ลานกว้างสวนด้านหลังปราสาท อเมซอน ถูกจัดขึ้นเพื่อใช้ในการทำพิธีคืนอำนาจให้แก่เด็กน้อย ตรงกลางลานมีบ่อน้ำพุร้อนที่โอบล้อมเสาหินที่ตอนนี้ถูกประดับประดาด้วยเทียนไขขนาดใหญ่ที่ถูกจุดสว่างไสวตามเสาหิน รอบ ๆ บ่อน้ำพุร้อนล้อมรอบด้วยอักขระเวทย์มนต์
หินคริสตัลสีมรกตสุกสว่างราวน้ำทะเลยามเช้าที่โดนแสงอาทิตย์สาดส่อง ของประจำตระกูล ซิลเวอร์ ราชวงศ์ อเมซอนที่ถูกสืบทอดมาหลายชั่วศรรตวัต นำมามอบถวายแก่องค์กษัตริย์หญิงผู้สูงศักดิ์แห่งดินแดนนักรบหญิง
“ทุกอย่างเตรียมพร้อมดีหรือไม่”
“เรียบร้อยแล้วเพค่ะ ฝ่าบาท”
กษัตริย์เฮลด้า พยักหน้ารับทราบก่อนจะส่งเด็กน้อยในอ้อมแขนให้แก่หญิงสาวที่รับไปอย่างเบามือ พร้อมเดินไปประทับที่พระที่นั่งที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้
“เริ่มพิธีได้”
สุรเสียงทรงอำนาจกล่าวเปิดพิธี
ร่างของเด็กน้อยถูกพาไปแช่ในบ่อน้ำพุ พร้อมเสียงบริกรรมคาถาของเหล่าจอมเวทย์ก็เริ่มต้นขึ้น
“เลือดของผู้เป็นบิดา และเลือดของผู้เป็นมารดา”
ขวดแก้วบรรจุของเหลวสีข้นถูกเทลงไปในบ่อน้ำพุตามคำสั่งของนักเวทย์ผู้อาวุโส
“ดอก ลาติน แห่งเวนอล”
ดอกไม้สีม่วงสวยสดถูกเทลงไปในบ่อน้ำพุร้อนตามลงไป
“เกล็ดมังกรเพลิงผู้ทรงอิทธิฤทธิ์”
หญิงสาวคว้าเกล็ดมังกรที่ถูกจัดเตรียมไว้ใส่ลงไป
“หิน ทราเวียร ราชวงศ์ อเมซอน”
หินคริสตัล สีมรกตถูกโยนลงไปเป็นสิ่งสุดท้าย บ่อน้ำพุร้อนเปล่งแสงสีทองนวลตา ส่องสว่างวาบเจิดจ้าแต่ไม่แสบตา แสงอ่อนละมุนจนไม่อาจละสายตาออกไปได้ นักเวทย์กว่าสิบคนบริกรรมคาถาขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
ท้องฟ้าแปรปรวนจับก้อนเป็นกลุ่มเมฆคะนอง สายฝนเริ่มเทลงจากท้องฟ้าอ่อนโยนละมุนราวกับสวรรค์เป็นใจรับรู้ถึงการทำพิธีในครั้งนี้ พลันเทียนหลากสิบเล่มดับลง ควันฟุ่งกระจาย ทั่วพื้นที่จนผู้ร่วมทำพิธีต้องหลบสายตาจากลานพิธี
เงาวูบวาบจาง ๆ ขยับตัวภายใต้กลุ่มควัน ทหารหญิงผู้รับหน้าที่ถวายความคุ้มครองชักดาบขึ้นมาจับไว้มั่น
“ถวายความเคารพกระหม่อม ฝ่าบาท”
น้ำเสียงขี้เล่นทุ้ม ๆ ด้วยความอารมณ์ดีเป็นนิล กษัตริย์เฮลด้าสลวนเบา ๆ มองไปทางเงาวูบวาบนั้น
“การพบกันครั้งนี้ ช่างไม่โสภานัก หลานเฟริน”
เสียงหัวเราะทุ้มดังเบา ๆ ตอบรับด้วยความไม่ใส่ใจนัก
“หากกลุ่มควันจางหายจะยิ่งไม่โสภานักกระหม่อม ขอทรงเมตตา ฝ่าบาท”
