ตอนที่ 11 ผสานจิตอสูรอนันต์
ในเวลานี้เอี้ยก้วยมีจิตอสูรที่สามารถใช้ต่อสู้ได้ถึงสองชนิดคือ เสือลมกรด กับจิ้งจอกมายา ที่แต่ละชนิดจะมีจุดเด่นและความสามารถต่างกัน
ซึ่งการที่เอี้ยก้วยเลือกจิตอสูรสองชนิดนี้ เพราะเสือลมกรดมีทั้งความเร็ว แล้วกรงเล็บอันแหลมคมไว้สำหรับโจมตี ส่วนจิ้งจอกมายาไว้คอยสร้างภาพมายา หลอกลวงคู่ต่อสู้ได้
นอกนั้นคือเม่นขนยาวที่ตอนนี้แทบไม่มีประโยชน์สำหรับการต่อสู้ที่อาจจะรุนแรงเพิ่มขึ้นในครั้งถัดไป แม้จะมีหนามอันแหลมคมไว้คอยป้องกันแล้วโจมตีได้ แต่สำหรับผู้ควบคุมอสูรที่มีความชำนาญในการใช้จิตอสูรต่อสู้สูงกว่าผู้ฝึกหัดอสูร ก็สามารถใช้ลมปราณที่หนาแน่นป้องกันหนามแหลมคมที่เป็ความสามารถของเม่นขนยาวได้ ซึ่งหนามของเม่นขนยาวที่เป็สัตว์ทองแดงระดับ 2 ไม่สามารถสะกิดผิวของจอมยุทธระดับสูงได้อีกต่อไป
ส่วนจิตอสูรในตำนานทั้งสี่ที่จำศีลและหลับลึกก็ไม่สามารถจะปลุกหรือเรียกใช้งานได้ในตอนนี้ จึงเหลือพื้นที่ว่างสำหรับจิตอสูรอีกสองตัวเท่านั้น สำหรับการใช้วิชาผสานจิตอสูรที่เป็วิชาลับของเอี้ยก้วยที่คิดค้นขึ้นมาเอง
วิชาลับ ผสานจิตอสูรอนันต์ เป็วิชาที่สามารถผสานจิตอสูรได้มากกว่าหนึ่งดวงขึ้นไป ซึ่งเอี้ยก้วยเป็คนคิดค้นได้โดยบังเอิญ จากการทดลองครั้งล่าสุดที่ผ่านมา เอี้ยก้วยสามารถผสานจิตได้สูงสุดถึงสี่ดวงด้วยกัน นั้นคือจำนวนสูงสุดที่ร่างกายของเอี้ยก้วยในอดีตที่จะสามารถรองรับได้
แต่ตอนนี้เอี้ยก้วยมีร่างเทวะที่เป็ร่างในตำนานขั้นสูงสุด ทำให้การผสานจิตอสูรมากกว่าสี่ดวงก็ไม่ใช่เื่เพ้อฝันของเอี้ยก้วยอีกต่อไปแล้ว
ซึ่งการที่มีจิตอสูรในตำนานทั้งสี่ที่อยู่ภาวะจำศีลั้แ่แรก ทำให้ก่อนหน้านี้เอี้ยก้วยคิดว่าห้วงจิติญญายังสามารถรองรับจิตอสูรได้อีกสองตัว โดยเฉพาะจิตอสูรในตำนานทั้งสี่ที่ได้ถูกแยกออกมาอยู่ในพื้นที่พิเศษโดยไม่มีการข้องเกี่ยวกับห้วงจิติญญาของเอี้ยก้วยอย่างน่าแปลกประหลาด
เอี้ยก้วยไม่เข้าใจความลึกลับในเื่นี้จึงตัดสินใจปล่อยเลยตามเลย เพราะผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็ผลดีต่อตัวเองและไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายใด
หลังจากจัดการจัดการเื่ดูดซับจิตอสูรเสร็จแล้ว ตอนนี้เอี้ยก้วยก็หันมามองทรัพย์สินที่ได้จากเด็กทั้งห้าคนอย่างไม่รีรอ โดยแต่ละคนจะมีแหวนมิติคนละวง ซึ่งเป็สิ่งที่เอี้ยก้วยปรารถนามากที่สุดในเวลานี้
แหวนมิติมีความสามารถในการจัดเก็บสิ่งของได้จำนวนมาก โดยไม่จำเป็ต้องใช้กระเป๋าให้ยุ่งยากอีกต่อไป
แม้เด็กน้อยเอี้ยก้วยจะเป็คนของตระกูลเอี้ยที่ยิ่งใหญ่ แต่ด้วยฐานะของเด็กน้อยเอี้ยก้วยที่เกิดมาจากมารดาที่เป็เพียงสาวใช้ จึงไม่เคยรับความรักจากบิดาที่เป็ผู้นำตระกูลเลยสักครั้ง แม้แต่สิ่งของก็ไม่เคยได้ ยิ่งทรัพยากรในการบ่มเพาะลมปราณไม่ต้องพูดถึง ทำให้เด็กน้อยได้สูญเสียโอกาสในการเจริญเติบโตก้าวหน้าเป็อย่างมาก
เอี้ยก้วยเชื่อว่าถ้าครอบครัวให้การดูแลดีกว่านี้ และได้ทรัพยากรที่เพียงพอ เด็กน้อยเอี้ยก้วยคนนี้จะต้องกลายเป็จอมยุทธอสูรชั้นแนวหน้าได้แน่
สักวันเอี้ยก้วยคนใหม่จะต้องกลับไปเหยียบที่ตระกูลเอี้ยเพื่อช่วยจัดการทวงแค้นให้เด็กเอี้ยก้วยคนเก่าให้ได้
ในเวลานี้สิ่งของหลายอย่างที่เคยอยู่ในกระเป๋าหลังได้ถูกย้ายมาใส่ไว้รวมกันในแหวนมิติอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้เอี้ยก้วยรู้สึกสบายและคล่องตัวขึ้นมาก หลังจากไม่มีเป้ด้านหลังให้เกะกะน่ารำคาญและยุ่งยากอีกต่อไป
"ได้สามร่างสินะ"
เมื่อร่างกายเอี้ยก้วยเบาขึ้น จึงจัดการทดสอบความสามารถของจิ้งจอกมายาที่ได้มาใหม่ทันที โดยทำการสร้างร่างมายาของตัวเองขึ้นมา ซึ่งสามารถสร้างร่างได้สูงสุดเพียงสามร่าง นั้นคือขีดจำกัดของเอี้ยก้วยตอนนี้
"อย่างน้อยก็พอปั่นป่วนและหลอกลวงคู่ต่อสู้ได้บ้าง"
เอี้ยก้วยที่มองดูร่างมายาของตัวเองก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจระดับนึง
หลังจากนั้นก็จัดการฝังศพเด็กทั้งห้าคนเพื่อปกปิดร่องรอยของการถูกฆาตกรรมอย่างรวดเร็ว แม้เอี้ยก้วยจะคิดว่าทางสำนักจะไม่ให้ใครมาสนใจเหล่าศิษย์ระดับต่ำเช่นนี้ แต่อย่างน้อยคิดว่าควรป้องกันเอาไว้แต่เนิ่นก่อนดีกว่ามานั่งแก้ไขปัญหาในภายหลัง