะดูนั่นสิคะ”
สาวใช้ชื่อแจ๋วชี้ไปยังร่างของสรยุทธ์ที่นั่งนิ่งเป็นหุ่นดวงตาเหม่อลอยไร้จุดหมายอยู่บนรถเข็นด้านหลังของหล่อน
“พี่ยุทธ์”
น้ำหวานทะลึ่งพรวดลุกขึ้นปรี่เข้าไปหาสรยุทธ์พร้อมกับจับแขนของเขาสรยุทธ์ที่นั่งอยู่ดวงตาเหม่อลอยพูดพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ เนื้อตัวมอมแมมสภาพอิดโรย
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
หญิงสาวหันไปสอบถามบรรดาคนรับใช้ที่ยืนอยู่รอบตัว
“พวกผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับตอนที่พวกผมกลับมาจากซื้อของผมก็เห็นคุณสรยุทธ์นั่งอยู่บนรถเข็นหน้าประตูรั้วแล้วครับคุณน้ำหวานไม่รู้เหมือนกันว่าคุณสรยุทธ์มาได้อย่างไรหรือว่าใครพามาส่ง”คนขับรถสูงวัยยกมือขึ้นเกาหัว
“ใช่ค่ะคุณน้ำหวานพอหนูกับแจ๋วเข้าไปสอบถามคุณสรยุทธ์ไม่ยอมพูดจาอะไรเลยสภาพก็อย่างที่คุณน้ำหวานเห็นนี่แหละคะ”สาวใช้ชื่อจอยพูดเสริมขึ้นมาอีกคน
“พี่ยุทธ์คะพี่ยุทธ์เกิดอะไรขึ้นคะ พี่ยุทธ์”
น้ำหวานพยายามคะยั้นคะยอถามแต่สามีของเธอก็ทำเหมือนไม่ได้ยิน
“เปล่าประโยชน์ครับคุณน้ำหวาน”เสียงทุ้มนุ่มของพรหมเมศดังขึ้นทำให้ทุกคนในห้องรับแขกหันไปมองเป็นตาเดียวกัน
“พี่ยุทธ์เป็นอะไรไปคะคุณพรหมเมศแล้วเราพอจะมีทางแก้ไขไหมคะ”
น้ำหวานถามออกไปด้วยความเป็นห่วงสามีแวบหนึ่งที่สบตากับพ่อหมอหนุ่มแล้วหัวใจของเธอไหววูบใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาแต่ก็พยายามทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในความรู้สึกของเธอ
“จากที่ผมดูผมคิดว่าตอนนี้ขวัญของสามีคุณไม่ได้อยู่กับร่างแล้วครับ ไม่ว่าจะเรียกชื่อหรือว่าพูดจาอะไรเขาก็ไม่สามารถรับรู้หรือโต้ตอบได้ทางที่ดีตอนนี้คุณควรพาเขาส่งโรงพยาบาลเพื่อให้คุณหมอตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อนดีกว่าดูแล้วร่างกายเขาเวลานี้อ่อนแอมาก ส่วนเรื่องอีกค่อยมาคิดกันอีกที”
“ทำตามที่พ่อหมอบอกก็ดีนะครับคุณน้ำหวาน”
ลุงสันต์เห็นด้วยกับพรหมเมศ
“งั้นจะรออะไรอีกละมาแจ๋วกับจอยช่วยกันพาคุณสรยุทธ์ไปที่รถแล้วพาไปส่งโรงพยาบาลเร็วเข้า”
สิ้นคำสั่งของน้ำหวานสาวใช้ทั้งสองและลุงสันต์ก็เข้ามาช่วยกันนำร่างของสรยุทธ์เข็นออกไปจากห้องรับแขกเพื่อนำส่งโรงพยาบาลขณะที่คนในบ้านกำลังวุ่นวายกันอยู่นั่นเองเสียงโทรศัพท์ของพรหมเมศก็ดังขึ้นมา
“ฮัลโหล… ครับ ใช่ครับ ว่าไงนะครับ”
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยสงบเยือกเย็นเปลี่ยนเป็นตกใจจนหน้าซีด
“ครับผมจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้”
“เกิดอะไรขึ้นที่สำนักหรือเปล่าคะคุณพรหมเมศ”
น้ำหวานที่เห็นอาการแปลกๆของพรหมเมศเอ่ยถามขึ้น พ่อหมอหนุ่มเก็บโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋ากางเกงแล้วหันมองหน้าเธอดวงตาดำใหญ่ไหวระริก
“ตำรวจโทร.มาบอกว่าเดือนแรมเสียชีวิตผมคงต้องกลับไปที่สำนักก่อน”
“อะไรนะคะ? เดือนแรมเสียชีวิต” น้ำหวานยกมือทาบอกด้วยความตกใจ
“คุณน้ำหวานคะรถพร้อมแล้วคะ”
จอยเดินเข้ามาบอกเจ้านายสาวเมื่อนำสรยุทธ์เข้าไปในรถยนต์เรียบร้อย
“…”
“คุณน้ำหวานไปทำธุระของคุณก่อนเถอะครับเอาไว้เราค่อยติดต่อกันอีกที ไม่ต้องห่วงผมนะครับผมจะเรียกรถแท็กซี่กลับไปเอง”
“เอางั้นก็ได้ค่ะฉันขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะเรื่องเดือนแรม”
“ครับ”
พรหมเมศพยักหน้าแล้วเดินจากไประหว่างที่น้ำหวานก็เดินไปขึ้นรถ