ในความรู้สึกของวัยสาวเอลซี่กำลังรอคอยการมาถึงของคืนวันเสาร์ด้วยหัวใจที่เร่าร้อนและยิ่งในตอนบ่ายของวันพฤหัสซึ่งฝนเทลงมาอย่างหนักยิ่งทำให้เธอเกิดความรำคาญมากยิ่งขึ้นแต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เพื่อนสนิทของเธอ มาจอรี่ จัดสัน ได้แวะมารับประทานอาหารกลางวันด้วยและทันทีที่เสร็จจากโต๊ะอาหาร เอลซี่ก็ชวนเพื่อนขึ้นไปยังห้องส่วนตัวทันที
“ฉันมีเื่จะคุยกับเธอนั่งก่อนสิ ตรงไหนก็ได้”
มาจอรี่ทอดร่างลงบนเตียงนอนของเพื่อน
“ท่าทางคงจะสำคัญเอาการท่าเธอบอกจริง ๆ นั้นแหละ ว่าไปสิ”
“เมื่อครู่นี้ที่โต๊ะอาหารเธอได้ยินป้าสะใภ้ฉันวิจารณ์พวกรัสเซียอย่างเจ็บแสบไหมล่ะ?”
“เออนั่นสิ ฉันยังนึกสงสัยเลยว่า เพราะอะไรป้าของเธอถึงได้พูดเื่พวกรัสเซียขึ้นมา”
เอลซี่หวเราะเบาๆ
“เพราะป้ากำลังคิดว่าฉันคงจะไปหลงรักหนุ่มรัสเซียเข้าแล้วละสิ
“หนุ่มรัสเซียรึ...อ้าว... แล้วเธอไปเจอเข้าที่ไหนล่ะ?” มาจอรี่เลิกคิ้วถาม
“ก็ที่มิสซิสวิลเบอร์ฟอร์สไงล่ะตอนนี้กำลังมีแขกเป็เคาท์กับเคาท์เตสคู่หนึ่ง บอกตรงๆนะฉันน่ะกำลังรู้สึกติดใจในตัวท่านเคาท์มาก พอเริ่มเื่ขึ้นป้าก็เลยทำท่าว่าจะผิดหวังเอาจริงๆ ขึ้นมา”
“เออ...อย่างนี้ก็มี... แต่ก็สมควรแล้วละ ถ้าเป็ฉันก็คงจะต้องรู้สึกผิดหวังเหมือนกันอย่าว่าแต่จะเป็ป้าเจนเลย”
มาจอรี่ลุกขึ้นจากเตียงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเพื่อน
“ป้าอาจจะคิดว่าถ้าเธอเกิดไปรักหนุ่มรัสเซียเข้าจนถึงขั้นแต่งงานแต่งการกันละก้อ คงจะต้องย้ายจากท่านไปอยู่อีกซีกโลกหนึ่งแน่”
“แล้วเป็อย่างไรฉันไม่เห็นว่ามันจะผิดแผกแตกต่างจากคนอื่น ๆ เขาตรงไหนเลยถึงอย่างไรเราก็ต้องแต่งงานไม่วันใดก็วันหนึ่งอยู่แล้ว”
“แต่มันไม่เหมือนกันดอกนะเอลซี่ เพราะถ้าเราจะแต่งเราก็คงจะต้องแต่งกับคนอเมริกันแต่งกันในนิวยอร์คนี่แล้วก็อยู่ที่นี่ด้วยฉันน่ะคงไม่ยอมที่จะสูญเสียเธอไปให้คนที่อยู่คนละซีกโลกกับเราแน่ป้าก็คงจะคิดอย่างนี้เหมือนกันน่า”
“แต่ฉันกลับคิดว่าถ้าเธอได้ลงรักใครสักคนหนึ่งอย่างจริงจังก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลยว่าเขาจะพาเราไปอยู่ที่ไหน” เอลซี่ค้าน
“แต่เธอก็ต้องไม่ลืมนะว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับทอม โฮลเมสอยู่แล้ว”
“อ๋อนายธนาคารรูปหล่อของเธอน่ะรึ ฉันว่าเขาไม่เคยคิดถึงเื่อะไรเลยนะนอกจากเื่เงิน ฉันแน่ใจได้เลยว่า ถ้าเราเกิดแต่งงานกันขึ้นมาเมื่อไรตลอดชีวิตคงนั่งคุยกันแต่เื่เงินเื่เดียวเท่านั้น”
“เอ๊ะก็ก่อนหน้าที่เธอจะพบกับท่านเคาท์รัสเซียนั่นฉันก็เห็นเธอสนใจเขาเป็พิเศษอยู่ไม่ใช่รึฉันชักอยากจะรู้ขึ้นมาแล้วละสิ ว่าเคาท์รัสเซียนั่นหน้าตาเป็อย่างไร?”
