ณ บ้านซ่ง
“เป็ยังไง แกบอกหล่อนไปหรือยังว่าแกยอมหย่า” แม่ซ่งถอนหายใจอย่างหมดแรง “เป็ความผิดของแม่เอง แม่ไม่ควรบังคับให้แกแต่งงาน เป็แม่ที่ทำลายชีวิตแกจริงๆ”
“จะโทษแม่ได้ยังไงล่ะครับ ถ้าไม่เพราะผมป่วยจนแม่เอาเงินเก็บทั้งหมดของบ้านเราไปรักษาผม ผมจะมีชีวิตรอดมายืนคุยกับแม่อยู่อย่างนี้ได้ยังไง” ซ่งหย่วนพูดยิ้ม “แม่ให้ผมแต่งกับจูเสี่ยวลี่ก็เพราะแม่อยากรักษาผมให้หายไม่ใช่เหรอครับ”
“ตอนนั้นหมอคนไหนก็บอกให้แม่ทำใจ แต่แม่จะทนเห็นแกตายไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไงกัน” แม่ซ่งถอนหายใจอีกครั้ง “พอคนทรงบอกว่าอาการป่วยของแกหายได้ด้วยการแต่งงานแก้เคล็ด แม่ใจร้อนก็เลยรีบหาเ้าสาวมาแต่งให้แก แต่ไม่คิดว่าจะไปคว้าเอาผู้หญิงร้ายกาจเข้าบ้านมาซะได้”
“แม่! คนทรงอะไร! นั่นมันความเชื่อแบบเก่า ถ้าเกิดใครมาได้ยินเข้าเดี๋ยวเราก็ถูกจับไปปรับทัศนคติกันทั้งบ้านหรอก” ซ่งเจ๋อรีบห้ามพร้อมกับสอดส่ายสายตาไปที่ประตู เมื่อไม่เห็นมีใครเขาก็ถอนหายใจโล่ง “ดีที่ไม่มีใครได้ยิน ต่อไปแม่ไม่ต้องพูดเื่นี้อีกแล้วนะ”
ก่อนหน้านี้มีคุณครูชราคนหนึ่งแอบเก็บตำราของบรรพบุรุษไว้ เพราะถือเป็สมบัติสืบทอดของตระกูล แต่ไม่คิดว่าจะมีคนมาเห็นแล้วเอาเื่นี้ไปรายงานว่าคุณครูท่านนั้นยังแอบศึกษาความรู้และวัฒนธรรมสมัยเก่า ซึ่งขัดกับนโยบายการปฏิวัติวัฒนธรรม ทำให้คุณครูชราผู้นั้นถูกส่งตัวไปใช้แรงงานในค่าย แต่ไม่รู้เป็เพราะท่านชราแล้วหรือท่านทนรับกับการทำงานหนักในค่ายไม่ไหว ั้แ่ที่ถูกจับตัวไป คุณครูท่านนั้นก็ไม่เคยกลับมาที่หมู่บ้านอีกเลย
แม่ซ่งนึกถึงอดีตเื่นั้นขึ้นมาได้ก็รีบเอามือปิดปากแล้วพูดอย่างหวาดกลัว เพราะคนทรงก็รวมอยู่ในสี่สิ่งเก่าที่กำลังถูกกวาดล้างเช่นเดียวกัน “ขอโทษที แม่ลืมตัวไปหน่อย ต่อไปแม่จะไม่พูดเื่นี้ขึ้นมาอีกแล้ว”
“แม่ครับ พรุ่งนี้ผมจะไปหย่ากับเสี่ยวลี่นะครับ แม่จะได้ไม่ต้องทะเลาะกับเธอทุกวันอีก” ซ่งหย่วนบอก แม้ปากของเขาจะยิ้ม แต่ถ้าหากสังเกตให้ดีตาของเขากลับไม่ได้ยิ้มตามเลยแม้แต่น้อย
“ไม่หย่า! ฉันไม่มีวันหย่ากับคุณ” จูเสี่ยวลี่ปฏิเสธเสียงแข็ง “ซ่งหย่วน ฉันจะไม่หย่ากับคุณ”
“เหอะ...เธอไปสร้างเื่วุ่นวายไว้ขนาดนั้นก็เพราะอยากจะหย่ากับพี่ชายฉันไม่ใช่เหรอ ตอนนี้พี่ชายฉันเขายอมหย่าให้แล้ว แต่เธอกลับไม่ยอม ตกลงแล้วเธอ้าอะไรกันแน่ หรือว่า้าเรียกเงินเพิ่มอีก บอกเลยนะว่าบ้านเราไม่มีเงินแล้ว ไม่ใช่เธอเพิ่งขโมยเงินเก็บของพวกเราไปให้ยุวชนเสิ่นคนนั้นหรอกเหรอ” ซ่งเจ๋อพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
