วันเวลาผ่านไปอย่างเงียบงันในจวนตระกูลเฉินหลังจากที่เฉินหยางเดินทางไปชายแดนใต้ ความเงียบสงัดที่เคยมีอยู่แล้วกลับยิ่งหนักหน่วงมากขึ้น ราวกับอากาศในจวนใหญ่ได้กลายเป็น้ำเซาะที่ไหลเอื่อยเฉื่อยไร้ทิศทาง ซูซูใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งเดียวดายในห้องหอของนาง จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีแต่ใบไม้แห้งร่วงโรยลงสู่พื้นดิน ความเหงาหงอยเริ่มกัดกินจิตใจของนางทีละน้อย จนบางครั้งนางรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลายไปกับความว่างเปล่าที่ล้อมรอบ
นางพยายามหาสิ่งต่างๆ มาทำเพื่อให้เวลาผ่านไป ั้แ่การปักผ้า การอ่านตำรา ไปจนถึงการจัดดอกไม้ในแจกันต่างๆ ทั่วจวน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะไร้ความหมาย เหมือนเป็เพียงการเคลื่อนไหวที่ไร้จุดหมาย เพื่อหลอกตัวเองว่ายังมีชีวิตอยู่ ยามค่ำคืนที่ยาวนานยิ่งทรมานใจ นางมักจะนอนไม่หลับ นอนฟังเสียงลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่าง เสียงใบไม้ที่กระซิบกระซาบ และเสียงเงียบงันที่ดูเหมือนจะกรีดร้องเข้าใส่หัวใจของนาง
ราชครูเฉินสังเกตเห็นความเศร้าหมองของซูซูที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน เขาเห็นว่านางผอมลงเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยมีสีสันกลับซีดเซียวไป ดวงตาที่เคยใสสะอาดกลับมีแววเศร้าโศกแฝงอยู่ ในใจลึกๆ ของเขา ความปรารถนาที่มีต่อนางเริ่มปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง การเห็นนางเศร้าโศกเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกทั้งเจ็บใจและตื่นเต้นไปพร้อมกัน เจ็บใจเพราะไม่อยากเห็นนางทุกข์ แต่ตื่นเต้นเพราะรู้ว่านี่คือโอกาสที่เขารอคอยมานาน โอกาสที่จะได้เข้าใกล้นางมากขึ้น
เช้าวันหนึ่งที่ท้องฟ้าใส แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านใบไผ่เข้ามาในห้องโถงใหญ่ ราชครูเฉินเดินเข้าไปหาซูซูที่กำลังนั่งปักผ้าอยู่ข้างหน้าต่าง ใบหน้าของนางดูซีดเซียวและเศร้าหมอง มือที่ถือเข็มสั่นเล็กน้อย ราวกับไม่มีแรงที่จะทำอะไรต่อไป เขาเดินเข้าไปใกล้อย่างเงียบงัน จนซูซูสังเกตเห็นเงาของเขาจึงเงยหน้าขึ้นมอง
"ท่านพ่อเ้าคะ" นางทักทายด้วยน้ำเสียงแ่เบา พยายามยิ้มให้เขา แต่รอยยิ้มนั้นดูเศร้าและไร้ชีวิตชีวา
ราชครูเฉินมองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและความปรารถนาที่ซ่อนเร้น "ซูซู เ้าดูซีดเซียวลงมากเลย ข้าเป็ห่วงเ้า" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "การอยู่แต่ในจวนเช่นนี้คงทำให้เ้าเศร้าใจ"
ซูซูก้มหน้าลง ไม่รู้จะตอบอย่างไร นางรู้ดีว่าตัวเองกำลังเศร้าโศก แต่ก็ไม่อยากให้ราชครูเฉินเป็ห่วง "ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะ ท่านพ่อ เพียงแต่..."