“ก็เห็นจะน้องๆเทพบุตรละมัง” เอลซี่พูดหัวเราะ ๆ “ฉันว่าฉันคงจะได้พบเขาอีกแน่ๆ มิสซิสวิลเบอร์ฟอร์สจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับคืนวันเสาร์นี่ละ”
“อ๋อฉันก็ว่าจะไปเหมือนกัน เห็นคุณแม่บอกว่าจะพาฉันไปด้วยที่จริงท่านจะไปคุ้มกันฉันมากกว่าน่ะ” มาจอรี่ถอนหายใจ
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็ไม่ต้องห่วงถ้าฉันพบท่านคราวนี้ฉันจะเชิญท่านมาทานน้ำชาตอนบ่ายที่บ้านจะจัดเป็พิเศษเลยแล้วจะให้เธอนั่งใกล้ท่านที่สุดด้วย”
“รู้สึกเธอตื่นเต้นเื่นี้มากนะ”มาจอรี่หัวเราะ “ฉันเห็นจะต้องไปเสียทีละขอให้เธอโชคดีก็แล้วกัน”
ทันทีที่ลับร่างของมาจอรี่ป้าเจนก็ปราดเข้ามาหาหลานสาวทันที
“นี่...ป้าสังเกตอยู่นะ พอทานอาหารเสร็จก็จูงมือกันขึ้นไปบนห้องเลยตั้งกองนินทาเื่อะไรกันล่ะ?”
“โธ่!...ป้าคะ” เอลซี่หัวเราะอย่างนึกขัน “หนูจะกล้าทำอย่างนั้นได้อย่างไรกัน”
“อย่ามาทำเสียงอย่างนี้กับฉันเลยฉันน่ะรู้จักพวกเธอดี” เจนคูปเปอร์วางเข็มถักไหมพรมลงในตะกร้า “แล้วก็รู้ด้วยว่าพวกเธอน่ะเติบโตกันมาอย่างไร”
“อย่างนั้นหรือคะ?”เอลซี่รู้สึกรำคาญใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“นี่คงจะนั่งฝันถึงแต่งานวันเสาร์สินะอยากไปจริงๆ น่ะรึ?”
“ค่ะ...อ้าว... ป้าไม่อยากให้หนูไปหรอกหรือคะ?”
สีหน้าของเจนเคร่งขึ้นทันที
“ไม่รู้สินึก ๆ ก็ไม่อยากพาไปเหมือนกัน”
“อ้าวทำไมล่ะคะ?” เอลซี่ร้องอย่างผิดหวัง
สายตาของเจนที่มองดูหลานสาวเต็มไปด้วยความกังวล
“เพราะป้ากำลังคิดว่าหนูสนใจท่านเคาท์รัสเซียนั่นมากเกินไป”
“ป้าคะ...?”
“จริงไหมล่ะป้าว่าหนูให้ความสนใจกับเขามากนะอย่างเมื่อคืนที่เราไปดูละครนั่นก็เหมือนกัน”
“โธ่ช่วยไม่ได้นี่คะ แต่ที่จริง ท่านก็นับว่าเป็คนที่หน้าตาดีคนหนึ่งนะคะแล้วถ้าจะว่าไป หนูก็ไม่ค่อยจะรู้จักกับหนุ่มนุ่ม ๆยุโรปคนไหนที่อายุขนาดท่านสักคน”
“นั่นละยิ่งน้อยยิ่งดี รู้ไว้ด้วยสำหรับเื่ท่านเคาท์นี่ที่ป้าไม่เห็นด้วยก็เพราะเหตุว่าเวลานี้สถานการณ์ของประเทศนั้นมันไม่ค่อยดีใคร ๆ ก็รู้ว่าาใกล้จะะเิเต็มทีโดยเฉพาะหลังจากที่พระเ้าเอ็ดเวิร์ดต แล้วหนูไม่เคยได้ยินดอกรึที่เขาว่ากันว่า พระเ้าไกเซอร์น่ะบ้าไปแล้ว พอมาถึงซาร์นิโคลาสนี้ก็อ่อนแอมากอยู่ใต้อำนาจของราชินีชาวเยอรมันองค์นั้น เพราะฉะนั้นก็ย่อมหมายความว่ารัสเซียพร้อมที่จะตกอยู่ในภาวะแห่งความยุ่งยากได้ทุกเมื่อ หนูไม่เห็นดอกหรือว่าระยะนี้ ข่าวสารการเมืองที่พูดถึงภาวะาในรัสเซียปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวัน”
“แต่ป้าคะ ที่จริงหนูเพียงแต่อยากพบท่านเคาท์อเล็กซานเดอร์เท่านั้นหนูยังไม่ได้คิดไกลไปถึงว่า จะต้องไปอยู่รัสเซียกับเขาเลย”