ตอนที่จูเสี่ยวลี่แต่งเข้าบ้านซ่งมาใหม่ๆ ซ่งเจ๋อก็ไม่ได้มีอคติกับพี่สะใภ้คนนี้เท่าไหร่นัก เขากลับเห็นใจเธอที่ต้องมาแต่งกับพี่ชายของเขาที่กำลังป่วยหนักอยู่ด้วยซ้ำ อีกทั้งพี่สะใภ้ก็เป็คนขยันและเอาการเอางาน แต่ไม่รู้เพราะอะไร หลังจากที่พี่ชายของเขาหายป่วย พี่สะใภ้ก็เหมือนกับเปลี่ยนไปเป็คนละคน และที่ทำให้เขาทนไม่ได้มากที่สุดคือข่าวลือที่ว่าพี่สะใภ้ไปติดพันเสิ่นต้าไห่ แม้จะไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเอง แต่ข่าวลือนี้ก็ทำให้ซ่งเจ๋อรังเกียจพี่สะใภ้และเห็นใจพี่ชายของตัวเองเป็อย่างมาก
“จูเสี่ยวลี่ ตอนที่ฉันรับเธอเข้ามาเป็สะใภ้เพราะฉันเห็นว่าเธอเป็คนขยันและยังรู้ความ รวมถึงพ่อกับแม่ของเธอก็มีชื่อเสียงในทางที่ดี พวกเขาต่างก็ซื่อสัตย์และขยันทำงาน น้องสาวของเธอก็เป็เด็กสาวจิตใจดี ฉันเลยคิดว่าเธอที่เติบโตมาท่ามกลางคนดีๆ ก็คงจะมีนิสัยและความคิดไม่ต่างจากพวกเขา แต่เปล่าเลย เธอมันคือตัวร้ายที่เกิดมาเพื่อทำลายชีวิตของลูกชายฉัน วันนี้เธอตั้งใจะโน้ำเพราะอยากให้คนในหมู่บ้านต่อว่าครอบครัวของเราว่าดูแลเธอไม่ดีใช่ไหม ฉันถามหน่อยเถอะ ถ้าไม่นับสองเดือนแรกที่เธอแต่งเข้ามาแล้วเธอต้องทำงานบ้านและหุงหาอาหาร ่เวลาหลังจากนั้นเธอเคยทำอะไรให้ครอบครัวเราบ้าง โดยเฉพาะอาหย่วนที่ถูกเธอทำให้ขายหน้าหลายต่อหลายครั้ง แถมเธอยังขู่ว่าจะหย่ากับเขาอยู่ทุกวัน พอมาวันนี้ลูกชายฉันยินยอมจะหย่า แล้วทำไมเธอถึงไม่้าหย่าแล้วล่ะ” แม่ซ่งพยายามปรับอารมณ์ให้พูดอย่างใจเย็นและมีเหตุผล “ในเมื่อเธอกับอาหย่วนใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไม่ได้ ฉันคิดว่าพวกเธอหย่ากันไปให้มันจบๆ เถอะ แล้วหลังจากนี้พวกเธอจะได้แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของแต่ละคนให้ดี ฉันคงพูดได้แค่นี้ล่ะ”
ซ่งหย่วนมองจูเสี่ยวลี่อย่างสงสัย แต่สีหน้าของเขายังคงนิ่งและไม่แสดงอารมณ์ใดออกมา
จูเสี่ยวลี่มองสบตาสามีอย่างหวั่นๆ หากเธอไม่ได้ฝันถึงอนาคตของตัวเอง วันนี้คงเป็วันที่เธอหย่ากับเขา แล้วเวลานี้เธอคงหอบเสื้อผ้าไปอยู่กับเสิ่นต้าไห่แล้ว และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่แสนอนาถ
“อาหย่วน ฉันขอคุยกับคุณตามลำพังได้ไหม” จูเสี่ยวลี่ถาม
