บทที่ 5 แค่ข้าใช้มือเดียวก็อัดเ้าเด็กนั่นได้อยู่หมัด (รีไรต์)
ริมธารน้ำไม่ได้มีเพียงแค่ซิ่งซิ่งกับพี่ชายทั้งสี่ของนางเท่านั้น แต่ยังมีเด็กหนุ่มจากหมู่บ้านอื่นอีกสองสามคน
"เด็กผู้หญิงตัวน้อย ๆ นี่มาจากไหนกัน? ดูผอมแห้งอย่างกับไม้เสียบผีเลย"
ในตอนแรกเด็กหนุ่มที่เป็หัวโจกคนนั้น กำลังนั่งยอง ๆ ตักน้ำเล่นอยู่ริมธาร แต่เมื่อเห็นครอบครัวของอวี้หย่งไหวคุยกันเสียงดังครื้นเครง เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมอง
เขารู้สึกไม่ถูกชะตากับอวี้หย่งไหว พอเห็นว่าเป็ครอบครัวของอวี้หย่งไหว เขาก็เบะปากอย่างดูแคลน สายตากวาดมองไปที่พี่ชายของนางทั้งสี่คน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ซิ่งซิ่ง และจ้องมองเด็กน้อยด้วยสายตาที่เหยียดหยาม
หลัวเชียหนิวมีคิ้วหนา ตาโต และดูเผิน ๆ เหมือนคนดุร้าย ซิ่งซิ่งรู้สึกกลัวเล็กน้อยที่ถูกเขามอง นางจึงกอดคอพี่ใหญ่ ซุกหน้าลงกับไหล่ของเขา
อวี้หย่งไหวรู้สึกสงสารน้องสาวมาก เขาจ้องไปที่เด็กหนุ่มที่เป็หัวโจก "หลัวเชียหนิว เก็บสีหน้าแบบนั้นไปเถอะ นี่น้องสาวข้า!"
"น้องสาว?" หลัวเชียหนิวทำท่าเหมือนได้ยินเื่ตลก "บ้านเ้ามีแต่เด็กผู้ชายไม่ใช่หรือ? อยู่ๆ จะมีน้องสาวได้อย่างไร"
เขายิ้มเยาะ อย่างเห็นได้ชัดว่ากำลังเยาะเย้ยอวี้หย่งไหว
ถึงแม้ว่าซิ่งซิ่งจะอายุยังน้อย แต่นางก็สามารถแยกแยะอารมณ์จากน้ำเสียงของคนอื่นได้
ผู้ชายคนนี้กำลังหัวเราะเยาะพี่ชายของนาง!
ซิ่งซิ่งกำกำปั้นเล็ก ๆ ของตนแน่น พยายามทำใจกล้า นางกล้าเงยหน้าขึ้นจากไหล่ของพี่ชาย พยายามพูดกับเด็กหนุ่มที่ชื่อหลัวเชียหนิวอย่างแข็งกร้าวว่า “ข้าชื่อซิ่งซิ่ง ข้าเป็น้องสาวของพี่ไหว!”
ถึงแม้จะพยายามทำใจกล้าแล้ว แต่เสียงของนางยังคงสั่นเล็กน้อย
หลัวเชียหนิวถึงกับอึ้งไป
ถึงแม้ว่าซิ่งซิ่งจะผอมแห้ง แต่นางก็เกิดมาหน้าตาน่ารัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนางพยายามเบิกตากว้างเพื่อแสดงให้เห็นว่านางไม่กลัวเลย ดวงตากลมโตสีดำขลับของนางก็ยิ่งดูกลมโตขึ้น
แถมน้ำเสียงเล็ก ๆ ที่สั่นเทานั่น ทั้งที่ขวัญเสียจนตัวสั่น แต่ก็ยังแสร้งทำเป็กล้าหาญ ทำเอาเขาไม่รู้จะพูดอะไรเลยจริง ๆ
หลัวเชียหนิวรู้สึกเหมือนโดนความน่ารักเล่นงานเข้าให้ เขาถึงกับต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ
น้องสาวตัวแสบที่บ้านรู้จักแค่ปาโคลนใส่เขา แล้วก็ร้องไห้แย่งขนมเขา!
ทำไมไอ้บื้ออวี้หย่งไหวถึงมีน้องสาวน่ารักแบบนี้ได้?! เขาไม่ยอมหรอก!
