หลังจากที่เม่าจิ้งพูดจบก็ใช้เลือดสดชโลมลงบนกระบี่ไม้ท้อ จากนั้นเปล่งเสียงต่ำ “ญาณบริสุทธ์ จิตจุดอัคคีบัดนี้มีวิชา ผสานวิญญาณศาสตรา เปิดกระบี่!”
สิ้นเสียงกระบี่ไม้ท้อในมือของเม่าจิ้งพลันสั่นสะเทือนเบาๆ กระบี่ไม้ท้อในมือเขาคล้ายจะอุ่นขึ้นเล็กน้อยผมที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่ค่อยๆ แผ่ออกมาจากกระบี่ไม้ท้อนี่น่าจะเป็นคาถาเปิดกระบี่ตามบันทึกของอาจารย์ปู่
มันเป็นวิธีเสริมพลังให้กับอาวุธเวททำให้มันกลายเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายสูงขึ้น คล้ายกับระบบ ‘เสริมพลังอาวุธ’ในเกมออนไลน์ที่ผมเคยเล่นแต่การได้เห็นในชีวิตจริงนั้นทำให้รู้สึกตื่นเต้นและน่าทึ่งกว่ามาก
หลังจากที่เม่าจิ้งเปิดกระบี่เรียบร้อยเขาก็พูดด้วยเสียงแผ่วเบา “ตามฉันมา” แล้วหันหน้ากลับไป ก่อนพุ่งเข้าหาเด็กปีศาจทันที
“เจ้าผู้ต่ำช้า ตายซะ!” กระบี่ไม้ท้อในมือฟันฉับลงไป
เด็กปีศาจแผดร้อง“อ๊าาา” เสียงดังก้อง แล้วตะปบเล็บแหลมเข้าต่อสู้กับเม่าจิ้งอย่างเอาเป็นเอาตาย
ผมยืนอยู่ข้างเม่าจิ้งคอยหาจังหวะและจุดอ่อนเพื่อเสริมการโจมตี เตรียมลงฝ่ามืออัสนีให้มันถึงตาย
เม่าจิ้งในตอนนี้ไม่ถอยแม้ครึ่งก้าวใช้ร่างเข้าปะทะกับอีกฝ่ายเต็มแรง ทุกกระบวนท่าดุดันราวกับเอาชีวิตเข้าแลก
การต่อสู้เช่นนี้สิ้นเปลืองปราณอย่างมากไม่เกินสามนาทีเม่าจิ้งต้องหมดแรงแน่
หนึ่งนาทีผ่านไปเขาคว้าโอกาสได้
“พรืด!” เม่าจิ้งพ่นโลหิตออกมาคำหนึ่ง เลือดนั้นพุ่งใส่ร่างของเด็กปีศาจจนทั่ว
เสียงกรีดร้องดังลั่นร่างของมันชะงักแล้วถอยกรูดไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว
เลือดที่เม่าจิ้งใช้คือเลือดปลายลิ้นหนึ่งในสามไฟแห่งมนุษย์ ซึ่งเป็น ‘เลือดหยางบริสุทธิ์’ที่มีเพียงไม่กี่หยดในร่างของคนเรา
ยามคับขันสามารถใช้ข่มพลังอาฆาตได้หากเสียไปต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟู
เม่าจิ้งไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือแทงกระบี่ไม้ท้อทะลุแขนเด็กปีศาจ แล้วใช้แรงผลักมันให้ถอยไปเรื่อยๆ
มันร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดดวงตาแดงฉานจนดูคลุ้มคลั่ง
แต่ในใจผมกลับรู้สึกตื่นตัวทันทีโอกาสมาแล้ว!
นี่แหละคือจังหวะที่เม่าจิ้งเคยบอกว่าจะสร้างให้กับผม...
“ลงมือ!” เม่าจิ้งตะโกนเตือนเผื่อผมลังเล
แต่ผมซึ่งเปิดใช้มุทราสายฟ้าตั้งนานแล้วและเห็นเขาสละตนเองเพื่อเปิดโอกาสเช่นนี้ แล้วผมจะพลาดได้อย่างไร!