“ไม่ได้! ถ้าจะคุยก็ต้องคุยกันต่อหน้าพวกเรา ฉันไม่ปล่อยให้ลูกชายของฉันต้องฟังคำโกหกของเธออีกแล้ว” แม่ซ่งรีบแย้ง
ซ่งหย่วนยังมองภรรยานิ่ง แต่ในใจเขาเวลานี้กลับเกิดความสงสัย ภรรยาไม่ได้หงุดหงิดหรือโมโหง่ายเหมือนที่ผ่านมา
“อาหย่วน...” จูเสี่ยวลี่ถามเสียงสั่น เธอเห็นเขายืนนิ่งก็เริ่มไม่มีความมั่นใจ ‘หรือว่าเขาไม่คิดที่จะให้อภัยฉันแล้ว’
ซ่งเจ๋อเห็นพี่ชายยืนนิ่งก็คิดว่าพี่ชายต้องใจอ่อนอีกแล้ว เขาจึงรีบพูด “พี่ใหญ่ไม่ต้องไปฟังหล่อน เปิดปากมาแต่ละทีมีแต่คำโกหก พี่หย่ากับหล่อนแล้วปล่อยให้หล่อนไปใช้ชีวิตแบบที่หล่อนเลือกเองเถอะ ต่อไปนี้พี่ก็จะไม่ถูกชาวบ้านมองว่าถูกสวมเขาแล้ว”
“ไปคุยกันในห้องเถอะ” ซ่งหย่วนพูดจบก็หันหลังเดินกลับห้องนอนของตัวเองไป
จูเสี่ยวลี่รีบวิ่งตามเข้าไปอย่างดีใจ วันนี้เธอต้องปรับความเข้าใจกับเขาให้ได้ หรือถ้าไม่เธอจะขอเวลาให้เธอได้พิสูจน์ความจริง
ภายในห้องนอนที่ผนังถูกแปะไปด้วยหนังสือพิมพ์เพื่อปกปิดรอยแตกของดินและความทรุดโทรมของบ้านที่ถูกสร้างมานาน แต่ถึงอย่างนั้นข้าวของในห้องนอนก็ยังถูกจัดไว้อย่างเป็ระเบียบ หมอนและผ้าห่มแม้จะเก่าแต่ก็ยังถูกพับและวางซ้อนกันไว้อย่างดี จูเสี่ยวลี่เห็นห้องนอนอันแสนคุ้นเคยก็ถึงกับน้ำตาคลอ เมื่อก่อนเธออยากหนีไปให้พ้นจากสถานที่แห่งนี้ เธออดที่จะนึกถึงความฝันนั้นไม่ได้ ในความฝันเธอได้เข้าพักในโรงแรมหรูหรา แต่สถานที่หรูหราแห่งนั้นกลับเป็สถานที่ที่ผู้ชายเ่าั้มีไว้เพื่อระบายอารมณ์กับเธอ จากที่น้ำตาคลอ กลายเป็จูเสี่ยวลี่ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
ซ่งหย่วนที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของภรรยาก็ใ เขาอยากจะเข้าไปกอดปลอบเธอไว้ แต่เขาต้องหยุดตัวเองเพราะรู้ว่าภรรยาไม่ชอบให้เขาเข้าใกล้ “อย่าร้องไห้เลย ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะหย่ากับเธอ หลังจากนี้เธอก็ไม่ต้องมาทนใช้ชีวิตกับฉันอีกแล้ว”
จูเสี่ยวลี่รีบเงยหน้าขึ้น “ไม่! คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่หย่า ฉันบอกแล้วว่าฉันจะไม่หย่ากับคุณ”
“ที่คุณไปะโน้ำก็เพราะคุณอยากหย่ากับผมไม่ใช่หรือไง ตอนนี้ผมยอมหย่าแล้ว แต่ทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจแล้วล่ะ”