"เพียงแต่เหงาใช่มั้ย?" ราชครูเฉินพูดแทนนาง เขาเดินเข้าไปใกล้มากขึ้น จนกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเขาลอยมาถึงจมูกของซูซู "ข้าคิดได้แล้ว เ้าควรออกไปเยี่ยมเพื่อนบ้าง จะได้คลายเหงา"
ซูซูเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสงสัย "เยี่ยมเพื่อนเ้าคะ?"
"อาอิงไง" ราชครูเฉินยิ้มให้นาง "เพื่อนสนิทของเ้าั้แ่เด็กๆ เขาเพิ่งแต่งงานไปกับเศรษฐีเหอไม่นานมานี้ เ้าควรไปเยี่ยมเขาบ้าง คุยกันเื่ชีวิตหลังแต่งงาน ผู้หญิงด้วยกันคงมีเื่ราวมากมายให้พูดคุยกัน"
ดวงตาของซูซูเริ่มมีแสงขึ้นมาเล็กน้อยเป็ครั้งแรกในรอบหลายวัน การได้พบอาอิงอาจจะทำให้นางรู้สึกดีขึ้น อาอิงเป็เพื่อนเก่าแก่ที่นางไว้ใจ และการได้คุยกับเพื่อนคนสนิทอาจจะช่วยให้นางลืมความเศร้าโศกไปได้ชั่วคราว
"แต่ข้าจะไปคนเดียวได้หรือเ้าคะ?" ซูซูถามด้วยความกังวล
"แน่นอน" ราชครูเฉินตอบอย่างรวดเร็ว ในใจเขาแอบดีใจที่ซูซูสนใจ "ข้าจะให้คนรับใช้ไปส่งเ้า และไปรับเ้ากลับตอนเย็น เ้าไปเยี่ยมเพื่อนได้สบายใจ ส่วนข้า..." เขาหยุดพูดชั่วครู่ แล้วยิ้มอย่างมีความหมาย "ข้าก็จะใช้เวลาคลายเหงากับเหล่าอนุในจวนบ้าง ข้าเองก็เหงาเหมือนกัน หลังจากที่หยางไปแล้ว"
คำพูดของเขาทำให้ซูซูรู้สึกผิดใจเล็กน้อย นางคิดว่าราชครูเฉินคงเหงาเหมือนกับนางเช่นกัน การที่นางไปเยี่ยมเพื่อนจะทำให้ทั้งคู่ได้มีเวลาทำในสิ่งที่ตัวเอง้า "งั้นข้าจะไปเยี่ยมอาอิงเ้าค่ะ ขอบคุณท่านพ่อที่คิดถึงข้า"
ราชครูเฉินยิ้มกว้าง ในใจเขาแอบปลาบปลื้มที่แผนการของเขาเริ่มต้นได้ดี "ดีแล้ว ไปเตรียมตัวเถอะ ข้าจะให้จัดรถม้าให้เ้า"
หลังจากที่ซูซูแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว นางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยเป็ครั้งแรกในรอบหลายวัน การได้ออกจากจวนที่เงียบงันและไปพบเพื่อนสนิททำให้นางรู้สึกเหมือนได้หายใจเข้าลึกๆ หลังจากที่กลั้นหายใจมานาน นางเลือกใส่ชุดสีฟ้าอ่อนที่เรียบง่ายแต่สวยงาม ประดับด้วยเครื่องประดับเงินเล็กน้อย ผมของนางถูกเกล้าอย่างเรียบร้อย ใบหน้าที่ซีดเซียวดูมีสีสันขึ้นมาบ้างจากความตื่นเต้น
รถม้าที่ราชครูเฉินจัดให้เป็รถที่สวยงามและสะดวกสบาย ภายในตกแต่งด้วยผ้าไหมนุ่มๆ และมีหมอนรองนั่งที่นุ่มสบาย ซูซูนั่งในรถม้ามองออกไปนอกหน้าต่างเล็กๆ ดูทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามเส้นทาง จากสวนไผ่ที่เงียบงันของจวนตระกูลเฉิน ไปสู่ถนนที่มีผู้คนสัญจรไปมา เสียงเด็กๆ ที่เล่นกัน เสียงพ่อค้าที่ะโขายของ ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยความหวัง
ระหว่างทาง ซูซูนึกถึงอาอิงและความทรงจำดีๆ ที่พวกเขามีร่วมกัน อาอิงเป็เพื่อนที่ร่าเริงและชอบพูดคุย เป็คนที่ทำให้ซูซูหัวเราะได้เสมอ แม้ในยามที่เศร้าโศก นางสงสัยว่าอาอิงจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนหลังจากแต่งงาน และชีวิตแต่งงานของเขาจะเป็อย่างไร นางหวังว่าอาอิงจะมีความสุขกับสามีใหม่ และอาจจะได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับชีวิตแต่งงานจากเพื่อนสนิท
เรือนของอาอิงตั้งอยู่ในย่านที่ร่ำรวยของเมือง เรือนหลังใหญ่ที่ประดับตกแต่งอย่างหรูหราสะท้อนถึงฐานะของสามี มีกำแพงสูงล้อมรอบและประตูไม้แกะสลักอย่างประณีต สวนหน้าบ้านเต็มไปด้วยต้นไผ่และดอกไม้นานาพันธุ์ที่ดูแลอย่างดี เมื่อรถม้าเข้าไปในบริเวณบ้าน ซูซูรู้สึกประทับใจในความงดงามและความมั่งคั่งที่ปรากฏให้เห็น
เมื่อซูซูลงจากรถม้า คนรับใช้ของอาอิงก็รีบเข้ามารับ พานางเดินผ่านสวนเล็กๆ ที่มีสระน้ำใสและปลาทองว่ายไปมา เสียงน้ำไหลเซาะและเสียงนกร้องทำให้บรรยากาศดูสงบและร่มรื่น ซูซูรู้สึกผ่อนคลายเป็ครั้งแรกในรอบหลายวัน
เมื่อซูซูไปถึงห้องโถงใหญ่ อาอิงที่กำลังนั่งตรวจบัญชีอยู่ก็รีบวิ่งออกมารับด้วยความดีใจ "ซูซู! เพื่อนรัก! เ้ามาได้อย่างไรกัน!" ทั้งสองกอดกันกลมด้วยความรักใคร่ อาอิงดูอ้วนขึ้นเล็กน้อยและมีสีหน้าที่เปล่งปลั่งกว่าเดิม ผิวพรรณของนางเปล่งประกายและดูมีความสุข
"ข้าคิดถึงเ้ามากอาอิง" ซูซูพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปิติ "ราชครูเฉินแนะนำให้ข้ามาเยี่ยมเ้า บอกว่าเ้าเพิ่งแต่งงานไปกับเศรษฐีเหอ ข้าอยากมาดูว่าเ้าเป็อย่างไรบ้าง"
อาอิงหัวเราะใส "ข้าก็คิดถึงเ้าเหมือนกัน! มานั่งข้างในเถอะ ข้าจะเล่าให้ฟังว่าชีวิตแต่งงานมันเป็อย่างไร" นางดึงมือซูซูพาเข้าไปในห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มีโต๊ะไม้แกะสลักสวยงามและเก้าอี้นุ่มสบาย
"เ้าดูมีความสุขมากเลยอาอิง" ซูซูสังเกตเห็นรอยยิ้มที่ไม่เคยหายไปจากใบหน้าของเพื่อน "การแต่งงานทำให้เ้าเปลี่ยนไปในทางที่ดี"
"ใช่แล้ว!" อาอิงตอบอย่างกระตือรือร้น "ข้าไม่เคยคิดว่าการแต่งงานจะทำให้ข้ามีความสุขขนาดนี้ เศรษฐีเหอเขาดูแลข้าดีมาก ให้ข้าได้ทำในสิ่งที่ข้าชอบ และ..." นางหยุดพูดชั่วครู่ แล้วยิ้มอย่างมีความหมาย "และเขาก็รักข้ามากด้วย"
ซูซูรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย นางนึกถึงชีวิตแต่งงานของตัวเองที่เต็มไปด้วยความเงียบงันและความห่างเหิน "เ้าโชคดีจริงๆ อาอิง ข้า..." นางหยุดพูด ไม่อยากบ่นเื่ชีวิตของตัวเองให้เพื่อนฟัง
"เ้าเป็อย่างไรบ้างซูซู?" อาอิงถามด้วยความเป็ห่วง "เ้าดูซีดเซียวลงมาก และดูเหมือนจะผอมลงด้วย เฉินหยางเขาดูแลเ้าดีหรือเปล่า?"
