“คำท้าทายในความมืดที่ค่อยๆ ละลายขอบเขตศีลธรรมของชู้รักให้จมดิ่งลงเรื่อยๆ...”
*****
วันอาทิตย์่ค่ำๆ อารมณ์ดิบและไฟโทสะอิจฉาตาร้อนสะสมมาั้แ่คืนวันก่อนมันทำให้ผมแทบคลั่งกระสับกระส่ายไปทั้งตัว ผมไม่มีสมาธิคุมงานคุมไซต์หรือทำอะไรเลยสักอย่าง ความร้อนรุ่มที่เป้ากางเกงและความหึงหวงที่เห็นเจนจิรานัวเนียจูบปากอย่างสมยอมกับกวินชายหนุ่มไฮโซคนนั้นมันบีบคั้นประสาทจนผมทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ผมต้องหาโอกาสข้ามฝั่งไปเคลียร์กับเธอให้รู้เื่ว่าความสัมพันธ์กามารมณ์และาประสาทระหว่างเรามันคืออะไรกันแน่
ผมเฝ้ารอโอกาสอย่างกระวนกระวายใจ เดินวนเวียนไปมาในบ้านจนกระทั่ง่ประมาณทุ่มเศษๆ อรขอตัวปั่นจักรยานออกไปซื้อน้ำปลาและผงซักฟอกที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยหมู่บ้าน ซึ่งปกติแล้วอรปั่นจักรยานไปกลับและเลือกซื้อของน่าจะใช้เวลาประมาณยี่สิบถึงสามสิบนาที
เมื่อประตูรั้วบ้านเหล็กดัดสีดำปิดลงช้าๆ และผมเห็นร่างของเมียปั่นจักรยานพ้นสายตาออกไปที่ปากซอย ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืนมองรูปภาพวันแต่งงานของเราสองคนที่แขวนอยู่บนผนังห้องรับแขก แววตาของอรในรูปช่างแสนซื่อสัตย์และเรียบง่าย มันทำให้คลื่นความรู้สึกผิดทิ่มแทงหัวใจผมจนเจ็บแปลบ แต่ทว่าความโกรธแค้น ความหึงหวง และแรงขับกามารมณ์ป่าเถื่อนในตัวของผมมันกลับรุนแรงและมีอิทธิพลเหนือศีลธรรมไปสิ้นแล้ว
ผมไม่รอช้าก้าวเท้าเดินจ้ำข้ามถนนคอนกรีตสองเลนของหมู่บ้านที่เงียบสงบตรงไปยังบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์นลอฟท์สีทึบฝั่งตรงข้ามทันที หัวใจในอกซ้ายเต้นะเิรัวระทึกเหมือนเสียงกลองรบ
ผมเอื้อมมือหนาไปกดสวิตช์กริ่งหน้าบ้านของเธอสองครั้งติดต่อกัน ยืนกำมือแน่นพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ร้อนรุ่ม
ไม่นานประตูรั้วไฟฟ้าก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ บานประตูบ้านด้านในเปิดกว้างออก เผยให้เห็นร่างระหงของเจนจิราก้าวเดินออกต้อนรับ คืนนี้เธอยิ่งแต่งตัวยั่วยวนชวนให้เสียศีลธรรมขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เธอสวมเสื้อสายเดี่ยวผ้าคอตตอนรัดรูปสีเทาตัวจิ๋วบางเฉียบคว้านคอลึกมากจนเผยให้เห็นเนินอกขาวนุ่มอวบอัดคัพเอฟล้นทะลักชี้เด่น ยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อชูชันทะลุเนื้อผ้าบางใสอย่างจงใจ กางเกงขาสั้นกุดสีดำสนิทรัดตึงสะโพกผายผึ่งอวบอัดขาวจั๊วะน่าขย้ำและโชว์เรียวขาสวยยาวสะกดสายตา เธององเห็นดวงตาขมึงทึงของผมแล้วคลี่ยิ้มมุมปากพราวเสน่ห์เย้ยหยันอย่างล่วงรู้ความนึกคิด
"อุ๊ย... คุณพัฒน์ มีอะไรชำรุดเสียหายให้เจนช่วยดูอีกหรือเปล่าคะ?" เธอถามพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงแหบสยิวขยี้ใจกระตุ้นความดิบ
