ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 121 ห้าวินาที อาคมสายฟ้าปิดบัญชี

    หลังจากที่เม่าจิ้งพูดจบก็ใช้เลือดสดชโลมลงบนกระบี่ไม้ท้อ จากนั้นเปล่งเสียงต่ำ “ญาณบริสุทธ์ จิตจุดอัคคีบัดนี้มีวิชา ผสานวิญญาณศาสตรา เปิดกระบี่!”

            สิ้นเสียงกระบี่ไม้ท้อในมือของเม่าจิ้งพลันสั่นสะเทือนเบาๆ กระบี่ไม้ท้อในมือเขาคล้ายจะอุ่นขึ้นเล็กน้อยผมที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่ค่อยๆ แผ่ออกมาจากกระบี่ไม้ท้อนี่น่าจะเป็นคาถาเปิดกระบี่ตามบันทึกของอาจารย์ปู่

            มันเป็นวิธีเสริมพลังให้กับอาวุธเวททำให้มันกลายเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายสูงขึ้น คล้ายกับระบบ ‘เสริมพลังอาวุธ’ในเกมออนไลน์ที่ผมเคยเล่นแต่การได้เห็นในชีวิตจริงนั้นทำให้รู้สึกตื่นเต้นและน่าทึ่งกว่ามาก

            หลังจากที่เม่าจิ้งเปิดกระบี่เรียบร้อยเขาก็พูดด้วยเสียงแผ่วเบา “ตามฉันมา” แล้วหันหน้ากลับไป ก่อนพุ่งเข้าหาเด็กปีศาจทันที

            “เจ้าผู้ต่ำช้า ตายซะ!” กระบี่ไม้ท้อในมือฟันฉับลงไป

            เด็กปีศาจแผดร้อง“อ๊าาา” เสียงดังก้อง แล้วตะปบเล็บแหลมเข้าต่อสู้กับเม่าจิ้งอย่างเอาเป็นเอาตาย

            ผมยืนอยู่ข้างเม่าจิ้งคอยหาจังหวะและจุดอ่อนเพื่อเสริมการโจมตี เตรียมลงฝ่ามืออัสนีให้มันถึงตาย

            เม่าจิ้งในตอนนี้ไม่ถอยแม้ครึ่งก้าวใช้ร่างเข้าปะทะกับอีกฝ่ายเต็มแรง ทุกกระบวนท่าดุดันราวกับเอาชีวิตเข้าแลก

            การต่อสู้เช่นนี้สิ้นเปลืองปราณอย่างมากไม่เกินสามนาทีเม่าจิ้งต้องหมดแรงแน่

            หนึ่งนาทีผ่านไปเขาคว้าโอกาสได้

            “พรืด!” เม่าจิ้งพ่นโลหิตออกมาคำหนึ่ง เลือดนั้นพุ่งใส่ร่างของเด็กปีศาจจนทั่ว

            เสียงกรีดร้องดังลั่นร่างของมันชะงักแล้วถอยกรูดไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว

            เลือดที่เม่าจิ้งใช้คือเลือดปลายลิ้นหนึ่งในสามไฟแห่งมนุษย์ ซึ่งเป็น ‘เลือดหยางบริสุทธิ์’ที่มีเพียงไม่กี่หยดในร่างของคนเรา

            ยามคับขันสามารถใช้ข่มพลังอาฆาตได้หากเสียไปต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟู

            เม่าจิ้งไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือแทงกระบี่ไม้ท้อทะลุแขนเด็กปีศาจ แล้วใช้แรงผลักมันให้ถอยไปเรื่อยๆ

            มันร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดดวงตาแดงฉานจนดูคลุ้มคลั่ง

            แต่ในใจผมกลับรู้สึกตื่นตัวทันทีโอกาสมาแล้ว!

            นี่แหละคือจังหวะที่เม่าจิ้งเคยบอกว่าจะสร้างให้กับผม...

            “ลงมือ!” เม่าจิ้งตะโกนเตือนเผื่อผมลังเล

            แต่ผมซึ่งเปิดใช้มุทราสายฟ้าตั้งนานแล้วและเห็นเขาสละตนเองเพื่อเปิดโอกาสเช่นนี้ แล้วผมจะพลาดได้อย่างไร!