ซูซูลังเลไม่รู้จะตอบอย่างไร นางไม่อยากให้เพื่อนเป็ห่วง แต่ก็อยากมีคนรับฟังความรู้สึกของนาง "เขา... เขาไปชายแดนใต้แล้วอาอิง ไปมาหลายเดือน อาจจะเกือบปี"
"ไปชายแดนใต้?" อาอิงแสดงความประหลาดใจ "แล้วเ้าอยู่คนเดียวในจวนใหญ่โตเช่นนั้นหรือ? ไม่เหงาหรือ?"
"เหงา" ซูซูตอบด้วยน้ำเสียงเศร้า "เหงามาก ข้าไม่รู้จะทำอะไรดี ทุกวันก็เหมือนกัน นั่งปักผ้า อ่านหนังสือ จัดดอกไม้ แต่ทุกอย่างดูไร้ความหมาย"
อาอิงเห็นความเศร้าในดวงตาของเพื่อน นางเข้าไปนั่งใกล้ๆ และจับมือซูซู "ข้าเข้าใจความรู้สึกของเ้า แต่เ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ อย่าให้ความเหงามาทำลายสุขภาพของเ้า"
"ข้าพยายามแล้วอาอิง แต่มันยาก" ซูซูสารภาพ "บางครั้งข้ารู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่า ไม่มีใคร้าข้าจริงๆ"
"อย่าพูดแบบนั้นเลยซูซู" อาอิงปลอบ "เ้ามีค่ามาก เพียงแต่บางทีเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะหาความสุขด้วยตัวเอง"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ร่างสูงกำยำของชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องโถง เขาคือ 'เศรษฐีเหอ' สามีของอาอิงที่มีชื่อเสียงเื่ความเ้าชู้และรสนิยมที่แปลกประหลาด เมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างบางของซูซู เขาก็หยุดชะงักไปทันที สายตาของเขาไม่ได้มองซูซูในฐานะเพื่อนของภรรยา แต่มันเป็สายตาที่เต็มไปด้วยความหิวกระหายและคุกคาม เขาจ้องมองใบหน้าหวานหยดย้อย ลำคอระหง และทรวงอกที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจของนางอย่างเปิดเผย
"โอ้... นี่หรือคือคุณหนูซูซู สะใภ้ตระกูลเฉินที่อาอิงพูดถึงบ่อยๆ" เศรษฐีเหอเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยเล่ห์กล เขาเดินเข้ามาใกล้จนซูซูรู้สึกถึงกลิ่นเหล้าและน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลอยู่รอบกาย "งดงามกว่าที่ข้าจินตนาการไว้เสียอีก... หากข้ารู้ว่าเพื่อนของอาอิงจะงดงามเพียงนี้ ข้าคงไปเยี่ยมเยียนถึงจวนราชครูตั้งนานแล้ว"
ซูซูรู้สึกอึดอัดจนต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง นางก้มหน้าหลบสายตาที่ดูเหมือนจะทะลุผ่านอาภรณ์ของนางเข้าไปได้ ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจ นางไม่เคยพบกับผู้ชายที่มองนางด้วยสายตาแบบนี้มาก่อน มันทำให้นางรู้สึกเหมือนตัวเองถูกเปลือยเปล่าแม้จะยังใส่เสื้อผ้าครบถ้วน