ทว่าอวี้หย่งไหวกับน้องชายทั้งสามคนยังคงจ้องเขาอย่างไม่วางตา หลัวเชียหนิวจึงไม่ยอมแพ้ เขาตอบกลับไปอย่างไม่สะทกสะท้านตามคำพูดของซิ่งซิ่งว่า
“ชิ หน้าโง่!”
พูดจบ เขาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที
เขาพูดแรงเกินไปรึเปล่านะ จะทำให้เด็กขี้ขลาดคนนี้กลัวเข้าหรือเปล่า?
หลังจากะโประโยคนั้น ซิ่งซิ่งก็รีบเอาหัวซุกไหล่พี่ใหญ่ทันที หัวใจของนางเต้นแรงจนไม่ได้ยินสิ่งที่หลัวเชียหนิวพูด
แต่บรรดาพี่ชายตระกูลอวี้ไม่ยอม พวกเขาโกรธราวกับฟ้าผ่า!
‘เ้าหลัวเชียหนิว กล้าดียังไงมาด่าน้องสาวข้า!’
อวี้หย่งไหวที่อุ้มซิ่งซิ่งอยู่ รีบส่งนางให้น้องชายอย่างอวี้หย่งหลิ่วที่มีร่างกายค่อนข้างบอบบาง จากนั้นก็ะโเรียกอวี้หย่งไป่อายุสิบเอ็ดปี และ อวี้หย่งกุ้ยอายุเจ็ดขวบ สองน้องชาย พับแขนเสื้อแล้วพุ่งเข้าไปหาหลัวเชียหนิว
ข้างกายหลัวเชียหนิวก็มีเพื่อนที่เล่นด้วยกัน เขาสาปแช่งออกมาคำหนึ่งโดยที่ไม่คิดจะถอยหนี แต่พาพวกพุ่งเข้าใส่เช่นกัน
แต่... อวี้หย่งไหววัยสิบสามปี มีพละกำลังมหาศาล การต่อสู้กับพวกเขาเป็เหมือนการตีไก่ตัวเล็ก ๆ ส่วนอีกสองคน อวี้หย่งไป่มีไหวพริบดี และ อวี้หย่งกุ้ยก็มีร่างกายแข็งแรง พวกเขาไม่เคยกลัวเลย!
มีเพียงอวี้หย่งหลิ่ว เด็กหนุ่มวัยสิบขวบร่างกายผอมบาง ที่อุ้มซิ่งซิ่งแล้วเดินออกไป
จะปล่อยให้น้องสาวเห็นเื่รุนแรงแบบนี้ไม่ได้!
ซิ่งซิ่งยังคงมึนงง นางอยากจะเงยหน้าขึ้นไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อวี้หย่งหลิ่วก็กดหัวเล็ก ๆ ของนางลงบนไหล่เบา ๆ "เด็กดี อย่ามองเลย เื่แบบนี้เด็ก ๆ ดูไม่ได้"
ซิ่งซิ่งเป็เด็กที่เชื่อฟังมาก นางเพียงตอบรับว่า “โอ้” แล้วก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรอีก แต่แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของนาง พี่ชายทั้งสี่ของนางเองก็อายุยังน้อย พวกเขาก็เป็เด็กเหมือนกันไม่ใช่หรือ?
หรือเป็เพราะว่าพี่ชายทั้งสี่ของนางเป็เด็กที่อายุมากกว่า ส่วนนางเป็เด็กที่เพิ่งจะสามขวบเมื่อไม่นานมานี้?
ความคิดในหัวของเด็กน้อยตีกันมั่วมุน จนนางลืมเื่อื่น ๆ ไปหมดแล้ว
อวี้หย่งหลิ่วอุ้มซิ่งซิ่งกลับไปยังถนนหมู่บ้าน พร้อมกับหอบหายใจหนักหน่วงเพราะความเหนื่อยล้า
ซิ่งซิ่งรีบะโลงจากอ้อมแขนของผู้เป็พี่ชาย ใบหน้าเล็กแสดงถึงความรู้สึกผิด “พี่สาม ซิ่งซิ่งคงจะตัวหนักเกินไป พี่เหนื่อยหรือเปล่า? ซิ่งซิ่งจะทำให้พี่รู้สึกดีขึ้นเอง”
ระหว่างที่พูด เด็กหญิงก็เงื้อกำปั้นน้อย ๆ ขึ้น บอกเป็นัยให้พี่ชายย่อตัวลง
แม้ว่าอวี้หย่งหลิ่วจะไม่ได้เหนื่อยถึงขนาดที่ต้องให้ซิ่งซิ่งช่วยทุบหลัง แต่เขาก็ยังทำตามคำบอกของน้องสาวแล้วย่อตัวลง ให้เด็กน้อยใช้กำปั้นเล็กทุบหลังให้เขาสองสามครั้ง จากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วหันมาตามเดิม เขาะโขึ้นลงสองครั้ง สีหน้าดูประหลาดใจเป็อย่างยิ่ง “ว้าว ซิ่งซิ่งสุดยอดไปเลย พี่ชายไม่รู้สึกเหนื่อยแล้ว!”
