ตอนที่ 8 อ่อนแอเกินไป (2)
ขณะที่เยี่ยเซี่ยงอวี๋พูดอยู่นั้น ซงมามา บ่าวข้างกายจูซื่อก็มาที่หอพระเช่นกัน
ต้องยอมรับเลยว่าจูซื่อทำหน้าที่ดูแลการงานในบ้านได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียว แม้ว่าเรือนใหญ่กับเรือนสามมีเื่ไม่ลงรอยกัน จูซื่อยังมิวายส่งสิ่งของมาที่หอพระอยู่บ่อยครั้ง บางคราวยังมาเยี่ยมเยือนจี้ซื่อด้วยตนเอง ปฏิบัติตนในฐานะสะใภ้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
สำหรับประเด็นนี้ จูซื่อนับได้ว่าไร้ข้อตำหนิ
เมื่อบ่าวรับใช้ในหอพระเห็นซงมามา ต่างก็รีบยิ้มประจบประแจงเชิญนางเข้าไป
ซงมามาเป็คนสนิทข้างกายของฮูหยินใหญ่ เอาใจนางไว้ไม่แน่ว่าจะได้ไปจากหอพระนี่เสียที
บ่าวพวกนี้นึกคิดกันอย่างไร ซงมามารู้ดีแก่ใจ แต่นางไม่สนใจเลยสักนิด
ซงมามาแสร้งยิ้มน้อยๆ ทว่าเมื่อนางก้าวเข้ามาในเรือนรับรองของหอพระ ดวงตาก็พลันหรี่ลง
‘นายน้อยห้ากับคุณหนูหกทำไมมาอยู่นี่ได้ อะไรจะบังเอิญปานนี้...’
ชั่วขณะนั้นซงมามาสังหรณ์ใจไม่ดีนัก แต่ยังกล่าวทักทายอย่างนอบน้อมว่า “บ่าวคารวะฮูหยินผู้เฒ่า คารวะนายน้อยห้า และคารวะคุณหนูหกเ้าค่ะ”
จี้ซื่อตอบรับอย่างกลัวๆ กล้าๆ เช่นเคย ส่วนเยี่ยเซี่ยงอวี๋และเยี่ยสุยผงกศีรษะรับตามสบาย
เดิมทีซงมามาคิดจะรอให้สองพี่น้องจากไปก่อนค่อยพูดเื่ที่จูซื่อสั่งการมา แต่นางเพิ่งคารวะทักทายเสร็จก็ได้ยินเยี่ยสุยกล่าวว่า “ซงมามามีธุระอันใดหรือไม่ หากมีท่านก็รายงานเถิด อีกสักครู่พวกเราจะสวดมนต์ร่วมกับท่านย่า”
เยี่ยสุยทราบแน่ชัดว่าซงมามามาที่นี่ด้วยเหตุใด จึงเป็เหตุผลให้นางต้องรั้งรอฟังที่นี่
ซงมามายืนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวอึกอักว่า “บ่าวก็ไม่มีเื่สำคัญอะไรนัก...”
นางพูดยังไม่ทันจบ เยี่ยเซี่ยงอวี๋ก็พูดแทรกขึ้นว่า “ในเมื่อไม่มีเื่อะไร อย่างนั้นเ้ากลับไปเถิด พวกเรายังมีเื่จะคุยกับท่านย่าอีก”
เยี่ยเซี่ยงอวี๋วางมาดเคร่งขรึมแลดูน่าเกรงขามมากทีเดียว เขามีฐานะเป็ถึงนายน้อยห้าของบ้านตระกูลเยี่ย ต่อให้ซงมามาเป็คนสนิทของจูซื่อก็ยังไม่กล้าถือดีกับเยี่ยเซี่ยงอวี๋
ซงมามาถูกสองพี่น้องพูดดักหน้าดักหลังจนมุมจนพูดไม่ออก ได้แต่กล่าวว่า “...ฮูหยินใหญ่สั่งให้บ่าวส่งขนมอบมาให้ท่านฮูหยินผู้เฒ่าเ้าค่ะ”
เยี่ยสุยได้ฟังดังนั้นก็นิ่วหน้าแล้วถามกลับด้วยน้ำเสียงประหลาดใจว่า “ที่แท้ก็ขนมอบนี่เอง ข้าได้ยินมาว่าขนมอบของที่บ้านล้วนแต่ใช้น้ำมันหมูทำทั้งนั้น ท่านย่ากินได้หรือไม่เ้าคะ”
“ท่านย่ามีจิตศรัทธาในพุทธองค์ ขนมอบที่ทำจากน้ำมันหมูย่อมกินไม่ได้อยู่แล้ว หลานพูดถูกหรือไม่ขอรับ” เยี่ยเซี่ยงอวี๋รีบกล่าวรับทันควัน
ในเมื่อเขาพูดเช่นนี้ จี้ซื่อจึงผงกศีรษะรับตามน้ำด้วยความเคยชิน
‘ที่แท้ขนมอบภายในจวนทำจากน้ำมันหมูเองหรือ ที่ผ่านมานางไม่เคยรู้เลย!’
เื่นี้ซงมามาก็ไม่ทราบเช่นกัน ใครจะไปรู้เล่าว่าขนมอบใช้น้ำมันอะไรทำขึ้น นางยังคิดจะเอ่ยปากอธิบาย แต่กลับเห็นว่าเยี่ยสุยตวัดสายตามาที่นาง
ช่างเป็สายตาที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้ เปี่ยมด้วยความดุดันและไอสังหารแรงกล้า ทำให้ซงมามารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างพาดคออยู่อย่างไรอย่างนั้น
ซงมามาใจหายวาบถึงกับพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ลนลานนำขนมอบเ่าั้จากไป
หลังจากซงมามาไปแล้ว เยี่ยสุยและเยี่ยเซี่ยงอวี๋กล่าวลาจี้ซื่อ จากนั้นจึงเดินออกจากหอพระมาด้วยกัน
พอออกจากหอพระมาได้ เยี่ยเซี่ยงอวี๋ชะงักฝีเท้า กล่าวอย่างระอาใจว่า “อาหนิง ท่านย่าเป็คนหัวอ่อนปานนั้น เ้ายังลำบากแกล้งวางแผนกับนางไปทำไมนะ”
พูดไปก็เท่านั้น เขาได้แต่จนใจ ั้แ่ต้นจนจบเขาทราบดีว่าน้องสาวจะทำอะไร ไม่เช่นนั้นคงไม่ให้ความร่วมมือขนาดนั้น
เยี่ยสุยไม่คิดปิดบังเขา จึงจงใจพาท่านพี่มาที่หอพระ นางแค่นหัวเราะตอบกลับว่า “เฮอะ คนที่วางแผนกับท่านย่าไม่ใช่ข้าเสียหน่อย”
คนที่คิดวางแผนกับท่านย่า แท้จริงแล้วคือจูซื่อจากเรือนใหญ่ต่างหาก ไม่อย่างนั้นจะมีขนมอบพวกนั้นได้อย่างไร
ในเมื่อจูซื่อส่งของมาที่หอพระ ย่อมคิดจะใช้ประโยชน์จากท่านย่า ความหัวอ่อนของท่านย่าเป็อาวุธที่ใช้กับเรือนสามได้อย่างดีมิใช่หรือ
ธรรมชาติของมนุษย์ทุกผู้ทุกคนล้วนมีเวลาที่รู้สึกหวาดกลัว สมัยนางแต่งเข้าบ้านตระกูลกู้ที่หนานผิงแรกๆ พอทราบว่าบ้านตระกูลเยี่ยเกิดเื่ยังได้แต่ร้องไห้ ไม่เกิดประโยชน์อะไรสักอย่าง
คนเราอ่อนแอได้ แต่ไม่อาจอ่อนแอตลอดไป ยิ่งไม่อาจเลอะเลือนจนกลายเป็ตัวหมากให้คนอื่นเดิน มิเช่นนั้นก็มีแต่จะย้อนกลับมาทำร้ายคนใกล้ชิดกันเอง
คราวนี้จูซื่อไม่อาจใช้ประโยชน์จากท่านย่า ย่อมไม่ยอมรามือแน่ ไม่รู้ว่านางยังจะก่อเื่อะไรอีก