ฉินหยินอยู่ที่จวนไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็จากไป เหวินเกอร์รู้สึกอาลัย น้ำตาเอ่อไหลจากดวงตาที่ดำราวกับหยกดำ
ฉินหยินแอบมองด้วยความรู้สึกเ็ป พลางเช็ดใบหน้าเล็กของเขา รับปากว่าคราวหน้าจะสอนเขาขี่ม้าด้วยตนเอง เหวินเกอร์ถึงได้เผยรอยยิ้ม
“เหวินเกอร์ยังเด็ก ถึงยามเรียนขี่ม้า เ้าเป็พี่ต้องดูแลน้องให้มากๆ” ฉินหยินกำชับฉินหนิงจือ เขารู้ว่าเหวินเกอร์กับฉินหนิงจือไม่ค่อยสนิทกัน เลยเปลี่ยนวิธีให้สองพี่น้องเล่นด้วยกันบ่อยๆ
ฉินหนิงจือรับรู้ และรับคำอย่างเชื่อฟัง
“โตขึ้นแล้วจริงๆ” ฉินหยินตบบ่านางเบาๆ ทั้งชื่นชมและเสียดาย
ฉินหนิงจือริมฝีปากกระตุกเล็กน้อย รู้สึกว่าบิดาไม่ค่อยชมชอบความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของนางเสียเท่าไร
หลังเดินไปส่งฉินหยินแล้ว ฉินหนิงจือก็กลับเรือนชิงหนิงย่วน นางกวักมือเรียกชิงเหยาแล้วถาม “ท่านพ่อพูดอะไรกับท่านแม่หรือ ข้าเห็นท่านสีหน้าไม่ค่อยดี”
เมื่อครู่ที่ไปส่งท่านพ่อ แม้ว่าท่านแม่จะปกปิดเป็อย่างดี แต่ฉินหนิงจือก็ยังสังเกตได้ถึงแววตาไม่สบายใจของนาง นางได้รับการปลูกฝังนิสัยช่างสังเกตจากภพก่อนในจวนจิ้นกั๋วกง มาภพนี้ด้วยเกรงว่าจะสูญเสียท่านพ่อกับท่านแม่ เลยใส่ใจพวกเขามากเป็พิเศษ เพราะเกรงว่าจะพลาดอะไรไป
ชิงเหยาเป็คนของแม่ นางตั้งใจปล่อยชิงเหยาไว้ที่ม่อเซียงจวี้ เพราะหากเกิดอะไรขึ้นนางก็ถามชิงเหยาได้
ชิงเหยารู้สึกว่า่นี้คุณหนูดูผิดแปลกไปนัก ปกตินางมีแต่คิดจะออกไปวิ่งเล่นข้างนอก ไม่เคยสนใจเื่ในจวนเลย แต่อย่างไรเสียนางก็ตอบคำถามอย่างสัตย์ซื่อ “ข้าน้อยก็ไม่มั่นใจเช่นกันเ้าค่ะ แต่ได้ยินพวกฮั่วเหมยพูดว่าเหมือนเกิดเื่ไม่สงบขึ้นในวัง ่นี้นายท่านเลยค่อนข้างยุ่ง” และก็ไม่ลืมที่จะอธิบายสาเหตุที่ฉินหยินไม่ได้กลับมาดูแลฉินหนิงจือด้วย
ในวังเกิดเื่เช่นนั้นรึ! ฉินหนิงจือหรี่ตาลงพลางใช้ความคิดอยู่นานก็คิดไม่ออกว่าในภพก่อน ณ ่เวลานี้ เกิดเื่อะไรขึ้นในวัง
ฮ่องเต้เหวินช่างเป็ผู้มีสติปัญญา ภายใต้การปกครองของเขา ลมฟ้าเป็ใจไพร่ฟ้าเป็สุข หลังจากมีคำสั่งห้ามออกนอกบ้านในยามวิกาล บ้านเรือนในตัวเมืองก็ไม่จำเป็ต้องลงกลอนแต่อย่างใด เื่การปกครองบ้านเมืองอย่างเข้มงวดนั้นยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง
นอกเสียจากว่าหลายปีต่อมา อ๋องเฉิงวางแผนก่อฏ จึงถูกปะาตัดศีรษะที่หน้าวังไท่จี๋
แต่เื่นี้ก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร ฮ่องเต้เหวินช่างเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับอย่างดี นอกจากคนในวังแล้ว คนภายนอกไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เื่นี้ หากไม่ใช่ว่าคืนที่อ๋องเฉิงถูกปะานั้นกู้จิ่งหยวนอยู่กับนาง นางก็คงไม่รู้เื่นี้
ความจริงนางน่าจะรู้ว่ากู้จิ่งหยวนเป็คนเืเย็นั้แ่ตอนนั้น บุตรชายของอ๋องเฉิงเป็สหายที่โตมากับกู้จิ่งหยวน อ๋องเฉิงที่คิดก่อฏถูกจับปะา บุตรชายของอ๋องเฉิงมีหรือจะรอด...นางได้ยินข่าวก็ถึงกับใ
แต่กู้จิ่งหยวนกลับไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว เขาถูกปลุกขึ้นจากการนอน น้ำเสียงที่เคยนิ่งเย็นจึงมีความไม่พอใจเจืออยู่เล็กน้อย
“ข้ารู้แล้ว ออกไปซะ!”
