บทที่25 เบาะแส (2)
“ผู้เล่นมนตราได้สังหารสัตว์อสูรชั้นาา ระดับ 250 ‘ราชันย์หมึกั์’ ได้รับค่าประสบการณ์ 4,000,000 หน่วยสัตว์อสูรในพันธสัญญาฯ ได้รับค่าประสบการณ์ 6,000,000หน่วยค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราสำเร็จภารกิจลับประจำเผ่าพันธุ์ [ปมในใจของจักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์]ได้รับ {แผนที่วังจ้าวสมุทร} กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราสำเร็จภารกิจลับประจำเผ่าพันธุ์ [ปมในใจของจักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์]ได้รับ {แผนที่โลกใต้ทะเล} กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราสำเร็จภารกิจลับประจำเผ่าพันธุ์ [ปมในใจของจักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์]ได้รับทักษะเผ่าพันธุ์ [กลายร่าง] (แอกโซโลตล์) กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราได้รับการเลื่อนระดับเป็ 122 กรุณาตรวจสอบค่าสถานะของตัวละครค่ะ”
“สัตว์อสูรในพันธสัญญาเอรีส ได้รับการเลื่อนระดับเป็ 109 กรุณาตรวจสอบค่าสถานะของสัตว์อสูรฯค่ะ”
“สัตว์อสูรในพันธสัญญาทอรัส …………”
……
……
“สัตว์อสูรในพันธสัญญาปีเชส ได้รับการเลื่อนระดับเป็ 109 กรุณาตรวจสอบค่าสถานะของสัตว์อสูรฯค่ะ”
“กรุณารอ5 วินาที ระบบฯ กำลังนำท่านไปยังจุดที่ได้บันทึกไว้ล่าสุดค่ะ”
“5...4... 3... 2... 1... วาบ!”
หลังจากสังหารบอสหมึกั์เสร็จสิ้นระบบก็ได้รายงานค่าประสบการณ์ที่มีนและพวกได้รับพร้อมกับแจ้งว่า “สำเร็จภารกิจ” เรียบร้อยแล้วก่อนจะนำเ้าตัวกลับไปยังจุดสุดท้ายที่เซฟไว้ทันที โดยไม่ให้เวลาหญิงสาวได้เดินสำรวจปราสาทแม้แต่วินาทีเดียว
เมื่อมาถึงเมืองเริ่มต้นมีนสำรวจดูค่าสถานะตัวละครของตัวเองทันที ก่อนจะพบว่า ในตอนนี้ตนอยู่ในชุดเซตนกกระจิบสีฟ้าและได้หลุดออกจากทักษะ[ผสานร่าง] เป็ที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนลูกสมุนทั้ง 12 ตัวก็ถูกระบบฯ ส่งกลับเข้าไปเก็บในคลังสมบัติเคลื่อนที่ด้วยแล้วเช่นกัน
จากนั้นมีนจึงเดินตรงไปยังอาคารของระบบฯก่อนจะติดต่อพนักงานฯ เพื่อขอเข้าใช้บริการห้องรับรองลูกค้า ก่อนจะตรวจสอบระดับและทักษะต่างๆ ของตนก่อนเป็อันดับแรก
หลังจากตรวจสอบแล้วมีนก็พบว่า ในตอนนี้ ตัวละครของตนมีระดับเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว จนกลายเป็ระดับ122 แล้ว ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ตนมี “แต้มสถานะคงเหลือ” ที่ยังไม่ได้เพิ่มลงไปในค่าสถานะอีกเป็จำนวนสามร้อยกว่าแต้มเลยทีเดียวในส่วนของทักษะเผ่าพันธุ์ฯ ซึ่งเป็ทักษะสายโจมตีทั้งสองทักษะในเวลานี้ พวกมันอยู่ในขั้น“เชี่ยวชาญ” ซึ่งถือเป็ขั้นสูงสุดของทักษะในเกมแล้ว ส่วนทักษะ [ผสานร่าง] ยังอยู่ในขั้นกลาง มีเพียงแค่ทักษะ[อำนาจาา] เท่านั้นที่ยังติดแหงกอยู่ที่ขั้นต้นเหมือนเดิม
พวกปลาตีนน้อยเองก็เช่นกันระดับความแข็งแกร่งของพวกมันขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 109 ส่วนทักษะเผ่าพันธุ์ฯ ก็อยู่ในขั้นเชี่ยวชาญเกือบทั้งหมดยกเว้นทักษะ [ผสานร่าง] เพียงทักษะเดียวเท่านั้นที่ยังอยู่ในขั้นกลาง
และเมื่อหญิงสาวได้ตรวจสอบไอเทมก็พบว่ามีเพียง “ชุดเซตหนังงู” คู่บารมีเท่านั้นที่หายไป ส่วนไอเทมชิ้นอื่น ๆ ก็ยังคงอยู่ครบส่วนเงินที่อยู่ในคลังตอนนี้ มีอยู่ทั้งหมดจำนวน 1,105 เหรียญทอง กับอีก 50,002เหรียญเงิน นอกจากนี้ มีนยังพบว่าในคลังยังมีอาวุธและชุดเกราะอีกจำนวนมาก ซึ่งปล้นมาจากคลังสมบัติของาาตุ่นปากเป็ดได้ถูกวางกองอยู่ในมุมหนึ่งของคลังสมบัติเคลื่อนที่ เมื่อเป็เช่นนี้มีนจึงเลือกเอาชุดเกราะระดับBชุดหนึ่ง มาสวมใส่แทนชุดเซตหนังงูไปพลางก่อน
