....
หลังจากแสงสีฟ้าได้จางลง.. ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้นภายในบ้านเช่าหลังน้อยๆในเมืองนอริชอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับไม่ได้ทำให้เขาใหรือตื่นเต้นมากเท่าไหร่นัก เพราะมันมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ภาคินสนใจและตื่นเต้นมากกว่านั่นก็คือร่างกายของตัวเอง ไม่ได้กลับมาเป็เหมือนเดิมเหมือนอย่างที่สมควรจะเป็
เนื่องจากตอนนี้ภาคินยังอยู่ในร่างของเด็กน้อยวัย10ขวบ หรือร่างของเขาเมื่อตอนสิบขวบ เื่มากมายที่เกิดขึ้นทำให้เขาคลั่งแทบบ้า ั้แ่ถูกส่งมาในสถานที่ๆไม่รู้จัก วาร์ปไปๆมาๆ และสึดท้ายก็กลับมาเป็เด็ก มันทำให้ภาคินที่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวจนกระทั่งตัดสินใจเลิกที่จะคิด และถามหาถึงสาเหตุต่างๆนาๆที่เกิดขึ้นของสิ่งต่างๆเหล่านี้ เพราะเขาทำได้เพียงก้าวต่อไปแม้อะไรจะเกิดขึ้นอีกก็ตาม
....
"จะกี่รอบๆก็ไม่ชินซักทีแหะ อยากจะอ๊วก..."
ภาคินบ่นออกมาเบาๆ ในขณะที่กำลังเปิดกระเป๋าเดินทางเพื่อเอาของใช้จำเป็ออกมา โดยข้างใหนกระเป๋าก็ไม่มีอะไรมาก เพราะเขาไม่อยากให้ของที่ตัวเองเอามาสะดุดตามากเกินไป อย่างเช่นพวกเครื่องใช้ที่ทำขึ้นมาจากสแตนเลสที่เงาวับ ซึ่งตัวเขาจะไม่เอาพวกมันมาใช้ในตอนนี้อย่างเด็ดขาด และหลังจากที่เตรียมของครบแล้วภาคินจึงหยิบเอาของที่จำเป็ แล้วเดินตรงไปยังตลาดที่ๆตั้งอยู่ตรงกลางของเมืองนอริชทันที
"เนื้ออร่อยๆครับ!!!!ชิ้นละ30เหรียญทองแดงเท่านั้น!!!"
และแล้วพ่อค้าตัวน้อยก็เริ่มใช้แผนเดิมอีกครั้ง นั่นก็คือการะโแหกปากให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเมนูไก่ที่ภาคินตั้งใจทำขายในตอนนี้ก็คือเมนูทอด อันดับค่อยๆตัดเนื้อไก่ให้พอดีคำไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป แล้วน้ำเนื้อไก่ที่ได้ไปคลุกกับแป้งทอดกรอบ รสบาร์บิคิว รสดั้งเดิม และรสเผ็ด
เมื่อเสียงะโเล็กๆดังขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมที่ยั่วน้ำลาย มันจึงทำให้หลายๆคนอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่า เด็กตัวน้อยคนนี้กำลังทำอะไรอยู่กันแน่?
เมื่อกลิ่นบาร์บีคิวที่มีความเปรี้ยวลอยออกไปตามสายลม มันถึงกับทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่ตั้งร้านอยู่ใกล้ๆ ถึงกับน้ำลายไหลโดย
ที่ไม่รู้ตัว จนในที่สุดพ่อค้าร้านใกล้ๆก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
"เ้าหนูเ้ากำลังเล่นขายของอะไร? สิ่งที่เ้าทำอยู่มันสามารถกินได้ไหม?" พ่อค้าหุ่นอวบอ้วนที่ทนกลิ่นหอมของไก่ทอด
ไม่ไหวอีกต่อไป จึงเดินมาถามพร้อมกับน้ำลายที่ไหลย้อยออกมาจากมุมปากติ๊งๆ
"แน่นอนว่ามันสามารถกินได้ พี่ชายจะลองดูหน่อยไหม? ชิ้นละ30เหรียญทองแดงเท่านั้น" พ่อค้าหุ่นอวบที่ได้ยินแบบนั้น
ก็แสดงสีหน้าที่ตื่นใออกมา และพูดขึ้นมาทันทีว่า
"เ้าบ้าไปแล้วเหรอ เนื้อชิ้นเล็กๆแค่นี้30เหรียญทองแดง 20เหรียญข้าก็ไม่ซื้อฮึ!!" พ่อค้าหุ่นอวบเริ่มรีบหันหลังเดินกลับไปยังร้านค้าของตัวเองช้าๆ เหมือนจะยังเสียดายอยู่ไม่น้อย ส่วนภาคินที่เห็นแบบนั้นจึงพูดขึ้นมาอีกครั้ง
"เห้!!พี่ชาย!!! เนื้อของข้านะไม่ใช้เนื้อทั่วๆไปน่ะ เนื้อพวกนี้มันเป็เนื้อนกที่หาได้ยากมากๆ ข้ารับรองได้เลยว่าพี่ชายจะต้อง
ไม่เคยกินมันมาก่อนอย่างแน่นอน หากว่าข้าโกหกข้าจะไม่คิดเงินเลย" เมื่อชายร่างอวบได้ยินแบบนั้นมันจึงค่อยๆเดินกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับใบหน้าที่เ้าเลห์
"ข้าก็แค่บอกว่าเคยกินแล้วก็จบ เื่อะไรข้าจะต้องพูดความจริงออกไป หึหึขอโทษด้วยนะเ้าหนูน้อย..." เมื่อภาคินเห็นชายตรงหน้าแสดงสีหน้าออกมา เขาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าคนตรงหน้าจะต้องคิดไม่ซื่ออย่างแน่นอน
"หนอยคิดจะโกงเราเหรอ? เดี๋ยวรู้กัน!!" ภาคินคิดในใจอยู่เงียบๆ ก่อนจะกับส่งเนื้อไก่ที่ถูกปรงรสด้วยรสเผ็ดจัดจ้านแบบพิเศษ ไปให้พ่อค้าร่างอวบที่กำลังยืนยิ้มอยู่
"นี้ครับของพี่ชาย.."
ภาคินยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่แสนจะบริสุทธิ์และสดใส พร้อมกับค่อยๆยื่นเนื้อไก่ให้ชายตรงหน้าอย่างช้าๆ
"ฮ่าๆ เ้าเด็กโง่ จงโทษตัวแกเองเถอะที่...อะอะอ๊ากกกกกก!!!!!!!"
ทันทีที่ชายคนนั้นโยนเนื้อไก่เข้าไปในปาก เครื่องปรุงรสรสเผ็ดจัดจ้านแบบพิเศษที่ถูกเคลือบเอาไว้จนทั่วเนื้อไก่ ก็แสดงผลของมันออกมาทันที
"ไม่ไหวแล้วโว้ย!!! ละละหลีกไปไอ้พวกบ้า!!!"
ปากของพ่อค้าร่างอวบในตอนนี้มันทั้งแดง และบวม ดังนั้นไม่ว่าเขาจะวิ่งไปทางไหน ก็มักจะปรากฏเป็เสียงหัวเราะดังขึ้นมาตรงนั้นเสมอ มันจึงทำให้พ่อค้าร่างอวบรู้สึกอับอายและโกรธแค้นภาคินเป็อย่างมาก
"เ้าหนูเ้าเอาอะไรให้มันกิน ทำไมมันถึงเป็แบบนั้น?" เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา ผู้คนมากมายจึงเข้ามารุมล้อมที่ร้านขายไก่ทอดเล็กๆของจนแน่น และพากันสอบถามออกมา
"ไม่มีอะไรท่านป้า ก็แค่อาหารของข้ามันอร่อยจนเกินไป จนพี่ชายคนนั้นถึงกับดีใจซะขนาดนั้น"
เมื่อหลายๆคนที่กำลังยืนอยู่รอบๆร้าน ได้ยินมนสิ่งที่พ่อค้าตัวน้อยพูดออกมา พวกเขาจึงอยากจะลองกินเนื้อที่ชายคนนั้นทานบ้าง และแน่นอนว่าภาคินก็ยินดีที่จะขายมัน
"ท่านชอบรสดั้งเดิม รสเผ็ด หรือรสเปรี้ยว?" ภาคินค่อยๆขายเนื้อไก่ของเขาออกไปเรื่อยๆ ซึ่งแต่ละครั้งเขาก็จะถามความชอบของลูกค้าก่อนเสมอ
"โอ้!! ั้แ่เกิดมาข้าไม่เคยกินเนื้ออะไรที่มันอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย มันทั้งกรอบและร้อนกำลังดี โอ้พระเ้า!!"
เมื่อพวกเขากัดเข้าไปยังเนื้อไก่ ที่ถูกห่อหุ่มเอาไว้ด้วยแป้งทอดกรอบที่แสนจะอร่อย และเมื่อกัดผ่านหนังกรอบๆเข้าไปอีก
ก็จะพบรสชาติที่แท้จริงที่ถูกซ่อนเอาไว้ข้างในอีกชั้น นั่นก็คือเนื้อไก่ที่แสนจะนุ่ม และอุ่นกำลังดี
เมื่อคนแรกเริ่มกินไก่ทอดเข้าไป เขาก็แสดงสีหน้าที่พึ่งพอใจออกมา จากนั้นคนที่สองคนที่สามก็ตามมา ตอนนี้ภาคินเริ่มขายดิบขายดีจนแทบจะ ไม่มีเวลาพักแล้ว แต่ในขณะที่เขากำลังขายของอย่างเมามันส์อยู่นั่นเอง
"ไอ้พวกโง่ พวกแกถูกมันหลอกแล้ว ของแบบนั้นมันจะกินเข้าไปได้ยังไง ดูปากข้า!!!"
เสียงที่ดังขึ้นมานี้คือเสียงของพ่อค้าร่างอวบ ที่กำลังชี้นิ้วไปยังปากที่บวมเป่งของตัวเอง มันจึงทำให้คนรอบๆพากันหัวเราะออกมาอีกครั้ง ส่วนบางคนที่กำลังเคี้ยวเนื้อไก่อยู่ ก็ถึงพับรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากของตัวเองทันที เพราะกลัวว่าเนื้อที่กำลังเคี้ยวอยู่ในปากจะพุ่งออกมา
"พี่ชายข้าว่าท่านอย่ามาก่อกวนร้านของข้าดีกว่า เดี๋ยวข้าจะเอาเนื้อที่ท่านเพิ่งจะทานไป ขว้างใส่ตาของท่านนะ.."
ชายร่างอวบที่ได้ยินคำพูดของพ่อค้าตัวเล็กจ้อยตรงหน้า ก็รีบยกมือขึ้นมาปิดดวงตาทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร่าง
ที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจะค่อยๆเริ่มสั่นเทา เพราะความกลัวที่มีต่อเด็กน้อยตรงหน้า
"เพื่อถือว่าข้าขอโทษ อะข้าให้ท่านชิ้นหนึ่ง.."
ภาคินยื่นเนื้อไก่รสดั้งเดิมไปให้ชายร่างอวบอีกครั้ง แต่ชายร่างอวบกลับไม่กล้าที่จะจ้องมองเนื้อไก่ที่ภาคินยื่นให้เลย เพราะชายร่างอวบกำลังคิดว่านี้อาจจะเป็แผนร้ายของเด็กน้อยตรงหน้าก็เป็ได้
หากเขายื่นมือออกมารับเนื้อตรงหน้าแล้วละก็ เ้าเด็กบัดซบตรงหน้าอาจจะโยนเนื้อชิ้นนั้น ใส่ดวงตาของเขาจริงๆก็เป็ได้
ดังนั้นมันจึงทำให้ชายในร่างอวบปิดตาเอาไว้แน่นกว่าเดิม
"ไม่นะอย่าทำร้ายข้า!!!!!"