ซิ่งซิ่งรู้สึกดีใจจนฉีกยิ้มกว้าง
ดีใจจังเลย นางได้ช่วยพี่ชายแล้ว!
อวี้หย่งหลิ่วจูงมือน้องสาวตัวน้อยยืนรอพี่ชายอยู่ริมทางเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน ไม่นาน พี่ใหญ่ก็พาพี่ชายอีกสองคนกลับมา อวี้หย่งไหวทำท่าทางราวกับเป็ผู้พิชิต ข้าง ๆ กันคืออวี้หย่งไป่กับอวี้หย่งกุ้ยที่ตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยดิน แต่พวกเขายังคงดูภูมิใจ เชิดหน้าเหมือนนายพลที่กลับมาจากชัยชนะ
ซิ่งซิ่งรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความเป็ห่วง "พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สี่ พวกพี่ไม่เป็ไรใช่ไหม"
พี่ชายทั้งสามที่เพิ่งผ่านการต่อสู้มาหมาด ๆ ได้ยินน้องสาวคนเล็กเอ่ยถามเช่นนี้ ก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา
อวี้หย่งไหวหัวเราะเสียงดัง พยายามทำท่าทางโอ้อวด "ไม่ต้องห่วงนะซิ่งซิ่ง พี่ใช้มือเดียวก็จัดการเ้าเด็กเวรนั่นได้อยู่หมัดแล้ว!"
อวี้หย่งไป่กับอวี้หย่งกุ้ยรีบเสริม พรรณนาถึงสถานการณ์ "ใช่แล้ว พวกข้ากดเ้าพวกนั้นจนต้องหมอบลงกับพื้นเลยล่ะ!"
"แล้วก็อัดจนพวกนั้นต้องร้องขอชีวิตอีกด้วยนะ!"
ดวงตากลมโตของน้องสาวฉายแววชื่นชม "ว้าว! พวกท่านพี่เก่งกันจังเลยนะเ้าคะ!"
เด็กหญิงตัวน้อยปรบมือเสียงดัง เพื่อแสดงความชื่นชมพี่ชายทั้งสามอย่างที่สุด
พี่ชายทั้งสามที่เพิ่งกลับจากการวิวาท ต่างก็รู้สึกว่า พวกเขาควรจะลากกลุ่มของหลัวเชียหนิวกลับมาซ้อมอีกสักรอบดีไหม?
( หลัวเชียหนิว : นี่พวกเ้ามีมารยาทบ้างไหม? )
"..." มองดูบรรดาพี่น้องของเขาที่ต่างก็ฮึกเหิม อยากจะไปตะลุมบอนอีกครั้ง ร่างกายที่ค่อนข้างผอมบางของอวี้หย่งหลิ่วก็ผุดความคิดขึ้นมาเป็ครั้งแรกว่า เขาต้องฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรงมากกว่านี้เสียแล้ว
...
สายฝนในยามค่ำคืน ทำให้พื้นดินชุ่มฉ่ำ ชายฉกรรจ์ตระกูลอวี้ต่างก็ถือโอกาสนี้ไปที่นา แบกจอบเดินไปตามคันนา ซ่อมแซมคันนา กักเก็บน้ำ
ส่วนผู้หญิงตระกูลอวี้ต่างก็มีงานของตนเอง ทุกคนล้วนยุ่งอยู่กับงาน
เสียงหัวเราะและพูดคุยดังมาจากประตูบ้าน เป็พี่ชายตระกูลอวี้พาน้องสาวคนเล็กกลับมา
อวี้หย่งไหวใช้ชายเสื้อห่อผลไม้ป่ามาเต็มอก ร้องเรียกไปทางห้องโถงด้วยความตื่นเต้น "ท่านย่า พวกข้าเจอผลไม้ป่าตรงพุ่มไม้เชิงเขาเยอะแยะเลย!"