และชุดเกราะที่หญิงสาวเลือกมาสวมใส่ในครั้งนี้เป็ชุดเกราะอ่อนแขนกุดสีดำตัวหนึ่งที่มาพร้อมด้วยถุงมือและรองเท้าหนังแบบยาวสีดำดูเข้ากันอย่างละ1 คู่ โดยคุณสมบัติของมัน จะช่วยเพิ่มพลังป้องกัน ซึ่งรวมกันแล้วอยู่ที่ประมาณ 300หน่วย ก็ถือว่าไม่เลวนัก สำหรับชุดเกราะระดับ B ที่มีเงื่อนไขในการสวมใส่ที่ระดับ60
แต่สิ่งที่หญิงสาวคิดว่าเกราะอ่อนเซตนี้ ดูมีคุณค่า “น่าสวมใส่” ก็เห็นจะเป็เพราะ รูปลักษณ์ของมันที่ทำให้ตัวเองดูโดดเด่นภูมิฐานคล้ายกับเป็ผู้เล่นระดับสูงอยู่ไม่น้อยโดยเ้าชุดเกราะสีดำแขนกุดเข้ารูปตัวนี้ มันยังมาพร้อมกับกระโปรงพลีทสั้นเหนือเข่าซึ่งตัดกับผิวขาว ๆ ของตนเป็อย่างดี จนทำให้หญิงสาวนึกเชื่อมโยงไปถึงนักรบหญิงในสมัยกรีก-โรมันที่ดูเข้มแข็งน่าเกรงขาม อีกทั้งยังงามสง่าในเวลาเดียวกัน
จากนั้นมีนจึงนำ{แผนที่วังจ้าวสมุทร} และ {แผนที่โลกใต้ทะเล} ขึ้นมาตรวจสอบดูก็พบว่า โลกใต้ทะเลนั้น เป็ดินแดนที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรธาตุน้ำจำนวนมากอาณาเขตของมันกว้างใหญ่พอ ๆ กับพื้นที่ของทวีปแห่งน้ำทั้งทวีปเลยทีเดียว นอกจากนี้ในแผนที่ฯยังแสดงถึงตำแหน่งที่ตั้งของเมืองและดันเจี้ยนต่าง ๆ อีกมากมาย โดย “วังจ้าวสมุทร”ซึ่งเป็เมืองใหญ่ระดับ B และถือว่า เป็ “เมืองหลวง” ของดินแดนโลกใต้ทะเลอีกด้วยแต่เมื่อเทียบกับ “เมืองปะการังสีรุ้ง” ซึ่งถูกจัดให้อยู่ในประเภท “ดันเจี้ยน” ที่ต้องใช้กุญแจฯหรือคีย์ไอเทมในการผ่านเข้าไป โดยถูกจัดให้เป็ดันเจี้ยนระดับ B ซึ่งถือได้ว่า เป็ดันเจี้ยนที่ใหญ่ที่สุดในสังกัดดินแดนโลกใต้ทะเลด้วยเช่นกัน
หลังจากที่มีนได้เข้าไปทั้งยังสถานที่ทั้ง2 แห่งนี้แล้ว แม้ว่าในส่วนของ “วังจ้าวสมุทร” จะเป็เพียงแค่เมืองที่อยู่ในความทรงจำของ“แอ๊กซอล” ก็ตาม แต่หญิงสาวก็พอจะประเมินได้ว่า ระดับความยากในการพิชิตเมืองทั้งสอง...แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวไม่ว่าจะเป็ระดับของสัตว์อสูรที่อยู่ในเมือง จำนวนสัตว์อสูร หรือแม้แต่อาณาเขตของเมือง“วังจ้าวสมุทร” ถือได้ว่า มีศักดิ์ศรีสูงกว่าดันเจี้ยนอย่าง “เมืองปะการังสีรุ้ง” อยู่หลายขุมนัก
ดังนั้นเป้าหมายสำคัญอันดับแรกของหญิงสาวจึงหนีไม่พ้นการพิชิตดันเจี้ยน “เมืองปะการังสีรุ้ง”ที่มีความยากในระดับต่ำสุดในแผนที่โลกใต้ทะเลก่อนนั่นเอง ส่วนเมืองอื่น ๆ ที่อยู่ในดินแดนโลกใต้ทะเลมีนได้วางแผนเอาไว้อย่างเป็ระบบว่า หลังจากที่ตนจัดการกับเมืองปะการังสีรุ้งเสร็จสิ้นก็จะไปเก็บระดับยังเมืองต่าง ๆ ในสังกัดโลกใต้ทะเล จนมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งก่อนจากนั้นตนค่อยไปทำภารกิจฯ ที่วังจ้าวสมุทรเป็อันดับสุดท้าย
หลังจากได้ตรวจสอบแผนที่ทั้งสองจนพอใจแล้วมีนจึงเรียกดูทักษะเผ่าพันธุ์ที่ได้รับมาใหม่จากภารกิจของ “แอ๊กซอล” ซึ่งก็พบว่า
ทักษะเผ่าพันธุ์: [กลายร่าง (แอกโซโลตล์)][ขั้นต้น 0/100]
“แอ๊กซอล”จักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ มีทักษะติดตัวอยู่ทักษะหนึ่งที่สามารถมอบให้สิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์อื่นที่ตนเห็นว่าเหมาะสมให้มาอยู่ในร่างของแอกโซโลตล์ได้
แม้ความสามารถของทักษะ[กลายร่าง(แอกโซโลตล์)] จะไม่ได้มีคุณสมบัติอันโดดเด่นหรือมีคุณสมบัติเสริมที่ช่วยให้ผู้ใช้งานแข็งแกร่ง แต่ทักษะนี้มันเสมือนหนึ่งเป็การมอบเหรียญกล้าหาญและรางวัลเกียรติยศให้กับผู้ที่จงรักภักดีต่อเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์นั่นเอง
