บทที่ 1 ผมกับน้องชายและผลไม้
เขากำลังฝัน ฝันเห็นเด็กชายผู้หนึ่งที่มีชื่อเหมือนกันกับเขาซึ่งมาจากโลกอีกใบ โลกที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็สิ่งที่ทำงานคล้ายคลึงกับรถม้าแต่รูปลักษณ์ของมันหุ้มไปด้วยเหล็ก หรือกล่องทรงสี่เหลี่ยมที่มีภาพต่างๆ ปรากฏขึ้นมาอย่างมหัศจรรย์เช่นลูกแก้ววิเศษที่เคยอ่านเจอในตำรา สิ่งก่อสร้างที่สูงใหญ่เทียมฟ้าที่แม้แต่จวนเ้าเมืองยังมิอาจเทียบ
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือเด็กชายผู้นั้นมีส่วนคล้ายคลึงกับเขาถึงแปดส่วน ไม่ว่าจะเป็รูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอล้วนแล้วแต่ถอดแบบมาจากเขาทั้งสิ้น แม้แต่บิดามารดาของเด็กผู้นี้ก็ยังมีรูปลักษณ์เช่นบิดามารดาของเขาที่ลาลับไปแล้วจนลู่เอินรู้สึกใ แต่เนื่องจากไปไหนไม่ได้ลู่เอินจึงได้แต่เฝ้ามองเด็กชายผู้นั้นโตขึ้นเรื่อยๆ จากเด็กชายกลายเป็เด็กหนุ่มผู้อ่อนโยน จากลูกชายคนเดียวกลายเป็พี่ชายคนโตของน้องน้อยทั้งสามที่ถอดแบบมาจากเ้าสามแสบที่บ้านมิมีผิด
แต่ความสุขล้วนผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอเมื่อครอบครัวทั้งหมดล้วนตกตายไปจนสิ้นด้วยเ้ารถม้าหุ้มเหล็กนั่นซึ่งคนในโลกนั้นเรียกกันว่าอุบัติเหตุทางด้านรถยนต์ จนเหลือเพียงหนุ่มน้อยลู่เอินที่จิตใจย่ำแย่แสนสาหัส
ลู่เอินไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดแล้วที่เขาเอาแต่เฝ้ามองคนผู้นี้ใช้ชีวิตอย่างเดียวดาย ค่อยมองดูคนผู้นั้นทำสิ่งที่ตนเองรักและสร้างความฝันของตนเองขึ้นมาอย่างช้าๆ แม้ไม่เหลือใครในชีวิต จนในวันที่ทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดีกลับเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับคนผู้นั้นอีกครั้ง สุดท้ายชายหนุ่มผู้นั้นก็จากไปโดยที่ยังไม่ได้ทำความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวที่มีในชีวิตให้สำเร็จเลยด้วยซ้ำ
คราแรกลู่เอินอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดตนเองถึงต้องมาเฝ้ามองคนผู้นี้จนนาทีสุดท้ายของชีวิตด้วย แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่านี่เป็อดีตชาติของเขาอย่างไรเล่า
เมื่อภาพเหตุการณ์ทุกอย่างจบลง รู้ตัวอีกทีตัวของเขาในภพนี้กับภพอดีตก็หลอมรวมเข้าด้วยกันจนหมดสิ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็ความทรงจำทุกอย่าง อารมณ์ความรู้สึกล้วนส่งผ่านมายังเขาจนหมดสิ้น สุดท้ายความฝันอันยาวนานของลู่เอินก็จบลงพร้อมกับความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะทำให้ความปรารถนาสุดท้ายในชาติภพนั้นเป็จริง
.
.
.