"ผมมีเื่สำคัญอยากคุยกับคุณ... ขอเข้าไปคุยในบ้านได้ไหมครับ" ผมบอกเสียงเข้มห้วนคุมอารมณ์ดิบป่าเถื่อนแทบไม่อยู่
"ได้สิคะ... เข้ามาในบ้านสิคะคุณพัฒน์" เจนจิราเอ่ยเสียงหวานใสพลางเบี่ยงตัวหลบเพื่อนำทางผมเข้าไปในบ้านที่ตกแต่งอย่างหรูหราทันสมัย กลิ่นเชอร์รี่หอมฟุ้งลอยกรุ่นอบอวลในอากาศ
พอผมก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถงกว้างและบานประตูบ้านปิดล็อกลง ผมไม่ยอมเสียเวลาอ้อมค้อมหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับเธอทันที ก้าวเท้าหนาประชิดร่างระหงของเธอจนแผ่นอกกว้างเกือบเบียดทรวงอกอวบอัดล้นเต้าคัพเอฟ
"ผู้ชายคนเมื่อคืน... ไอ้คนที่มากอดจูบส่งคุณหน้าบ้านคือใคร?" ผมถามน้ำเสียงทุ้มต่ำแข็งกร้าวสั่นเคร้งด้วยความหึงโหด
เจนจิราเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นช้าๆ แกล้งทำสีหน้าประหลาดใจปนเย้ยหยันดวงหน้าสวย "ถามทำไมคะคุณพัฒน์? เจนจะควงใคร ไปดินเนอร์หรูค้างคืนกับใคร หรือจะยืนจูบปากนัวเนียกอดรัดกับใครที่หน้าบ้านมันเกี่ยวอะไรกับคุณพัฒน์ด้วยเหรอคะ? เราสองคนเป็แค่เพื่อนบ้านกันไม่ใช่เหรอจ๊ะ?"
"เกี่ยวแน่!" ผมตะคอกเสียงต่ำก้าวข่มขู่ประชิดตัวเธอขึ้นอีก "คุณแอบจูบปากแลกลิ้นดิบกับผมในครัว... คุณแอบใช้เรียวเท้าเขี่ยและลูบเป้ากางเกงสแล็กจนแกนกายผมแข็งเป้กใต้โต๊ะอาหารต่อหน้าอรเมียหลวงของผม แล้วคุณยังมีหน้าไปยืนนัวเนียจูบปากเสพสมกับผู้ชายคนอื่นโชว์สายตาผมคากระจกหน้าต่างห้องนอนอีกงั้นเหรอ!"
เจนจิราส่งเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ ในลำคออย่างสะใจในอารมณ์หึงหวงเดือดพล่านของผม เธอขยับร่างระหงขาวเนียนก้าวรุกประชิดตัวผมทันที แผ่นอกกว้างของผมััได้ถึงความอวบอัดนุ่มหยุ่นล้นเต้าของเธอที่เบียดอัดแน่นอย่างจงใจ
"ใช่ค่ะ... เจนทำ เจนตั้งใจจูบปากกับวินโชว์คุณพัฒน์เลยล่ะค่ะ แล้วยังไงคะ? คุณพัฒน์โกรธเพราะอะไร? หึงหวงที่เห็นเจนโดนกวินกอดรัดฟัดเหวี่ยงงั้นเหรอคะ?" เจนจิราจ้องลึกเข้ามาในดวงตาที่สับสนว้าวุ่นของผม แววตาของเสือสาวผู้ล่าเปล่งประกายคมกริบยิ้มเย้ย
"ผมไม่ได้หึง..." ผมปฏิเสธโกหกคำโตเสียงสั่นสะท้านคอแห้งผากหน้าแดงก่ำ
"ปากแข็งจังเลยนะคะ... ดูท่อนเนื้อั์ในกางเกงของคุณสิคะ แข็งขยายตึงเปรี๊ยะจนทิ่มเป้ากางเกงนูนชี้หน้าเจนขนาดนี้แล้ว ยังจะปฏิเสธอีกเหรอจ๊ะ?" เจนจิราเอ่ยล้อเลียนพลางลดสายตาต่ำจ้องมองเป้ากางเกงของผมที่พองโตเป็ลำยาว 8 นิ้วแข็งโป๊กปวดหนึบคาเนื้อผ้าสแล็ก
เธอเลื่อนมือเรียวขาวอุ่นนุ่มมาลูบไล้หน้าอกกว้างของผมไล่ต่ำลงมาแล้วกุมบีบขยำลำเนื้อั์ของผมแรงๆ หนึ่งทีจนผมสูดปากครางซี๊ดสั่นไปทั้งร่าง
"คุณพัฒน์น่ะ... เมียก็น่ารัก อ่อนหวาน เรียบร้อยแสนดีขนาดนั้นแท้ๆ... แต่ในหัวกลับอยากขยี้เรือนร่างของเจนใจจะขาดไม่ใช่เหรอคะ?" เจนจิราพูดจาจี้จุดบีบคั้นประสาทหยาบโลนชิดใบหูผม "เจนถามจริงๆ เถอะ... คุณพัฒน์กล้าพอหรือเปล่าล่ะคะ?"