เงื่อนไข
-สามารถกลายร่างเป็เผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ (ทักษะเรียกใช้) ไม่จำกัดเวลาการกลายร่างเมื่อยกเลิกการใช้งานทักษะฯ จะมีระยะคูลดาวน์ 180 วินาที
- เมื่ออยู่ในร่างแอกโซโลตล์ ความสามารถในการเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ เพิ่มขึ้น 2 เท่า
- เมื่ออยู่ในร่างแอกโซโลตล์ ระยะคูลดาวน์ของทักษะเผ่าพันธุ์จะลดลงครึ่งหนึ่ง
- เมื่ออยู่ในร่างแอกโซโลตล์ จะสามารถหายใจใต้น้ำ และสามารถเคลื่อนที่ในน้ำได้เร็วขึ้น2 เท่า
“สุดยอดไปเลยแฮะทักษะนี้...”มีนกล่าวชมออกมาจากใจจริงเพราะหากจะมีคุณสมบัติข้อใดที่ทำให้หญิงสาวตื่นตาตื่นใจแล้วมันก็คงจะหนีไม่พ้นคุณสมบัติที่ว่า “ความสามารถในการเรียนรู้ทักษะ เพิ่มขึ้น 2เท่า” และ “ระยะคูลดาวน์ของทักษะเผ่าพันธุ์จะลดลงครึ่งหนึ่ง” นั่นเอง
‘แต่...เอในเมื่อตัวแอ๊กซอลมีทักษะนี้ แล้วทำไม? ตัวมันถึงไม่พัฒนาทักษะเผ่าพันธุ์ให้ถึงที่สุดแต่กลับปล่อยให้ตัวเองและสมาชิกร่วมเผ่าพันธุ์ถูกข่มเหง จนต้องระเหเร่ร่อนมาอยู่ที่ป่าโกงกางกันแน่...’ ยิ่งคิด มีนก็ยิ่งอดสงสัยในใจไม่ได้
ในขณะที่หญิงสาวกำลังไล่อ่านรายละเอียดทักษะฯของตนอยู่นั้น...
ติ้ง!!
“ประกาศจากทางระบบฯเนื่องจากมีผู้เล่นได้บรรลุเงื่อนไขของ [เส้นทางสายลมปราณ] แล้ว ดังนั้นทางระบบฯ จึงได้ทำการสร้างเกจพลังพิเศษ ‘พลังปราณ’ ให้กับผู้เล่นทุกท่าน และผู้เล่นสามารถภารกิจอาชีพและภารกิจต่างๆ ของสายลมปราณได้ที่อาคารบริการของระบบฯ รวมไปถึงตำราทักษะสายลมปราณ ก็จะบรรจุลงร้านค้าของระบบฯด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ทางระบบจะทำการเพิ่มสัตว์อสูรสายลมปราณเข้าไปยังแผนที่ฯ ผู้เล่นกรุณาศึกษารายละเอียดของสายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับพลังพิเศษ‘สายลมปราณ’ ได้ที่หน้าเว็บไซต์ค่ะ”
หลังจากที่มีนได้เห็นประกาศจากทางระบบฯก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่จู่ ๆ ระบบฯ ก็ทำการปลดล็อกเกจพลังแบบใหม่ให้ผู้เล่นฯ โดยไม่มีการประกาศแจ้งเตือนที่หน้าเว็บไซต์เอาไว้ล่วงหน้าเหมือนเช่นทุกครั้งและเมื่อหญิงสาวได้เปิดดูค่าสถานะอีกครั้ง ก็พบว่าเวลานี้ค่าสถานะของตน กลับมีแถบพลัง“ปราณ” เพิ่มขึ้นมาในค่าสถานะหลักอีกค่าหนึ่งแล้ว
แต่ครั้นมีนจะออกไปตรวจสอบข้อมูลที่หน้าเว็บไซต์ด้วยตัวเองมันก็กระไรอยู่เนื่องจากตนไม่ได้มีความสันทัดเกี่ยวกับระบบของตัวเกมมากนัก เมื่อเป็เช่นนี้...บุคคลเดียวที่จะไขความกระจ่างให้กับตนได้ก็ผุดขึ้นมาในห้วงสำนึกในทันที...กูเกิ้ล เอ้ย! “กูรู”อย่าง อเล็กซ์นั่นเอง
เมื่อคิดได้ดังนั้นมีนจึงหยิบเอาบัตรสีขาวอันแสนจะคุ้นเคยออกมา “ใช้งาน...”
............
ความสับสนอลหม่านเกิดขึ้นในทุกหย่อมหญ้าฯเมื่อข้อความประกาศจากระบบฯ ได้สร้างความแตกตื่นสงสัยแก่ผู้เล่นทุกคน
“กระทู้ถาม”จำนวนหลายพันกระทู้ฯ ปรากฏขึ้นมาในกระดานข่าวสารฯ หลังจากข้อความประกาศจากระบบฯ ในโลกจำลองสิ้นสุดลงนอกจากนี้ในกระทู้ “แนะนำสายปราณ” ที่บริษัทฯ สร้างขึ้นมาอย่างสด ๆ ร้อน ๆ ในกระดานข่าวของเกม“Destinyof Wars” ก็แทบลุกเป็ไฟในทันทีด้วยเช่นกัน
แม้ว่าผู้เล่นบางคนจะยังไม่ได้อ่านรายละเอียดของ “ระบบค่าพลังรูปแบบใหม่” ที่หน้าเว็บไซต์หรือในกระทู้ฯเลยก็ตาม แต่ผู้เล่นเ่าั้ก็ยังสามารถคาดเดาเื่ราวต่าง ๆ ในเกมออกมาได้อย่างเป็ตุเป็ตะราวกับว่าพวกมันเป็คนสร้างเกมเสียอย่างนั้น...