พลังปราณภายในร่างผสานเข้ากับมุทราทั้งเจ็ดอย่างต่อเนื่องก่อนถ่ายพลังทั้งหมดลงสู่สัญลักษณ์สายฟ้าตรงกลางฝ่ามือ
สัญลักษณ์นั้นราวกับหลุมไร้ก้นบึ้งผมโหมปราณใส่ไม่ยั้งแต่ยังไม่เต็มเลยสักนิด
เมื่อผสานมุทราสุดท้ายเสร็จก็เปลี่ยนท่ามือเป็นมุทรากระบี่
ผมเก็บกระบี่กระดูกปลาเข้าที่หัตถ์ขวากลายเป็นฝ่ามือ
ทว่าในวินาทีนั้นเองเด็กปีศาจกลับสะบัดหลุดจากการกดของเม่าจิ้ง แล้วเตะเขาจนกระเด็นล้มลง
ดวงตากลางหน้าผากของมันพ่นไอสีเขียวออกมาอย่างต่อเนื่องผิวหนังที่ถูกเลือดปลายลิ้นกัดกร่อนเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว แขนที่โดนแทงทะลุก็กำลังฟื้นฟู
ทันใดนั้นมันพุ่งเข้าหาเม่าจิ้งอีกครั้ง
เสียง“อ๊าาา” ดังขึ้นพร้อมกับที่มันพุ่งเข้างับคอของเม่าจิ้ง
ใบหน้าเม่าจิ้งเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่ก็ไม่อาจขัดขืนได้
ห้าวินาทีนั้นแม้จะสั้น แต่ก็ช่างยาวนานเหลือเกิน
ในที่สุดมุทราก็เสร็จสิ้น ผมไม่กล้าเสียเวลาแม้แต่น้อย กระโจนเข้าใส่มันทันทีพลางเปล่งเสียงบริกรรมเสียงดังชัด “อัสนีสวรรค์กัมปนาทปราณต้นกำเนิดไม่ขาดสาย ข้าขอยืมอำนาจแห่งสายฟ้า พิฆาตปีศาจร้าย อาคมสายฟ้าฝ่ามืออัสนี!”
ฝ่ามือข้างขวาของผมฟาดตรงเข้าใส่เด็กปีศาจที่กำลังจะงับคอเม่าจิ้ง
ในเสี้ยววินาทีนั้นสายฟ้าแลบวาบ เสียงแตกเปรี๊ยะดังขึ้น
“เปรี๊ยะ!” เสียงระเบิดตามมาทันที ก่อนที่สายฟ้าจะฟาดออกไปเป็นเส้นโค้ง
ความเร็วของสายฟ้าเหนือกว่าเด็กปีศาจมากนัก ก่อนที่มันจะงับคอเม่าจิ้งได้ สายฟ้าก็ซัดเข้าที่ศีรษะของมันเต็มแรง
“โครม!”
เสียงระเบิดดังสนั่นสายฟ้าฟาดเข้าใส่ศีรษะของเด็กปีศาจจนระเบิดออกไปครึ่งหนึ่ง
แต่สิ่งมีชีวิตประหลาดนี้กลับอึดอย่างเหลือเชื่อมันยังไม่ตาย!
เสียงกรีดร้องของมันแหลมสูงก่อนจะปลิวกระเด็นไปทั้งตัว
ผมเร่งฝีเท้าพุ่งเข้าไปแม้จะหอบจนแทบขาดใจ รู้สึกหมดแรงแทบทรุด แต่ก็ยังฝืนกัดฟันวิ่งต่อไป
“เม่าจิ้ง!” ผมรีบไปประคองเขาไว้
พอเห็นว่าเขายังไม่เป็นอะไรมากผมก็โล่งอกขึ้น
“ไม่เป็นไร ไปจัดการมัน!” เม่าจิ้งพูดทั้งที่เลือดยังติดมุมปาก
ผมไม่ลังเลรีบชักกระบี่กระดูกปลาแล้วพุ่งเข้าใส่เด็กปีศาจซึ่งหัวระเบิดไปครึ่งหนึ่ง
เมื่อเข้าถึงตัวมันยังไม่ตายจริงๆ
ตาสีเขียวตรงกลางหน้าผากยังคงส่องแสงเขียวอ่อนๆแผ่ไอสีเขียวออกมา
ศีรษะครึ่งหนึ่งที่ถูกระเบิดแตกกำลังดูดกลืนไอดำแล้วฟื้นฟูกลับมาอย่างช้าๆ
ผมเห็นแล้วถึงกับขนลุก
ย้อนคิดไปถึงที่เนินเขาสิบลี้นักพรตวิญญาณก็มีดวงตาแบบเดียวกัน ผมต้องแทงทะลุมันถึงได้สลายไป
เจ้าก้อนเนื้อเขียวนี้...มันคืออะไรกันแน่
ทำไมถึงฟื้นฟูได้ขนาดนี้
แม้สงสัยอยู่เต็มหัวแต่ผมก็ไม่รั้งรอ ชูกระบี่กระดูกปลาแล้วแทงลงไปตรงๆ
“เปรี๊ยะ!” ดวงตาสีเขียวแตกกระจาย น้ำสีเขียวพุ่งกระเซ็นไปทั่วพื้น
แต่ของเหลวนี้ก็เช่นเดียวกับเลือดผีไม่ได้มีอยู่จริง
ทันทีที่สัมผัสกับพื้นหรือวัตถุก็กลายเป็นหมอกสีเขียวจางแล้วเลือนหายไปทันที
เสียงกรีดร้องของเด็กปีศาจแหลมสูงร่างของมันสั่นกระตุกไม่หยุด ดวงตาขาวโพลนทั้งสองเบิกกว้างจ้องผมเขม็ง
“กิน...กิน...”เสียงแหบพร่านั้นยังไม่ทันจบ ร่างของเด็กปีศาจก็พลันระเบิดออกดัง"โครม!"