"พี่ใหญ่ๆ ตื่นเถิดขอรับ" เสียงเรียกพร้อมกับแรงเขย่าทำให้ลู่เอินรู้สึกตัว คิ้วสวยขมวดเข้าหากันจากความรู้สึกไม่สบายตัว รู้สึกว่าหัวมันหนักกว่าทุกวันสมองปวดหนึบยากจะทนไหว
"พี่รองๆ ทำไมพี่ใหญ่ยังไม่ตื่นอีก พี่ใหญ่ไม่สบายหรือเปล่าขอรับ" น้ำเสียงคนพูดเจือแววกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“พี่ใหญ่ิเอ๋อร์หิวแล้วนะขอรับ แสบท้องไปหมดแล้ว" คนพูดลูบท้องตนเองปอยๆ เป็การบอกว่าเ้าตัวหิวแล้วจริงๆ
ลู่เอินลืมตาขึ้นมาช้าๆ อย่างยากลำบาก อาการปวดหัวยังไม่ทุเลามีแต่จะยิ่งทวีความเ็ปมากขึ้นทุกวินาที ในขณะที่เขากำลังรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายเอ่ยบอกน้องชายให้ไปตามท่านหมอ ความทรงจำและเหตุการณ์บางก็อย่างประดั่งประเดเข้ามาไม่ขาดสายยิ่งกว่าน้ำหลากทำเอาลู่เอินปวดหัวแทบทนไม่ไหว
มือเล็กกุมศีรษะของตนเองด้วยความเ็ปทรมาน กายเล็กเหยียดเกร็งตัวกระตุกจากความเ็ป น้ำตาหลั่งรินออกมาไม่ขาดสายระบายความทรมานสุดแสนจะพรรณนาได้ ร่างกายอ่อนแอไร้กำลังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองคงไม่รอดเสียแล้วความเ็ปก็สิ้นสุดลง พร้อมกับที่ความทรงจำทั้งสองชาติภพของเขาหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์ กายขาวทิ้งตัวลงนอนอย่างหมดสภาพ หยาดเหงื่อผุดขึ้นตามหน้าผากขาวผ่องอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความเหนื่อยหอบ
“ท่านพี่ขอรับ ฮือออ ท่านพี่เป็อะไร เจ็บตรงไหนหรือไม่ขอรับ ฮึก" เด็กๆ รอบตัวเริ่มร้องไห้ รู้สึกใจเสียกับภาพที่ได้เห็นเมื่อครู่นี้ พากันเข้ามารุมล้อมพี่ชายตัวน้อยของตนมากกว่าเดิม เมื่อรู้สึกดีขึ้นลู่เอินจึงดึงพวกเขาทั้งหมดเข้ามากอดปลอบไว้แน่น
“พี่ไม่เป็อันใดแล้ว พวกเ้ามิต้องเป็ห่วงไป" ลู่เอินทั้งกอดทั้งลูบศีรษะพวกเขาให้หายเสียขวัญใช้น้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟังของตนเอ่ยปลอบเด็กน้อยขี้แยทั้งสาม จับใบหน้าเล็กๆ ของน้องชายที่ร้องไห้เสียจนหน้าแดงตาแดงไปหมดเช็ดน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน
พวกเด็กๆ พอเห็นว่าพี่ใหญ่ของตนไม่เป็อะไรจริงๆ แล้วก็ผละตัวออกไป แต่ก็ยังไม่วายซุกหน้าเช็ดน้ำตากับอกพี่ชายแรงๆ
“พวกเ้าหิวแล้วใช่หรือไม่ พี่จะพาพวกเ้าไปหาอะไรกิน"
ถึงชาตินี้บิดามารดาของเขาจะสิ้นไปแล้วก็จริงแต่ยังดีที่์ยังเห็นใจเขาอยู่บ้างที่ไม่พรากน้องชายของเขาไปอีก ชาติก่อนพี่ไม่อาจทำหน้าที่ของพี่ชายให้พวกเ้าได้ แต่ชาตินี้ลู่เอินขอสัญญาว่าจะเป็พี่ชายที่ดีที่สุดให้กับพวกเ้าเอง!