“เฮ้ย ๆ สายปราณมาแล้วเว้ย”#อะโลฮา
“เม้นต์แรกโว้ย!!” #รอมเมล
“ช้าไปเพื่อนถ้าคิดจะเป็ที่ 1” #นิจจุกุ
“ที่ 3 ก็ได้” #เอ็กซ์เรย์
“เวทมนตร์ ปราณจิต แน่นอนชัวร์ป๊าบ!” #กูรูนิรนาม
“เวรกรรม” #เอ็กซ์เรย์
“ฮ่า ๆ ๆ” #อ่อนหัด
“ปัญญาอ่อนนะพวกมึง”#อ่อนหัด
……
……
หากจะกล่าวโดยสรุปก็คือหนึ่งพันกว่าคอมเมนต์แรกที่ถูกสร้างขึ้นในระยะเวลาไม่ถึง 5 นาที ในกระทู้ “แนะนำสายปราณ”กลับหาสาระหรือความคิดเห็นที่เป็ประโยชน์ไม่ได้แม้แต่ข้อความเดียว
แต่กระนั้น กระแสการตื่นตัวของสายปราณก็ได้เกิดขึ้นและแพร่หลายออกไปอย่างกว้างขวางซึ่งในเวลาต่อมา ผู้เล่นสายปราณในโลกเสมือนจริงใบนี้ ถือได้ว่า มีสัดส่วนเป็ครึ่งหนึ่งจากจำนวนผู้เล่นทั้งหมดเลยทีเดียวที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่า “สายปราณ” เป็สายพลังที่ใช้งานง่าย ไม่มีเงื่อนไขยุ่งยากซับซ้อนและใช้ทรัพยากรฯ เงินทุนต่าง ๆ ในการพัฒนาตัวละครให้แข็งแกร่งน้อยที่สุดในบรรดาสายพลังพิเศษทั้งหมดในเกมนอกจากนี้ใน่เริ่มต้น ผู้เล่นสายปราณยังสามารถสังหารสัตว์อสูรเพื่อเก็บระดับได้โดยง่ายและที่สำคัญกองทัพต่าง ๆ กลับมีความ้าผู้เล่นสายปราณเข้าร่วมกองกำลังฯ สูงกว่าผู้เล่นสายอื่นเป็อย่างมาก…
............
ณวิหารเทพแห่งปัญญา
“เ้ามาแล้วรึ?”อเล็กซ์เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม
“เ้าค่ะ สวัสดีเ้าค่ะ...ท่านอาจารย์”
“เป็ไงบ้างล่ะได้ลองตายครั้งแรก...สนุกดีไหม?” อเล็กซ์ถามหญิงสาวตรงหน้าด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ
“หนูก็พูดไม่ถูกเ้าค่ะแต่ความรู้สึกก่อนตายนั้น มันสยองมากเลยเ้าค่ะ” มีนตอบพร้อมกับนึกถึงเหตุการณ์อันเลวร้ายที่ได้พบเจอมา
หลังจากรับทราบคำตอบอเล็กซ์เพียงกล่าวปลอบใจผู้เป็ลูกศิษย์เพียงประโยคสั้น ๆแต่ก็แฝงไปด้วยการเหน็บแนมอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย “ไม่เป็ไร...ข้าก็พอรู้อยู่แล้ว ว่าสักวันเ้าคงต้องเซ่อซ่าซุ่มซ่ามตายเข้าจนได้แต่อย่างไรก็ตาม...ขอให้เ้าถือเหตุการณ์ในวันนี้ เป็บทเรียนครั้งสำคัญของเ้าก็แล้วกัน...”
ผู้เป็อาจารย์หยุดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวกับหญิงสาวว่า “การตายครั้งนี้ กลับเป็ผลดีกับเ้าอยู่บ้าง...ประการแรกคือเ้าจะได้รู้ความผิดพลาดของเ้าว่า เพราะสาเหตุใด? จึงทำให้ตัวเ้าต้องตกตายเช่นนี้เมื่อรู้สาเหตุแล้ว...ในคราวต่อไป เ้าจะได้พยายามดิ้นรนอย่างหนัก และทำทุกวิถีทางในการพาตัวเองให้รอดจากสถานการณ์แบบนั้นข้อสอง...การตายครั้งนี้ถือว่า เป็ไปตามภารกิจลับของเผ่าพันธุ์เ้า ซึ่งข้าเองก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าเ้าปลาตีนน้อยตัวนั้น มีความคับข้องใจเช่นนี้อยู่ด้วย ข้อสาม...ความตายของเ้าทำให้เ้าได้เห็นสภาพแวดล้อมโดยรวมของวังจ้าวสมุทร ก่อนที่จะได้ไปเห็นของจริง...ก็ถือเสียว่าไม่ได้เลวร้ายนัก และสี่...ของรางวัลจากภารกิจที่เ้าได้รับมา เรียกได้ว่า มีประโยชน์มหาศาลต่อการพัฒนาตัวตนของเ้าเลยทีเดียว...”อเล็กซ์แจกแจงประโยชน์จากการตายของลูกศิษย์สาวออกมาเป็ข้อ ๆ ก่อนที่จะถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าอันแฝงไปด้วยเลศนัย“ประโยชน์ข้อสุดท้าย...ซึ่งสำคัญที่สุด เ้าคิดว่ามันคือสิ่งใด?”
“ระดับความแข็งแกร่งของหนูเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่าเลย ใช่มั้ยเ้าคะ?” มีนตอบผู้เป็อาจารย์อย่างใสซื่อ
“เฮอะ!ใช่ที่ไหนกันเล่า...เื่ระดับของเ้า ถึงเ้าไม่ตาย...เ้าก็ต้องรีบเพิ่มมันโดยเร็วอยู่แล้ว”ผู้เป็อาจารย์แค่นเสียงออกมาทางจมูกพร้อมกับแดกดันอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะไขความกระจ่างให้กับหญิงสาวเพื่อตัดรำคาญ “สิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งเ้าได้รับจากการตายในครั้งนี้คือ ‘เบาะแส’ ต่างหากเล่า...”
“เบาะแส...เบาะแสอะไรหรือเ้าคะ?”คำกล่าวอย่างกำกวมของอเล็กซ์ ยิ่งทำให้มีนรู้สึกสงสัยเข้าไปใหญ่
“ถ้าอย่างนั้น...นำใบหอกของเ้าออกมา...”อเล็กซ์ออกคำสั่งฯ
หลังจากมีนเรียกใบหอกทะเลดาวที่อยู่ในคลังสมบัติเคลื่อนที่ออกมาถือไว้ในมือพร้อม ๆ กับอเล็กซ์ได้เรียกดึงภาพออกมาจากความทรงจำของหญิงสาวซึ่งภาพที่ฉายออกมาเบื้องหน้านี้ กลับเป็ภาพภายในปราสาทวังจ้าวสมุทรนั่นเอง โดยจุดโฟกัสของภาพฉายดังกล่าวกลับอยู่ที่“เสาค้ำปราสาท” ซึ่งตั้งอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางของปราสาทหลังงามหลังนี้...
“คำใบ้”ที่ชัดเจนขนาดนี้ ไม่ต้องให้ผู้เป็อาจารย์บอกกล่าวอะไรเพิ่มเติม หญิงสาวก็พอจะเดาออกอยู่หลายส่วนแล้ว...
อักขระและลวดลายที่สลักไว้บนเสาต้นนั้นช่างละม้ายคล้ายเหมือนกับสิ่งที่ถูกสลักไว้บนใบหอกทะเลดาว...อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
“เอ๊ะ?!” มีนอุทานออกมา ก่อนจะพึมพำอย่างแ่เบาในข้อสันนิษฐานของตัวเอง “ถึงว่า...เหมือนเราเคยเห็นที่ไหนมาก่อนที่แท้...”
มีนหันมาสบตากับอเล็กซ์ก่อนจะถามอีกฝ่ายเพื่อขอคำยืนยันจากผู้เป็อาจารย์ “เสานั่น...คือ ด้ามของหอกอันนี้ใช่มั้ยเ้าคะ?”
“ถูกต้อง!! หากในสภาพความจริง...เมื่อชิ้นส่วนของหอกทั้งสองอยู่ใกล้ขนาดนั้น เสาต้นนั้นกับใบหอกของเ้าต้องแสดงปฏิกิริยาตอบรับต่อกันแล้วล่ะ แต่ที่ไม่เป็เช่นนั้นก็เพราะว่า นั่น...เป็แค่มิติแห่งความทรงจำของเ้าปลาตีนน้อยเท่านั้น”อเล็กซ์ยืนยันในสิ่งที่มีนคิด พร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมให้อีกฝ่ายได้เข้าใจ
“ถ้าอย่างนั้น...หนูรีบไปเอามันมาเลยได้ไหมเ้าคะ?”มีนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ได้สิถ้าเ้าอยากตายอีกหลาย ๆ รอบนะ” อเล็กซ์ตอบกลับแบบยิ้ม ๆ ก่อนจะออกคำสั่งหญิงสาว “เ้าเอาแผนที่วังจ้าวสมุทรขึ้นมาดูอีกทีสิ...”
และเมื่อมีนเปิดแผนที่วังจ้าวสมุทรขึ้นมาก็พบว่าระดับความแข็งแกร่งที่อยู่ต่อท้ายชื่อของบอสทั้ง 5 ตัว ที่ปรากฏให้เห็นบนแผนที่ฯพวกมันต่างก็มีระดับอยู่ที่ 350 กันทั้งนั้น
“เอ๊ะ?! จะเป็ไปได้ยังไงกันเ้าคะ? ก็หนูเพิ่งสู้กับพวกมันมา...ระดับของพวกมันแค่250 เองนี่...” หญิงสาวกล่าวแย้งในสิ่งที่ตัวเองได้เห็นในแผนที่ก่อนจะหยุดชะงักไปเมื่อนึกอะไรได้บางอย่าง “อ้อ...นั่นคือ ความแข็งแกร่งของพวกมัน ในความทรงจำของ‘แอ๊กซอล’ นี่เอง”
“ใช่ไหมเ้าค่ะ?ท่านอาจารย์...”
“ถูกต้อง...เ้าเริ่มจะฉลาดขึ้นมาหน่อยหนึ่งแล้วนะศิษย์ข้า...” อเล็กซ์กล่าวเหน็บแนมหญิงสาวอีกครั้ง โดยที่อีกฝ่ายยังไม่รู้ตัว
“ขอบพระคุณเ้าค่ะท่านอาจารย์อิอิ” มีนยิ้มรับคำชมอย่างมีความสุข
“แล้วเมื่อไหร่?หนูถึงจะไปเอาชิ้นส่วนของด้ามหอกมาได้ล่ะเ้าคะ?” มีนถามขอความเห็น
“ข้าคิดว่าทางที่ดีเ้าควรจะมีระดับความแข็งแกร่งสัก 300 เสียก่อน แต่ถ้าเ้าอยากลองเสี่ยงวัดดวงดูล่ะก็...ระดับ250 ก็น่าจะไหว แต่ถ้าเ้าอยากตาย...จะมีระดับ 200 หรือจะไปในเวลานี้ ก็เอาตามแต่ที่เ้าสะดวกเพราะผลลัพธ์สุดท้ายก็คงไม่แตกต่างกันมากนัก” อเล็กซ์กล่าวเสียงเรียบ
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะท่านอาจารย์” มีนรับคำอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“เข้าใจแล้ว? นี่...แปลว่าเ้าจะไปตอนไหน?”อเล็กซ์ถามซ้ำ เพื่อขอคำตอบที่ชัดเจนจากอีกฝ่าย
“300 เ้าค่ะ”
“ดีมาก เด็กดี...”อเล็กซ์ชมเชย
“แต่หนูว่า....”
“ไม่ต้องแต่แล้ว300 นี่แหละ...ดีแล้ว” ผู้เป็อาจารย์เริ่มส่งเสียงออกมาด้วยความหงุดหงิดกับท่าทีของผู้เป็ศิษย์
“ท่านอาจารย์เ้าคะ?ท่านคิดว่า หนูควรจะไปเก็บระดับที่โลกใต้ทะเลดีไหมเ้าคะ?” มีนถามผู้าุโอีกครั้งก่อนจะหยิบ {แผนที่โลกใต้ทะเล} ออกมาให้อีกฝ่ายได้เห็น
แต่เมื่อหญิงสาวได้สังเกตมันอย่างชัดเจนอีกครั้งก็พบว่าในแผนที่กลับมีบางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป “เอ๊ะ!!....???”
“อะไร?”อเล็กซ์ถาม
“แผนที่เ้าค่ะแผนที่มันเปลี่ยนไปเ้าค่ะ”
“เปลี่ยนยังไง?”
“ก็...ก่อนหน้านี้หนูได้ลองกางแผนที่ออกมาดู ก็พบว่า เมืองในแผนที่...มีจำนวนแค่ไม่กี่เมืองเองนี่เ้าคะแถมวังจ้าวสมุทรเองก็ถือว่า เป็เมืองใหญ่ที่สุดในแผนที่แล้ว แต่นี่...อาณาเขตพื้นที่ของโลกใต้ทะเลดูเหมือนจะกว้างขึ้นกว่าเดิมเป็สามเท่าเลยอีกเ้าค่ะ”
“นอกจากนี้ยังมีเมืองและดันเจี้ยนโผล่ขึ้นมาอีกมากมายจนนับไม่ถ้วนเลยล่ะเ้าค่ะ หนำซ้ำระดับของเมืองและระดับของสัตว์อสูรที่เพิ่มมาใหม่ก็ยังมีระดับที่สูงขึ้นอีกด้วยเ้าค่ะ” มีนรีบบอกข้อมูลและความเปลี่ยนแปลงของแผนที่โลกใต้ทะเลให้อเล็กซ์ฟังด้วยความสับสน
หลังจากได้ยินที่หญิงสาวบอกกล่าวอเล็กซ์ไม่เพียงไม่รู้สึกใ หนำซ้ำยังอธิบายไขความกระจ่างให้อีกฝ่ายได้รับทราบอย่างหมดเปลือกอีกด้วย“แผนที่ใบนี้ คือ สมบัติอันแสนล้ำค่าของดินแดนโลกใต้ทะเล ซึ่งน้อยคนนักจะมีมันไว้ในแต่เ้าปลาตีนน้อยนั่น กลับเป็หนึ่งในผู้ที่มีแผนที่ใบนี้...ข้าถึงบอกเ้าไงล่ะว่าการตายของเ้าครั้งนี้ ถือว่า มีประโยชน์ต่อตัวเ้ามากกว่าที่คิดนัก”
“แผนที่ใบนี้ มันจะรายงานสถานะของดินแดนใต้ทะเลตามเวลาในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็ข้อมูลของเมืองหรือสัตว์อสูร รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตใด ๆ ที่อยู่ในท้องทะเลณ เวลานั้น มันก็จะแสดงให้เ้าของแผนที่ได้ทราบอย่างชัดเจนไม่มีตกหล่น”
“สิ่งที่แสดงอยู่ในแผนที่ในมือของเ้าในเวลานี้คือข้อมูลและสภาพการณ์ของโลกใต้ทะเลในปัจจุบัน”
“หลังจากดินแดนมนุษย์ได้รับการปลดล็อกเงื่อนไขบางประการฯทุกสิ่งที่อยู่ในดินแดนมนุษย์ก็ย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เ้าเห็นในเวลานี้ ยังเป็เพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นทวีปทั้ง 7 ในดินแดนมนุษย์ ทั้งที่พวกเ้ามองเห็นและมองไม่เห็น...ย่อมได้รับผลจากการปลดล็อกเงื่อนไขในคราวนี้ด้วย”
“นี่คือ...คำอธิบายถึงเื่ราวที่พวกเ้าเหล่ามนุษย์ผู้ได้รับพรจากองค์เทพีฯต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโลกใบนี้ให้มากขึ้น...” อเล็กซ์ให้คำตอบแก่อีกฝ่ายแต่ก็ยังคงปิดบังเื่ราวบางอย่างที่เห็นว่า หญิงสาวยังไม่สมควรจะรับรู้ในเวลานี้เอาไว้ก่อนเพราะถึงอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดของหญิงสาวในเวลานี้ก็คือ “การพัฒนาและยกระดับ”ความแข็งแกร่งของร่างกายและจิติญญาให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วเท่านั้น เื่อื่น ๆอเล็กซ์เห็นว่า “ยังไม่ถึงเวลา” ที่มีนควรจะรับรู้
หลังจากได้เข้าใจในสิ่งที่ผู้เป็อาจารย์บอกกล่าวแล้วมีนจึงถามขอคำแนะนำจากอีกฝ่ายด้วยความคาดหวัง “ถ้าหนูจะไปเพิ่มระดับ หนูควรจะไปที่ไหน?หรือควรทำอะไรก่อนเ้าคะ?”
อเล็กซ์มองหน้าลูกศิษย์แวบหนึ่งก่อนจะกล่าวออกมาอย่างผู้มีประสบการณ์ “เ้าจงดูแผนที่ในมือของเ้าก่อนทุกครั้งเมื่อเ้าจะออกล่าสัตว์อสูร...”
“หากเป็สัตว์อสูรที่ชั้นทั่วไปที่มีระดับต่ำกว่า200 เ้าสามารถสู้พวกมันได้เกือบทุกตัวแล้วล่ะ เพราะถึงอย่างไร ตัวเ้าก็มีทักษะสุดโกงของเผ่าพันธุ์นั่นอยู่...แต่หากเป็สัตว์อสูรชั้นาาระดับ150 ขึ้นไปโอกาสชนะของเ้าก็จะอยู่ที่ 50/50 เพราะตัวเ้าในตอนนี้...ถึงจะฉลาด แต่ขาดความเฉลียวหากเ้าอยากจะเอาชนะและสังหารอีกฝ่ายให้ได้ เ้าจะต้องงัดทุกสิ่งที่มีออกมาใช้งานอีกทั้งควรใช้มันในจังหวะและ่เวลาที่เหมาะสมเท่านั้น ไม่ใช่เรียกใช้งานทักษะอย่างสะเปะสะปะ...เหมือนดังเช่นที่เ้าทำทุกวันนี้”
อเล็กซ์หยุดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่จริงจัง “แต่ข้าจะไม่สอนเ้าหรอกนะนั่นก็เพราะว่า ประสบการณ์ในการต่อสู้แต่ละครั้ง...มันจะเป็คนสอนเ้าเอง...”
“ไม่มีความรู้ใดที่เ้าจะได้มา...โดยที่ไม่ศึกษาไม่มีความชำนาญใดที่เ้าจะได้มา...โดยที่ไม่ฝึกฝน”
“ถึงข้าจะเป็อาจารย์ของเ้าแต่ก็ใช่ว่าทุกเื่ราวจะต้องเรียนรู้จากข้า เพราะว่าปราชญ์ มิได้เกิดจากการท่องจำหรือรับฟังเื่ราวจากผู้อื่นเท่านั้นแต่ปราชญ์ เกิดจากการนำเอาความรู้ต่าง ๆ มาทำให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในเื่ราวหรือสิ่งนั้นๆ นอกจากนี้ ประสบการณ์ที่ได้พบเห็นหรือได้รับ มันก็เป็ปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่จะช่วยให้เ้าได้เข้าใจในสิ่งที่ได้เรียนรู้มามากยิ่งขึ้น...ข้าก็แนะนำได้แค่นี้แหละ”อเล็กซ์กล่าวกับหญิงสาวด้วยท่าทางราวกับผู้คร่ำโลกมานาน
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะศิษย์จะจำคำสอนของท่านอาจารย์เอาไว้...” มีนกล่าวตอบผู้เป็อาจารย์ด้วยสำนึกขอบคุณก่อนที่จะวกกลับเข้าประเด็นที่ตนสงสัยอีกเื่หนึ่ง “ท่านอาจารย์เ้าคะ?เื่ของสายปราณ....”
เมื่อได้ยินคำถามอเล็กซ์จึงเปลี่ยนมากล่าวกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง “เ้าอยากรู้เื่นี้จริงหรือ?”
“จริงเ้าค่ะ”
“แต่เื่มันยาวนะ...”ผู้าุโเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้ม
“หนูมีเวลาเยอะแยะเ้าค่ะ”มีนตอบอีกฝ่ายอย่างใสซื่อ
ได้ยินเช่นนั้นอเล็กซ์จึงเรียกเก้าอี้ออกมาพร้อมกับบอกให้หญิงสาวนั่งลง ก่อนจะเริ่มเล่าเื่ราวเื้ัของสายพลังต่างๆ “ก็ได้...นอกจากดินแดนมนุษย์ที่เ้าอยู่นั้น มันก็ยังมีดินแดนอีกดินแดนหนึ่ง ซึ่งเป็ที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทั้ง3 เผ่าพันธุ์ได้แก่ เผ่าพันธุ์เทพ เผ่าพันธุ์มาร และเผ่าพันธุ์ั...”
