เมื่อ2ชั่วโมงก่อน คุณอาฉินที่หมดสติไปเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาท่ามกลางความพร่าเลือนเขาเห็นภาพที่คุ้นเคยตรงหน้าและหงซานเหนียงที่กำลังเย็บแผลให้ตนเองความรู้สึกปลอดภัยที่ห่างหายไปนานหลั่งไหลเข้ามาในใจเขาประจักษ์แจ้งแล้วว่าชีวิตนี้ยังคงรักษาไว้ได้ แม้จะไม่รู้เลยว่าเด็กหนุ่มที่เคยพบหน้ากันเพียงครั้งเดียวคนนั้นแบกร่างของเขาฝ่าวงล้อมสังหารอันหนาแน่นออกมาได้อย่างไร
แต่ในที่สุดเขาก็รอดตายมาได้!
ในเวลานี้คุณอาฉินยังไม่กล้าลืมตาเขาแอบหวั่นใจและขยาดผู้หญิงในชุดสีแดงเพลิงคนนี้อยู่บ้างจึงได้แต่แสร้งหรี่ตาทำเป็ยังไม่ได้สติอยู่แบบนั้น
“เหอะ!”
หงซานเหนียงแค่นเสียงเ็าพลางออกแรงดึงเข็มในมืออย่างแรงจนใบหน้าของคุณอาฉินกระตุกวูบด้วยความเ็ป“ตื่นแล้วก็ส่งเสียงออกมา!อย่ามาแสร้งทำเป็สลบไม่ได้สติอยู่ตรงนี้!”
คุณอาฉินรีบลืมตาขึ้นยิ้มแห้งๆ พลางเรียกชื่อ “ซานเหนียง” อย่างเกรงใจ
ทว่าหงซานเหนียงกลับไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมองแม้แต่น้อยซ้ำยังเพิ่มแรงในมือขึ้นอีกหลายเท่า “โอ๊ย โอ๊ยโอ๊ย...”
ความเ็ปทำให้คุณอาฉินร้องโอดครวญพลางรีบกล่าวว่า“ซานเหนียง... ยังไงเสียผมก็ยังมีแผลอยู่นะ...”
หงซานเหนียงใบหน้าเ็าดุจน้ำแข็ง“วางใจเถอะ นายไม่ตายหรอก”
คุณอาฉินกัดฟันทนความเ็ปพลางปั้นหน้ายิ้มประจบ“ผมถึงบอกไงว่าถ้าพูดถึงเื่วิชาแพทย์ต้องยกให้ซานเหนียงคนเดียวเท่านั้น!พวกโรงพยาบาลหรือสมาคมเจิดจรัสพวกนั้นมันก็แค่พวกชื่อเสียงจอมปลอม...”
แต่หงซานเหนียงไม่หลงกลมุกเดิมๆของเขาอีกต่อไป สีหน้าเธอเปลี่ยนไปพลางเอ่ยเสียงหนัก“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว”
“เมื่อคืนใครที่จะฆ่านาย? คนระดับไหนถึงทำให้คนอย่างนายาเ็หนักขนาดนี้ได้?”
สีหน้าของคุณอาฉินชะงักไปครู่ต่อมาแววตาก็กลับกลายเป็เย็นเยียบยิ่งกว่าเดิมเขาเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะปริปาก “นายหญิง...”
“หึ...”
หงซานเหนียงหัวเราะเ็าออกมาทันที“นายหญิงงั้นเหรอ... จนถึงป่านนี้แล้วนายยังเรียกยัยนั่นว่านายหญิงอีกงั้นเหรอ?”
“ฉันบอกนายตั้งนานแล้วว่าเฉินลี่คนนั้นมันเป็นางปีศาจมักใหญ่ใฝ่สูง!ขืนอยู่ข้างกายนางนั่น นายได้ตายเข้าสักวันแน่!”
คุณอาฉินไม่กล้าเเถียงเขาไอโขลกๆ สองสามที สีหน้าแปรเปลี่ยนไปพลางเอ่ยว่า “ผมแค่คิดไม่ถึง...ว่าสุดท้ายแล้ว เธอจะไม่เหลือแม้แต่ทางรอดให้ผมเลย”
ความเศร้าโศกใดจะเท่าใจที่แตกสลายยามที่คุณอาฉินพูดประโยคนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยของความสิ้นหวังที่ไม่สามารถระงับได้
หงซานเหนียงเห็นท่าทางห่อเหี่ยวของเขาก็กลืนคำด่าทอที่เตรียมไว้ลงคอไป แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะค่อนแคะออกมา“แล้วจะทำยังไงได้? ในเมื่อนายเป็คนเต็มใจขายชีวิตให้นางนั่นเองไม่ใช่หรือไง?”