ลู่เอินลุกขึ้นพร้อมกับดึงตัวน้องๆ ขึ้นมาจากเตียงแล้วเดินลงไปยังห้องครัวด้านล่าง บ้านของพวกเราเป็บ้านไม้ขนาดใหญ่พอสมควร มีห้องนอนห้าห้องขนาดไม่ใหญ่มาก และมีห้องครัวหนึ่งห้อง
บ้านของเราตั้งอยู่นอกเมือง หลังบ้านมีลำธารสายน้อยไหลผ่าน รอบบ้านมีทั้งต้นไม้และดอกไม้เต็มไปหมดให้ความรู้สึกสดชื่นและยังมีที่ดินอีกหลายสิบแปลงที่ใช้สำหรับปลูกข้าวและหัวมัน ภายในไร่ยังขุดสระขนาดใหญ่ไว้กักเก็บน้ำอีกด้วย
ตัวเขามีชื่อว่าหลี่ลู่เอิน มีอายุแค่ 14ปี มีน้องชายอยู่สามคน น้องชายคนแรกชื่อหลี่หยางเฉียง อายุ 12 ปี น้องชายคนที่สองชื่อหลี่จิ๋นสือ อายุ 10 ปี คนสุดท้ายชื่อหลี่ฮุ่ยิ อายุ 8 ปี ส่วนพ่อและแม่ของพวกตายไปเมื่อ 2 ปีก่อน จากการถูกโจรดักปล้น
.....กว่าจะรู้ตัวสี่พี่น้องก็กลายเป็กำพร้าไปเสียแล้ว
ลู่เอินจูงมือหลี่ฮุ่ยิน้องชายคนเล็กออกมาจากห้องนอนโดยด้านหลังมีหลี่หยางเฉียงและหลี่จิ๋นสือเดินตามออกมา
ตอนนี้ยังถือว่าเช้าอยู่มาก ลู่เอินเดินนำน้องเข้ามาในครัวแล้วบอกให้น้องชายทั้งหลายนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร ส่วนตนเองก็สำรวจเครื่องครัวและวัตถุดิบเครื่องปรุงในการทำอาหารไปพลาง
เครื่องครัวที่เห็นมีหม้อดินอยู่หลายใบทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก พร้อมกับกระทะใบใหญ่ ยังมีทัพพีที่ทำจากไม้สามคัน ส่วนถ้วยและจานชามมีรวมกับไม่เกินสิบห้าใบ ช้อนมีอยู่ราวๆ สิบห้าคัน
วัตถุดิบในครัวดูเหมือนจะมีแค่หัวมันสามกระสอบ ข้าว และแป้งแต่ละชนิดเท่านั้นส่วนเครื่องปรุงมีเพียงเกลือในกระสอบกับน้ำตาลในไห เครื่องเทศที่พบก็มีเพียงกระเทียม
“พี่ใหญ่ขอรับ วันนี้ข้ากับจิ๋นสือจะเข้าป่าไปหาอาหารเพิ่มนะขอรับ หัวมันที่ขุดมาครานั้นเหลือน้อยแล้ว หากโชคดีเข้าป่าครานี้พวกเราอาจจะได้สัตว์ป่าติดมือมาด้วย” ขณะที่ลู่เอินกำลังก่อไฟเพื่อทำอาหารก็เป็อันชะงักขึ้นมาทันทีที่หยางเฉียงน้องชายคนแรกพูดขึ้น
นี่ก็เป็พฤติกรรมแปลกๆ ของคนบ้านนี้เช่นกัน เหตุใดจึงต้องเข้าไปเสี่ยงในป่าทั้งที่เงินทองก็มิได้ขัดสนด้วย ทรัพย์สินที่มีสามารถนำไปซื้อเนื้อสัตว์ในตลาดมาให้พวกเ้ากินกันจนพุงกางได้ตลอดชีวิตเชียวหนา
“ครานี้พี่จะไปกับพวกเ้าด้วย”
“มิได้หรอกพี่ใหญ่ ในป่ามันอันตรายพวกข้าคงให้พี่ใหญ่ไปกับพวกเราไม่ได้หรอกขอรับ” จิ๋นสือน้องชายคนที่สองของเขาเอ่ยขัดขึ้นมาทันที เขาจะให้พี่ใหญ่ไปเสี่ยงได้อย่างไร สภาพท่านเป็เช่นนี้คงถูกสัตว์ร้ายสังหารั้แ่ย่างก้าวขึ้นไปบนเขาเป็แน่ แต่อีกใจตัวเขาก็ไม่อยากอยู่ห่างจากพี่ใหญ่เท่าใดนักถ้าเกิดพี่ใหญ่มีอาการเฉกเช่นเมื่อเช้าอีกเขาจะทำอย่างไรเล่า