กษัตริย์หญิงหัวเราะเบา ๆ โบกมือสั่งให้เสนาประจำตัวนำเสื้อผ้าที่จัดเตรียมไว้ไปมอบให้แก่ชายหนุ่มในเงา
เสียงเงียบหายไประยะหนึ่งก่อนไฟถูกจุดสว่างใหม่อีกครั้งพร้อมหมอกควันที่จางหายไปราว ปฏิหาร ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอมดำสั้น ใบหน้าคมคายหล่อเหลาดูขี้เล่นอารมณ์ดี เข้ากันได้ดีกับชุดแพรพรรณสีดำที่ดูสมส่วน มองดูเหมือนดังเจ้าชายเมืองใดเมืองหนึ่งไม่ปาน ชายหนุ่มดีดนิ้วเปาะ ฝนพลันหยุดตกทำเอาเหล่า บริพานพากันตกตลึงใน ปฎิหารย์ ของชายหนุ่มตรงหน้า
“ถวายบังคม ฝ่าบาท”
เฮลด้ามองหลานชายที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่ม โค้งคำนับถวายความเคารพตนด้วยความปลื้มปิติ หลานชายตัวน้อยที่เธอเคยได้ไปเยี่ยมเยือนครั้งเด็กหนุ่มยังทรงเยาว์วัยนักเติบโตกลายเป็นหนุ่มหล่อจนได้ฉายาเจ้าชายแห่งเดมอส เหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าชายรัชทายาทแห่งบารามอส
“ยินดีที่ได้เห็นหลานเติบโตอีกครั้ง”
เฟรินยิ้มกว้างขยับร่างกายให้เข้าที่เข้าทาง เพราะยังไม่สามารถปรับความสมดุลของร่างกายได้
“ท่านป้าก็ยังสวยสง่ากระหม่อม หากหม่อมฉันไม่ทรงรู้จักฝ่าบาทมาก่อน หม่อมฉันคงต้องนึกว่าท่านคือมาทิลด้าในวัยสาวสะพรั่งเป็นแน่กระหม่อม”
ดวงตาสีเขียวมองคนช่างพูดตรงหน้าด้วยความเอ็นดู แย้มรอยสลวนกว้างชอบใจในคำพูดของชายหนุ่ม
“เจ้าสนิทกับมาทิลด้า?”
เฟรินเลิกคิ้วมองผู้สูงวัยกว่าตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา
“มาทิลด้าถือเป็นหนึ่งในสาวงามหายากของป้อมอัศวิน ฝ่าบาท สติปัญญา ความแข็งแกร่ง ความเด็ดขาดทำให้เหล่าชายหนุ่มต้องยอมสิโรราบ ฝ่าบาท” เฟรินนิ่งไปชั่วอึดใจ “หากแต่กระหม่อมมิอาจคิดกับมาทิลด้าได้เกินเพื่อนได้ กระหม่อม”
สายลมยามค่ำคืนหากไร้ซึ่งแสงดาวและรัศมีของแสงจันทร์ หญิงสาวกระชับวงแขนที่โอบกอดตัวเองแน่นด้วยความหนาว ผมสีฟ้าสะบัดเบา ๆ ตามแรงลมปะทะ ดวงตาสีฟ้าทอดมองไปยังพื้นฟ้ากว้างนิ่ง ครุ่นคิดคำนึงถึงชายหนุ่มที่หายหน้าไปเสียนาน แม้จะอยู่ใกล้แต่กลับรู้สึกห่างไกลจนคำนึงหา
ชายหนุ่มในชุดสีดำยืนผิงประตูห้องของหญิงสาว ทอดมองสาวเจ้าผู้ยังไม่รับรู้ถึงการมาของผู้บุกรุกหนุ่มแม้แต่น้อย ชายหนุ่มขยับยิ้มนิด ๆ ความทรงจำครั้งยังเป็นเด็กน้อยเลือนหายไปจนหมดราวกับช่วงเวลานั้นไม่เคยเกิดขึ้น ราวกับว่าเขาได้หายไปจากหญิงสาวนานนับหลายปี ทั้งคิดถึงทั้งคำนึงหา
เสียงทุ้มทอดกระแสเสียงนุ่ม บทเพลงเศร้า ๆ เคล้าความสดใสที่ชายหนุ่มเคยแอบร้องในรั้วเอดินเบิร์กเมื่อนานมาแล้ว ดวงตาทั้งสองข้างปิดลงสนิทมุ่งสมาธิไปยังบทเพลงเพื่อสื่อความรู้สึกทั้งหมดที่ลึกลงไปในจิตใจ
บทเพลงที่เขาได้รับมาจากเพื่อนคนสำคัญที่เมือง เมืองหนึ่งทางตอนใต้ของเอเดนในอดีต
เสียงบทเพลงที่ดังขึ้นจากเสียงทุ้มที่แสนคุ้นเคย ทำให้ใบหน้าหวานรีบหันกลับไปมองตามทิศทางของเสียง ดวงตาสีฟ้าใสสะดุ้งเข้ากับภาพชายหนุ่มผู้ยืนพิงกรอบประตู อย่างสงบ ดวงตาใสหลับตาพริ้ม ราวกับมีฝูงผีเสื้อนับหลายร้อยตัวกระพือปีกอยู่ข้างในหน้าอกของเธอ ทำให้มันเต้นแรงระรัวกลัวว่าภาพตรงหน้าจะจางหายไปดังภาพลวงตา
“บทเพลงตามสัญญา ลิน”
หญิงสาวยิ้มรับ มองชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาหา รอยยิ้มสดใสของเขายังคงประดับอยู่บนใบหน้าคมคายเฉกเช่นทุกครั้ง
“นายจำได้”
“หือ... เรื่อง ลิน ผมไม่กล้าลืมหรอก”
ร่างสูงเดินเข้ามาประชิดใกล้หญิงสาวจนห่างกันไม่มากนัก ดวงตาสีน้ำตาลสาละวนสำรวจใบหน้าหญิงสาวด้วยความคำนึงห่วงใย หญิงสาวผู้ถูกสำรวจด้วยสายตา หน้านวลขึ้นสีแดงระรื่อ โชคดีที่ในความมืดไม่สามารถมองเห็นสีแดงบนใบหน้าของเธอได้ชัดนัก
“เพลงที่ร้อง เกี่ยวกับอะไร”
คาลิน่าตะกุกตะกักเล็กน้อยเข้าเรื่องเพื่อเปลี่ยนความสนใจของชายหนุ่ม เฟรินหัวเราะเบา ๆ ด้วยความรู้ทัน
“เป็นเพลงที่เพื่อนคนสำคัญแต่งให้น่ะ เนื้อหาของเพลงก็ประมาณว่า ไม่ว่าผ่านอะไรมา ไม่ว่าผ่านไปนานเท่าไร เธอเท่านั้นคือคนสำคัญ หัวใจฉันยังเป็นของเธอ เธอคนนี้พิเศษเสมอ อยากบอกรักเธอไปทุกวัน”
ดวงตาสีน้ำตาลอมดำสอดประสานดวงตาสีฟ้าลึกล่ำสื่อความความหมาย กับบทเพลงคล้ายคำบอกรักกลาย ๆ ของชายหนุ่ม ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงจนกลัวว่าชายหนุ่มที่ยืนห่างแค่คืบจะได้ยินเสียงของมันเข้า จึงเลือกหันหลังหนีไปมองระเบียงแทน
มือปลาหมึกของคนเจ้าเล่ห์คว้าหมับเข้าเอวบาง ร่างบางดิ้นกุกกัก ทันที แต่ก็ต้องเซกลับหลังตามแรงกระชากของชายหนุ่ม ทำให้หลังบางของเธอแนบชิดติดกับแผงอกแกร่งของชายหนุ่ม กลายเป็นชายหนุ่มกำลังสวมกอดเธอจากด้านหลังซะอย่างนั้น
“เฟร...”