แม่เฒ่าเว่ยออกมาจากห้อง เห็นว่าเด็ก ๆ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม น้องสาวคนเล็กเดินตามหลังหลานชาย ใบหน้าเล็ก ๆ เบิกบานราวกับดอกไม้ พูดอย่างร่าเริง "ท่านย่า ข้าก็ช่วยเก็บด้วยนะเ้าคะ เก็บได้ตั้งสิบลูกแหน่ะ!"
ซิ่งซิ่งกางมือเล็ก ๆ สองข้างออก ให้แม่เฒ่าเว่ยดูจำนวนผลไม้ที่เก็บได้
แม่เฒ่าเว่ยอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา "โอ้ ซิ่งซิ่งของย่าเก่งขนาดนี้เชียวหรือ? มาให้ย่าดูหน่อยว่าไปเก็บลูกไม้มีพิษมาหรือเปล่า"
"ไม่มีทางหรอกขอรับท่านย่า น้องสามรู้จักพืชพรรณดี เขาช่วยพวกข้าดูอยู่ครับ!"
"ใช่แล้ว ใช่แล้ว พี่สามเก่งที่สุด!" ซิ่งซิ่งก็รีบเสริมอย่างร่าเริง
ได้ยินน้องสาวชมแบบนี้ จิตใจของอวี้หย่งหลิ่วที่ไม่ได้ไปร่วมวงเก็บลูกไม้ด้วย จึงรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง ก็พลอยได้รับการปลอบใจไปด้วย
เด็ก ๆ พูดคุยกันเจื้อยแจ้ว ทำให้ลานบ้านครึกครื้นไปหมด
หน้าต่างห้องของบ้านหลังที่สามขยับเล็กน้อย ก่อนจะถูกปิดลงอย่างแ่า
ซูโหรวเอ๋อร์ ภรรยาคนที่สามของตระกูลอวี้กำลังนั่งขุ่นเคืองอยู่ในห้อง
‘มันอะไรกันเนี่ย!’
นางรู้สึกว่าพ่อแม่สามีของตนกำลังมีปัญหา
่เทศกาลปีใหม่ นางเองก็ไม่ได้เอาของไปให้ที่บ้านพ่อแม่ตัวเองนานแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้พ่อกับแม่สามีคิดอะไรกันอยู่ ถึงได้พาเด็กผู้หญิงคนนั้นมาเลี้ยงดูที่บ้าน!
แล้วไข่ไก่เป็ของมีค่าขนาดนั้น ถ้าพวกเขาทั้งสองไม่กินก็ควรจะให้ลูกชายนาง อวี้หย่งจวี๋กินสิ ให้ลูกชายนางกินเพิ่มอีกฟองจะเป็อะไรไป! ทำไมถึงเอาไข่ไก่ไปให้เด็กผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ง่าย ๆ แบบนั้น!
นี่มันสิ้นเปลืองชัด ๆ!
อ้อจริงสิ! พวกลูกชายทั้งสี่คนของบ้านนี้ก็น่าโมโห! อวี้หย่งจวี๋เป็น้องชายแท้ ๆ ของพวกเขา เด็กผู้หญิงคนนั้นเป็ใครกัน พวกเขากลับทำตัวสนิทสนมกับนาง เห็นแล้วน่าโมโหจริง ๆ!
ตอนนั้นเอง อวี้หย่งจวี๋ที่นอนหลับอยู่บนเตียงก็ตื่นขึ้นมา เขาขยี้ตาปรือ ๆ แล้วลุกขึ้นนั่ง เรียกนางเสียงงัวเงียว่า "ท่านแม่"
นางกดลูกชายลงไปนอนใหม่ "เด็กดี นอนต่ออีกหน่อยเถอะ เมื่อคืนฝนตกหนัก ลมก็แรง ฟ้าร้องฟ้าผ่าด้วย กลัวหรือเปล่าลูก?"
อวี้หย่งจวี๋นอนต่ออีกนิดหน่อยก็ตื่น ดูท่าน่าจะหายง่วงแล้ว เขาเบะปาก บอกนางว่า "ท่านแม่ ข้าไม่อยากนอนแล้ว! ข้าอยากออกไปเล่น!"
พูดจบ เขาก็พยายามจะลงจากเตียง