“ท่านกับน้องเล็กรอพวกเราอยู่นี่ ครานี้ข้ากับจิ๋นสือตั้งใจจะลองขึ้นเขาดู ข้าเกรงว่ามันจะไม่ปลอดภัยเท่าใดนัก” หยางเฉียงวางแผนเสร็จสรรพ
ลู่เอินคิ้วกระตุกอย่างไม่รู้ตัว ถ้ารู้ว่ามิปลอดภัยแล้วไยพวกเ้าต้องเข้าไปเสี่ยงด้วยเล่า
“พวกเ้ายังเด็กถึงเพียงนี้ข้าจะปล่อยให้เ้าไปเสี่ยงอันตรายอีกได้อย่างไร ถึงอย่างไรเสียในตอนนี้ก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องทำมากมายนัก พี่กับิเอ๋อร์จะไปกับพวกเ้าด้วย”
เนื่องจากตอนนี้ไร่นาที่ทำไว้ก็เพิ่งออกรวงส่วนหัวมันที่ปลูกไว้ก็ยังไม่ถึงเวลาขุด ถ้าจะต้องอยู่บ้านโดยที่ไม่ได้ทำอะไรมากมายแล้วปล่อยให้น้องชายทั้งสองเข้าไปเสี่ยงในป่า แถมยังจะขึ้นไปบนูเาที่แม้แต่ท่านพ่อของพวกเขายังได้รับาเ็มาเป็บางคราวลู่เอินไม่ยอมเป็แน่ จะปล่อยให้ฮุ่ยิอยู่บ้านคนเดียวลู่เอินก็ทำไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดคือไปด้วยกันให้หมดนี่แหละ
“อือออ ท่านพี่ิเอ๋อร์อยากไปกับพวกท่านด้วย” ฮุ่ยิพยักหน้าหงึกหงักรีบเห็นด้วยกับสิ่งที่พี่ใหญ่พูดไป ทำยังไงได้เขาก็อยากไปที่อื่นที่ไม่ใช่ไร่นากับบ้านบ้างนี่
“แต่..พี่ใหญ่-”
“พวกเ้าห้ามพี่ไม่ได้หรอก เอาล่ะพี่จะทำอาหารแล้วพวกเ้าทั้งหมดไปนั่งรอเถิด” ลู่เอินรีบตัดบททันที
ลู่เอินเริ่มจากการก่อไฟที่ยังก่อทิ้งไว้ไม่เสร็จ เนื่องจากเถียงกับน้องชายทั้งสองอยู่รวมครึ่งก้านธูป เริ่มจากการนำขี้ซี หรือขี้ไต้ ยางมาใช้เป็ชนวนเพื่อจุดไฟ จากนั้นนำกิ่งไม้ขนาดเล็กมาว่างพาดไว้เหนือไฟที่จุดเพื่อทำให้ไฟลุกแรงมากขึ้น แล้วค่อยนำฟืนมาวางเหนือไฟอีกที
เตาทำอาหารของที่นี่เป็เตาแบบอั้งโล่จีน ที่มีช่องว่างเพื่อใส่ฟืนเข้าไปด้านล่างประมาณหนึ่ง ลู่เอินที่เคยจุดไฟแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนเลยไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะยังไงบ้านเกิดของเขาก็อยู่บ้านนอกอยู่แล้วทำแค่นี้ถือว่าสบายมาก
จากนั้นจึงล้างหัวมันให้สะอาดแล้วนำมาปอกหั่นเป็ชิ้นๆ แล้วนำไปล้างน้ำอีกครั้งให้สะอาด จากนั้นล้างข้าวที่ลักษณะเมล็ดไม่ค่อยดูดีสักเท่าไหร่เนื่องจากไม่มีโรงสีจึงต้องตำข้าวเองเพื่อแยกเปลือกกับเมล็ดข้าวออกจากกัน
เสร็จแล้วนำหม้อดินใส่น้ำพอประมาณขึ้นไปต้มบนเตาไฟ นำหัวมันที่ซอยไว้ขึ้นไปต้มให้สุกแล้วตักขึ้น เทน้ำที่ต้มหัวมันออกแล้วใส่น้ำใหม่ลงไปแล้วนำข้าวไปต้มจนข้าวเริ่มแตกเมล็ด จากนั้นใส่หัวมันลงไปแล้วปรุงรสด้วยเกลือรอสักพักจนสุกดีแล้วยกลงจากเตาได้เลย โดยไม่ลืมที่จะเอาหัวมันสี่หัวลงไปเผาในไฟใช้เป็เสบียงในการเข้าป่าด้วย