“อาหย่วน ฉันรู้ว่าที่ผ่านมาฉันทำไม่ดีกับคุณและครอบครัวของคุณไว้มาก แต่ฉันอยากแก้ไขกับเื่ที่ผ่านมา ฉันสัญญาว่าต่อไปฉันจะใช้ชีวิตกับคุณให้ดี ฉันจะดูแลแม่และน้องชายของคุณให้ดี” จูเสี่ยวลี่มองสามีอย่างรู้สึกผิด “คุณให้โอกาสฉันสักครั้งได้ไหม”
“เสี่ยวลี่ ผมรู้ว่าที่คุณต้องมาแต่งงานกับผมเพราะคุณทำเพื่อครอบครัว คุณไม่เคยคิดอะไรกับผมเพราะคุณมีคนในใจอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นที่ผมไม่ยอมหย่าเพราะผมไม่อยากให้ชาวบ้านมองคุณไม่ดีว่าเพิ่งแต่งกันไม่เท่าไหร่คุณก็ถูกสามีหย่าแล้ว ผมก็เลยคิดว่าจะรอให้เราแต่งงานได้สักปีหรือสองปีแล้วถึงจะหย่าให้คุณ พอถึงตอนนั้นคุณจะโยนความผิดมาให้ผมรับไว้ก็ได้ เมื่อคุณแต่งงานใหม่จะได้ไม่มีใครกล้าพูดถึงคุณในทางที่ไม่ดีอีก แต่ผมไม่คิดว่าคุณจะใจร้อนแล้วใช้วิธีนี้มาต่อรองที่จะหย่า” ซ่งหย่วนถอนหายใจ “ในเมื่อเื่มันมาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้างั้นเราก็มาหย่ากันเถอะ”
จูเสี่ยวลี่รีบคุกเข่า “คุณไม่หย่ากับฉันได้ไหม ฉันไม่อยากหย่ากับคุณจริงๆ ก่อนหน้านั้นฉันอาจจะทำผิดไป แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามีแค่คุณที่ดีกับฉัน ฉันสัญญานะว่าต่อไปฉันจะดีกับคุณให้มาก และฉันจะรักคุณแค่คนเดียว คุณให้โอกาสฉันสักครั้งเถอะนะ อาหย่วน...ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับคุณจริงๆ”
ซ่งหย่วนอึ้งเมื่อได้ยินคำว่ารัก เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะได้ยินคำนี้จากปากของภรรยา หัวใจของซ่งหย่วนเวลานี้เต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก “เมื่อ...เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ”
“ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับคุณ” จูเสี่ยวลี่ตอบ
“ไม่สิ ประโยคก่อนหน้านั้น” ซ่งหย่วนส่ายหน้า
“ฉันบอกว่าฉันขอโอกาสให้ฉันได้ปรับปรุงตัว ใช่...ฉันอยากปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นและอยากใช้ชีวิตร่วมกับคุณอย่างมีความสุข ”
“ไม่ใช่สองประโยคนี้ คุณคิดให้ดีๆ อีกที”
จูเสี่ยวลี่ขมวดคิ้ว เธอพูดไปตั้งมากมายแล้วเธอจะจำได้ยังไงว่าเธอพูดอะไรไปบ้าง แต่สักพักเธอก็ยิ้ม “ฉันบอกว่าฉันรักคุณ ฉันจะรักคุณแค่คนเดียว คุณหมายถึงประโยคนี้หรือเปล่า”
“คุณเข้าใจความหมายของมันไหม”
“เข้าใจสิ” จูเสี่ยวลี่รีบพยักหน้า
“คุณเข้าใจว่ายังไงลองอธิบายให้ผมฟัง”
“ฉันรักคุณคนเดียวก็ต้องมีคุณคนเดียวสิ ต่อไปฉันจะไม่มองใครแล้วก็จะไม่สนใจใครอีก” จูเสี่ยวลี่ตอบอย่างมั่นใจ