            พลังปราณภายในร่างผสานเข้ากับมุทราทั้งเจ็ดอย่างต่อเนื่องก่อนถ่ายพลังทั้งหมดลงสู่สัญลักษณ์สายฟ้าตรงกลางฝ่ามือ

            สัญลักษณ์นั้นราวกับหลุมไร้ก้นบึ้งผมโหมปราณใส่ไม่ยั้งแต่ยังไม่เต็มเลยสักนิด

            เมื่อผสานมุทราสุดท้ายเสร็จก็เปลี่ยนท่ามือเป็นมุทรากระบี่

            ผมเก็บกระบี่กระดูกปลาเข้าที่หัตถ์ขวากลายเป็นฝ่ามือ

            ทว่าในวินาทีนั้นเองเด็กปีศาจกลับสะบัดหลุดจากการกดของเม่าจิ้ง แล้วเตะเขาจนกระเด็นล้มลง

            ดวงตากลางหน้าผากของมันพ่นไอสีเขียวออกมาอย่างต่อเนื่องผิวหนังที่ถูกเลือดปลายลิ้นกัดกร่อนเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว แขนที่โดนแทงทะลุก็กำลังฟื้นฟู

            ทันใดนั้นมันพุ่งเข้าหาเม่าจิ้งอีกครั้ง

            เสียง“อ๊าาา” ดังขึ้นพร้อมกับที่มันพุ่งเข้างับคอของเม่าจิ้ง

            ใบหน้าเม่าจิ้งเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่ก็ไม่อาจขัดขืนได้

            ห้าวินาทีนั้นแม้จะสั้น แต่ก็ช่างยาวนานเหลือเกิน

            ในที่สุดมุทราก็เสร็จสิ้น ผมไม่กล้าเสียเวลาแม้แต่น้อย กระโจนเข้าใส่มันทันทีพลางเปล่งเสียงบริกรรมเสียงดังชัด “อัสนีสวรรค์กัมปนาทปราณต้นกำเนิดไม่ขาดสาย ข้าขอยืมอำนาจแห่งสายฟ้า พิฆาตปีศาจร้าย อาคมสายฟ้าฝ่ามืออัสนี!”

            ฝ่ามือข้างขวาของผมฟาดตรงเข้าใส่เด็กปีศาจที่กำลังจะงับคอเม่าจิ้ง

            ในเสี้ยววินาทีนั้นสายฟ้าแลบวาบ เสียงแตกเปรี๊ยะดังขึ้น

            “เปรี๊ยะ!” เสียงระเบิดตามมาทันที ก่อนที่สายฟ้าจะฟาดออกไปเป็นเส้นโค้ง

            ความเร็วของสายฟ้าเหนือกว่าเด็กปีศาจมากนัก ก่อนที่มันจะงับคอเม่าจิ้งได้ สายฟ้าก็ซัดเข้าที่ศีรษะของมันเต็มแรง

            “โครม!”

            เสียงระเบิดดังสนั่นสายฟ้าฟาดเข้าใส่ศีรษะของเด็กปีศาจจนระเบิดออกไปครึ่งหนึ่ง

            แต่สิ่งมีชีวิตประหลาดนี้กลับอึดอย่างเหลือเชื่อมันยังไม่ตาย!

            เสียงกรีดร้องของมันแหลมสูงก่อนจะปลิวกระเด็นไปทั้งตัว

            ผมเร่งฝีเท้าพุ่งเข้าไปแม้จะหอบจนแทบขาดใจ รู้สึกหมดแรงแทบทรุด แต่ก็ยังฝืนกัดฟันวิ่งต่อไป

            “เม่าจิ้ง!” ผมรีบไปประคองเขาไว้

            พอเห็นว่าเขายังไม่เป็นอะไรมากผมก็โล่งอกขึ้น

            “ไม่เป็นไร ไปจัดการมัน!” เม่าจิ้งพูดทั้งที่เลือดยังติดมุมปาก

            ผมไม่ลังเลรีบชักกระบี่กระดูกปลาแล้วพุ่งเข้าใส่เด็กปีศาจซึ่งหัวระเบิดไปครึ่งหนึ่ง

            เมื่อเข้าถึงตัวมันยังไม่ตายจริงๆ

            ตาสีเขียวตรงกลางหน้าผากยังคงส่องแสงเขียวอ่อนๆแผ่ไอสีเขียวออกมา

            ศีรษะครึ่งหนึ่งที่ถูกระเบิดแตกกำลังดูดกลืนไอดำแล้วฟื้นฟูกลับมาอย่างช้าๆ

            ผมเห็นแล้วถึงกับขนลุก

            ย้อนคิดไปถึงที่เนินเขาสิบลี้นักพรตวิญญาณก็มีดวงตาแบบเดียวกัน ผมต้องแทงทะลุมันถึงได้สลายไป