“เอาล่ะเสร็จแล้ว นำถ้วยของพวกเ้ามาเดี๋ยวพี่จะตักให้” ลู่เอินยกยิ้มเอ็นดูเมื่อหันมาเห็นน้องชายทั้งหลายของตัวเองถือถ้วยกับช้อนรออยู่แล้ว ฮุ่ยิน้องเล็กของบ้านยืนถ้วยของตัวเองให้คนพี่ก่อนใครเพื่อน
“พี่ใหญ่วันนี้อาหารน่ากินนัก ข้าวกับชิ้นมันดูไม่ผสมกันจนเละเหมือนอย่างเคย" ลู่เอินส่งถ้วยใส่ข้าวต้มหัวมันให้ น้องที่ยื่นมือมารับอย่างกระตือรือร้นแล้วยิ้มขำ
มันคือความสามารถที่ติดตัวพี่มาั้แ่ชาติก่อนอย่างไรเล่า ว่าแต่ถ้าเกิดเขาระลึกชาติไม่ได้ก็คงไม่รู้เหมือนกันว่ายังมีวัตถุอีกมากมายที่สามารถนำมาทำอาหารได้
“จากนี้พี่จะทำแต่ของอร่อยๆ ให้พวกเ้าทาน ดีหรือไม่" ลู่เอินพูดตามแบบฉบับพี่ชายที่แสนดี แย้มยิ้มสว่างไสวเมื่อนึกถึงภาพอนาคตอันแสนสุขของครอบครัว
“หยางเฉียง จิ๋นสือ พวกเ้าก็กินได้แล้วพวกเราจะได้ออกเดินทางกันเสียที “หยางเฉียงกับจิ๋นสือเหมือนจะอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่พูด ก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มในส่วนของตนเองเข้าไปจนหมด
“วันนี้พวกเราจะไปกันแค่บริเวณป่าข้างลำธารกันก็พอ พวกเ้ายังเด็กนักและไม่ได้ชำนาญเหมือนกับท่านพ่อถ้าเข้าไปลึกกว่านี้พี่กลัวพวกเ้าเป็อันตราย" ขณะพูดมือก็ตักขาวต้มถ้วยที่สองให้น้องชายไปด้วย บอกกับน้องชายทั้งสองที่ยังทำหน้าทำตาวิตกกังวลกันอยู่เพื่อให้พวกเขาสบายใจ
ที่พวกเขาห่วงลู่เอินเเบบนี้ก็ไม่แปลกนักเพราะร่างกายของเขาดูตัวเล็กมากหากเทียบกับน้องชายทั้งสอง หยางเฉียงสูงกว่าพี่ชายเล็กน้อยแต่ตัวหนากว่าลู่เอินอยู่มากแม้จะมีอายุแค่ 12 ปีก็ตาม ยิ่งใบหน้าที่มี เค้าโครงความหล่อเหลาหน้าเปื้อนยิ้มอยู่เสมอทำให้เ้าตัวดูอบอุ่นใจดีั้แ่ยังเด็กโตไปเขาคงเทียบกับน้องไม่ได้แน่นอน
ส่วนจิ๋นสือรายนี้แม้อายุเพียง 10 ขวบปี แต่ส่วนสูงก็ไล่เลี่ยกับเขาเลย ถึงตอนนี้รูปร่างจะยังดูเพรียวสุขภาพดีวันข้างหน้าพนันได้เลยหุ่นน้องเขาคนนี้ดียิ่งกว่านายแบบในนิตยสารแน่นอน ใบหน้าแม้จะดูคล้ายพี่รองของเขาอยู่มากแต่ให้ความรู้สึกเ็าแตกต่างจากหยางเฉียง
แม้แต่น้องชายคนสุดท้ายก็ตัวเกือบสูงเท่าลู่เอินแล้ว คาดว่าอีกไม่นานต้องสูงกว่าเขาเป็แน่ แต่ยังดีที่น้องสี่เป็เด็กน่ารักช่างอ้อน อย่างน้อยน้องคนนี้ก็ทำให้เขายังมีความมั่นใจว่าเขากำลังเลี้ยงเด็กอยู่จริงๆ น้องชายทั้งสามคงจะรับยีนเด่นของบิดามาแน่แท้ ส่วนเขาก็คงรับยีนเด่นของมารดามาเช่นกันอย่างไม่ต้องสงสัย
“แน่นอนว่าพวกเราไม่ไปไกลกว่านั้นอยู่แล้ว ในเมื่อท่านจะไปกับพวกเราด้วยโปรดอย่าอยู่ห่างจากพวกเรา ข้ากลัวว่าท่านจะหลงไปที่ใดอีก" เอ๊ะ..เ้าจิ๋นสือพี่เป็พี่เ้านะ พูดอย่างนี้กับพี่ได้อย่างไง ถึงเขาจะชอบหลงทางอยู่เป็ประจำก็เถอะแต่นั่นมันก็เป็เพียงอดีตไปแล้ว เขาในตอนนี้ไม่ต่างกับผู้ใหญ่คนหนึ่งเชียวล่ะ
“ข้าว่าพวกเราไปกันเถิดขอรับ ก่อนที่จะสายไปมากกว่านี้" หยางเฉียงเอ่ยขัดตอนที่เห็นหน้าบึ้งตึงของพี่ชาย ถึงเ้าตัวจะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้ามากมายอะไรแต่คนติดพี่อย่างหยางเฉียงจะดูไม่ออกได้อย่างไร
“ฮุ่ยิหันหลังมาพี่จะเอาเชือกผูกตะกร้าให้เ้า ดูเหมือนมันจะหลวมๆ ใช่หรือไม่" ลู่เอินเลิกสนใจทั้งสองแล้ว ก้มลงผูกตะกร้าให้พอดีกับเ้าตัวเล็กที่ไม่เล็กเท่าไหร่
“ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่" บอกขอบคุณเขาพร้อมกับยิ้มจนแก้มตุ่ย ลู่เอินใจเหลวไปหมดแล้วกับความน่ารักของน้องน้อยคนนี้
พวกเราออกเดินทางใน่สายของวันพวกเด็กๆ แบกตะกร้าบนหลังคนละใบมองดูแล้วน่ารักไม่หยอก โชคดีที่บ้านของพวกเราอยู่นอกเมืองที่ไม่ไกลจากชายป่ามากนักเพียงแค่เดินข้ามนาข้าวก็มาถึงป่าแล้ว เนื่องจากว่าเขากับน้องๆ ตกลงกันแล้วว่าจะมาแค่แถวชายป่าลู่เอินจึงพกแค่มีดขนาดกลางมา ส่วนหยางเฉียงกับจิ๋นสือพกมีดกับหน้าไม้มาคนละอัน
จากที่รู้มาสัตว์ป่าหาได้ไม่ยากหากเข้าไปในป่าที่ลึกขึ้นหรือขึ้นไปบนูเา ตอนที่พ่อของลู่เอินยังอยู่จะเข้าไปล่า สัตว์2-3วันต่อครั้งทำให้พวกเราไม่ได้เดือดร้อนในเื่อาหาร แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกันพ่อของพวกเขาตายแล้ว หยางเฉียงกับจิ๋นสือถึงจะเคยติดตามพ่อไปล่าสัตว์แต่ก็ยังเด็กและยังไม่ชำนาญมากนักจึงได้อาหารกลับมาไม่มากและลู่เอินก็ไม่ยอมให้น้องเข้าไปลึกเกินจำเป็ เพราะเป็ที่รู้กันว่าในป่ายิ่งลึกยิ่งอันตราย
“แถวนี้คงจะพอมีอะไรเหลืออยู่บ้างนะไม่งั้นเราคงกลับไปมือเปล่าแน่" จิ๋นสือพูดในขณะที่ลู่เอินกำลังมองสำรวจบริเวณรอบๆ
“พวกเราจะไปถึงแค่ลำธารสายแรกในป่า และพักกินอาหารกลางวันที่นั่นเราจะไม่ข้ามไปยังอีกฝั่ง ถ้าโชคดีเราอาจจะจับปลาได้สักตัว" หยางเฉียงบอกแผนที่จะทำในวันนี้ให้กับทุกคนฟัง
หยางเฉียงกับจิ๋นสือไม่มั่นใจว่าจะมีสิ่งใดเหลืออยู่หรือไม่ เพราะป่านี้มันก็แค่ป่าชั้นนอกเท่านั้นซึ่งใครๆ ก็สามารถเข้ามาได้ ชาวบ้านในละแวกนี้ก็มาหาของป่าล่าสัตว์จนเดี๋ยวนี้แทบไม่ค่อยพบสัตว์ชนิดอื่นมากนักนอกจากไก่ป่า ยามพวกเขามาล่าสัตว์พวกเขาจะข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งของลำธารแทน แต่ก็ยังอยู่ในบริเวณป่าชั้นนอก ถึงแม้จะมีสัตว์ป่าไม่เยอะเหมือนป่าชั้นกลางและชั้นในบนูเา แต่ก็ยังถือว่าเยอะกว่าบริเวณนี้อยู่มากโข
“อือ ตามใจพวกเ้าเถอะ พี่แค่อยากมาสำรวจอะไรบางอย่างเพียงเท่านั้น"
หลังจากที่เดินเข้าป่ามาได้ไม่นานลู่เอินก็พบกับอะไรบางอย่างที่เขาคุ้นเคยในชีวิตก่อน!
“เอ๊ะ..นั่น! พวกเ้าหยุดก่อน! " ลู่เอินรีบเดินเข้าไปหาต้นไม้ที่มีหนามและผลดกเต็มต้น มีทั้งลูกที่มีสีเขียวและสีน้ำตาลอมแดงขึ้นอยู่เต็มไปหมดจนทำให้กิ่งโน้มลงมาจนเกือบถึงดิน เนื่องจากต้นมันยังไม่ใหญ่และยังไม่แข็งแรงมาก
ลู่เอินเอื้อมมือไปเด็ดผลสีน้ำตาลอมแดงของมันมาสองสามลูก เขาคิดว่ามันต้องใช่แน่ๆ ทั้งลักษณะของต้น ลักษณะของใบและผลที่เห็นมันเป็อะไรไม่ได้นอกจาก
‘พุทรา’
“พี่ใหญ่!” เสียงเด็กทั้งสามคนะโเรียกชื่อลู่เอินจนใ แล้วรีบวิ่งมาง้างปากเขาที่กำลังกัดพุทราจนมันหล่นลงพื้น
“พี่ใหญ่! ท่านทำอะไร ลูกไม้นั้นอาจจะมีพิษก็ได้ ท่านไม่ควรกินมันเข้าไป!” คนอบอุ่นใจดีคนนั้นหายไปไหนเสียแล้ว เลิกทำหน้าบึ้งใส่พี่ได้แล้วพี่กลัวววว
“แต่พี่แน่ใจ ลูกไม้นี่มันกิ-” กินได้
“ถ้าหากข้ารู้มาก่อนว่าท่านคิดกินอะไรสุ่มสี่สุ่มแบบนี้ ข้าคงไม่ยอมให้ท่านตามพวกเรามาด้วยแต่แรก!” จิ๋นสือออออ บางทีถ้าเธอยอมใจเย็นๆ และฟังฉันสักหน่อย
“พี่ไม่ได้คิดกินสุ่มสี่สุ่มห้านะ ลูกไม้นี่มันกินได้จริงๆ”
“แงงงงพี่ใหญ่ข้านึกว่าท่านจะตายเสียแล้ว ฮึก เหมือนกับท่านลุงไป๋ที่กินลูกไม้แปลกๆ แล้วแล้วอยู่ดีๆ ก็อาเจียนจนกลายเป็เืแล้ว..แล้วก็ตาย ฮึก ท่านอย่าทำแบบนี้อีกนะขอรับ” เ้าตัวเล็กร้องไห้กอดลู่เอินยกใหญ่ เขาลืมไปเสียสนิทว่าเมื่อไม่นานมานี้เคยมีคนกินของแปลกๆ แล้วหลังจากนั้นก็อาเจียนจนกลายเป็เืแล้วก็ตายลงในที่สุด มิน่าพวกเขาถึงดูใกันนักตอนที่เขากินพุทราเข้าไป
“โอ๋ๆ ชู่ว~ ิเอ๋อร์เด็กดี เ้าไม่ต้องร้องแล้วพี่ไม่ได้เป็อันใด ไหน! เงยหน้ามองพี่ซิน้ำตาเปื้อนแก้มเ้าเต็มไปหมดแล้ว” ลู่เอินช้อนดวงหน้ากลมของน้องชายขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ และไม่ลืมที่จะเอื้อมมือไปขยี้ผมน้องชายอีกสองคนที่คงใจหายไม่แพ้กัน
“พวกเ้าฟังพี่นะ ลูกไม้พวกนั้นไม่มีพิษไม่เป็อันตรายสามารถกินได้ มันมีชื่อเรียกว่าพุทรา”
“พุทรา? ข้าไม่เคยได้ยินชื่อมันมาก่อน” จิ๋นสือมักจะเข้าป่าล่าสัตว์เป็ประจำ เขาจำได้ว่าเขาเคยเห็นต้นไม้ชนิดนี้ ในป่าอีกหลายต้นและเหมือนว่าแถวๆ หลังบ้านของเขาก็มีต้นไม้ชนิดนี้เช่นกัน
“อ๋อ พี่เคยอ่านเจอในตำราที่เกี่ยวกับพันธุ์ไม้น่ะ พวกเ้าวางใจได้เ้าพวกนี้กินได้อย่างแน่นอน แถมยังหวานกรอบอร่อยอีกด้วยนะถ้าไม่เชื่อพวกเ้าลองชิมดู!”
“ลองชิมดูสิ” ลู่เอินเด็ดพุทราจากต้นส่งให้น้องๆ ชิมคนละลูก แต่ละคนดูไม่มั่นใจเท่าไหร่ สุดท้ายหยางเฉียงจึงทำตัวเป็หน่วยกล้าตายกัดกินพุทราเขาไปเป็คนแรก เสียงเคี้ยวแสดงให้เห็นถึงความกรอบของพุทรา ตาของน้องชายตัวดีที่เป็ผู้ใหญ่เกินตัวเบิกขึ้นทีละน้อย!