หญิงสาวส่งเสียงดุ ๆ เตือน เฟรินกลับหัวเราะร่าและเกยคางบนไหล่มนแทนอย่างไม่สะทกสะท้าน ยิ่งทำให้หญิงสาวเขินเข้าไปอีกกับการกระทำของชายหนุ่ม เริ่มออกดิ้น ทุบ ข่วนแต่ไม่ว่าจะทำยังไง ชายหนุ่มก็ไม่รู้สึกสะเทือนอยู่ดี
“ถ้านายไม่ปล่อย ฉันจะบอกเจ้าพี่”
เหมือนจะได้ผล ชายหนุ่มชะงักนิ่งไปชั่วครู่ พอคิดถึงเพื่อนผู้เยือกเย็นก็ต้องหัวเราะขึ้นมาใหม่ให้กับตัวเอง ขืนมันรู้ว่าทำแบบนี้กับน้องสาวมัน โอกาสที่เขาจะโดนแข่งแข็งก็สูงอยู่ไม่น้อย แต่อย่างน้อยฝั่งเขาก็มีน้องสาวผู้น่ารักที่คอยหลอมเจ้านั้นอยู่แล้ว ดังนั้นถือว่าเจ๊ากันไป สบม. ไม่มีปัญหา
“อยู่นิ่ง ๆ ลิน ขืนดิ้นต่อ มันจะไม่จบแค่กอดแน่”
เสียงทุ้มเอ่ยทีเล่นทีจริงทำให้หญิงสาวชะงัก คำนวณผลได้ผลเสียแล้วก็ยอมอ่อนข้อให้ชายหนุ่มอีกจนได้ บรรยากาศเศร้า ๆ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นและเธอก็ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับชายหนุ่มคนนี้ คนที่มักจะมีแต่ความสดใจและรอยยิ้มประดับใบหน้าตลอดเวลา ทำให้เธอต้องยกแขนขึ้นโอบกอดตอบชายหนุ่มอย่างไม่รู้ตัว
“เฟร...”
“ขอโทดที ลิน นี่ก็ดึกมากแล้ว นอนเถอะ”
ชายหนุ่มจูงร่างบางไปนอนที่เตียงกว้างตามคำพูดโดยไม่ให้หญิงสาวได้มีสิทธิเอ่ยปฏิเสธ
“ใครต้องการทำร้ายนาย เฟริน”
มือบางจับแขนชายหนุ่มแน่น ดวงตาสีฟ้าจ้องลึกลงไปต้องการหาความจริงที่เขาเพียงเก็บซ่อนไว้ สร้างความหนักใจแก่ชายหนุ่มอย่างหนัก คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน หาคำตอบดี ๆ มาเอ่ยตอบคำถามของหญิงสาวตรงหน้า
“เวลามักตอบคำถามได้เสมอ”
แขนแกร่งกระตุกเบา ๆ ทำให้ร่างบางที่จับแขนชายหนุ่มไว้แน่นต้องเซตามแรงกระตุกที่ไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากหนาประทับจุมพิตหอมหวานเนิ่นนานแก่หญิงสาว มอบความรู้สึกอบอุ่นอ่อนหวานนุ่มนวล คิดถึงและห่วงใย ก่อนจะยอมปล่อยตัวหญิงสาวในที่สุด
“แต่บางคำถามต้องใช้หัวใจค้นหาคำตอบ”
..................................................................................