บางทีอาจเป็เพราะเพิ่งแต่งงานใหม่ๆ เขาจึงยังไม่เกลียดชังนางนัก เลยเอ่ยปลอบใจนาง “นอนเถอะ ไม่ใช่เื่ใหญ่อันใด”
ตอนนั้นนางรักเขาเท่าชีวิต ได้ยินคำพูดปลอบใจของเขาก็รู้สึกว่าหวานราวกับน้ำผึ้ง ความหวาดกลัวเมื่อครู่หายไปในทันที ซ้ำยังยื่นมือไปโอบแขนเขาอย่างใจกล้า “ข้าไม่กลัวหรอก”
กู้จิ่งหยวนขำนางเบาๆ ตอนนั้นนางรู้สึกท่าทีของเขาหวานยิ่งนัก พอมาคิดๆ ดูตอนนี้ กลับรู้สึกหนาวจนเสียดกระดูก
บุตรชายของอ๋องเฉิงเป็เพื่อนของเขา!
“คุณหนูเ้าคะ คุณหนู!” ชิงเหยาเห็นสีหน้าฉินหนิงจือไม่ค่อยดีก็รีบเรียกนางทันที
ฉินหนิงจือจึงหลุดจากห้วงความคิด หลุบตาลงปกปิดความรู้สึกแล้วเอ่ยเสียงเบา “ข้าไม่เป็ไร เ้าออกไปก่อนเถอะ” นางรู้สึกไม่สบายใจ
บางทีอาจเป็เพราะจดหมายของกู้จ่างหนิง วันนี้นางเลยเอาแต่นึกถึงกู้จิ่งหยวน นึกถึงเื่ราวต่างๆ ระหว่างเขา นี่ไม่ใช่เื่ดีจริงๆ!
แต่เื่ในวังนั้น คนในจวนจิ้นกั๋วกงรับรู้ได้ง่ายนัก นางกำลังคิดว่าการที่จู่ๆ ก็ตัดสัมพันธ์กับกู้จ่างหนิงอาจจะไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไร
เื่ที่ท่านพ่อตายในปีนั้นไม่ใช่เื่ที่ง่าย บางทีนางอาจใช้ผลประโยชน์จากกู้จ่างหนิงก่อน เหมือนกับในภพก่อนที่กู้จ่างหนิงใช้ประโยชน์จากนาง
คืนนั้นฉินหนิงจือนอนไม่หลับ นางฝันร้าย!
ในฝันเป็ภาพบิดารีบเอ่ยคำลากับมารดา แล้วก็เป็ภาพมารดาเสียชีวิตเืท่วมตัว จากนั้นก็มีภาพกู้จ่างหนิงจูงมือนางไปแอบดูกู้จิ่งหยวน แล้วก็เป็ภาพนางกับลูกพี่ลูกน้องชื่ออี้เกอร์ถูกคนใส่ร้าย
ทั้งที่ก่อนหน้านั้นท่านแม่ยังปลอบใจนางว่าท่านพ่อจะปลอดภัยกลับมา แต่ในเวลาต่อมา ท่านกลับนอนจมกองเื หน้าผากเต็มไปด้วยเื นางพยายามใช้มือห้ามเืไว้ ร้องไห้ะโอย่างสุดใจ แต่ไม่ว่าจะห้ามเืเช่นไรก็เอาไม่อยู่ ได้แต่มองร่างอุ่นของมารดาค่อยๆ เย็นขึ้นทีละนิดอย่างช่วยอะไรไม่ได้ เสียงะโร้องไห้ของนางกลายเป็เื่ตลกขบขันที่ช่วยอะไรไม่ได้!
‘เ้าคิดว่าการตายของบิดามารดาเ้าเป็เื่บังเอิญเช่นนั้นรึ บุตรสาวนายทหารใหญ่ช่างโง่เขลาน่าขันยิ่งนัก’
‘ท่านพี่ ขุนนางที่สั่งเราให้ไปจัดการฟางซื่อปรากฏตัวอีกแล้วเ้าค่ะ ครานี้ให้พวกเราจัดการเหวินเกอร์กับหนิงจือ เหวินเกอร์นั้นจัดการง่ายมาก ถูกเลี้ยงดูประคบประหงมจนสมองฝ่อไปแล้ว แต่หนิงจือตอนนี้แต่งเข้าไปอยู่ที่จวนจิ้นกั๋วกง พวกเราจะจัดการเช่นไรดีเ้าคะ’
‘นึกไม่ถึงเลยว่าคนที่เรียกตัวเองว่าเป็บุตรของผู้สละชีพเพื่อชาติจะกล้าทำเื่ขายขี้หน้าไร้ยางอายเช่นนี้ ช่างทำลายชื่อเสียงของบิดามารดาเสียจริง ทำลายชื่อเสียงขององค์ชายรองที่ไม่เคยเสื่อมเสียลงได้’
‘ยังไปเปลืองน้ำลายกับนางอีก! รีบจัดการนางเร็วเข้า! นางคนนี้นับั้แ่วินาทีที่แต่งเข้ามาก็นำหายนะมาให้จวนกั๋วกง! เป็รอยด่างของชีวิตจิ่งหยวน! วันนี้มาทำเื่บัดสีเช่นนี้ ต่อให้ฮ่องเต้จะตำหนิจวนจิ้นกั๋วกงก็เถอะ! รีบจัดการให้นางตายซะ!’
‘จับนางเข้าคุกเลย!’
‘ลูกจิ่ง ผู้หญิงเช่นนี้ยิ่งอยู่นานยิ่งเป็รอยด่างพร้อยในชีวิตของเ้านะ!’
‘ต่อให้นางตาย นางก็ยังเป็เมียของข้า ลบยังไงก็ไม่ออก เมื่อเป็เช่นนี้ ปล่อยนางไปก็ถือเป็บุญแก่ข้า’
‘หนิงจือ ไม่ต้องกลัว ท่านพ่อของเ้าต้องปลอดภัยกลับมาแน่นอน’
‘ไท่ไท่ผู้เฒ่าฉิน นายท่านรองตายในสนามรบแล้วเ้าค่ะ!’
“ท่านพ่อ!” ฉินหนิงจือสะดุ้งตื่นลุกขึ้นนั่ง
ชิงเหยาที่นอนเฝ้าได้ยินเสียงก็รีบหยิบโคมไฟมาทันที เปิดม่านมุ้งขึ้นแล้วเอ่ยถาม “คุณหนู! เป็อะไรเ้าคะ ฝันร้ายหรือเ้าคะ”
ฉินหนิงจือที่ใจนเหงื่อท่วมตัว สมองตื้อไปหมด ทั้งยังรู้สึกเ็ปมาก
ชิงเหยามองผ่านแสงจากโคมไฟหนังแกะก็เห็นฉินหนิงจือหน้าขาวซีด นางใ รีบยื่นมือไปจับหน้าผากผู้เป็นาย พอเห็นว่าไม่มีไข้จึงค่อยโล่งอก
“คุณหนูไม่ต้องกลัวเ้าค่ะ ไม่ต้องกลัว แค่ฝันร้าย” นางลูบหลังฉินหนิงจือที่เปียกชุ่มไปทั้งแผ่นหลัง มั่นใจว่าอีกฝ่ายคงตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้าย นึกไม่ถึงว่าคุณหนูที่ปกติไม่เคยเกรงกลัวอะไรจะใเพราะฝันร้าย...นึกไม่ถึงเลยจริงๆ
“คุณหนู ข้าน้อยจะจุดโคมไฟไว้ให้ท่านนะเ้าคะ จะคอยเฝ้าท่านอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องกลัวนะเ้าคะ” ชิงเหยาเก็บความสงสัยไว้ ตบหลังคุณหนูเบาๆ พลางเอ่ยปลอบใจเสียงนุ่ม
ฉินหนิงจือจึงค่อยๆ ได้สติกลับมา นางหันไปมองชิงเหยา จ้องอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ จนกระทั่งมั่นใจว่านางเป็ชิงเหยาในวัยสิบหกปี ยังไม่โดนฮูหยินแห่งจวนจิ้นกั๋วกงโบยจนตายทั้งเป็ ถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
นางหวังว่าทุกอย่างจะเป็แค่ฝันร้าย เป็แค่ความฝัน...แค่ฝันเท่านั้น!
“ชิงเหยา...” นางเอ่ยขึ้น หยดน้ำตาไหลรินลงอาบแก้ม
ชิงเหยาทั้งกังวลทั้งสงสัย “คุณหนูเป็อะไรไปเ้าคะ” หลังจากที่คุณหนูป่วยก็เริ่มแปลกไป นิสัยกลายเป็คนละคน ปกติหากโดนคนใส่ร้ายจะเอะอะด่าทอและทุบตี มาวันนี้กลับพลิกแต้มเอาชนะคุณหนูรอง
เื่นั้นช่างเถิด อย่างไรก็เป็เื่ที่ดี แต่นางได้ยินชิงหยาบอกว่าคุณหนูกำชับให้เผาจดหมายที่ซูเสียนจวิ้นจู่เขียนถึง นี่ออกจะผิดปกติเกินไปแล้ว!
ไปรายงานไท่ไท่ดีหรือไม่นะ หรือจะไปขอกระดาษมงคลจากวัดดี...ชิงเหยาคิดไปเรื่อยเปื่อย ทว่ากลับได้ยินฉินหนิงจือเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้น
“ชิงเหยา ข้ากลัว...”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/e8c39af2eb995c5d8c97da730cbb055e