            เจ้าก้อนเนื้อเขียวนี้...มันคืออะไรกันแน่

            ทำไมถึงฟื้นฟูได้ขนาดนี้

            แม้สงสัยอยู่เต็มหัวแต่ผมก็ไม่รั้งรอ ชูกระบี่กระดูกปลาแล้วแทงลงไปตรงๆ

            “เปรี๊ยะ!” ดวงตาสีเขียวแตกกระจาย น้ำสีเขียวพุ่งกระเซ็นไปทั่วพื้น

            แต่ของเหลวนี้ก็เช่นเดียวกับเลือดผีไม่ได้มีอยู่จริง

            ทันทีที่สัมผัสกับพื้นหรือวัตถุก็กลายเป็นหมอกสีเขียวจางแล้วเลือนหายไปทันที

            เสียงกรีดร้องของเด็กปีศาจแหลมสูงร่างของมันสั่นกระตุกไม่หยุด ดวงตาขาวโพลนทั้งสองเบิกกว้างจ้องผมเขม็ง

            “กิน...กิน...”เสียงแหบพร่านั้นยังไม่ทันจบ ร่างของเด็กปีศาจก็พลันระเบิดออกดัง"โครม!"

            มันกลายเป็นดวงไฟวิญญาณสีเขียวลอยวูบขึ้นก่อนจะหายไปไร้ร่องรอย

            ผมผ่อนลมหายใจยาวรู้สึกโล่งใจ

            จบแล้ว

            พร้อมกับการตายของเด็กปีศาจผมรู้สึกได้ว่ามีปราณต้นกำเนิดบางส่วนหลงเหลืออยู่ในที่นี้

            เพราะร่างกายของผมมีคุณสมบัติพิเศษมันจึงถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายโดยอัตโนมัติ

            ผมรู้สึกสบายสดชื่นเหมือนที่ผ่านๆมา

            เมื่อดูดซึมปราณนี้เข้าไปความอ่อนแรงที่สะสมอยู่ก็ค่อยๆ จางหายไปด้านในตันเถียนก็รู้สึกมีพลังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

            แม้จะไม่มากนักแต่ก็พอรู้สึกได้

            ผมสูดหายใจเข้าออกลึกสองครั้งอย่างผ่อนคลาย

            ผมหันกลับไปมองเม่าจิ้งเห็นเขายืนขึ้นได้แล้ว และกำลังยิ้มให้ผม “ทำได้ดีมาก”

            ผมหอบหายใจรู้สึกเหนื่อยอ่อนเต็มที จึงพิงต้นไม้ต้นแล้วกล่าว “คราวนี้...น่าจะฆ่าหมดแล้วใช่ไหม”

            ขณะพูดก็มองไปทางห้องน้ำสาธารณะ

            พลังอาฆาตที่เคยปกคลุมตรงนั้นกำลังจางหายไปอย่างรวดเร็ว

            เมื่อไร้ซึ่งวิญญาณอาฆาตทุกอย่างก็เริ่มกลับสู่สภาวะปกติ

            “คราวนี้สะอาดหมดจดแล้ว”

            “เม่าจิ้ง เงินสองหมื่นของนายเนี่ย หามาไม่ง่ายเลยนะ!” ผมพูดแซวเขา

            “ก็ใช่น่ะสิ” เม่าจิ้งหัวเราะเบาๆ โดยไม่รู้ตัวแล้วโยนบุหรี่มวนหนึ่งมาให้ผม

            เราสองคนพิงต้นไม้อย่างหมดแรงสูบบุหรี่กันเงียบๆ จนหมดมวน

            ไม่มีใครคาดคิดว่าในห้องน้ำสาธารณะแห่งนี้จะมีผีอยู่ถึงสองตัว

            ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสองตนล้วนกลายเป็นวิญญาณอาฆาตแล้วด้วย

            หนึ่งในนั้นยังวิวัฒน์จากทารกวิญญาณกลายเป็นเด็กปีศาจ แถมยังมีเนื้องอกสีเขียวที่เป็นดวงตาอีกลูกบนหน้าผาก

            โชคดีที่ผมเรียนรู้วิชาสายฟ้าได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้น ค่ำคืนนี้ใครจะเป็นฝ่ายรอดคงยากจะคาดเดา

            หลังพักอยู่สักครู่เราทั้งสองก็เริ่มกลับมามีแรง

            และตอนนี้บริเวณห้องน้ำสาธารณะไม่หลงเหลือพลังอาฆาตแม้แต่น้อยแล้ว

            เม่าจิ้งหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรหาหมายเลขหนึ่ง

            พอปลายสายรับเขาพูดเพียงสั้นๆ ว่า “ปัดเป่าเรียบร้อย” แล้วก็ตัดสายทันที...


             

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน