ปิ๊งรักยัยสวยเวอร์
ตอนที่ 38-เมื่อไหร่จะใจอ่อน
“หน้าแดงเชียว เขินผมใช่ไหมล่ะ?” นักรบก็ยังคงเป็นนักรบผู้แซวเก่งอยู่วันยังค่ำ เขาค้ำเตียงแล้วโน้มหน้าไปใกล้น้ำส้ม โดยมีน้องมะนาวนอนคั่นกลางเขาก็ไม่หวั่น ความพยายามสูงยิ่งกว่าเสาไฟฟ้า ทำเอาน้ำส้มเขินรอบแล้วรอบเล่า
“คุณนี่มั่นหน้าจริง ๆ เลยเนอะ” เธอไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่า ได้แต่พึมพำด้วยคำเดิมที่เคยว่าเขา
“ขอบคุณที่ชมครับ”
“เฮ้อ...เหนื่อยใจพอ ๆ กับมะนาวเลย”
เหมือนเขาไม่ได้สะทกสะท้านในคำด่า แถมยังเอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจ ทำให้น้ำส้มต้องถอนลมหายใจแรงอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะบ่นออกมาประหนึ่งว่าเธอหน่ายใจไม่ต่างไปจากน้องมะนาว ทั้งที่เขาโตกว่าเป็นไหน ๆ แต่ที่เขาแสดงทุกอย่างออกไป ก็เพื่อหวังอยากให้เธอผ่อนคลายไร้กังวล อยากให้เธอมีรอยยิ้ม ไม่อยากให้เธอเศร้า แม้จะเข้าใจหัวอกของคนเป็นแม่ที่เห็นลูกสาวเจ็บป่วย อย่างน้อยขอให้เขาเป็นคนช่วยแบ่งเบาสิ่งที่เธอทุกข์ใจบ้าง
“ผมไม่ชอบที่เห็นคุณหน้าเศร้าแบบนี้...ยิ้มให้ผมดูหน่อยสิครับ” นักรบที่เริ่มเข้าสู่โหมดอบอุ่น เขาขยับประชิดตัวน้ำส้ม สองมือประคองใบหน้าให้มองตรงสบตา จากนั้นจึงเอ่ยออกมาอย่างร้องขอด้วยน้ำเสียงละมุน
“ฉันยิ้มไม่ออกหรอกค่ะ ฉันเกือบขาดใจตายที่เห็นลูกเจ็บทรมานแบบนั้น...ฉันเป็นแม่ที่แย่มาก ๆ” เธอพยายามเบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบตาของนักรบ ออกปากกล่าวโทษตัวเองที่ทำให้ลูกสาวต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยแสนทรมาน
“ผมจะอยู่ข้าง ๆ คุณเสมอ ไม่ว่าพวกคุณสองแม่ลูกจะเจอกับอะไร จะมีผมเคียงข้างตลอด...ผมรักคุณจริง ๆ นะน้ำส้ม ยิ่งนับวันก็ยิ่งรัก” คำพูดของเขาล้วนมาจากความรู้สึกจริงใจ ไม่มีบิดเบือนสร้างภาพหวังพิชิตใจเธอแต่อย่างใด คำบอกรักที่ทำให้น้ำส้มอึ้งอีกครา สบตามองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลนั้นด้วยหัวใจที่สั่นไหว แต่แล้วต้องหักห้ามใจเมื่ออดีตจากคำพูดแสนเลวร้ายสร้างแผลเป็นจนเธอไม่กล้ารักใครได้อีก
“คุณรักคนง่ายขนาดนั้นเชียว?” เธอจับมือของเขาออกจากใบหน้า แล้วขยับถอยห่างหนึ่งก้าว เอ่ยถามเขาหยั่งเชิง
“ก็ไม่ใช่สำหรับผู้หญิงทุกคนหรอก...ถ้าไม่เป็นคนที่ใช่สำหรับผมจริง ๆ”
“ผู้หญิงมีตำหนิอย่างฉันไม่คู่ควรกับคุณหรอกค่ะ...อย่าให้ฉันพูดหลายรอบเลย”
“แต่ผมไม่ได้มองคุณแบบนั้น รักก็คือรักคุณเข้าใจไหม”
“คุณไม่เป็นฉันไม่มีวันเข้าใจหรอก”
“ผมพร้อมที่จะรักคุณนะ...ขอโอกาสให้ผมบ้างได้ไหมน้ำส้ม”
ทุกคำพูดล้วนคือความจริง แม้ภาพลักษณ์และสิ่งที่เห็นเขาจะดูตรงกันข้ามกับคำพูด แต่สำหรับเธอคนนี้เขาจริงจังและพร้อมจะอ้าแขนรับ แม้ว่าเธอจะมีตำหนิ นั่นก็ไม่ได้สำคัญเท่ากับความรู้สึกที่มี ต่อให้ใครขัดขวางเขาก็พร้อมฝ่าฟัน เพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างเธอ หัวใจที่มียอมพลีเพื่อเธอคนนี้และลูกน้อยของเธอ
“.........” น้ำส้มได้แต่เงียบ ยิ่งนักรบดูจริงจัง ก็ยิ่งสร้างความหนักใจแก่เธอจนยากจะตัดสินใจ สายตาที่เขามองเธอนั้น สื่อให้รับรู้ถึงการอ้อนวอนและร้องขอ แต่มันยากเหลือเกินสำหรับหัวใจที่ปิดตายสำหรับความรักไปแล้ว
“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเปิดใจให้ผมบ้าง...คุณบอกผมสิ” นักรบยังคงอ้อนวอนอยู่แบบนั้น จากที่ยืนมั่นด้วยสองขา บัดนี้คุกเข่าลงตรงหน้าเธอด้วยแววตาละห้อย
“อย่าทำแบบนี้เลยคุณนักรบ ลุกขึ้นเถอะค่ะใครมาเห็นเข้าคุณจะดูไม่ดี” เธอพยายามออกแรงดันเขาออก แต่นักรบก็รีบถลาเข้ากอดเอวของน้ำส้มไว้แน่น ใบหน้าแนบลงหน้าท้องที่แบนราบ ปากก็พร่ำอยู่แบบนั้นอย่างเอาแต่ใจ
“ช่างแม่งสิ! ผมไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น” เขาไม่สนในคำพูดปรามของเธอ ยังคงกอดเอวน้ำส้มในท่าเดิมและรัดแน่นขึ้น เขาทำให้เธอหนักใจ!
“เรื่องนั้นเดี๋ยวเราค่อยคุยกัน ตอนนี้คุณไปหาเสื้อใส่ดีกว่าไม่หนาวหรือไง” เธอไม่รู้จะพูดยังไงให้เขาคลายกอด จึงบอกเป็นกลางแต่ไม่ใช่การตกลงปลงใจในสิ่งที่เขาเรียกร้อง
“แค่นี้ทนได้ เมื่อไหร่จะใจอ่อนให้ผมบ้าง”
เขายังคงกอดเธออยู่แบบนั้น เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงละห้อยน่าสงสาร ออดอ้อนหวังให้น้ำส้มใจอ่อนเอนตามเพื่อตอบรับความรู้สึกที่เขามีมอบให้
“คุณนักรบที่นี่ไม่ใช่ที่คุณจะมาอ้อนเป็นเด็กแบบนี้นะคะ” น้ำส้มพยายามดันเขาให้ออกห่าง แต่คนดื้อดึงก็ยังไม่ยอมคลายกอดจากเอว ทั้งที่น้ำส้มกลัวว่าลูกสาวของเธอจะตื่นเพราะเสียงคุยที่เริ่มดังขึ้น
“แล้วจะให้ผมอ้อนตรงไหนล่ะครับ หรือจะไปห้องผมไหม” เขาเพียงเงยหน้ามองด้วยความกะล่อน พูดหยอดจนน้ำส้มต้องกลอกตามองบนอย่างระอาใจ เธอหน่ายกับผู้ชายคนนี้ที่หลุดลุคมาดนิ่งมาเป็นเด็กน้อยพอ ๆ กับน้องมะนาว
“เริ่มเยอะละ” เธอพูดขึ้นด้วยความเอือมระอา
“น้ำส้มอะ” แต่ว่าเขาก็เหมือนจะไม่สะทกสะท้าน ดื้อด้านยิ่งกว่าใครที่น้ำส้มเคยพบเจอมา
“มาดนักธุรกิจของคุณนี่หายไปในพริบตาเลยนะ ตอนนี้ดูปัญญาอ่อนดี” ยังคงแขวะเขาไม่เลิก
“ไม่มีใครเคยว่าผมแบบนี้เลยนะ..ยอมแค่กับคุณเท่านั้นแหละ คนอื่นไม่มีทางหรอก”
“จะลุกดี ๆ หรือจะลุกด้วยน้ำตา” สุดแสนจะหน่ายใจจนน้ำส้มต้องใช้เสียงแข็งข่ม ก้มมองนักรบที่ยังคงคุกเข่ากับพื้น ด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
“กล้าขู่ผมเหรอ?” เขาปั้นหน้าขรึมแล้วเงยมอง ย้อนถามอย่างไม่คิดกลัวสีหน้ายักษ์ของน้ำส้มตอนนี้
“ยังอีก!” เขม็งตาใส่อีกรอบด้วยความจริงจัง เพราะขนาดนี้แล้วเขายังนิ่งกับที่ เหมือนเด็กน้อยที่กำลังเอาแต่ใจ เธอแทบอยากจะหายตัวได้เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์อันแสนปวดหัวแบบนี้
“ยอมก็ได้ โธ่เอ๊ย! ชอบแปลงร่างทำหน้ายักษ์เหมือนน้องมะนาวว่าจริง ๆ นั่นแหละ” สุดท้ายแล้วก็ยอมจำนนลุกขึ้นยืนตามที่น้ำส้มสั่งการ สบถเสียงแข็งและบ่นพึมพำเอาแต่ใจ
“เดี๋ยวนะ! นี่ถึงขั้นนินทาฉันลับหลังเลยเหรอทั้งสองคนน่ะ” คำพูดที่เอ่ยถึงทำให้น้ำส้มทักท้วง จับไหล่ของนักรบที่กำลังเบี่ยงหนีให้หันกลับมาประจันหน้า
“ก็ผมเป็นแดดดี๊ของน้องแล้ว เราสองคนไม่มีอะไรปิดบังกันหรอก” เขาพูดออกมาตาใส ในสรรพนามที่บังคับเด็กหญิงเรียกขาน
"!!!"