“นี่...อย่าพูดเลย ป้าน่ะเคยเห็นมานักต่อนักแล้วว่า ถ้าลองเื่มันเริ่มต้นอย่างนี้ละก้อมันจะไปจบอย่างไร”
“แต่...ป้าคะ หนูคิดว่าสำหรับเื่นี้ป้าอาจจะคิดไกลเกินไปสักหน่อยก็ได้ จริง ๆ นะคะหนูกับท่านเคาท์ยังไม่เคยได้พบกันเป็การส่วนตัวเลยสักครั้งท่านอาจจะนึกไม่ออกเอาเลยก็ได้ ว่าเคยเห็นหนูที่โรงละครหนูคิดว่าป้ากำลังคิดมากนะคะ โดยเฉพาะกับเื่ที่ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้เลยอย่างนี้”
“เอาละป้าก็หวังไว้ก่อนว่าจะไม่เป็อย่างนั้นก็แล้วกัน” เจนคูปเปอร์ถอนหายใจ มองหน้าหลานสาวซึ่งเธอเลี้ยงมาเหมือนลูกอย่างเศร้า ๆ
“หนูควรจะจำไว้ด้วยว่าหนูเป็สมบัติสิ่งเดียวที่ลุงและป้ามีหนูจะต้องรู้ว่าลุงกับป้ารักหนูมาก เพราะฉะนั้นอะไร ๆมันก็ขึ้นอยู่กับความรักที่หนูจะมีต่อเราเท่านั้น ป้าอาจจะคิดไกลไปจริงเพราะป้าห่วงว่า ถ้าหนูเกิดตัดสินใจที่จะแต่งงานกับท่านเคาท์และต้องไปอยู่ไกล ๆอย่างนั้น มันจะต้องทำร้ายจิตใจของลุงมากกว่าป้าแน่”
เอลซี่รู้สึกตื้นตันในวาจาของป้าสะใภ้อย่างยิ่ง
“ป้าขา ป้าก็รู้อยู่แล้วว่าหนูรักลุงกับป้ามากกว่าใครๆ ในโลก หนูสัญญาค่ะ ว่าหนูจะไม่ทำร้ายจิตใจทั้งลุงและป้าอย่างแน่นอน”
“อย่าเพิ่งผูกมัดตัวเองกับคำพูดอย่างนั้นเลยเอลซี่เพราะเมื่อไรก็ตามที่หนูเกิดไปตกหลุมรักขึ้นมาจริง ๆตัวหนูเองเท่านั้นที่จะรู้ว่า ควรจะตัดสินใจอย่างไร”
“แต่หนูคิดว่าคงไม่เป็อย่างนั้นแน่ค่ะ”
ดวงตาของป้าสะใภ้หลุบต่ำลงดูพื้นพรม
“ที่จริงป้าก็รู้ว่ามันออกจะเป็การโง่ไปสักหน่อยที่ไปคาดการณ์อะไรล่วงหน้าไปมาก ๆอย่างนั้น แต่ป้าก็บอกไม่ถูกนะมันสังหรณ์ใจอยู่มากทีเดียวเกี่ยวกับเื่ของหนูกับท่านเคาท์นี่ซึ่งถ้าหนูถามป้าก็คงจะตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องคิดอย่างนั้นแต่ลางสังหรณ์ของป้าน่ะมีมานานแล้ว แล้วก็มักจะไม่ค่อยพลาดเสียด้วยสิ”
เอลซี่นั่งฟังเงียบๆ หรือว่าคำทำนายของป้าเจนจะเป็ความจริง...
และแล้วคืนสำคัญคืนนั้นก็มาถึงความสดใสของวัยสาวบวกกับความตื่นเต้นที่จะได้พบกับบุรุษที่น่าพึงใจทำให้เอลซี่รู้สึกเป็สุขและความสุขนั้นฉายชัดออกมาทางดวงตาเธอเลือกชุดราตรีที่ตัดเย็บด้วยผ้าต่วนสีเทาเงินและใช้ทับทิมเป็ชุดเครื่องประดับตบแต่งใบหน้าอย่างประณีตบรรจงที่สุด
“โอ้โฮหลานสาวลุงสวยจริง ๆ คืนนี้ อา... คืนนี้เราได้ดาวเด่นของงานแล้วละเจน” กอร์ดอนล้อหลานสาว แต่สายตาเต็มไปด้วยความชื่นชม
เอลซี่เดินไปจูบท่านที่แก้มเบาๆ
“ขอบคุณลุงมากค่ะถึงมันจะไม่จริงเท่าไรนัก แต่หนูก็ชอบฟังค่ะ” เธอหัวเราะควงแขนลุงลงบันไดมาชั้นล่างเพื่อสมทบกับป้าสะใภ้ที่รออยู่แล้วในชุดราตรีสีดำแบบเรียบๆพร้อมด้วยเฟอร์คลุมไหล่