มันกลายเป็นดวงไฟวิญญาณสีเขียวลอยวูบขึ้นก่อนจะหายไปไร้ร่องรอย
ผมผ่อนลมหายใจยาวรู้สึกโล่งใจ
จบแล้ว
พร้อมกับการตายของเด็กปีศาจผมรู้สึกได้ว่ามีปราณต้นกำเนิดบางส่วนหลงเหลืออยู่ในที่นี้
เพราะร่างกายของผมมีคุณสมบัติพิเศษมันจึงถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายโดยอัตโนมัติ
ผมรู้สึกสบายสดชื่นเหมือนที่ผ่านๆมา
เมื่อดูดซึมปราณนี้เข้าไปความอ่อนแรงที่สะสมอยู่ก็ค่อยๆ จางหายไปด้านในตันเถียนก็รู้สึกมีพลังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
แม้จะไม่มากนักแต่ก็พอรู้สึกได้
ผมสูดหายใจเข้าออกลึกสองครั้งอย่างผ่อนคลาย
ผมหันกลับไปมองเม่าจิ้งเห็นเขายืนขึ้นได้แล้ว และกำลังยิ้มให้ผม “ทำได้ดีมาก”
ผมหอบหายใจรู้สึกเหนื่อยอ่อนเต็มที จึงพิงต้นไม้ต้นแล้วกล่าว “คราวนี้...น่าจะฆ่าหมดแล้วใช่ไหม”
ขณะพูดก็มองไปทางห้องน้ำสาธารณะ
พลังอาฆาตที่เคยปกคลุมตรงนั้นกำลังจางหายไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อไร้ซึ่งวิญญาณอาฆาตทุกอย่างก็เริ่มกลับสู่สภาวะปกติ
“คราวนี้สะอาดหมดจดแล้ว”
“เม่าจิ้ง เงินสองหมื่นของนายเนี่ย หามาไม่ง่ายเลยนะ!” ผมพูดแซวเขา
“ก็ใช่น่ะสิ” เม่าจิ้งหัวเราะเบาๆ โดยไม่รู้ตัวแล้วโยนบุหรี่มวนหนึ่งมาให้ผม
เราสองคนพิงต้นไม้อย่างหมดแรงสูบบุหรี่กันเงียบๆ จนหมดมวน
ไม่มีใครคาดคิดว่าในห้องน้ำสาธารณะแห่งนี้จะมีผีอยู่ถึงสองตัว
ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสองตนล้วนกลายเป็นวิญญาณอาฆาตแล้วด้วย
หนึ่งในนั้นยังวิวัฒน์จากทารกวิญญาณกลายเป็นเด็กปีศาจ แถมยังมีเนื้องอกสีเขียวที่เป็นดวงตาอีกลูกบนหน้าผาก
โชคดีที่ผมเรียนรู้วิชาสายฟ้าได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้น ค่ำคืนนี้ใครจะเป็นฝ่ายรอดคงยากจะคาดเดา
หลังพักอยู่สักครู่เราทั้งสองก็เริ่มกลับมามีแรง
และตอนนี้บริเวณห้องน้ำสาธารณะไม่หลงเหลือพลังอาฆาตแม้แต่น้อยแล้ว
เม่าจิ้งหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรหาหมายเลขหนึ่ง
พอปลายสายรับเขาพูดเพียงสั้นๆ ว่า “ปัดเป่าเรียบร้อย” แล้วก็ตัดสายทันที...