คุณอาฉินหัวเราะเยาะตัวเองออกมามันเป็การหัวเราะเยาะในความโง่เขลาของตนเองและเป็การปล่อยวางในเวลาเดียวกัน
เขาเริ่มขายชีวิตให้เป่าลี่กรุ๊ปั้แ่อายุ14ปี พริบตาเดียวผ่านไปถึง 42 ปีเต็มจากเด็กเดินโพยถือมีดพุ่งชนในวันนั้น ไต่เต้ามาจนถึงตำแหน่ง ‘คุณอาฉิน’ ที่ใครต่อใครต่างต้องก้มหัวเรียกขานด้วยความยำเกรงในวันนี้
เขามีโอกาสได้เห็นกับตาว่าเด็กสาวที่เขาเคยรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณที่มองเห็นหัวเขาในวันวานค่อยๆ ก้าวจากเด็กสาวที่ถูกผู้คนข่มเหงรังแกจนขึ้นสู่ตำแหน่งประธานของเป่าลี่กรุ๊ปในปัจจุบัน
เขาเคยหลงคิดว่าไม่ว่าอย่างไรเฉินลี่ก็ไม่มีวันฆ่าเขา...
แต่เขาคิดผิด!
เฉินลี่ถึงขนาดหาคนมาแทนที่ตำแหน่งของเขาเพื่อเตรียมฮุบกิจการและอิทธิพลทั้งหมดที่เขาสั่งสมมาตลอดสี่สิบกว่าปีในเมืองซ่างจิง
ความไม่ยินยอมพร้อมใจในอกค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็ความเพิกเฉย เลี่ยวหย่วนคนนั้นเป็ผู้มีพร์ซ้ำยังมีความทะเยอทะยานและโเี้กว่าเขาในอดีตมากนัก
ทว่าครั้งนี้คุณอาฉินกลับไม่อยากปล่อยให้พวกนั้นสมปรารถนา!
“ผมตั้งใจจะส่งมอบธุรกิจทั้งหมดของผมออกไป”
คุณอาฉินโพล่งขึ้นมาทันควันทำให้หงซานเหนียงถึงกับชะงักไปพลางถามว่า “หมายความว่ายังไง?”
คุณอาฉินยิ้มบางๆ“แก่แล้ว ถึงเวลาต้องเกษียณเสียที”
“หากต้องถูกบีบให้ถอย สู้ถอยออกไปเองจะดีกว่ายิ่งไปกว่านั้นทางบริษัทก็จ้องจะยึดไพ่ในมือของผมไปนานแล้ว”
“แต่ครั้งนี้ ผมจะไม่ให้พวกมันเด็ดขาด!”
ใบหน้าของหงซานเหนียงปรากฏร่องรอยความประหลาดใจเธอขมวดคิ้วถาม “แล้วนายจะยกให้ใคร? ธุรกิจของนายน่ะ ถ้าจะบอกว่าเป็ลาภก้อนโตสู้บอกว่าเป็ต้นตอของหายนะน่าจะถูกกว่า แล้วใครกันที่จะรับ่ต่อไหว?”
คุณอาฉินหรี่ตาลงแววตาฉายประกายแน่วแน่ “เด็กคนที่แบกผมมาเมื่อคืนคุณคิดว่าเขาเป็ยังไงล่ะ?”
..........
สองชั่วโมงต่อมา“เพื่อเป็การตอบแทน ฉันจะมอบเงินให้นายหนึ่งพันล้าน...นายกล้ารับไว้ไหม?”
เมื่อได้ยินประโยคที่หลุดออกมาจากปากของคุณอาฉินเซียวเยี่ยถึงกับเลิกคิ้วด้วยความตะลึงงัน
คนพวกนี้เสียสติไปแล้วหรือไง?!
แต่ทว่าเมื่อพิจารณาจากราศีของทั้งสองคนพวกเขาไม่มีทางเสียสติ และดูเหมือนจะไม่ได้ล้อเล่นด้วย
นี่มันเื่อะไรกัน?
ลาภลอยตกจากฟ้าหรือเป็แค่กับดักปั่นหัวคนเล่นกันแน่
ใบหน้าของเซียวเยี่ยกระตุกอยู่พักใหญ่ก่อนจะค่อยๆ ปริปากถาม “หนึ่งพันล้านเหรียญัเหรอครับ?”
คำถามนี้ทำเอาหงซานเหนียงะเิหัวเราะออกมาอย่างขบขันส่วนคุณอาฉินก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อยพลางกล่าวว่า“ไม่ใช่เงินสดหนึ่งพันล้านเหรียญั...”
แต่ทันใดนั้นสีหน้าของคุณอาฉินก็กลับมาเคร่งขรึมกลิ่นอายทั่วร่างพลันเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน
ในชั่วพริบตานั้นมันทำให้เซียวเยี่ยนึกถึงเงาร่างที่เหมือนหมาป่าเฒ่าในหอหวนเมฆาขึ้นมาอีกครั้ง
“ที่ฉันพูดถึงคือทรัพย์สินและธุรกิจที่มีมูลค่ารวมหนึ่งพันล้านในเมืองซ่างจิงแห่งนี้ รวมถึงเขตเมืองเก่าที่คุณอยู่นี่ด้วยกว่าครึ่งของธุรกิจสีเทาล้วนเป็ของฉันทั้งสิ้น”
คุณอาฉินเน้นย้ำทีละคำน้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล “มีคน้าฆ่าฉันเพื่อแย่งชิงสิ่งเหล่านี้ไปแต่ฉันไม่มีวันยอมให้มันได้สมหวัง”
“แต่ถึงจะเป็ฉันในตอนนี้ หากคิดจะชิงธุรกิจพันล้านเหล่านี้กลับมาก็ต้องใช้ดาบและเืฟาดฟันเอาคืนมาเท่านั้น!”
เซียวเยี่ยอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆพลางเอ่ยเสียงหนัก “พวกคุณเป็ใครกันแน่?”
คุณอาฉินสายตาเย็นเยียบ“ฉันชื่อฉินซาน อดีตเคยเป็พ่อบ้านของตระกูลเฉินแห่งเป่าลี่กรุ๊ปและเป็จักรพรรดิทมิฬใต้ดินแห่งเขตเมืองเก่านี้”
รูม่านตาของเซียวเยี่ยหดเกร็งทันทีเขารู้อยู่แล้วว่าตัวตนของชายกลางคนผู้นี้ต้องไม่ธรรมดาและเดาว่าต้องมีความเกี่ยวข้องกับขุมกำลังสีเทาที่ซ่อนตัวอยู่เื้ัอย่างแน่นอน
แต่เขาคิดไม่ถึงว่าฉินซานคนนี้จะเป็คนของเป่าลี่กรุ๊ป!
ซ้ำยังเป็ถึงพ่อบ้านประจำตัวของประธานตระกูลเฉิน!
เซียวเยี่ยไม่ได้แสดงพิรุธใดๆออกมาทางสีหน้าแต่ฉินซานที่มีสายตาเฉียบคมดุจเหยี่ยวกลับมองเห็นความผิดปกติในใจของเซียวเยี่ยได้ทันทีเขาถามรุกรานว่า “นายรู้จักฉันงั้นเหรอ?”
เซียวเยี่ยส่ายหน้าอย่างตรงไปตรงมา“ไม่รู้จักครับ!”
ฉินซานยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางกล่าวว่า“ถ้าอย่างนั้น นายรู้ไหมว่าคนที่ตามฆ่าฉันเมื่อวานคือใคร?”
เซียวเยี่ยส่ายหน้าอีกครั้งพวกนักรบในชุดนอกเครื่องแบบพวกนั้นแต่ละคนมีสถานะที่แข็งแกร่งมากตัวตนย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน!
ฉินซานหัวเราะเยาะหยันตัวเองพลางเอ่ย“ฉันจะไม่ปิดบังนาย คนที่จ้องจะเอาชีวิตฉันเมื่อวานก็คือคนของเป่าลี่กรุ๊ปนั่นแหละ”
“เมื่อคืนนายช่วยชีวิตฉันไว้จริงๆ ดังนั้นฉันก็จะบอกตามตรงว่าเงินหนึ่งพันล้านนี้ไม่ใช่ของที่จะรับไปได้ง่ายๆ”
“แต่ฉันจะสอนนายเอง ว่าจะค่อยๆ แย่งชิงมันมาจากมือของเป่าลี่กรุ๊ปได้ยังไง!”
“เพราะฉะนั้น นายกล้าที่จะรับมันไว้ไหม?”
สายตาของฉินซานจ้องเขม็งไปที่เซียวเยี่ยราวกับจะมองทะลุไปถึงจิติญญาก่อนจะค่อยๆ เอ่ยต่อ “ไม่ว่ายังไงนายก็ช่วยชีวิตฉันเอาไว้”
“ถ้านายไม่อยากเสี่ยงอันตรายนี้ ฉันย่อมมีวิธีอื่นที่จะตอบแทนนายแต่ถ้านายเต็มใจ...ฉันก็จะสอนให้นายเป็จักรพรรดิทมิฬใต้ดินคนใหม่แห่งเมืองซ่างจิงด้วยตัวเอง!”
ในยามนี้ใบหน้าของเซียวเยี่ยยังคงเรียบเฉย ทว่าในใจกลับเกิดคลื่นลมพัดโหมอย่างรุนแรง!
จากคำพูดของคุณอาฉินเซียวเยี่ยสามารถปะติดปะต่อเื่ราวที่ซับซ้อนและประจวบเหมาะจนแทบไม่น่าเชื่อออกมาได้อย่างรวดเร็ว!
คุณอาฉินผู้เป็ถึงหัวหน้าคนงานของเป่าลี่กรุ๊ป ทำไมถึงถูกคนของเป่าลี่กรุ๊ปสั่งเก็บ?
ต่อให้จะเป็การ‘เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล’ แต่มันก็ต้องมีมูลเหตุจูงใจ!
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเป่าลี่กรุ๊ปเมื่อไม่นานมานี้มีเพียงเื่ใหญ่เื่เดียวเท่านั้น...นั่นคือการตายอย่างปริศนาของคุณชายสี่แห่งตระกูลเฉิน
และเื่นี้ดันมีความเกี่ยวข้องกับเซียวเยี่ยอย่างที่ไม่สามารถตัดขาดได้!
เพราะคุณชายสี่แห่งตระกูลเฉินคนนั้นต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือของเขาเอง!