บทที่ 8 เหวินหน่วนใส่ร้ายฉัน
เหวินหน่วนไม่แปลกใจที่ได้ยินแบบนี้ มุมปากของเธอปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน
"ฉัน... ฉันหมายถึง พวกคุณต้องคิดให้รอบคอบอีกสักหน่อย!" โจวย่าหนีกล่าวด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง
เธอ้าตำแหน่งนี้มาก
แต่ไม่รู้ว่าเหวินหน่วนกินยาอะไรผิดไป อีกฝ่ายจึงไม่สนใจเธอั้แ่เมื่อวาน
“เหวินหน่วนมีหลายอย่างที่ต้องจัดการที่บ้าน เธออาจมาทำงานไม่ได้ทุกวัน และอาจมาไม่ตรงเวลา” โจวย่าหนีกระซิบ “ลุงเฟิงฉีอนุญาตให้เธอมาเหรอ?”
แม้ว่าหญิงสาวจะพูดด้วยเสียงเบา แต่มันก็ดังเพียงพอที่จะให้ผู้เฒ่ากั่วและลู่จินฉวนได้ยิน
เล่ห์เหลี่ยมเยอะจริง ๆ
"ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะโจวย่าหนี เธอไม่รู้อะไรเลยหรือไง" เหวินหน่วนพูดด้วยใบหน้าจริงจัง "ที่นี่คือฐานทัพ! ถ้ามีความสามารถถึงขนาดทำงานที่นี่และรับใช้ผู้คนที่ดีเหล่านี้ได้ ไม่ใช่แค่แสดงถึงการมีความรับผิดชอบเท่านั้น ยังถือเป็ความภาคภูมิใจและเป็เกียรติของทั้งตระกูล”
"เหวินเฟิงฉี พ่อของฉัน เขาเป็แค่ชาวนาฐานะปานกลาง เขาไม่มีวันรั้งฉันไว้"
ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของโจวย่าหนีก็เปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำ
"ผู้เฒ่ากั่วโปรดวางใจ ฉันสัญญาว่าจะมาทำงานตรงเวลา และฉันจะไม่มีวันมาสายหรือเลิกงานก่อนเวลา ฉันจะอุทิศชีวิตที่มีรับใช้ผู้คนที่ดีที่นี่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด” คำพูดของเหวินหน่วนแน่วแน่และทรงพลัง
“พูดได้ดี” ผู้เฒ่ากั่วปรบมืออย่างตื่นเต้น
เธอคนนี้หั่นและทอดมันฝรั่งได้ดีมาก เธอเก่งเื่งานครัว เธอดูมั่นคง และดูไม่เหมือนคนเหลาะแหละ ทั้งยังมีจิตใจสูงส่งอีกด้วย
ไม่เลว
ลู่จินฉวนเหลือบมองจานตรงหน้าของเขาและขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่นั่งนิ่งกินอาหารที่เหลือในจานอย่างสงบ ท่ามกลางสายตาอิจฉาของชายใบหน้ากรมที่จ้องมองมา
โจวย่าหนีกังวลมาก เธอไม่คาดคิดว่าปากของเหวินหน่วนจะแหลมคมได้ขนาดนี้
แต่เธอไม่กลัว แม้ว่าวันนี้เธอจะไม่ได้งาน พรุ่งนี้เธอจะทำท่าทีออดอ้อนเหวินเฟิงฉีให้เขาบังคับให้เหวิน
หน่วนส่งต่องานให้เธอ
นี่เป็ทางเลือกสุดท้ายที่เธอมี
แต่ตอนนี้เธอก็หยุดไม่ได้เช่นกัน คงจะดีถ้าเธอได้งานนี้มาโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร
เมื่อคิดได้ดังนั้น โจวย่าหนีก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนเห็นผู้เฒ่ากั่วมองหาบางอย่างอย่างใจจดใจจ่อ
"ผู้เฒ่ากั่ว เกิดอะไรขึ้น" ชายใบหน้ากลมถาม
“แปลกมาก” ผู้เฒ่ากั่วควานหาบนโต๊ะข้างหน้าแล้วแตะกระเป๋าของเขา “เมื่อกี้ฉันวางตราประทับอาหารไว้ตรงนี้ ทำไมมันถึงหายไป”
ก่อนหน้านี้ลู่จินฉวนมอบตราประทับอาหารให้เขา
“ทำหล่นที่ไหนหรือเปล่า” ชายใบหน้ากลมถาม “ผมช่วยหา”
หาอย่างไรก็ยังไม่เจอ
“ทำไมถึงหายไปได้ล่ะ” สาว ๆ หลายคนส่งเสียงกระซิบ “มีใครเอาไปหรือเปล่า”
“เหวินหน่วน” โจวย่าหนีโน้มตัวเข้าไปใกล้เหวินหน่วนและพูดด้วยเสียงกระซิบ “ถ้าเธอแอบเอาไปก็รีบส่งคืนให้ผู้เฒ่ากั่วเร็วเข้า เธอเห็นไหมว่าเขาร้อนรนขนาดไหน”
ทุกสายตาจับจ้องไปที่เหวินหน่วนอีกครั้งเพราะคำพูดของโจวย่าหนี
ทว่าหญิงสาวก็ไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของโจวย่าหนีเลยสักนิด
โดยเฉพาะดวงตาสีอัลมอนด์สวยใสและสงบนิ่งคู่นั้น
“ฉันเองก็อยากถามเธอเช่นกัน” เหวินหน่วนยิ้มเล็กน้อยและมองไปที่โจวย่าหนี “ถ้าเธอเอาตราประทับอาหารไป ก็ส่งคืนผู้เฒ่ากั่วซะ แล้วฉันจะขอให้ผู้เฒ่ากั่วให้อภัยเธอและไม่กล่าวหาเธอว่าเป็ขโมย"
“ฉันไม่ได้เอาไป อย่าใส่ร้ายคนอื่นนะ!” โจวย่าหนีไม่เคยคิดว่าเหวินหน่วนจะย้อนตัวเองกลับแบบนี้
เหวินหน่วนฉีกยิ้มอีกครั้ง
ที่นี่คือฐานทัพ คำพูดของโจวย่าหนีไม่มีน้ำหนักอะไร เ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้นที่จะเป็ผู้ตัดสิน
“ในเมื่อเธอพูดแบบนี้ก็อย่าโทษฉันเลย” โจวย่าหนีพูดด้วยความโกรธ ชี้ไปที่กระเป๋าเสื้อสีดำของเหวินหน่วน
“เมื่อกี้ฉันเห็นเธอแอบใส่ตราประทับอาหารไว้ในกระเป๋าเสื้อ”
ผู้เฒ่ากั่วขมวดคิ้ว
เมื่อกี้เขากำลังจะเอาตราประทับอาหารของลู่จินฉวนไปแลกกับมันฝรั่งสองสามจาน แม้จะไม่ได้มากมาย แต่ถ้าทำหายก็เป็อีกเื่หนึ่ง
แต่นี่คือการขโมย
ถ้าเหวินหน่วนคนนี้ขโมยไปจริง ๆ เขาจะไม่รับเธอเป็ลูกจ้างชั่วคราวอย่างแน่นอน
ใครจะรับสมัครคนมือเท้าสกปรกเข้ามาทำงานกัน
“ฉันไม่ได้เอาไป” เหวินหน่วนพูดอย่างเฉยเมย
“งั้นเหรอ! ค้น ๆ เดี๋ยวก็เจอ!” เด็กสาวกระซิบข้างหู
ดวงตาที่สวยงามและเป็สีแอปริคอตของเหวินหน่วนจ้องมาที่อีกฝ่ายช้า ๆ และยิ้มบาง ๆ "นี่เธอ การได้งานดี ๆ ที่นี่กับตราประทับอาหารอันเดียว เธอจะเลือกอะไร"
เธอ้าอะไรงั้นเหรอ?
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะถูกจับได้หรือไม่ เธอก็จะทิ้งชื่อเสียงที่ไม่ดีไว้ให้โจษจันในอนาคตอยู่ดี
“แน่นอน ฉันเลือกงาน” หญิงสาวกลอกตา “ฉันไม่ใช่คนโง่”
เหวินหน่วนหยุดพูด
หญิงสาวจ้องมองไปที่โจวย่าหนี
สีหน้าราวกับจะบอกว่า "เธอคิดว่าฉันเป็คนโง่เหรอ?”
