กลิ่นเืและฝุ่นดินจางหายจากลานฝึก แต่แรงกดดัน...ยังคงอยู่
กลุ่มของเซียฉินเพิ่งกลับเข้าห้องพักในเขตศิษย์ภายนอกตอนล่าง
มันคือเรือนเล็กเก่า ๆ ที่ใช้รวมกันทั้งห้าคน ไม่มีอะไรมากไปกว่าฟูกแข็ง
โต๊ะไม้เตี้ย และแสงแดดที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างพัง ๆ
“ห้องพักนี้แหละ.คือรางวัลของการสอบผ่าน”
หงเทียนหัวเราะพลางฟาดฟูกดูฝุ่น “ข้าคิดว่าจะไม่ได้นอนที่นอนสบายๆแบบนี้อีกแล้ว”
“เ้าเบื่อการนอนในป่าแล้วสิ?” ฉู่เหยียนพูดขณะโยนกระเป๋าผ้าเก่าๆ ลงข้างเตียง
“ถึงที่นอนในห้องนี้ มันจะไม่ดีมาก แต่มันก็ดีกว่า การนอนพิงต้นไม้ตบยุงไปด้วยแน่นอน”
เซียฉินไม่พูดอะไร เขาเพียงเดินสำรวจห้องอย่างเงียบ ๆก่อนจะยกมือกวาดฝุ่นจากมุมห้องออกอย่างตั้งใจ
???? ชีวิตในสำนักที่เริ่มต้น
วันต่อมา สำนักประกาศให้ศิษย์ใหม่ทุกคนเลือก “หน้าที่เวร”เพื่อแลกคะแนนสำหรับการใช้ชีวิต
ศิษย์จำนวนมากรีบแย่งคิวสมัครเพราะคะแนนเหล่านี้จำเป็ต่อการใช้โรงอาหาร โรงโอสถ หรือแม้แต่หอฝึกพลัง
หลี่เหยินกับเซียฉิน เลือกเวรหอสมุด
ฉู่เหยียนได้โรงเลี้ยงสัตว์
“แล้วพวกเ้าสองคนล่ะ?”เซียฉินหันไปถามหงเทียนกับไป๋อี้หาน
หงเทียนยักไหล่แล้วหัวเราะ“ข้าขอพักก่อนน่ะ มีเสบียงจากบ้านส่งมาพอสมควร จะรีบทำแต้มไปทำไม”
ไป๋อี้หานตอบสั้น ๆ “ข้าก็เหมือนกันบ้านส่งเงินมาแลกแต้มให้ใช้พอแล้ว…ข้าจะใช้เวลาไปฝึกกระบี่”
ระหว่างที่ทำเวรประจำวัน เซียฉินเริ่มสังเกตคนรอบตัว
ศิษย์หลายคนที่สอบผ่านเหมือนพวกเขา กลับไม่ปรากฏตัวอีกเลยในงานเวร
บางคนมีข้ารับใช้ส่วนตัว บางคนเข้า–ออกเรือนชั้นสูงโดยไม่ต้องขออนุญาต
เซียฉินไม่พูด เขาเพียงก้มลงหยิบใบตำราที่หลุดจากชั้นเก็บเข้าที่เดิม
กลุ่มของหยูซ่งแม้ยังไม่หายดีเต็มที่แต่ก็เริ่มกลับมาปรากฏตัวในลานฝึก
ศิษย์จากสำนักต่างมองพวกเขาด้วยสายตาประหลาดใจ
“ได้ยินว่าพวกมันแทบไม่รอด แต่ก็ยังผ่านได้…”
“เพราะมีของดีช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นก็คงเจ็บหนักกว่านี้แล้ว”
และบางเสียงก็เริ่มกล่าวถึง...ชื่อของเซียฉิน
“เห็นกลุ่มของเซียฉินไหม? แก่นอสูรระดับสามสองก้อนจริงเหรอ?”
“ไม่ได้โม้ใช่ไหม? ไม่มีใครเห็นพวกมันต่อสู้เลยนะ…”
เซียฉินได้ยินเสียงลอย ๆ แบบนี้วันละหลายรอบ
แต่เขาไม่ตอบโต้อะไรเลย
เซียฉินนั่งพิงผนัง มองพระจันทร์ค่อย ๆ ลอยขึ้นเหนือหลังคาเรือน
มือยังถือตำราเล่มบางที่เพิ่งได้รับจากหอสมุด
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นข้างตัว
ฉู่เหยียนเดินมานั่งลงข้าง ๆ ยื่นผลไม้ให้หนึ่งลูก
“ข้าไปแอบเก็บมาหลังโรงเลี้ยงสัตว์ สัตว์ไม่กิน...แต่เรากินได้”
เซียฉินหัวเราะในลำคอ
“เ้าชักจะชินกับที่นั่นแล้วสิ”
“อืม ข้าว่ามันดีกว่าต้องฟังเสียงพวกคนคุยเื่แต้มไปวัน ๆ”
ฉู่เหยียนยิ้มบาง ๆ แล้วหลุบตาลง
“ข้ารู้ว่าเ้าคิดอะไร...แต่ช้าหน่อยก็ไม่เป็ไรหรอกนะ”
“ถ้าเราแข็งแรงพอ...ต่อให้ไม่มีใครช่วย ก็ไม่มีใครกล้าขวาง”
เซียฉินหันไปมองเพื่อนแล้วพยักหน้า
รุ่งเช้าวันต่อมา
เซียฉินเดินเข้าไปในหอสมุดอีกครั้ง
วันนี้เขาเริ่มเวรใหม่ — ทำความสะอาดมุมเก็บตำราเบื้องต้น
เขาไม่รู้ว่า ในอีกไม่กี่ชั่วยาม
เขาจะได้เห็นเด็กสาวผมยาวดำขลับเดินเข้ามา
และเงาของ "การเปลี่ยนแปลง" กำลังจะเริ่ม…