อาอิงเห็นท่าทางไม่สู้ดีจึงรีบเข้ามาแทรก "ท่านพี่... ท่านมีธุระต้องไปจัดการที่ตลาดไม่ใช่หรือเ้าคะ อย่ามาแกล้งเพื่อนข้าเลย" เศรษฐีเหอหัวเราะในลำคอ แววตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่ซูซูอย่างไม่ลดละ "นั่นสินะ... ข้าต้องไปแล้ว แต่จำไว้นะซูซู หากอยู่ที่จวนราชครูแล้วมันเหงาเกินไป เรือนของข้ายินดีต้อนรับเ้าเสมอ" เขาเอ่ยทิ้งท้ายพร้อมกับส่งสายตาแปลกๆ ที่ทำให้ซูซูรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ก่อนจะสะบัดชายเสื้อเดินจากไป
เมื่ออยู่กันตามลำพัง อาอิงก็พาซูซูเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมสีแดงสด "อย่าไปถือสาสามีข้าเลยซูซู เขาชอบล้อเล่นแบบนี้แหละ" อาอิงเอ่ยพลางรินน้ำชาให้เพื่อน "แต่เ้าเถอะ... ผิวพรรณดูซีดเซียวไปนะ อยู่ในจวนใหญ่โตเช่นนั้น เฉินหยางไม่ได้ 'ดูแล' เ้าอย่างดีหรืออย่างไร?" คำถามที่แฝงไปด้วยความนัยทำให้นางหน้าแดงซ่าน "เ้าพูดเื่อะไรน่ะอาอิง... ท่านพี่เฉินหยางเขางานยุ่งมาก"
อาอิงหัวเราะคิกคักพลางขยับเข้าไปใกล้ "งานยุ่งหรือ? หรือว่าเขา 'ไร้น้ำยา' กันแน่?" ซูซูถึงกับสำลักน้ำชา "อาอิง! เ้าพูดจาเหลวไหลอะไรกัน!" เพื่อนสาวไม่หยุดเพียงเท่านี้ นางเริ่มเล่าเื่ราวชีวิตคู่ของนางเองอย่างเปิดเผย "เ้าไม่รู้อะไรซูซู... โลกของผู้ใหญ่มันไม่ได้มีแค่การนั่งกินข้าวหรือคุยกันหรอกนะ การที่ผู้ชายจะรักเราจริง เขาต้องแสดงออกมาด้วย 'ร่างกาย' สิ" อาอิงเริ่มบรรยายถึงััที่เร่าร้อนและบทเพลงรักที่สามีมอบให้ในยามค่ำคืนอย่างไม่อ้อมค้อม
ซูซูนั่งฟังด้วยหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ นางไม่เคยได้ยินเื่ราวที่น่าอายและวาบหวามเช่นนี้มาก่อนในชีวิต "มัน... มันเป็เช่นนั้นจริงๆ หรือ?" นางถามด้วยเสียงแ่เบา อาอิงยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย "ยิ่งกว่าที่เ้าคิดเสียอีกซูซู... ร่างกายของเรามันมีความลับที่ซ่อนอยู่มากมาย หากเ้าอยากรู้... ข้าจะเล่าเื่ 'บนเตียง' ที่ข้าเพิ่งผ่านมาเมื่อคืนให้ฟังเอาไหม?" อาอิงโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูของซูซู ลมหายใจอุ่นๆ และถ้อยคำที่ชวนจินตนาการทำให้นางรู้สึกมวลในท้องอย่างประหลาด ความใสซื่อที่เคยมีเริ่มถูกสั่นคลอนด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่อาอิงจงใจปลุกปั่นขึ้นมาในบ่ายวันวสันต์นั้นเอง