"กล้าอะไร..." ผมถามเสียงแหบพร่าคุมตัวสั่นเทิ้มไม่อยู่
"กล้าพอที่จะมีเซ็กซ์กับเจนลับหลังเมียแสนดีของคุณไหม? กล้าพอที่จะแซ่บดุดันกว่ากวินแฟนเก่าซาดิสต์ของเจนหรือเปล่า?" เจนจิราท้าทายด้วยคำพูดเหี้ยมเกรียมกระตุ้นตัณหาดิบสัตว์ป่า สองมือเรียวขาวของเธอเลื่อนมาจับมือหนาของผมยกขึ้นไปแปะวางกุมลงบนทรวงอกอวบอัดนุ่มแน่นของเธอเต็มๆ มือ ััอุ่นร้อนของผิวกายและความเต่งตึงหยุ่นล้นทำให้ผมลืมตัว ขยำเกร็งนิ้วบีบเต้าอวบของเธออย่างรุนแรงตามแรงอารมณ์ใคร่ดิบจนหน้าอกล้นทะลักง่ามนิ้วหนาของผม
"ซี๊ดดด... แน่นดีไหมคะคุณพัฒน์ ขยำแรงๆ สิคะ..." เจนจิราครางแ่เบาบิดตัวรับนิ้วมือหนาที่ขยำหน้าอกเธอแน่นจนเนื้อแทบล้นซอกนิ้ว
"ถ้าคุณพัฒน์กล้าและมีดีพอ... คืนพรุ่งนี้่ค่ำๆ อรต้องไปสัมมนาต่างจังหวัดไม่ใช่เหรอจ๊ะ? เจนจะเปิดประตูบ้านปลดล็อกรอคุณพัฒน์ข้ามฝั่งมาสอดใส่กระแทกกระทั้นเจนในห้องนอนนะคะ... แต่ถ้าคุณพัฒน์ปอดแหกไม่กล้าข้ามเส้นศีลธรรม ก็กลับไปนอนกอดเมียจืดชืดเรียบง่ายของคุณไปซะเถอะค่ะ เจนจะได้กลับไปนอนอ้าขาให้วินกระแทกสอยรูรักเล่นเหมือนเดิม"
คำพูดท้าทายเปรียบเทียบสุดบีบคั้นกระตุ้นโทสะและตัณหาดิบของเธอสะกิดต่อมหึงโหดของผมจนแทบะเิ ผมปล่อยมือจากเต้าขาวนุ่มของเธอแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาร้ายกาจของเธอด้วยไฟโทสะและกิเลสบ้าคลั่ง
"คืนพรุ่งนี้... เตรียมเปิดรูรอกระแทกได้เลย เจนจิรา" ผมบอกเสียงทุ้มต่ำเหี้ยมเกรียมและดิบถ่อย
ผมหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกจากบ้านเธอข้ามถนนกลับเข้าบ้านตัวเองทันที จิตใจปั่นป่วนร้อนรุ่มไปด้วยไฟตัณหาและทักษะชิงชู้
ผมเดินกลับเข้ามานั่งในบ้านที่เงียบสงัดได้ไม่นาน เสียงโซ่จักรยานก็ดังแว่วเข้ามาหน้าบ้าน อรปั่นจักรยานกลับมาพร้อมกับถุงพลาสติกใส่ผักและผงซักฟอก อรเดินเข้ามาในห้องรับแขก ส่งรอยยิ้มซื่อๆ และยื่นขนมต้มถุงเล็กๆ มาให้ผม "อรซื้อขนมมาฝากพี่พัฒน์ด้วยค่ะ เห็นชอบกิน... ทานเลยนะคะอรแกะให้ค่ะ"
ดวงหน้าไร้เดียงสาปนความอบอุ่นของอรมันทำให้หัวใจของผมโดนเข็มร้อยเล่มทิ่มแทงจนอับอายและสำนึกผิด แต่ถึงกระนั้น ร่างกายส่วนล่างของผมมันกลับสั่นระริกเร่าร้อนเฝ้ารอคอยและนับถอยหลังเวลาของคืนวันพรุ่งนี้อย่างบ้าคลั่ง... คืนที่ผมจะทลายขีดจำกัดศีลธรรมก้าวข้ามถนนเพื่อกระแทกสอดใส่ร่วมรักเต็มคราบกับเพื่อนบ้านชู้รักสวยแสบฝั่งตรงข้ามบ้านคนนั้นให้ย่อยยับสมใจอยาก
หลังจากนั้น่เช้าวันจันทร์ อรเก็บกระเป๋าเดินทางเตรียมตัวไปขึ้นรถตู้สัมมนาทางวิชาการของโรงเรียนต่างจังหวัด อรล่ำลาผมด้วยการกอดและหอมแก้มแ่เบาเหมือนปกติทุกครั้ง
"พี่พัฒน์คะ... อรไปสัมมนาสามวันสองคืนนะคะ พี่พัฒน์อยู่บ้านคนเดียวอย่าลืมทานข้าวนะคะ อรทำกับข้าวใส่กล่องแช่ตู้เย็นไว้ให้แล้วล่ะค่ะ อุ่นทานได้เลยนะคะ" อรบอกด้วยความเป็ห่วง
"จ้ะอร... เดินทางปลอดภัยนะจ๊ะ ไม่ต้องห่วงพี่หรอก พี่ดูแลตัวเองได้" ผมบอกเมียหลวงพลางฝืนยิ้มให้เธอด้วยความรู้สึกผิดบาปค้างอยู่ในอก หัวสมองของผมมันแทบจะไม่รับฟังคำสั่งลาของเมียเลยด้วยซ้ำ ในหัวมันมีแต่ภาพร่างเปลือยเปล่าขาวจั๊วะของเจนจิราลอยวนเวียนกระตุ้นความกระสันเสียว
ตลอดทั้งวันจันทร์นั้น ผมไปคุมงานก่อสร้างที่ไซต์งานด้วยสภาพจิตใจที่ล่องลอยเหมือนคนไร้สติ สัญชาตญาณวิศวกรถดถอยจนโดนคนงานคอยเตือนเื่เหล็กเส้นหลายหนเพราะผมเอาแต่นั่งเหม่อคิดถึงข้อเสนอของชู้รักฝั่งตรงข้ามที่กวักมือท้าทายผมให้ข้ามฝั่งไปเสพสมความเสียวซ่านในคืนนี้ ท่อนเอ็นั์ในเป้ากางเกงสแล็กทำงานตึงเปรี๊ยะปวดตุบจนแทบะเิวันละหลายหน ทรมานจนแทบไม่มีสติทำงาน
กระทั่ง่เย็นผมกลับมาถึงบ้านพักท่ามกลางความเงียบสงบ เสียงลมพัดผ่านบ้านรื่นหูทว่าไร้เสียงหัวเราะของเมียรัก ผมอาบน้ำชำระล้างร่างกายช้าๆ ขัดถูเรือนร่างแกร่งกำยำจนสะอาดสะอ้านและประพรมน้ำหอมกลิ่นมาสคูลีนเข้มๆ ที่เจนจิราเคยลูบแขนแกล้งชมว่าตัวอุ่นหอม
เวลาล่วงเลยไปจนถึงหนึ่งทุ่มครึ่ง ผมเดินไปปิดม่านหน้าต่างและดับไฟเกือบทั้งบ้านเพื่อซ่อนพรางเงาร่างกายของผม จากนั้นเดินไปยืนแอบส่องลอดช่องหน้าต่าง สบตามองบ้านฝั่งตรงข้ามที่เปิดไฟสลัวสีส้มเหลืองที่ห้องนอนชั้นบนเป็สัญญาณเชิญชวนอันแสนเร่าร้อน
ท่อนเอ็นั์ในเป้ากางเกงแข็งเกร็งตึงเปรี๊ยะยาวสิบเท่าของปกติ ปวดตุบๆ ต้อนรับ่เวลาแห่งอิสรภาพอันบาปชั่วช้าที่จะเปลี่ยนผมให้กลายเป็ชู้รักเสพสมเนื้อขาวๆ คัพเอฟของเจนจิราอย่างสมบูรณ์แบบ
*****
“เมื่อไฟในอกลุกโชนท่ามกลางเงามืด...
พัฒน์จะห้ามใจตัวเองไม่ให้ะเิตบะแตกได้จริงหรือ?”