“พรูด...” ชายใบหน้ากลมไม่สามารถกลั้นเสียงหัวเราะให้ะเิออกมาได้ สาวน้อยคนนี้น่าสนใจ
เธอทำอาหารอร่อย ถ้าเธอได้มาทำอาหารที่โรงอาหารนี้ เขาสัญญาว่าจะมากินให้ตรงเวลาทุกวันเลย
ที่สำคัญคือเธอไม่กลัวกลอุบายใด ๆ ทั้งยังโต้ตอบคืนอย่างชาญฉลาดอีกต่างหาก
กล้าหาญและฉลาดอย่างน่าทึ่ง!
“เื่จริงนะ!” โจวย่าหนีพูดอย่างกระวนกระวาย “ฉันเห็นเธอเก็บตราประทับอาหารใส่กระเป๋าเสื้อด้วยตาของฉันเอง ถ้าไม่เชื่อฉันก็ค้นตัวเธอสิ”
"นี่..." ผู้เฒ่ากั่วเหลือบมองเหวินหน่วนด้วยความลังเลใจ
เขาไม่เชื่อว่าเหวินหน่วนจะคิดตื้นขโมยตราประทับอาหารไปทั้ง ๆ ที่มีโอกาสได้งานทำที่นี่
"พวกคุณจะพิสูจน์ได้อย่างไร" ทันใดนั้นทุกคนก็ได้ยินเสียงของลู่จินฉวน
โจวย่าหนีงงงวย "ต้องค้นตัวเธออยู่แล้ว"
หากมีคนค้นตัวเหวินหน่วน ก็จะพบตราประทับอาหารที่ตัวของเธออย่างแน่นอน
และทางโรงอาหารก็จะไม่จ้างเหวินหน่วน
โอกาสได้งานนี้จะเป็ของเธอโดยปริยาย
"งั้นเริ่มจากค้นตัวคุณก่อน" ลู่จินฉวนเหยียดแขนยาวพลางพูดขณะนั่งอยู่
“ทำไมล่ะ?” โจวย่าหนีแทบจะะโออกมา
ค้นตัวเธอทำไม?
“ฉันไม่ได้ขโมยตราประทับอาหารไปสักหน่อย!” เธอพูดอย่างไม่พอใจ
เธออยากะโสาปแช่งออกไป แต่เธอไม่กล้าเผชิญหน้ากับลู่จินฉวนโดยตรง
เธอเสียใจมาก
"เธอคนนั้นก็พูดแบบเดียวกัน" ลู่จินฉวนยกคางขึ้นและชี้ไปที่เหวินหน่วน
“คุณบอกว่าคุณไม่ได้ขโมย เธอบอกว่าเธอไม่ได้ขโมย”
“หากต้องค้นตัวก็ควรจะเริ่มจากคุณ”
"ฉัน..." โจวย่าหนีเสียใจมากขึ้นไปอีก
“ฮ่า” ชายใบหน้ากลมเอ่ยยิ้ม ๆ “ขโมยตัวจริงอาจเป็คนที่ะโให้หยุดขโมยก็ได้นะ”
"ในเมื่อคุณบอกว่าไม่ได้เอาไป งั้นฉันจะค้นตัวคุณเอง" ทันใดนั้นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีอายุมากกว่าโจวย่าหนีราวสิบกว่าปีก็เดินมาข้างหน้าเธอ
เธอจะมีตราประทับอาหารได้อย่างไร?
เพราะเธอแอบไว้ในกระเป๋าเสื้อของเหวินหน่วนแล้ว
“เก็บอะไรไว้ในกระเป๋ากางเกงรึเปล่า?” เด็กผู้หญิงคนหนึ่งพูด
โจวย่าหนีจ้องมองเธอด้วยความโกรธ "กระเป๋ากางเกงใช่มั้ย ดูสิ... มี..."
หลังจากนั้นคำพูดของโจวย่าหนีก็ชะงักไป
เธอตัวแข็งทื่อไปหมด
ตราประทับอาหารไปอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเธอได้อย่างไร? ไม่สิ ต้องมีใครใส่ร้ายเธอแน่ ๆ
“เหวินหน่วน เธอใส่ร้ายฉัน!”