“แล้วกับเสิ่นต้าไห่ล่ะ คุณจะอธิบายว่ายังไง” ซ่งหย่วนถาม
จูเสี่ยวลี่หุบยิ้มทันที เมื่อก่อนเธออยากหย่าแล้วไปใช้ชีวิตกับเสิ่นต้าไห่จริงๆ เพราะการได้แต่งกับยุวชนจากเมืองหลวงย่อมมีหน้ามีตากว่าแต่งงานกับชาวบ้านด้วยกัน ดีที่มีฝันบอกเหตุล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นวันนี้เธอคงทิ้งสามีดีๆ คนนี้ไปแล้ว
“ที่ฉันไปช่วยเสิ่นต้าไห่ทำงานก็เพราะเขาสัญญาว่าจะให้ค่าจ้าง คุณก็รู้ว่าพ่อของฉันป่วยต้องใช้เงินรักษา แต่ครอบครัวของเราก็ไม่ได้มีเงินเก็บมากมาย อีกอย่างจะให้ฉันขอเงินคุณแล้วเอากลับไปให้บ้านเดิมมันก็ดูไม่ดีใช่ไหมล่ะ ฉันก็เลยต้องหางานอื่นทำเพื่อจะเอาเงินกลับไปเป็ค่ารักษาให้พ่อ” จูเสี่ยวลี่พูดถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอกับเสิ่นต้าไห่ได้รู้จักกัน แต่เธอจะไม่ยอมบอกสามีหรอกว่าเธอหลงคารมเสิ่นต้าไห่ไปแล้วจริงๆ แต่ยังดีที่เธอไม่ได้มีอะไรเกินเลยกับผู้ชายคนนั้น เธอจึงพูดประโยคต่อไปได้อย่างมั่นใจ “แต่ฉันกับเขาไม่ได้มีอะไรกันเกินเลยเหมือนที่ชาวบ้านพูดกันหรอกนะ ฉันไม่เคยทำผิดต่อคุณ ถ้าคุณไม่เชื่อคืนนี้เรามาพิสูจน์กันได้”
ซ่งหย่วนหน้าแดงขึ้นทันที เขาเข้าใจความหมายของภรรยาเป็อย่างดี เพราะั้แ่แต่งงานกันมาหกเดือน เขากับเธอยังไม่เคยมีคืนแรกด้วยกันสักครั้ง เขาแสร้งพูดอย่างใจเย็นทั้งที่ในใจรู้สึกร้อนรุ่ม เขาเป็ผู้ชายแล้วจะไม่เคยคิดเื่พรรค์นั้นกับภรรยาได้อย่างไร “ไม่ต้องพิสูจน์หรอก ผมรู้ว่าคุณอาจูไม่สบายมานานแล้ว อีกอย่างการที่คุณยอมมาแต่งงานกับผมก็เพื่อจะเอาสินสอดกลับไปเป็ค่ารักษาให้คุณอาจูไม่ใช่เหรอ เอาเป็ว่าผมเชื่อคุณ ตกลงว่าผมจะให้โอกาสคุณได้พิสูจน์ตัวเอง แต่ถ้าวันไหนคุณเหนื่อยและอยากออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง คุณต้องมาบอกผมดีๆ คุณไม่จำเป็ต้องทำร้ายตัวเองอีก”
“คุณพูดจริงเหรอ คุณจะให้โอกาสฉันจริงๆ ใช่ไหม” จูเสี่ยวลี่ถามย้ำอย่างดีใจ
“ผมไม่โกหกคุณหรอก ตอนนี้ก็เลิกคุกเข่าได้แล้ว เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะหาว่าผมรังแกคุณ”
จูเสี่ยวลี่วิ่งไปกอดสามีด้วยความดีใจ “ขอบคุณนะอาหย่วนที่ให้โอกาสฉัน ฉันจะทำให้คุณเห็นว่าฉันรักคุณคนเดียวจริงๆ”
ซ่งหย่วนตัวแข็งทื่อ เขาไม่ได้โอบเธอตอบ แต่รอยยิ้มของเขากลับกว้างขึ้น ‘ลี่ลี่ ผมรอฟังคำนี้จากคุณมานานแล้ว’