ภาคินค่อยๆเดินไปหาชายร่างอวบ แล้วใช้พลังที่มากกว่าคนทั่วไปเกือบสิบเท่า บังคับให้ชายร่างอวบทานเนื้อไก่นั่นเข้าไป การกระทำของเขาในตอนนี้ มันทำให้ผู้คนโดยรอบสงสัยมาก
เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเด็กน้อยตรงหน้านี้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ถึงสามารถบังคับให้ชายร่างอวบทานเนื้อเข้าไปได้ และหลังจากพยายามอยู่นาน ในที่สุดไก่ทอดรสดั้งเดิมก็ได้เข้าไปอยู่ในปากของชายร่างอวบอ้วนแล้ว
ทันทีที่เนื้อไก่ไหลเข้าสู่ปาก รสชาติของไก่ก็ค่อยๆละลายในปากของเขาอย่างช้าๆ กร๊อบ!! กร๊วม!!ๆๆๆๆจู่ๆชายร่างอวบก็เคี้ยวเนื้อไก่ด้วยความเร็วสูง จนเนื้อไก่ชิ้นเล็กๆพลันหายไปจากปากของเขาอย่างรวดเร็ว
"อร่อย!!!!!!!!!!!!!!!!" นี้คือคำที่ดังออกมาจากปากของชายร่างอวบ หลังจากที่เขากินเนื้อไก่เข้าไปจนหมด
ผ่านไป1ชั่วโมง...
หลังจากผ่านไปเพียง1ชั่วโมง เนื้อไก่ที่เตรียมไว้ก็หมดลงในที่สุด เพราะภาคินไม่ได้เตรียมมันมาเยอะ และเนื้อไก่ที่เตรียมมานี้ ก็เป็เพียงเนื้อที่เหลืออยู่ในตู้เย็นในบ้านเท่านั้น
"หมดแล้วครับ ขอบคุณทุกท่านที่มาอุดหนุน พรุ่งนี้ผมจะเปิดขายอีกครั้งที่ถนนสายหลัก ทางทิศใต้ของเมืองนอริช.."
ที่จริงวันนี้ภาคินแค่้ามาทดลองอะไรบางอย่างเท่านั้น เขาอยากจะรู้ว่าคนในต่างโลกนี้จะชอบของทอดหรือไม่และชอบรสชาติแบบไหนดังนั้นเมื่อได้ข้อมูลที่พอใจแล้ว อันดับต่อไปก็คือการเปิดร้านแบบจริงๆจังๆ
ดังนั้นเขาจึงได้บอกสถานที่ตั้งของร้านใหม่ที่จะเปิดออกไป หรือก็คือบ้านเช่าของเขานั่นเอง หลังจากที่ขายของเสร็จภาคิน
ก็ได้เงินมาทั้งสิ้นจำนวน 1,800 เหรียญทองแดง
หากจะเปรียบเทียบเหรียญทองแดงกับค่าเงินในปัจจุบัน เหรียญทองแดงก็คงมีค่าไม่ต่างไปจากเงินบาทในปัจจุบัน
แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ภาคินสนใจ สิ่งที่เขาสนใจก็คือเหรียญทอง ที่ทำขึ้นมาจากทอง หรือพวกของมีค่าในต่างโลกนี้อย่างเพรชพลอย และเครื่องประดับ
กลังจากขายของจนหมด ภาคินก็เริ่มเดินไปยังตลาดเพื่อเช็คราคาพวกเนื้อสด เพราะเนื้อไก่ของเขาตอนนี้ได้หมดไปแล้ว
และเขาก็กลับไปเอาไม่ได้ด้วย เพราะตอนนี้พลังงานที่เหลือมีเพียง25แต้มเท่านั้น
ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่ทำได้ก็คือต้องมองหาเนื้อสดอื่น เพื่อที่จะนำมาปรุงอาหารในแบบฉบับของตัวเอง เนื้อสดที่ภาคินเห็นในตลาดนี้มันมีั้แ่ไก่พื้นเมืองของที่นี้ รวมถึงพวกเนื้อหายากมากมายเช่นสุนัขจิ้งจอก หมี เสือ และรวมไปถึงสัตว์แปลกๆอีกหลายตัวที่เขาไม่รู้จัก
หลังจากเลือกอยู่นาน ในที่สุดก้ได้กลับมา5ตัว คิดเป็เงินตัวละ150เหรียญทองแดง หรือ750 เหรียญทองแดง หลังจากที่ชื้อไก่แล้วก็เดินหาพวกของใช้ต่อ โดยเริ่มมองมองหาจากพวกโต๊ะ เก้าอี้ ของที่ทำขึ้นมาจากไม้พวกนี้ มันไม่ได้มีราคามากนักในต่างโลกนี้เพราะมันหาได้ทั่วไป และทำได้ง่ายมากๆ
ดังนั้นภาคินจึงชื้อโต๊ะกับเก้าอี้มา2ชุด คิดเป็เงิน,1000เหรียญทองแดง หรือก็คือชุดละ500เหรียญทองแดง โต๊ะ1ชุดจะมีเก้าอีก4ตัวและโต๊ะ1อัน ซึ่งโต๊ะพวกนี้ก็ไม่ได้ดูสวยงามและหรูหรานัก มันเป็เพียงท่อนไม้ที่ประกอบออกมาเป็เก้าอี้และโต๊ะเท่านั้น แต่แค่นี้มันก็มากพอแล้ว พอถึง่บ่ายของวันก็มีคนขนเก้าอี้และโต๊ะมาส่งที่บ้านเช่า ภาคินจึงเริ่มจัดวางพวกมันเอาไว้ในแบบที่ตัวเองชอบทันที
"แรงเยอะนี้ก็ลำบากเหมือนกันแหะ เก้าอี้พวกนี้เบาหมือนกระดาษเลย วางแรงไปก็อาจจะพังเอาได้.."
เมื่อจัดหน้าร้านเสร็จ สิ่งต่อไปก็คือนำไก่ที่ชื้อมาทั้งหมดไปล้างและทำความสะอาด เพื่อเตรียมไว้ทำอาหารสำหรับวันพรุ่งนี้ และกว่าภาคินจะทำอะไรหลายๆอย่างเสร็จ มันก็พ้นไปอีกวันอย่างรวดเร็ว
ค่ำคื่นวันที่2ของเมืองนอริช..
วี้ดดดดด!!!
เมื่อกลางคืนมาถึงอากาศที่หนาวเหน็บก็เริ่มเข้ามาปกคลุมเมืองนอริชอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันดูเหมือนจะไม่ส่งผลอะไรต่อภาคินนักก็เพราะเขาในตอนนี้กำลังนอนอบู่บนหมอนนุ่มๆและผ้าห่มอุ่นๆที่เขาเตรียมมาจากบ้าน และภายในบ้านหลังเล็กนี้ก็ไม่ได้มืดมิดอีกต่อไป
เพราะบนหัวบัดนี้ปรากฏเป็ไฟฉายอันเล็กๆที่คอยให้แสงสว่างอยู่ และแสงสว่างนี้ก็ไม่เหมือนกับแสงสว่างที่ผู้คนในเมือง
นอริชมี ก็เพราะแสงสว่างของภาคินไม่ได้เกิดจากตะเกียงน้ำมันอันเหม็นคลุ้ง แต่เกิดจากไฟฉายที่ในต่างโลกนี้ยังไม่มี
"นอนดีกว่าพรุ่งนี้จะได้เปิดร้านั้แ่เช้า..."
และแล้วแสงสว่างในบ้านหลังน้อยที่ตั้งอยู่ในทิศใต้ของเมืองนิริชก็ได้ดับลง เมื่อเ้าของบ้านตัวน้อยๆตัดสินใจปิดไฟฉายเพื่อเข้านอนในยามค่ำคืน