“3 เผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตชั้นสูงนี้ต่างก็เป็เผ่าพันธุ์ที่เปี่ยมไปด้วยพลังและอำนาจ ซึ่งแต่ละเผ่าพันธุ์ก็จะมีความโดดเด่นในเื่ของสายพลังที่แตกต่างกัน”
“เผ่าพันธุ์เทพ เป็เผ่าพันธุ์ที่มีค่าสถานะโดดเด่นไปทางด้าน‘ค่าปัญญา’ พวกมันจึงสามารถเรียกใช้เวทมนตร์ที่มีอยู่ในธรรมชาติหรือละอองพลังธาตุรอบตัวจากภายนอกมาใช้งานได้อย่างทรงพลัง”
“เผ่าพันธุ์มาร เป็เผ่าพันธุ์ที่มีค่าสถานะโดดเด่นทางด้าน‘ค่าจิติญญา’ ซึ่งมันเป็พลังงานแห่งความคิดและจิติญญาพลังที่แสดงออกมาจะทรงพลังหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความคิดบวกกับจินตนาการ รวมไปถึงสภาพอารมณ์ของผู้ใช้งานและวัตถุสื่อพลังชนิดต่าง ๆ”
“ส่วนเผ่าพันธุ์ัเป็เผ่าพันธุ์ที่มีค่าสถานะโดดเด่นทางด้าน ‘ค่าความแข็งแกร่ง’ และ ‘ค่าความอดทน’ โดยแหล่งพลังงานที่เรียกใช้จะมาจากพลังงานที่อยู่ภายในร่างกายของผู้ใช้เอง หรืออาจจะเรียกว่า ‘พลังปราณ’ ก็คงจะไม่ผิดนัก ซึ่งพลังปราณที่ว่านี้ จะแข็งแกร่งทรงพลังหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายของผู้ใช้ฯ ซึ่งเป็ภาชนะรองรับพลังด้วยการฝึกพลังปราณ เมื่อผู้ใช้งานฯ ได้ฝึกฝนฝึกปรือและใช้งานมันอย่างต่อเนื่อง ร่างกายผู้ใช้ก็จะเริ่มแข็งแกร่งขึ้นอย่างช้าๆ ผู้ฝึกปราณที่ทรงพลังแท้จริงนั้น มิใช่ผู้ที่มีพลังปราณในกายสูงกว่าแต่กลับเป็ผู้มีความชำนาญในการใช้พลังปราณมากกว่า...นี่แหละถึงจะเรียกว่า ผู้ทรงพลังของสายปราณ”
หลังจากได้ฟังคำอธิบายถึงสายพลังชนิดต่างๆ หญิงสาวที่เพิ่งจะได้รับเกจพลังสายปราณมาหมาด ๆ ก็อดที่จะถามผู้รู้ไม่ได้ว่า “ถ้าอย่างนั้น...หนูควรจะฝึกพลังปราณหรือไม่เ้าคะ?”
“ก็แล้วแต่เ้าแต่ข้าจะบอกไว้ก่อนนะ ไม่ว่าจะเป็สายพลังใด ๆ ก็ล้วนขึ้นอยู่กับการฝึกฝนฯหากเ้ามีเวลามากพอ...เ้าคิดจะฝึกฝนศาสตร์แห่งปราณฯ หรือศาสตร์แห่งพลังใด ๆ เ้าก็สามารถที่จะเรียนรู้ฝึกฝนมันได้อย่างไร้ขีดจำกัด”
“เพียงแต่...เ้าพึงระลึกไว้ข้อหนึ่งว่าการฝึกฝนเรียนรู้ในศาสตร์แห่งพลังแต่ละสาย ต้องใช้เวลา หมั่นซักซ้อมทำความเข้าใจและที่สำคัญก็คือ ‘ต้องเพิ่มค่าสถานะ’ ของตัวเ้า ให้สอดคล้องกับศาสตร์แห่งพลังนั้น ๆ อีกด้วย”
“หาไม่แล้ว ตัวของเ้าอาจจะไม่สามารถพัฒนาศาสตร์แห่งพลังสายต่างๆ ไปได้จนสุดทางของพลังในแต่ละสายฯ เนื่องจากการฝึกฝนในสายพลังใดก็ตาม ผู้ฝึกฝนจะต้องแบ่งค่าสถานะที่มีอยู่อย่างจำกัดมาเพิ่มให้กับค่าสถานะที่เหมาะสมกับสายนั้น ๆ”อเล็กซ์ตอบคำถามของมีนพร้อมกับอธิบายเกี่ยวกับการเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์แห่งพลังเพิ่มเติมก่อนจะกล่าวอย่างให้ข้อคิดว่า “หากเ้าเพิ่มค่าสถานะอย่างสะเปะสะปะ เพื่อที่จะได้เรียนรู้ศาสตร์แห่งพลังทั้งหมดก็ไม่ต่างอะไรจาก ‘เป็ด’ ไม่สามารถนำไปเปรียบได้กับผู้ที่อยู่ในจุดสูงสุด ซึ่งเชี่ยวชาญในสายพลังแต่ละสายได้...”
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะ”
“เ้าเข้าใจว่า?”อเล็กซ์ถาม
“เข้าใจว่าเป็ดไม่สามารถบินสู้นกได้ ไม่สามารถว่ายน้ำแข่งกับปลาได้ไม่สามารถเดินสู้สัตว์บกอื่น ๆ ได้เ้าค่ะ” มีนตอบอีกฝ่ายโดยเปรียบเทียบให้เห็นภาพ
“แล้วเ้าอยากเป็เป็ดไหม?” อเล็กซ์ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ไม่เ้าค่ะหนูอยากเป็ปลาเ้าค่ะ” มีนตอบยืนยันอย่างหนักแน่น
“ดีมากศิษย์ข้า...เป็ปลาก็ต้องรู้จักใช้ธรรมชาติรอบตัวปลามาสร้างความได้เปรียบให้กับตัวเอง...” อเล็กชมเชยหญิงสาว ก่อนจะให้คำแนะนำเพิ่มเติมให้มีนกลับเอาไปคิด“แต่กระนั้น หากเ้าพอมีเวลา เ้าก็ควรจะศึกษาแนวทางของสายพลังอื่น ๆ เอาไว้บ้างเพราะถึงจะไม่ได้ใช้งาน แต่มันก็ทำให้เ้ารู้ว่า ข้อเด่นข้อด้อยของสายพลังอื่นเป็อย่างไรซึ่งมันจะช่วยให้เ้าสามารถรับมือศัตรูที่ใช้สายพลังอื่น ๆ ได้ดียิ่งขึ้น แต่เ้าก็อย่าได้ละเลยการฝึกฝนทบทวนสายพลังที่ตัวเองถนัดเชียวล่ะ”
“เพราะการรู้เขา...จะทำให้เ้าได้เปรียบในการต่อสู้”
“แต่การรู้ถึงขีดความสามารถของตัวเรา...จะทำให้เ้าเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันที่เสียเปรียบได้...”
............