“พี่ใหญ่นี่-นี่มันอร่อยมาก! รสหวานอมเปรี้ยวชุ่มคอดีนัก”
“เชื่อพี่แล้วใช่หรือไม่ อ้อ..เ้าคายเมล็ดมันออกด้วยนะ อย่ากลืนลงไปเดี๋ยวจะติดคอเอาได้” หลังเห็นปฏิกิริยาของหยางเฉียง จิ๋นสือและฮุ่ยิก็ทำใจเอาพุทราเข้าปาก หลังจากนั้น…
“พี่ใหญ่! เ้านี่มันอร่อยมาก”
“พี่ใหญ่ๆ เรามาเก็บมันกลับบ้านเยอะๆ เถอะิเอ๋อร์ชอบเ้านี่”
“ใช่ๆ หรือเราควรขุดต้นมันไปปลูกที่บ้านด้วยดีหรือไม่” เอ่อ…จิ๋นสือพี่ว่านี่มันก็เกินไปเสียหน่อย ถึงต้นมันจะไม่ใหญ่มากก็เถอะ
“ข้าว่าเ้าปล่อยมันไปเถอะจิ๋นสือ เหมือนว่าข้าจะเคยเห็นมันอยู่แถวหลังบ้านของพวกเรา ไม่จำเป็ต้องขุดรากถอนโคนมันกลับไป” ยังดีที่หยางเฉียงเบรกทันไม่งั้นเขาคงรู้สึกผิดกับพุทราต้นนี้มากแน่ๆ
เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ ดังขึ้นไม่หยุดหลังได้ชิมเสียงที่เรียกว่าผลไม้เป็ครั้งแรก
“เอาล่ะเด็กๆ พี่ว่าพวกเราควรเก็บมันไปเล็กน้อยเพื่อกินในระหว่างทางก็พอ วันนี้พวกเราอาจจะได้ของติดมือกลับบ้านหลายอย่างเลยทีเดียว จะเป็การดีถ้าพวกเ้าไม่ต้องถือของจนหนักเกินไป”
หลังจากนั้นมหกรรมเก็บพุทราก็เริ่มขึ้น ถึงแม้ลู่เอินจะบอกพวกเขาว่าไม่ให้เก็บไปเยอะก็ตามแต่ตะกร้าของแต่ละคนก็เต็มไปด้วยพุทราหนักพอควร
“อี้ไอ่ๆ อั้นไอเอาอำอา อึก มาจากที่ใดหรือขอรับ”
“เ้าเคี้ยวให้หมดก่อนสิฮุ่ยิ เดี๋ยวก็ติดคอเอาหรอก” กินยังไงให้เลอะขนาดนี้ เปื้อนปากเปื้อนแก้มเ้าหมดแล้วเ้าตัวน้อย ลู่เอินก้มลงเช็ดแก้มให้เ้าตัวดีซึ่งฮุ่ยิก็ให้ความร่วมมือเป็อย่างมากเงยหน้าหลับตาพริ้มให้ผมเช็ดแก้มให้แต่โดยดี
จิ๋นสือเมื่อเห็นน้องกินเลอะแบบนั้นก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ เฮอะ! กินจนเลอะแล้วให้พี่ใหญ่เช็ดให้ทำตัวเป็เด็กไปได้ น่าอายเสียจริง
ว่าแล้วก็ถูเศษพุทรากับแก้มตนเองบาง มือข้ามันลื่นหรอกนะข้าไม่ได้อยากให้ท่านเอามือนุ่มๆ มาเช็ดแก้มให้ข้าเลยจริงจริ๊งพี่ใหญ่
“จิ๋นสือ แก้มเ้าเปื้อนไปหมดแล้ว เ้าคงไม่คิดว่าพี่จะเช็ดให้เ้าหรอกใช่หรือไม่”
“อะ-อะไร ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นเสียหน่อย มือข้าก็มี ไม่จำเป็ต้องให้พี่ใหญ่เช็ดให้เลยสักนิด” ว่าพลางยกมือขึ้นเช็ดหน้าเป็พัลวัน
พี่ใหญ่ท่านจะลำเอียงเกินไปแล้ว!
หยางเฉียงที่เห็นั้แ่แรกว่าน้องชายตั้งใจทำให้แก้มตนเองเลอะก็ลอบส่ายหน้าน้อยๆ พวกเ้าทำตัวเป็เด็กติดพี่ไปเสียได้
แต่ถ้าเมื่อสักครู่แผนของจิ๋นสือสำเร็จแล้วพี่ใหญ่เช็ดแก้มให้จิ๋นสือจริง เขาก็คงต้องลองทำตัวเป็คนมือเปลี้ยแบบน้องชายของตนบ้างเช่นกัน เพื่อความยุติธรรมพี่ใหญ่จะได้เอาใจใส่น้องชายได้อย่างทั่วถึง...
สี่พี่น้องกินไปเล่นไปอย่างมีความสุขโดยหารู้ไม่ว่าการกระทำทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของคนกลุ่มหนึ่งที่ลอบติดตามมาโดยตลอด
TBC
ตอนแรกมาแล้วค่า ขอฝากเนื้อฝากตัวกับนักอ่านทุกท่านและช่วยเอ็นดูไรท์เตอร์ตัวน้อยๆ คนนี้ด้วยนะคะ
เม้นติชมและเป็กำลังใจให้ไรท์ได้นำไปปรับปรุงและพัฒนาต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะะะะะ